Tabisuru Kissa ท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่นไปกับแกงกะหรี่และครีมโซดา

โคเอนจิ (Koenji) เป็นย่านหนึ่งในโตเกียวที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ แต่บรรยากาศไม่เก๋ชิกแบบ ชิบุย่า (Shibuya) หรือ โอโมเตะซันเด (Omotesando) ส่วนมากจะเป็นคาเฟ่ที่มีบรรยากาศเฉพาะตัว เรโทรนิดๆ วินเทจหน่อยๆ หรือมีธีมเฉพาะทางที่อาจจะดูอะไรเอ่ยไม่เข้าพวกในตัวเมือง แต่ตั้งอยู่ที่นี่ได้อย่างไม่เคอะเขิน  เวลาเดินกลับบ้านหรือแวะซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต เรามักจะค้นพบคาเฟ่เปิดใหม่อยู่เรื่อยๆ แต่ Tabisuru Kissa เป็นร้านที่ตรงกันข้าม เห็นลงสื่อญี่ปุ่นบ่อยแต่หาไม่เจอสักที ได้แต่เดาไปเองจากชื่อร้านอย่าง Tabisuru แปลว่าไปเที่ยว ส่วน Kissa คือร้านคาเฟ่แบบเรโทรของญี่ปุ่น ดังนั้นที่นี่ก็คงเป็นร้านที่เจ้าของชอบไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วนำองค์ประกอบต่างๆ จากแต่ละที่มาขายหรือตกแต่งร้าน มีเมนูจากหลายประเทศให้ลองแน่ๆ ความจริงแล้วเราคิดถูกแค่ครึ่งเดียว Tabisuru Kissa คืออดีตคาเฟ่มีขาที่ตระเวนไปเที่ยว (เปิดร้านป็อปอัป) ตามจังหวัดต่างๆ ของญี่ปุ่น โดยมีแค่สองเมนู นั่นคือ แกงกะหรี่และครีมโซดา เจ้าของร้านพาความอร่อยไปนำเสนอให้คนในท้องถิ่น โดยใช้วัตถุดิบกรุบกริบสร้างสรรค์เมนูลิมิเต็ดเฉพาะเมืองนั้นๆ  หลังจากร่อนเร่เป็นคาเฟ่พเนจรอยู่เกือบๆ 2 ปี ในที่สุดก็ตัดสินใจลงหลักปักฐาน นำสิ่งที่เรียนรู้จากการเดินทางตะลุยเหนือจรดใต้รวม 13 จังหวัดมาเปิดหน้าร้านจริงจังในโตเกียวช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมา คาเฟ่ที่ใช้แกงกะหรี่และครีมโซดานำทาง แค่ฟังก็ทั้งน่ากินและน่าสนุก ทำไป […]

ทำไมไทยฮิตแหล่งเที่ยวญี่ปุ่นทิพย์ เพราะตามกระแสหรือโหยหาเมืองที่ดี?

