ทริปแนะนำสำหรับคนชอบนั่งเรือ และปั่นจักรยานชมวิวข้างทาง

ผ่านปีใหม่มาครึ่งเดือนแล้ว ใครได้ลองทำอะไรใหม่ๆ อย่างที่ตั้งใจไว้บ้างหรือยัง ถ้ายัง เรามีกิจกรรมมาให้คนชอบสำรวจเมืองทำ นั่นคือ การนั่งเรือคลองแสนแสบไปจนสุดสายที่วัดศรีบุญเรือง แล้วปั่นจักรยานชมวิวบนทางเดินเลียบคลองแสนแสบ ได้ทั้งเดินทางทางน้ำและทางบกในเส้นทางเดิม มองเห็นรายละเอียดของชุมชนระหว่างทางในยามเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า เนื่องจากปีนี้เราตั้ง New Year’s Resolution กับตัวเองว่าจะพยายามใช้ขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น ทั้งเพื่อเดินทางและท่องเที่ยว พอเพื่อนมาชวนนั่งเรือคลองแสนแสบจนสุดสายก็เลยไม่พลาดที่จะตอบตกลง ยิ่งในช่วงอากาศเย็นๆ ก็ยิ่งเหมาะแก่การออกจากบ้านไปสำรวจเมือง เราเริ่มต้นกันที่ท่าเรือสะพานหัวช้างซึ่งเป็นจุดนัดพบ เพราะต้องการเดินดูทางเลียบคลองแสนแสบบริเวณนี้ที่กำลังทำหลังคาและติดไฟฟ้าพลังงานโซลาร์เซลล์ก่อน จากนั้นก็นั่งเรือยาวๆ ไปยังท่าเรือวัดศรีบุญเรืองที่เป็นจุดหมายปลายทางสุดสายเดินเรือ ข้อดีของการเดินทางด้วยเรือคลองแสนแสบคือ กำหนดระยะเวลาการเดินทางที่แน่นอนได้ สะดวก และรวดเร็ว แถมราคายังย่อมเยา อย่างเราจ่ายไปแค่คนละ 22 บาทเท่านั้น ทั้งๆ ที่ใช้เวลานั่งเรือเกือบชั่วโมง แต่ข้อเสียคือ มลภาวะทางกลิ่นและเสียงที่เกิดจากเครื่องยนต์ของเรือ การนั่งฟังเสียงดังในระดับนี้ไปตลอดทางทำให้วิงเวียน เมาเรือ และเพลียไม่น้อย ถ้าเรือหันมาปรับโมเดลเป็นพลังงานไฟฟ้าได้น่าจะดีต่อผู้ใช้งาน บ้านเรือนระหว่างทาง และสิ่งแวดล้อม พอเดินทางไปถึงท่าเรือวัดศรีบุญเรืองก็จะเห็นอู่เรือที่มีเรือจอดเรียงรายมากมาย ด้วยความที่ไปถึงเย็นไปหน่อยทำให้เราไม่มีเวลาสำรวจนัก เพราะจะต้องเดินย้อนกลับมาบางกะปิ เช่าจักรยาน Bike Sharing ปั่นตามเส้นทางเลียบคลองแสนแสบที่ตอนนี้เชื่อมยาวไปจนถึงแถวอโศกแล้ว ที่จริงมีทำใจล่วงหน้าว่าต้องมีช่วงยกจักรยานข้ามสิ่งกีดขวางหรือปั่นได้ไม่ราบรื่นบ้างแน่ๆ แต่ปรากฏว่ามีเพียงจุดเดียวเท่านั้นที่เรากับเพื่อนต้องยกจักรยานเพราะสะพานเชื่อมสูงเกินกว่าจะจูงจักรยานขึ้นคนเดียวได้ เนื่องจากจักรยานของ Bike Sharing ไม่ได้เบาขนาดนั้น รวมถึงสรีระของเรากับความสูงของจักรยานและสะพานไม่ได้สอดคล้องกัน […]

