CITY

ถนนกทม. ดีพอให้เป็นทางรอด เมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือยัง ?

‘ถนน’ มีไว้ทำอะไร ? เเน่นอนว่าคำตอบของคนส่วนใหญ่คือมีไว้ให้รถวิ่งผ่านไปผ่านมา แต่จริงๆ แล้วหน้าที่หลักของถนน คือ การเคลื่อนย้ายสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งหนึ่งให้ถึงจุดหมายที่ไม่ใช่เเค่รถวิ่งเท่านั้น เเต่ยังทำหน้าที่เป็นเส้นทางอพยพคนไปยังจุดปลอดภัยอีกด้วย โดยเฉพาะในสถานการณ์อันตรายในเมือง อย่างเหตุการณ์ก่อการร้าย น้ำท่วม ไฟไหม้ เหตุปะทะในการชุมนุม หรือเเม้กระทั่งวันหนึ่งหากเกิดซอมบี้บุกเมือง ถนนก็คือทางรอดสุดท้ายที่จะพาคนหนีรอดได้

| พลังของถนน เมื่อทุกเส้นสามัคคีกัน

ถนนจะช่วยเคลื่อนย้ายคนไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อออกแบบให้เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ เพราะปกติถนนแบ่งหน้าที่เป็น 3 ลำดับคือ
– ถนนหลัก พี่ใหญ่ที่วิ่งเชื่อมเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง
– ถนนรอง พี่คนกลางที่เป็นตัวประสานเส้นหลักเเละเส้นย่อยมาเจอกัน
– ถนนย่อย น้องคนเล็กที่วิ่งเชื่อมในย่านให้มาเจอกับถนนรอง
อย่างถนนสุขุมวิทในบ้านเรา ที่เป็นเส้นหลักผ่านย่านต่างๆ อย่างถนนทองหล่อและถนนเอกมัยที่เป็นเส้นรอง และภายในย่านนั้นๆ ประกอบไปด้วยซอยย่อยๆ เช่น ซอยเอกมัย 4 และซอยทองหล่อ 10 

หาก 3 เส้นนี้เชื่อมเป็นโครงข่ายเดียวกัน จะช่วยทำให้ทุกคนเข้าถึงพื้นที่เมืองได้สะดวก สามารถต่อยอดการค้าขาย การพบปะเจอกันในสังคม รวมทั้งเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ ถนนก็เป็นตัวช่วยสำคัญในการเคลื่อนย้ายผู้คนไปยังเส้นทางอื่นๆ ได้รวดเร็ว เพราะถ้าถนนไม่ได้สร้างให้เชื่อมต่อกัน หากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ต้องรีบออกจากพื้นที่ คนก็จะวิ่งไปกระจุกตัวที่เส้นใดเส้นหนึ่งเป็นจำนวนมาก ทำให้เคลื่อนย้ายคนลำบาก หรือเลวร้ายสุดคือไม่สามารถหนีออกจากเส้นเดิมที่เกิดปัญหาได้ เพราะไม่มีถนนเชื่อมไปยังจุดหมายอื่นได้ทันท่วงที

‘ถนน’ มีไว้ทำอะไร ? เเน่นอนว่าคำตอบของคนส่วนใหญ่คือมีไว้ให้รถวิ่งผ่านไปผ่านมา แต่จริงๆ แล้วหน้าที่หลักของถนน คือ การเคลื่อนย้ายสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งหนึ่งให้ถึงจุดหมายที่ไม่ใช่เเค่รถวิ่งเท่านั้น เเต่ยังทำหน้าที่เป็นเส้นทางอพยพคนไปยังจุดปลอดภัยอีกด้วย โดยเฉพาะในสถานการณ์อันตรายในเมือง อย่างเหตุการณ์ก่อการร้าย น้ำท่วม ไฟไหม้ เหตุปะทะในการชุมนุม หรือเเม้กระทั่งวันหนึ่งหากเกิดซอมบี้บุกเมือง ถนนก็คือทางรอดสุดท้ายที่จะพาคนหนีรอดได้
| จุดรวมกันเราอยู่ แยกกันอยู่เราตาย

ถนนเมื่อวิ่งมาตัดกัน บางเส้นก็จะรวมตัวเป็นแยกจัตุรัสต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ไว้นัดเจอกัน เพราะเป็นจุดพบเห็นได้ง่ายในระยะไกล อย่างลานหน้าหอศิลป์ฯ BACC ตรงสี่เเยกถนนพญาไท หากเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างไฟไหม้ พื้นที่เเยกจัตุรัสเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนหน้าที่เป็นจุดรวมพล ที่ทุกคนสามารถวิ่งไปตามถนนรองเเละย่อยจากเส้นใกล้ตัวมารวมตัวกัน ซึ่งจะทำให้จัดการความช่วยเหลือได้ง่ายกว่าการปล่อยคนวิ่งกระจายตัวออกไปอย่างไร้ทิศทาง 