“เที่ยวญี่ปุ่นในไทย ไม่ต้องไปไกลก็เหมือนอยู่แดนซากุระ”  ประโยคสุดคุ้นตาที่มักจะเห็นในคอนเทนต์รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์ญี่ปุ่นในประเทศไทย พักหลังหลายสถานที่ท่องเที่ยวก็นิยมสร้างเลียนแบบสถานที่สำคัญในญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น หรือเรียกว่า ‘เที่ยวญี่ปุ่นทิพย์’ เช่น การจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่นสมัยเมจิ ปราสาทฮิโนกิที่มาจากเมืองเกียวโต วัดอาซากุสะ ทางลงบันไดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน  และล่าสุดบางจังหวัดมีไอเดียจะทำย่านถนนคนเดินญี่ปุ่นให้เหมือนกับอยู่ที่นั่นจริงๆ (แต่ในสภาพแวดล้อมไทย) จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า ทำไมบ้านเราถึงฮิตสร้างแหล่งเที่ยวญี่ปุ่นทิพย์กันมากนัก? สร้างญี่ปุ่นทิพย์ เอาใจคนญี่ปุ่นและถูกใจคนไทย จุดเริ่มต้นความญี่ปุ่นทิพย์ต้องย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว สมัยชาวญี่ปุ่นชอบเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ เนื่องจากบ้านเรามีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นที่มีมาช้านานก็ช่วยส่งเสริมการตลาดให้คนญี่ปุ่นสนใจมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยมากกว่าแต่ก่อน สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเขาอยากมาท่องเที่ยวบ่อยๆ คือ การสร้างสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่น รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้ออำนวย เช่น ป้ายต่างๆ ควรมีภาษาญี่ปุ่นอธิบายกำกับไว้ หรือพนักงานควรสื่อสารภาษาพื้นฐานได้ จึงทำให้เจ้าของธุรกิจสมัยนั้นต้องปรับตัวสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้มีบรรยากาศญี่ปุ๊นญี่ปุ่น เพื่อจูงใจลูกค้าแดนซากุระให้มาอุดหนุนบ่อยๆ ขณะเดียวกัน คนไทยเมื่อ 5 ปีก่อน (และปัจจุบัน) ก็ชื่นชอบไปญี่ปุ่นมากที่สุดกว่า 1 ล้านคน/ปี หรือประมาณ 1.4 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยทั้งหมด ด้วยสภาพแวดล้อมที่สวยงามจากการออกแบบเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งระบบการขนส่งสาธารณะสะดวกสบาย การดีไซน์อาคารทันสมัย อากาศดี ถ่ายรูปตรงไหนก็สวย และคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัย จึงทำให้ชาวไทยหลายคนติดใจประเทศญี่ปุ่นอย่างทวีคูณ ตัดภาพมาช่วงที่ไม่ได้บินต่างประเทศ กลับสู่ชีวิตจริงในเมืองไทยที่ต้องเจอกับปัญหารถติดขัด มลพิษบนท้องถนน น้ำคลองเน่าเสีย […]

9h Woman โรงแรมแคปซูลในญี่ปุ่น แค่เข้าพักก็แถมบริการตรวจวัดการนอนหลับฟรี นับจำนวนครั้งที่กรน และส่งผลให้หลังเช็กเอาต์

โรงแรมแคปซูล Nine Hours ในญี่ปุ่นล้ำไปอีกขั้น เพราะแค่เข้าพักก็มีบริการตรวจวิเคราะห์การนอนหลับแถมให้ฟรีๆ และมีบริการส่งผลให้ทางอีเมลทันทีหลังเช็กเอาต์  9h หรือ Nine Hours เป็นโรงแรมแคปซูลราคาประหยัดชื่อดังที่มีอยู่ทั่วญี่ปุ่นกว่า 14 สาขา และยังมีคอนเซปต์น่าสนใจ เพราะตัวเลข 9 ชั่วโมงตามชื่อของโรงแรมมาจากกิจกรรม 3 อย่าง คือ อาบน้ำ 1 ชั่วโมง นอน 7 ชั่วโมง และพักผ่อน 1 ชั่วโมงนั่นเอง เป็นคอนเซปต์โรงแรมที่บอกวิธีใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ เพื่อขจัดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นออกไป (แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้จำกัดเวลาใช้งานอยู่ที่ 9 ชั่วโมงตามชื่อนะ) Nine Hours สาขาใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา คือ 9h Woman Shinjuku ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ ซึ่งมีเพียง 2 สาขาเท่านั้นที่รับเฉพาะแขกผู้หญิงเข้าพัก แต่เดิม Nine Hours เป็นโรงแรมแคปซูลทั่วไปที่เหมาะกับลูกค้าที่มองหาที่พักราคาประหยัดและไม่ต้องการใช้พื้นที่เยอะ แต่เฉพาะสาขานี้ ได้เพิ่มบริการ ‘ตรวจวิเคราะห์การนอนหลับ’ เข้าไปเพื่อให้การพักผ่อนที่นี่ล้ำยิ่งกว่าเดิม และตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่สนใจเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น วิธีใช้งานก็แสนง่าย […]