ซอกแซกแสวงหาความวิเศษของชาจีนแบบดั้งเดิมย่านเยาวราช

“อย่าลืมนะครับ คุณจะมีใจเป็นสุขในระหว่างทางที่กำลังสำรวจชาตัวโปรด หรือตัวที่คุณคิดว่าคุณอาจจะโปรดมัน คุณจะวินิจฉัย พินิจพิเคราะห์ ด้วยตา ด้วยจมูก ด้วยลิ้น ด้วยคอ ด้วยทุกผัสสะของร่างกาย ด้วยสมองขบคิด ด้วยจิตวิญญาณ คุณจะดื่มชาตัวเดิมนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า เดี๋ยวอร่อยเดี๋ยวกร่อย เห็นความแตกต่างของชาตัวเดิมในทุกน้ำและทุกชุดต่างไร่ที่เก็บเกี่ยว แต่คุณก็จะยังชงดื่มต่อไปอย่างสนุกและใคร่รู้ เพื่อหาเหตุผลสนับสนุนว่าคุณโปรดมันเข้าแล้วจริงๆ “กระทั่งเมื่อไปถึงปลายทาง นอกจากคำตอบที่ว่าคุณโปรดชาตัวนั้นหรือไม่ คุณจะพบความเกษมศานต์ผาสุกที่สุดยิ่งกว่า เป็นสุขอันสมบูรณ์เหนือสุขใดๆ นั่นคือคุณได้รู้แล้วว่าตลอดเส้นทางที่คุณเดินผ่านมานั้น…คุณล้วนเป็นสุข” นี่คือคำสอนของปรมาจารย์ชาถังตู้เซิง จากนวนิยาย ‘ผู้แสวงชา’ ฉันไม่ใช่คนที่เขาพูดด้วย เป็นเพียงแค่บุคคลที่สามซึ่งล่องหนอยู่ในบทสนทนานั้น แต่คำบอกนั้นได้ซึมลึกลงไปถึงหัวใจ การชงชาจะทำให้เราเป็นสุขปานนั้นได้เชียวหรือ ฉันอยากจะพิสูจน์ อยากจะเป็นสุขจากชาดูบ้าง สิ้นความคิดท้าทายนั้น ตัวฉันก็รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนตู้รถไฟสายหนึ่ง ตู้รถไฟค่อยๆ ชะลอจอด ฉันเขยิบไปต่อแถวลงตู้ขบวนที่อึงคะนึงด้วยภาษาไทยหลายสำเนียง ได้กลิ่นเชื้อเพลิง สนิมเหล็ก กลิ่นอับของผ้าผสมเหงื่อเปรี้ยว เสื้อผ้าหน้าตาไม่คุ้นเคย ดูเก่าแก่เหมือนรูปถ่ายโปสต์การ์ดหรือหนังสารคดีมากกว่าจะเป็นความจริง สองเท้าขยับได้ทีละครึ่งก้าว พอลงจากรถไฟมาแล้ว แต่ละคนถือกระเป๋าหูหิ้วคนละใบสองใบ บ้างถือชะลอมผลไม้ ตะกร้าอาหารสดแห้ง ต่างคนต่างเดินตรงไปยังทางออกเดียวกัน ฉันเดินตามคนเหล่านั้นไปด้วยตัวเปล่าๆ ไม่มีสัมภาระ เมื่อกระหม่อมได้รับแสงแดดยามบ่าย ดวงตาก็ได้หยีมองตัวอักษรหน้าบันของอาคารโดมแบบฝรั่งว่า ‘สถานีรถไฟกรุงเทพ’ รถนานาชนิดจอดหน้าสถานี ทั้งรถยนต์รับจ้าง สามล้อถีบ […]

teamLab Biovortex Kyotoทำความรู้จัก teamLab แห่งใหม่ ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นส่วนผสมระหว่างศิลปะสมัยใหม่ในเมืองหลวงเก่า