หรือถ้าเป็นในพื้นที่ชุมชน จุดรวมพลอาจจะอยู่ในสถานที่สาธารณะ อย่างสถานีขนส่ง โรงเรียน โรงพยาบาล หรือวัด พื้นที่ที่ง่ายในการอพยพคนจำนวนมาก เพราะมีเเหล่งอาหาร น้ำ เเละการรักษาพยาบาลพื้นฐานรองรับไว้ โดยถนนก็ควรจะเป็นตัวกลางในการเคลื่อนย้ายคนไปยังสถานที่ให้เข้าถึงได้ง่าย ทั้งรถวิ่งเเละทางเท้าที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง รวมถึงไฟส่องสว่างที่เป็นตัวนำทางให้คนอพยพได้เร็วขึ้น

| ถ้าถนนดี ชีวิตจะไม่สะดุดล้มพื้นตายตั้งเเต่เริ่ม

หากมองถนนในกรุงเทพฯ ถึงเเม้ว่าจะมีซอยเล็กซอยน้อยมากมาย ที่สามารถเป็นเส้นทางลัดเชื่อมไปเส้นทางอื่นได้ แต่ก็มีปริมาณน้อยในการใช้งาน เพราะภาพรวมถนนในกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่ประมาณ 1,600 ตารางกิโลเมตร มีประชากรกว่า 10 ล้านคน เเต่กลับมีค่าสัดส่วนพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองเเค่ 7% เท่านั้น ซึ่งค่าสัดส่วนถนนขั้นต่ำที่เหมาะสมคือ 20-25 % ยิ่งไปกว่านั้นถนนในกรุงเทพฯ ยังเป็นลักษณะซอยตันมากกว่า 45% (ข้อมูลจาก UDDC ศูนย์ออกแบบเเละพัฒนาเมืองปี พ.ศ. 2019) รวมไปถึงอุปสรรคทางเท้าที่หลายคนปวดใจ อย่างฟุตพาทไม่เรียบเนี้ยบ และสิ่งกีดขวางบนทางเท้า เช่น หลุม เสาไฟ หรือถังขยะ เชื่อว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เราอาจจะตกม้าตายตั้งเเต่ขณะวิ่งหนีก็เป็นได้

เมื่อเห็นข้อมูลถนนกรุงเทพฯ เเล้ว ทำให้เห็นปัญหาเมืองในปัจจุบัน ที่ยังไม่สามารถรองรับสถานการณ์อันตรายได้หากเกิดเหตุฉุกเฉินในกรุงเทพฯ ด้วยระบบถนนที่ไม่ได้เชื่อมต่อกัน รวมถึงปัญหาทางเท้าที่จะกลายเป็นอุปสรรคลูกใหญ่ หากต้องอพยพคนอย่างเร่งรีบ รวมไปถึงทางระบายน้ำ ไฟฟ้า การขนส่งรถสาธารณะ หรือโรงพยาบาล ที่ยังติดขัดไม่พร้อมใช้งานได้ทันท่วงที ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์ในการใช้ชีวิตแทบทั้งหมดในการเอาตัวรอดหากวันหนึ่งเจอเหตุการณ์อันตรายในเมือง

ดังนั้นรัฐบาลควรดูเเล พร้อมออกแบบเมืองและถนนให้มีศักยภาพ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงการใช้งานได้โดยง่าย ถึงเเม้ว่าบ้านเรายังไม่เกิดเหตุการณ์รุนเเรงมากเท่าประเทศอื่น แต่คงเป็นเรื่องดีกว่าถ้าบ้านเราให้ความสำคัญในการสร้างโครงสร้างเมืองที่เเข็งเเรง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างไม่มีวันกลับมา


SOURCES:

รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา | https://1th.me/hbPAt
Baania | https://1th.me/21FGl 
Good Walk Thailand | https://1th.me/wUFfX 

Contributor

จารุจรรย์ ลาภพานิช

Writer

เด็กสถาปัตย์ชอบเรื่องเมือง รักการขีดเขียนใส่กระดาษ แถมยังมีน้องมะม่วงในหัวใจ

จิรายุ โพธิ์ไหม

Graphic Designer

หายใจเข้าเป็นเกม หายใจออกเป็นหนัง วาดรูปเป็นงานอดิเรก เสพเรื่องลึกลับแต่ไม่งมงาย