นี่คือปลาอะไร? การ์ดเกมทายสายพันธุ์ปลาจากญี่ปุ่น ที่อยากให้คนรู้จักปลาทั่วโลก

คุณรู้จักพันธุ์ปลาที่กินอยู่ทุกวันนี้ดีแค่ไหน?  รู้ไหมว่าแซลมอนมีเนื้อสีส้ม แต่หนังด้านนอกเป็นสีขาวและเกล็ดสีดำ ส่วนปลาซาบะข้างในเนื้อขาว แต่หนังปลามีรอยริ้วๆ บนหลัง เวลาไปเดินดูแผงปลาที่ตลาด ถ้าไม่ถามแม่ค้าเราแทบไม่รู้เลยว่าปลาพันธุ์ไหนหน้าตาเป็นอย่างไร  โรงพิมพ์ Chiba Printing และสตูดิโอ SANAGI สองบริษัทในญี่ปุ่นจึงจับมือกันทำการ์ดเกมที่มีชื่อว่า ‘Sakana Karuta (ซาคานะ คารุตะ)’ ที่ด้านหนึ่งออกแบบให้เป็นหนังปลาหลากหลายสายพันธุ์ ที่นอกจากจะพิมพ์อย่างคมชัดจนเหมือนหนังปลาจริงๆ แล้ว ยังใช้เทคนิคการพิมพ์ขั้นสูงที่สมจริง การ์ดหนังปลาสะท้อนแสงได้และยังลอยน้ำได้จริงด้วย  วิธีการเล่น ก่อนเริ่มทายจะต้องมีผู้เล่น 1 คนเป็น ‘ผู้อ่านการ์ด’ ผู้อ่านการ์ดจะเป็นคนดึงการ์ดออกจากสำรับ อ่านคำใบ้ที่ให้มา และวางกลับลงไปโดยที่ผู้เล่นไม่รู้ เพื่อให้ผู้เล่นได้ทายว่าคำใบ้นี้คือการ์ดของปลาตัวไหน จากนั้นผู้เล่นจะหยิบสิ่งที่พวกเขาคิดว่าตรงกับคำใบ้ให้เร็วที่สุด โดยการสัมผัสผิวของการ์ด ผู้เล่นสามารถขอคำใบ้เพิ่มเติมจากผู้อ่านการ์ดได้ คนที่ตอบถูกมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ และบนการ์ดจะมีข้อมูลโดยย่อของปลาแต่ละชนิดบอกไว้เพื่อให้เราได้ทำความรู้จักเพิ่มเติมด้วย  โปรเจกต์นี้ โรงพิมพ์ Chiba Printing และสตูดิโอ SANAGI ตั้งใจที่จะค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการพิมพ์จำนวนน้อย (On-demand Printing) ซึ่งหลังจากออกแบบและพัฒนากันมาถึง 1 ปี การ์ดก็ถูกนำมาวางขายจริง โปรเจกต์นี้จะมีการอัปเดตการ์ดชุดใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ผู้เล่นได้รู้จักกับพันธุ์ปลาอีกหลายชนิดปลาทั่วโลก Sources :Designboom […]

Inujima เกาะศิลปะที่เลิกถลุงแร่มาดูแลสิ่งแวดล้อม

พูดถึงเกาะศิลปะของญี่ปุ่น ชื่อของ Naoshima คงขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ใครมีเวลามากหน่อย อาจจะเคยแวะไป Teshima หรือ Shodoshima ที่อยู่ใกล้ๆ กัน จริงๆ แล้วในน่านน้ำทะเล Seto Inland ยังมี Inujima เกาะศิลปะอีกแห่งที่กรุบกริบไม่แพ้กัน แถมยังมีสตอรี่เข้มข้นและสภาพแวดล้อมแตกต่างจากเกาะศิลปะอื่นๆ ที่นี่เคยเป็นอดีตที่ตั้งโรงถลุงแร่ทองแดงซึ่งตัวโรงงานยังอยู่ในสภาพดีและถูกปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดเท่ แถมยังมี Art House กระจายตัวอยู่ทั่วเกาะอย่างเก๋ ดูเผินๆ ก็กรุบกริบตามมาตรฐานจริตงานอาร์ตร่วมสมัยญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่สถาปัตยกรรมและงานศิลปะบนเกาะนี้กำลังพยายามทำคือการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับโรงงานที่อดีตเคยสร้างความเสียหายให้สิ่งแวดล้อมและนำความเดือดร้อนมาให้คนในชุมชน ถ้ายังไม่เคยไป วันนี้เราจะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับความใส่ใจที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนของอินุจิมะ เกาะศิลปะไซซ์เอสที่มีความยาวรอบเกาะ 36 กม. พื้นที่ 0.54 ตร.กม. และคนอยู่อาศัยประมาณ 50 คน Inujima Seirensho Art Museum อินุจิมะอยู่ในเขตจังหวัดโอคะยะมะ เป็นเกาะหลักในบรรดาหมู่เกาะอินุจิมะและเป็นเกาะเดียวที่มีคนอาศัยอยู่ เป็นเกาะชิลๆ ที่เดินประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงก็ทั่วแล้ว สมัยก่อนนิยมตั้งบนเกาะเพราะอยากลดมลภาวะทางอากาศในตัวเมืองและเพื่อความสะดวกในการขนส่งวัสดุต่างๆ คนในเกาะลงทุนตั้งโรงงานถลุงแร่ทองแดงในปี 1909 แต่อยู่ได้แค่ […]