เราชอบประโยคหนึ่งของทีมงาน teamLab เป็นพิเศษ ที่เล่าให้เราฟังถึงไอเดียการสร้างงานศิลปะด้วย ‘ผู้เข้าชม’ ไม่ว่าจะดอกไม้ แสงไฟ หรืออะไรก็ตามแต่ ล้วนเกิดขึ้นตามเส้นทางการเดิน สัมผัส หรืออยู่ร่วมกับมัน โดยเฉพาะในยุคนี้ บางครั้งผู้คนเอาแต่แก่งแย่งหาพื้นที่ที่จะชมงานศิลปะที่ดีที่สุด ลองจินตนาการง่ายๆ ถึงภาพของกรอบรูปบานหนึ่งบนผนังที่มีคนแห่แหนกันเข้าชมจนต้องชะเง้อมอง เกาะไหล่กันบ้าง เขย่งเท้าบ้าง จนหลายคนก็ยอมแพ้และตัดสินใจเดินออกไป แต่ทาง teamLab กลับเชื่อว่างานศิลปะที่ดีต้องมีคนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ ความเชื่อนั้นกลายเป็นจุดกำเนิดของหลากหลายผลงานที่ teamLab Biovortex Kyoto ได้สรรค์สร้างขึ้นมาจากความต้องการให้คนได้ใช้เวลากับพื้นที่ ความสวยงาม งานศิลปะ และเต็มอิ่มกับมันได้โดยไม่รู้สึกถึงการแย่งกันชมอะไรบางอย่างเพียงชิ้นเดียว และนั่นคงเป็นความหมายของคำว่า Immersive ที่แท้จริง เป็นครั้งที่อนันต์กับการมาเยือนเกียวโตตั้งแต่เล็กจนโต การท่องเที่ยวญี่ปุ่นในแต่ละช่วงเวลา อายุ หรือปีนั้นช่างแตกต่างกันสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทุกปีที่ประเทศนี้มีสถานที่หรือพื้นที่ใหม่ๆ ให้ได้สำรวจเรื่อยมา และครั้งนี้เรามาเยือน teamLab Biovortex Kyoto พิพิธภัณฑ์ใหม่แกะกล่องที่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดย teamLab แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีเกียวโต เขตมินามิ บนตึกทรงเหลี่ยมสูงสี่ชั้น ในพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร teamLab แห่งนี้ตั้งขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสถานีเกียวโต […]

‘Perfection’ สำรวจความไม่สมบูรณ์แบบและแปลกแยก เมื่อชีวิตชาว Digital Nomad ไม่ได้สวยงามอย่างภาพในอุดมคติ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราสังเกตเห็นว่ามีชาวต่างชาตินั่งทำงานในคาเฟ่หรือ Co-working Space โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมืองเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ Digital Nomad ที่คนหันมาทำงานออนไลน์จากประเทศที่ไม่ใช่ประเทศบ้านเกิดมากขึ้น โดยพวกเขามักเลือกเดินทางไปยังประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำเมื่อเทียบกับรายได้ มีสาธารณูปโภคที่ดี และสัญญาณอินเทอร์เน็ตรวดเร็ว เพื่อจะได้มีอิสระในการท่องเที่ยว และใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการได้ คนกลุ่มนี้แตกต่างจากคนที่ย้ายประเทศไปเรียนต่อหรือทำงานประจำ เพราะพวกเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักคนท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ ทำให้หลายๆ ครั้งพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงวัฒนธรรมของประเทศที่ไปอาศัยอยู่ จนเกิดเป็นความรู้สึกแปลกแยก ไม่เป็นส่วนหนึ่งกับพื้นที่ ฟังดูเป็นประเด็นที่ไม่ได้ไกลตัวมากสักเท่าไหร่ แต่เรากลับไม่เคยคำนึงถึง จนได้อ่านหนังสือเรื่อง ‘Perfection’ โดย Vincenzo Latronico นวนิยายเรื่องแรกที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษของนักเขียนชาวอิตาเลียนคนนี้ และได้รับคัดเลือกให้เข้าชิงรางวัล The International Booker Prize 2025 แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ประเด็นหลักของ Perfection แต่เราคิดว่านี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจและร่วมสมัยมากทีเดียว โดยเฉพาะการสำรวจแง่มุมความรู้สึกไม่มั่นคงของการไม่มีที่ตั้งหลักปักฐานที่แน่นอน และความรู้สึกแปลกแยกจากสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ของคนกลุ่ม Digital Nomad ซึ่งยังไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก Perfection เล่าถึงแอนนาและทอม คู่รักนักออกแบบวัยหนุ่มสาวที่ย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตในฝันที่กรุงเบอร์ลิน อาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ทั้งเฟอร์นิเจอร์จากเดนมาร์ก ต้นไม้ประดับราคาแพง และคอลเลกชันแผ่นเสียงหายาก มีเวลาในการทำงานที่ยืดหยุ่น ได้ทำงานที่ใช้ความสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างไปกับการทำอาหาร ร่วมงานเปิดตัวแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย และปาร์ตี้มากมายที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ‘The […]

