ย้อนรอยเรื่องราว ‘การพนัน’ ในสังคมไทย

หลังจากที่บ่อนระยองและชลบุรีถูกพบว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 ตั้งแต่นั้นมาบนหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีแต่ข่าวจับบ่อนการพนันไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าคนไทยมีใจผูกพันกับกิจกรรมนันทนาการชนิดนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ดังปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในบันทึกของเอกอัครราชทูตพิเศษฝรั่งเศส ‘มองสิเออร์ เดอ ลาลูแบร์’ (Monsieur De La Loubère) ที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ใน พ.ศ. 2230 ว่า

“ชาวสยามค่อนข้างรักการเล่นการพนันเสียเหลือเกิน จนยอมผลาญตัวเองให้ฉิบหายได้ ทั้งเสียอิสรภาพความชอบธรรมของตัวเองหรือลูกเต้า เมืองนี้ใครไม่มีเงินพอจะใช้เจ้าหนี้ก็ต้องขายลูกใช้หนี้สิน แม้ถึงเช่นนี้แล้วก็ยังมิพอเพียง ตัวเองก็ต้องกลายตกเป็นทาส…”

หากย้อนไปดูจริงๆ เราจะพบว่าการพนันมีต้นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ช่วงประมาณ 100 ปีก่อนคริสต์ศักราช ก่อนจะแพร่หลายไปที่อินเดีย บาบิโลน และประเทศตะวันตก สำหรับการเล่นพนันในประเทศไทย บ้างก็บอกว่ามาจากพ่อค้าชาวจีน บ้างก็บอกมากับชาวอินเดียที่มาเผยแผ่ศาสนาในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี

แต่ที่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ามีขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ระหว่าง พ.ศ. 2231 – 2275 ได้มีการเล่นการพนันชนิดหนึ่งเรียกว่า ‘กำตัด’ มีวิธีและอุปกรณ์การเล่นคล้ายคลึงกับการเล่นกำถั่วของประเทศจีน เป็นการละเล่นแบบเดิมพันที่ใช้เม็ดถั่ว เม็ดมะขาม หรือเมล็ดพืชที่มีลักษณะกลมๆ เป็นตัวกลาง ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้เม็ดลูกปัดตามยุคสมัย จนกระทั่งกลายมาเป็นกระดุมในปัจจุบัน

ส่วนการพนันดั้งเดิมของชาวไทยที่นิยมเล่นกันก็จะมีแข่งกัดจิ้งหรีด กัดปลา ชนไก่ วิ่งวัว วิ่งควาย แข่งเรือ แทงห่วง ไพ่งา ฯลฯ สารพัดสรรหาวิธีมาเล่น ต่อมาเมื่อชาวต่างชาติอพยพมาในสยามมากขึ้น การพนันรูปแบบใหม่ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามา โดยเฉพาะการเล่นหวยเล่นลอตเตอรี่

ต่อมาในรัชกาลพระเจ้าบรมโกศ การพนันได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมีการเปิดบ่อนเป็นกิจจะลักษณะ พระองค์จึงโปรดให้มีการเก็บอากรบ่อนเบี้ย ซึ่งระบบนี้ยังคงใช้ต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น 

กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสยุโรปไปทรงเห็นโทษมหันต์ของการพนันอย่างบ่อนเบี้ยพนัน ทำให้ประชาชนเกียจคร้าน เสียเงินทอง เสียเวลาทำมาหากิน ทั้งยังทำให้จิตใจตกต่ำ เสียทรัพย์สมบัติของตัวเองไม่พอ คนอื่นก็อาจจะเสียทรัพย์ด้วยเพราะมีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น ดังนั้น จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เลิกบ่อนการพนันในภาคใต้ทั้งหมดและจำกัดจำนวนบ่อนทั่วประเทศ จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2460 ก็ได้มีประกาศปิดบ่อนทั่วราชอาณาจักรสยาม นับแต่นั้นมา การพนันก็กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายของสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน 

ถึงกระนั้นก็ยังมีประชาชนส่วนใหญ่ลักลอบเล่นการพนันอยู่เป็นจำนวนมาก นักวิชาการหลายกลุ่มเลยพยายามเสนอให้มีการเปิดบ่อนคาสิโนอย่างถูกกฎหมาย เพื่อที่จะได้ตรวจสอบและเก็บภาษีอย่างถูกต้อง แต่เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีทั้งผลดีผลเสีย จึงยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงและไม่ได้ข้อสรุปมาจนถึงทุกวันนี้

Writer

Graphic Designer