เกาะชิมาอุระในญี่ปุ่น มีร้านอาหารมาเปิดครั้งแรกในรอบ 15 ปี ก่อนหน้านี้ต้องทำกินเอง หรือไปกินนอกเกาะ

เกาะชิมาอุระในประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดประมาณเซ็นทรัลปาร์ก และขึ้นชื่อด้านอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ แต่หากประชากร 850 คนบนเกาะอยากฉลองมื้อเย็นด้วยซาซิมิสักชุดหนึ่ง พวกเขามีเพียงสองทางเลือกคือลงมือทำด้วยตัวเอง หรือเดินทางออกไปกินที่นอกเกาะเลย เพราะเกาะแห่งนี้ไม่มีร้านอาหารมาเปิดนานถึง 15 ปีแล้ว จากปัญหาเดียวกันของทั้งแดนปลาดิบคือจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับอัตราการเกิดที่ลดลง จนไม่สามารถดึงดูดธุรกิจให้เข้ามาทำตลาดได้ ตอนนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่พวกเขาได้กลับมาทานอาหารนอกบ้านอีกครั้งที่ร้าน Mangetsu Shokudo ที่ให้เปิดขายแกงกะหรี่ อาหารทอด และเครื่องเคียงต่างๆ ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาเป็นอย่างดีสำหรับครอบครัวที่ต้องทำอาหารกินเองที่บ้านมาตลอดหลายปี Taishi Iwata ผู้จัดการร้านอาหารบอกว่า โดยปกติแล้วผู้คนบนเกาะจะมีปลาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร แต่เป็นเรื่องยากที่จะซื้อไก่มาปรุงแล้วนำไปทอดในพื้นที่ที่ห่างไกลแบบนี้ ซึ่งการเปิดร้านอาหารครั้งนี้ถือว่าเป็นชัยชนะเล็กๆ สำหรับเกาะชิมาอุระ หนึ่งในหมู่เกาะของญี่ปุ่นที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนประชากรอย่างรุนแรง จากข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่น ประชากรที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะที่ห่างไกลลดลงมากกว่า 9 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี 2010 – 2015 เทียบกับอัตราส่วนทั่วประเทศลดลงเพียง 0.8 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนั้น อัตราประชากรชาวเกาะที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ยังมากถึง 39 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับระดับประเทศซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 26.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น Keitaro Kai เจ้าของร้านอาหาร Mangetsu Shokudo บอกว่า […]

Old Enough รายการญี่ปุ่นใน Netflix ที่มอบภารกิจให้เด็กอนุบาล ออกไปเรียนรู้และเอาตัวรอดนอกบ้าน