ลองเชื่อมต่อตัวเองกับสิ่งแวดล้อม พักจิตใจ ไล่ความเครียดได้แม้อยู่ในเมือง ด้วย ‘Ecotherapy’ การบำบัดด้วยธรรมชาติ

ในแต่ละวันที่เราใช้ชีวิตในเมืองอยู่กับความเร่งรีบ ความกดดันในการทำงานและการใช้ชีวิต จนก่อให้เกิดความเครียดสะสม วิธีการที่ช่วยลดภาวะลบๆ นี้ได้คือ ให้วางมือจากความเครียดทั้งหลายแล้วออกไปใช้เวลากับธรรมชาติ เพื่อให้สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าออกไป แต่การออกไปใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติที่ว่านั้นไม่จำเป็นต้องถึงขนาดไปเดินเขา เข้าป่า หรือนอนดูดาว แค่ใช้พื้นที่แถวบ้านหรือไปสวนสาธารณะใกล้ๆ ก็เพียงพอแล้ว โดยใช้การบำบัดง่ายๆ อย่าง ‘Ecotherapy’ หรือการบำบัดด้วยธรรมชาติมาเยียวยาจิตใจ เชื่อมต่อตัวเองกับธรรมชาติช่วยเพิ่มพลังเชิงบวก หลักการของ Ecotherapy เชื่อว่า มนุษย์และธรรมชาติมีความเชื่อมโยงและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน โดย Ecotherapy ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้มนุษย์และธรรมชาติกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง เพื่อที่เราจะหันกลับมาโฟกัสและสำรวจตัวเองไปพร้อมๆ กับการสำรวจธรรมชาติ ละทิ้งความเครียด ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ดีขึ้น Ecotherapy ไม่ได้หยิบเอาธรรมชาติมาใช้เยียวยาเป็นหลัก แต่ใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูและเยียวยาจิตใจมากกว่า มีการศึกษาหนึ่งที่แบ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีความเหนื่อยล้าทางจิตใจให้ไปใช้เวลาในกิจกรรมที่แตกต่างกัน ได้แก่ การเดินในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ การเดินในเขตเมือง และนั่งอ่านนิตยสารพร้อมกับฟังเพลง ผลปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เดินในเขตอนุรักษ์ธรรมชาตินั้นมีอารมณ์เชิงบวกที่มากกว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ หรืออีกหนึ่งการศึกษาของ Roger Ulrich นักวิจัยด้านจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมที่พบว่า ผู้ป่วยที่กำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดหัวใจนั้นมีความวิตกกังวลจากการรักษาลดลง รวมถึงพึ่งพายาแก้ปวดน้อยลงหลังจากที่ใช้เวลาไปกับการดูภาพต้นไม้และสายน้ำ กิจกรรมที่ใช้ธรรมชาติมาช่วยบำบัดจิตใจ เมื่อพูดถึงการบำบัดในเชิงธรรมชาติ เราอาจนึกถึงการใช้เวลาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมสีเขียว แต่ในความจริงแล้ว Ecotherapy เป็นการเยียวยาที่ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ตามคำแนะนำของนักจิตบำบัด ที่ทำได้ในรูปแบบรายบุคคลและกลุ่ม ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ยกตัวอย่าง – […]

ทริปเที่ยวแบบกรีนๆ ที่เกาะลันตา พื้นที่ท่องเที่ยวแบบยั่งยืน การันตีด้วยรางวัล Green Destinations Top 100 Stories

