CITY

ใบสั่งจราจร ไม่หนี ไม่จ่าย ได้ปะ

โดนใบสั่งจราจร ไม่หนี ไม่จ่าย ได้ปะ

เป็นคำถามไท้ยไทยที่เราพบบ่อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวินัยการขับขี่ของคนไทยได้เป็นอย่างดี เพราะคำตอบดังกล่าวทุกคนต่างรู้อยู่แก่ใจว่า ‘ควรจะต้องจ่าย’ หากคุณทำผิดกฎหมาย


เหตุผลสำคัญที่คนทำผิดกฎจราจรส่วนใหญ่เพิกเฉยต่อการจ่ายค่าปรับ เกิดขึ้นจากระบบใบสั่งจราจรยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลกรมการขนส่งทางบกได้ทั้งหมด จึงทำให้ใบสั่งบางใบไม่ได้อยู่ในระบบ และเมื่อไม่อยู่ในระบบ ใบสั่งก็จะมีอายุความเพียง 1 ปี เหตุผลประการต่อมาคือ มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอในการติดตามเรียกเก็บค่าปรับใบสั่งทุกใบที่ออกมานับ 10 ล้านใบต่อปี จึงกลายเป็นปัญหาใบสั่งคั่งค้างในระบบ และผู้คนที่ได้รับใบสั่งต่างเพิเฉยเพราะขาดการติดตามให้ไปชำระค่าปรับตามกฎหมาย


ที่ตลกร้ายสำหรับเรื่องนี้ คือสถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวในเวทีสัมมนาเรื่องถนนไว้ว่า ในปี 2562 มีการแจกใบสั่งสูงถึง 11,839,622 ใบ ราว 12 ล้านใบ แต่มีผู้มาชำระค่าปรับเพียงแค่ 2,141,818 ใบ หรือ 18.1% เท่านั้น


เทียบกับสถิติผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์ประมาณ 30 ล้านคน และรถยนต์ประมาณ 10 ล้านคน นับเป็นการกระทำผิดสูงถึงราว 1 ใน 5 ของผู้ขับขี่บนท้องถนน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เกรงกลัวการทำผิดกฎหมายจราจร นอกจากนั้น ยังแสดงให้เห็นถึงความเพิกเฉยต่อพฤติกรรมการกระทำผิดได้อย่างน่าตกใจ


มีใบสั่งคั่งค้างในระบบจะยังต่อทะเบียนได้หรือไม่ แล้วจะโดนอะไรบ้าง


เป็นอันโชคดีที่ว่า หากเรายังไม่ได้ชำระค่าปรับในระบบให้เรียบร้อย เรายังต่อทะเบียนรถประจำปีได้ แต่สิ่งที่แตกต่างคือเราจะได้รับเพียงหลักฐานแสดงการเสียภาษีประจำปีชั่วคราว 30 วัน แต่หากจ่ายค่าปรับแล้วสามารถนำใบเสร็จเพื่อมารับเครื่องหมายการเสียภาษี หรือป้ายวงกลม ป้ายสี่เหลี่ยม ที่ใช้ติดรถเพื่อแสดงเครื่องหมายการเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย


ผลที่ตามมาประการที่ 2 หลังจากไม่จ่ายภาษีคือ หลังจากได้รับใบสั่งแต่ไม่ไปจ่าย จะมีจดหมายเตือนมาที่บ้านตามทะเบียนรถเป็นระยะเพื่อให้ไปจ่ายค่าปรับตามกำหนด หากล่าช้ากว่ากำหนดจะโดนเพิ่มอีก 1 กระทงคือจ่ายค่าปรับล่าช้าเป็นจำนวน 1,000 บาท และหากคุณขับขี่โดยไม่มีเครื่องหมายการเสียภาษีที่ตัวรถ คุณจะมีความผิดในข้อหาขับขี่รถโดยไม่แสดงเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท


แนวโน้มในอนาคตที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังปรับใช้เพื่อลดปัญหาใบสั่งคั่งค้าง และปัญหาอุบัติเหตุ คือการนำระบบตัดคะแนนความประพฤติ โดยประเมินจากพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ทำผิดเล็กน้อยโดนตัด 1 คะแนน ร้ายแรง 2 – 3 คะแนน หากถูกตัดคะแนนถึงกำหนดผู้ขับขี่จะโดนคำสั่งห้ามขับรถเป็นเวลา 90 วัน และหากทำผิดซ้ำอีกก็จะถูกเพิกถอนและห้ามขับขี่ตลอดชีพ


ท้ายที่สุดแล้ว วินัยการขับขี่บนท้องถนนเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลถึงเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ของผู้ขับขี่เพียงผู้เดียว แต่ยังรวมไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าชำระค่าปรับหมดหรือยัง เช็กใบสั่งในระบบได้ที่ ptm.police.go.th/eTicket/#/ หากชื่อของท่านมีค้างค่าปรับ อย่าลืมไปชำระค่าบริการให้เรียบร้อย เพื่อร่วมสร้างทัศนคติระเบียบวินัยในการขับขี่บนท้องถนนให้ดีกว่าเดิม


Sources : 

Thairath | https://bit.ly/32zJ6iD, https://bit.ly/3xhFWOD
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ | https://bit.ly/3atgD20
เวทีคุยเรื่องถนน | https://bit.ly/3eqfgCq

Contributor

นันทพงศ์ ตั้งตรงใจสกุล

Content Writer

sickboy in the sick city

อาภาภัทร สังข์สมุทร

Graphic Designer

ไม่คิดว่าจะทำงาน แต่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ใช้ชีวิตอยู่หน้าคอม คอนเสิร์ต บนเครื่องบิน และมีเบียร์กับนารูโตะคอยเยียวยาใจ