จำได้ไหมว่าคุณออกนอกบ้านคนเดียวครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่? ตอนเด็กๆ หลายคนต้องเคยได้รับมอบหมายภารกิจให้ไปซื้อน้ำปลา เอาของไปให้ญาติบ้านใกล้เรือนเคียง หรือฝากไปทำธุระเล็กๆ ละแวกบ้าน คุณจำครั้งแรกได้ไหมว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างไร และอายุเท่าไหร่กันบ้าง? ‘Old Enough ผจญภัยวัยอนุบาล’ คือรายการเรียลลิตีครอบครัวจาก NTV ประเทศญี่ปุ่น ที่มอบภารกิจให้เด็กวัย 2 – 3 ขวบไปทำธุระใกล้ๆ บ้านให้พ่อแม่ เพื่อให้ได้เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดนอกบ้าน เรียนรู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ช่วยเหลือตัวเองและช่วยงานพ่อแม่ได้มากขึ้น ถ้าคุณเคยเป็นแฟนรายการขำกลิ้งลิงกับหมา เราเชื่อว่าจะหลงรักรายการนี้ได้ไม่ยาก เพราะตลอดทั้งรายการจะได้เอาใจช่วยเด็กๆ ให้ทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้ บางตอนทั้งขำทั้งซึ้งจนน้ำตาลไหลในความน่ารักใสซื่อของเด็กๆ ภารกิจที่เด็กๆ ได้รับมอบหมายไม่ใช่แค่ซื้อน้ำปลาแล้วกลับบ้านแน่นอน เพราะธุระที่พ่อแม่มอบหมายให้มีหลายจุด ทั้งไปซื้อของ เอาปลาไปแล่ที่ร้าน ไปรับเสื้อที่ร้านซักรีด แวะซื้อของให้แม่ จ่ายตลาด ส่งของให้ญาติ ฯลฯ มีธุระให้ทำทั้งขาไปขากลับ บางธุระมีน้ำหนักหลายกิโล แถมระหว่างทางยังมีอุปสรรคมากมาย บางคนต้องเดินระยะทางที่ไกล เดินขึ้นเขาบนทางชัน หรือเดินขึ้นบันไดศาลเจ้าหลายร้อยขั้นเพื่อไปทำภารกิจให้สำเร็จ ลองนึกดูสิว่าถ้าคุณเป็นเด็กวัย 2 – 3 ขวบจะทำภารกิจเหล่านี้ให้ลุล่วงได้โดยที่ไม่ร้องไห้ ไม่ว่อกแว่ก และไม่หลงทางได้อย่างไร แถมพ่อแม่ยังต้องใจแข็งมากๆ ด้วยที่ยอมปล่อยลูกวัยนี้ออกไปผจญภัยนอกบ้านด้วยตัวเอง รายการนี้จะทำให้เราได้ลุ้นและเอาใจช่วยเด็กๆ เรายังได้เห็นความสัมพันธ์ของครอบครัว […]

โปรโมตการท่องเที่ยวแนวใหม่ในญี่ปุ่น ที่ชวนคนมาเที่ยวมัตซึซากิ ล่าหมูป่า ในค่ายซอมบี้ที่รับบทโดยผู้สูงอายุ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องไอเดียบรรเจิดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็มีสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า ‘ช่างคิดได้’ จริงๆ ล่าสุดที่เมืองมัตซึซากิ จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งเล็กๆ ในญี่ปุ่น มีไอเดียโปรโมตการท่องเที่ยวที่ดูแปลกแต่น่าสนุกสุดๆ เพราะเขาไม่ได้เปิดเมืองให้แค่ไปท่องเที่ยวแบบธรรมดา แต่เขาให้เราไปเที่ยวค่ายซอมบี้! และซอมบี้ทั้งหมดรับบทโดยผู้สูงอายุในเมืองนี้ด้วย ในคลิปโปรโมตการท่องเที่ยวของเมืองมัตซึซากิ จะมีชายคนหนึ่งชื่อ ‘คาเนะมัตซึ’ กำลังบันทึกภาพตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ตัดสลับกับภาพกิจกรรมกลางแจ้งที่เขาทำตอนมาถึงเมืองมัตซึซากิ มีทั้งการล่าหมูป่า เดินเขา เก็บส้ม ปั่นจักรยาน จนกระทั่งมาเผชิญหน้ากับซอมบี้และหนีมาหลบอยู่ในภูเขา เพื่ออัปโหลดวิดีโอให้ทุกคนดูว่าตอนนี้เขากำลังเจอซอมบี้ไล่ล่าอยู่ เขายังอธิบายวิธีเอาตัวรอดเอาไว้ว่า “ให้กลั้นหายใจเวลาเจอซอมบี้” นอกจากนี้ยังมีฉากที่คาเนะมัตซึเจอซอมบี้อยู่ในทุกๆ ที่ ทั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะในเมือง ที่พัก บนเขา จนกระทั่งเขาถูกกัดและกลายเป็นซอมบี้ในที่สุด ทุกอย่างในคลิปดูสมจริงเอาใจคนรักหนังซอมบี้แบบสุดๆ  แต่จริงๆ แล้วเมืองมัตซึซากิยังไม่มีใครติดเชื้อซอมบี้จริงๆ คลิปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘ค่ายซอมบี้’ ประจำปีของเมืองมัตซึซากิ เมืองเล็กๆ ในชนบทบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอิซุ และมีประชากรประมาณ 6,000 คนเท่านั้น (ซึ่งไม่มีตัวเลขยืนยันว่าเป็นคนจริงๆ กี่คน และรับบทซอมบี้กี่คน) โชคไม่ดีที่การแพร่ระบาดทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มายังมัตซึซากิลดลง และทำการล่าสัตว์ลดน้อยลงไปด้วย ปริมาณกวางและหมูป่าในเมืองจึงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และสร้างความเสียหายให้กับการส่งออกใบซากุระโมจิซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ หน่วยงานควบคุมศัตรูพืชและสัตว์ของเมืองมัตซึซากิหวังว่าการโปรโมตการท่องเที่ยวค่ายซอมบี้ในครั้งนี้ จะช่วยเรียกนักท่องเที่ยวกลับมาที่เมืองนี้ได้อีกครั้ง แต่ไม่ใช่แค่เพื่อมาดูซอมบี้เท่านั้น พวกเขายังต้องการนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการล่าสัตว์เพราะต้องการควบคุมประชากรกวางและหมูป่าในเมืองด้วย นอกจากการล่าสัตว์แล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมเดินเขา […]

ญี่ปุ่นเปิดอะพาร์ตเมนต์สำหรับเกมเมอร์ มาพร้อมเกมมิงเกียร์ครบชุด ค่าเช่าเริ่มต้น 11,000 บาท

ในยุคที่อุตสาหกรรม E-Sport เติบโตขึ้นและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในทวีปเอเชียที่กระแสของการแข่งขัน E-Sport ทำให้เกิดอาชีพและสายงานใหม่ๆ อย่างสตรีมเมอร์สตรีมที่เล่นเกมถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ หรือนักแคสเกมที่จะเล่นเกมแล้วนำไปตัดต่อเป็นคลิปวิดีโอออกมาให้แฟนคลับอย่างเราได้ติดตามกัน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับการเล่นเกมจำนวนมากที่ผุดขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นของง่ายๆ เช่น ตะเกียบที่ช่วยให้คุณกินของอร่อยๆ ได้ง่ายในขณะเล่นเกม ไปจนถึงโต๊ะสำหรับเล่นเกมที่พร้อมเป็นเตียงนอนไปด้วยในขณะเดียวกัน สำหรับเกมเมอร์ที่เล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจหรือเป็นอาชีพ อุปกรณ์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก แต่ก็มาพร้อมค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในจำนวนมากเช่นกัน Basara บริษัท E-sports ของญี่ปุ่นจึงได้ตัดสินใจที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยการให้เช่าอะพาร์ตเมนต์ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เล่นเกมเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของเกมเมอร์โดยเฉพาะ อะพาร์ตเมนต์ที่ชื่อว่า ‘e-rooms’ นี้มี PC พร้อมจอภาพสำหรับเล่นเกม เมาส์ คีย์บอร์ด โต๊ะและเก้าอี้สำหรับเล่นเกมครบชุด ซึ่งสเปกของ PC ก็จะแตกต่างกันไปตามค่าเช่ารายเดือน โดยแผนเริ่มต้นที่ถูกที่สุดมีค่าเช่า 39,000 เยน/เดือน (ราว 11,000 บาท) ประกอบไปด้วยชุด PC GeForce GTX1650, Intel Core i7 และ SSD 480GB ส่วนแผนที่แพงขึ้นมาอีกระดับสำหรับผู้ที่เล่นเกมอย่างจริงจังอยู่แล้ว ราคา 69,000 เยน/เดือน (ราว […]

Seibuen Yuenchi สวนสนุกยุคโชวะอายุ 71 ปีที่เอาความคึกคักยุค 60 มาชวนเล่นฉลองวัยเก๋าและวันวาน

โลกแห่งจินตนาการที่พาทุกคนย้อนความทรงจำ คนที่เคยมาเที่ยวโตเกียวน่าจะคุ้นกับชื่อ Seibu กันบ้าง เพราะเป็นหนึ่งในบริษัทรถไฟยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น คุณเซบุเขาทำสวนสนุกด้วยคือ Seibuen Yuenchi (เซบุเอ็น ยูเอ็นจิ) เริ่มสร้างความสนุกมาตั้งแต่ปี 1950 และเพิ่งอายุครบ 70 ปีเมื่อปีที่แล้วเลยรีโนเวตสวนใหม่เพื่อเฉลิมฉลองวัยเก๋า ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมานี้เอง ธีมของสวนเจนฯ ใหม่คือโลกที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและชวนให้อบอุ่นหัวใจ คนที่มาจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเก่าๆ สไตล์วินเทจที่ชวนให้คิดถึงยุคโชวะของญี่ปุ่นโดยอิงยุค 60 เป็นหลัก  เราชอบสภาพภูมิประเทศของที่นี่มาก มีการเล่นระดับเนินน้อยใหญ่มากมาย แถมมีต้นไม้เขียวขจีชวนสดชื่น เจ้าหน้าที่ของสวนแอบกระซิบบอกเรามาว่า เมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นป่าเขา ตอนสร้างสวนสนุกเลยพยายามคงสภาพทางธรรมชาตินั้นไว้ให้ได้มากที่สุดรวมไปถึงต้นไม้ด้วย ถ้าเราขึ้นยูเอฟโอที่ชมวิวได้ 360 องศาหรือชิงช้าสวรรค์จะได้เห็นพื้นที่สีเขียวที่เต็มไปด้วยความร่าเริงของสวนสนุกซึ่งหาดูยากในเมืองใหญ่ ส่วนบรรยากาศวินเทจ ถ้าคิดไม่ออกว่าเป็นยังไง ลองคิดว่าเราได้เข้าไปอยู่ในโลกของหนังเรื่อง Always Sunset on the Third Street ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1958 ตอนโตเกียวทาวเวอร์กำลังจะสร้างเสร็จ เราสามารถเดินสำรวจวิถีชีวิตชาวบ้านในย่านที่อยู่อาศัยบนถนนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คน อันเป็นที่มาของความอบอุ่นที่จับใจ  ความวินเทจก็ลงดีเทลมาก เช่น เมนูอาหาร ราคาสินค้าอาหารต่างๆ ปรับให้เข้ากับยุคนั้นทั้งหมด (เราเลยต้องแลกธนบัตรที่น่ารักสุดใจ) มีขนมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนอย่าง shiberia […]

Hannari Cafe de Kyoto คาเฟ่ชาเขียวจากเกียวโต ที่ช่วยเยียวยาใจคนอยากไปญี่ปุ่น

‘คิดถึงญี่ปุ่น’ เราเชื่อว่าคนไทยหัวใจญี่ปุ่นต้องมีความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หรือแม้แต่คนที่มีแพลนจะไปญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2020 จนตอนนี้แล้วก็ยังทำได้เพียงเที่ยวญี่ปุ่นออนไลน์แบบเหงาๆ กันต่อไป ถ้ามีอะไรที่พอจะทำให้เยียวยาใจและคลายความคิดถึงญี่ปุ่นได้บ้าง ก็คงจะเป็นอาหารและบรรยากาศในไทยที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปญี่ปุ่นสักพัก เราจึงอยากชวนไปรู้จักกับ Hannari Cafe de Kyoto คาเฟ่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อกลางปี 2021 ที่ผ่านมา คาเฟ่ที่นำเอาชาเขียวจากเมืองอุจิ เกียวโต มาสร้างสรรค์เป็นเมนูขนมและของหวานอย่างหลากหลาย และยังมีเมนูคิสสะเต็นที่เป็นเมนูคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นเรโทรยุค 80 อีกด้วย ทำให้เราได้สัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ใจกลางทองหล่อ ร้านตั้งอยู่ใกล้ๆ กับดองกิ มอลล์ ทองหล่อ นี่เอง อิมพอร์ตความญี่ปุ่นจากเกียวโตสู่กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้นที่เดินทางไปญี่ปุ่นไม่ได้ในช่วงนี้ แต่บริษัท เอช.ไอ.เอส. ทัวร์ส์ (HIS Tours) หนึ่งในบริษัทท่องเที่ยวชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการด้านการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็เช่นกันที่อดพาทุกคนไปญี่ปุ่นในช่วงที่โควิด-19 ระบาด จึงได้เปิด Hannari Cafe de Kyoto ขึ้นมาเพื่อเป็นที่พักใจของคนที่คิดถึงบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่น หรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังติดใจที่นี่เช่นกัน เพราะเมื่อเข้ามาในร้านเราจะได้พบกับแม่บ้านญี่ปุ่นแวะเวียนมานั่งทานขนมหวานช่วงบ่ายกันเรื่อยๆ คำว่า ฮันนาริ (はんなり) เป็นภาษาท้องถิ่นของเกียวโต มีความหมายว่า “งดงาม” “สวยงาม” […]

BOOK AND BED TOKYO โฮสเทลฮิตที่ตอบโจทย์ทั้งการนอน การอ่าน และการทำงานนอกบ้าน

BOOK AND BED TOKYO เป็นโฮสเทลที่มีแนวคิดว่า ทุกคนสามารถดื่มด่ำกับหนังสือจำนวนกว่า 4,000 เล่มที่จัดเก็บในห้องหนังสือขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ได้นอนหลับพักผ่อนบนเตียงสบายๆ เป็นแหล่งพบปะกันของเหล่าหนอนหนังสือ และยังได้จิบเครื่องดื่มจากคาเฟ่ในที่พักระหว่างการอ่านหนังสือหรือทำงานได้อย่างรื่นรมย์ ทำให้โฮสเทลที่เต็มไปด้วยสิ่งพิมพ์มากมายแห่งนี้ เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือในช่วงพักจากการทำงาน อย่างในสาขาชินจูกุ ก็มีชั้นหนังสือเรียงกันเป็นแถวๆ และมีเตียงซ้อนกัน ยิ่งไปกว่านั้น ที่พักสำหรับยอดนักอ่านดังกล่าว ยังเหมาะสมกับคนทำงานแบบ Telework ซึ่งทำงานอยู่ที่ไหนบนโลกก็ได้เสียด้วย ที่พักเจ้าไอเดียนี้ มีจำนวนเตียงทั้งหมด 55 เตียง แบ่งพื้นที่อ่านหนังสือด้วยผ้าม่าน ซึ่งมีให้เลือกทั้งในรูปแบบห้องเดี่ยวและห้องคู่ พร้อมวิวแสงสีช่วงตอนกลางคืนของย่าน Kabukicho ในชินจูกุ ทั้งนี้ยังมีห้องอาบน้ำ และห้องสุขาส่วนกลางที่แยกตามเพศไว้ให้บริการด้วย  จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ BOOK AND BED TOKYO ถูกมองว่าเป็นร้านหนังสือที่ผู้คนมาพักค้างคืนได้ อย่างที่สาขาชินจูกุ ผู้ใช้บริการจะได้รับประสบการณ์การนอนข้างชั้นวางหนังสือประมาณ 2,500 เล่ม ซึ่งมีประเภทและสไตล์ที่หลากหลาย ตั้งแต่นวนิยาย มังงะ สมุดภาพ และตำราปรัชญา แม้ว่าจะไม่มีการจัดจำหน่ายหนังสือ แต่บรรดาแขกก็สามารถหยิบมันมาอ่านได้เท่าที่ใจต้องการ ซึ่งโฮสเทลนี้ไม่ได้มีแค่เตียงนอนรองรับคนมาทำงานรูปแบบระยะไกลเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่มีผู้คนจำนวนมากมาใช้สอยด้วย ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นจำนวนถึง 70 […]

1 2 3 4 5

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.