การท่องเที่ยวในประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของแหล่งธรรมชาติ จนดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาเยือนได้อย่างยาวนาน ทว่าความงดงามจะอยู่กับเราไปได้อีกนานแค่ไหนกัน ด้วยเหตุนี้ ในหลายพื้นที่ที่เริ่มตระหนักถึงความยั่งยืนจึงเริ่มมีการจัดการระบบนิเวศที่ดีควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว หนึ่งในนั้นคือ ‘หมู่เกาะลันตา’ จังหวัดกระบี่ ที่มองเห็นโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวของพื้นที่ โดยที่ยังสามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ซึ่งไม่ใช่แค่สร้างความตระหนักรู้ให้ชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในเกาะแห่งนี้ด้วย ความตั้งใจนี้เองส่งผลให้เกาะลันตาได้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัล ‘Green Destinations Top 100 Stories 2025’ โดยองค์กร Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมอบให้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เน้นเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของชุมชนในกระบวนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว นับเป็นโอกาสดีที่ ‘การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)’ ชวนเราเดินทางไปยังจังหวัดกระบี่ เพื่อพาไปสัมผัสการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในหมู่เกาะลันตาว่าเป็นอย่างไร ทำไมถึงคว้ารางวัลระดับโลกนี้มาได้ ซึ่งเราก็ไม่พลาดนำบันทึกการเดินทางนี้มาฝากทุกคนด้วย ส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ทะเล ด้วยโครงการคืนบ้านให้ปูเสฉวน จุดประสงค์หลักของการไปเกาะลันตาของเราในครั้งนี้คือ การไปรู้จัก ‘คืนบ้านให้ปูเสฉวน’ โครงการเล็กๆ ที่ทำให้เกาะลันตาได้รับรางวัล Green Destinations Top 100 Stories 2025 โครงการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2563 จากการที่นักท่องเที่ยวได้โพสต์ภาพปูเสฉวนในขวดแก้วหรือขยะทะเลลงบนโซเชียลมีเดีย ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงปัญหาขยะทะเลที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้เกิดความสับสนในการหาเกราะป้องกันตัวเอง […]

7 พื้นที่สาธารณะ ใน 7 เมืองเพื่อเด็กผู้หญิง ออกแบบตามการใช้งาน ครอบคลุมความต้องการ สร้างความรู้สึกปลอดภัย ไม่เกิดบรรยากาศแบ่งแยก

พื้นที่สาธารณะที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงควรเป็นอย่างไร การจะหาคำตอบนี้ได้ดีที่สุดคือการถามพวกเธอโดยตรง Make Space for Girls (MSFG) คือองค์กรการกุศลในเมืองลอนดอน ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์ในการรณรงค์การออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ครอบคลุมความต้องการของผู้หญิงมากขึ้น หลังจากพบว่าพื้นที่สาธารณะหลายแห่งออกแบบโดยอิงการใช้งานของผู้ชายเป็นหลัก ทำให้พวกเธอรู้สึกเหมือนถูกกีดกันออกจากการใช้งานสวนและพื้นที่สาธารณะ Urban Creature ขอหยิบเอา 7 พื้นที่สาธารณะใน 7 เมือง ที่ดำเนินงานโดยองค์กรนี้ และออกแบบพื้นที่จากการสอบถามความต้องการของเด็กผู้หญิงโดยตรงมารวบรวมไว้ให้ทุกคนดูกัน เพื่อทำความเข้าใจมุมมองที่ผู้หญิงมีต่อพื้นที่สาธารณะในท้องถิ่น และอุปสรรคที่เผชิญ รวมถึงเห็นความสำคัญของการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบเมืองที่อยู่อาศัย ปรับพื้นที่ เพิ่มแสงสว่าง ขยายทางเข้า-ออก เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสวนสาธารณะ Einsiedler Park ในกรุงเวียนนา มีที่มาจากนโยบายที่ให้ความสำคัญเรื่องเพศมากกว่าเมื่อครั้งอดีต หลังจากพบว่าจัตุรัสเล็กๆ ที่มีรั้วล้อมรอบแห่งนี้ถูกวิจารณ์ว่า แม้จะเป็นพื้นที่สาธารณะแต่กลับถูกจับจองโดยกลุ่มเด็กผู้ชายเป็นหลัก นำมาสู่การดำเนินกระบวนการปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญ ทั้งกับเด็กผู้หญิงเองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ อย่างตระหนักรู้ถึงปัญหาความเท่าเทียม จนเกิดเป็นสวนสาธารณะเดิมที่เพิ่มเติมเรื่องการเปิดพื้นที่ให้เด็กผู้หญิงเข้าไปใช้งานได้โดยไม่รู้สึกถูกกีดกัน การเพิ่มเติมที่ว่าคือ การเพิ่มแสงสว่างบริเวณทางเดินทั่วทั้งสวน ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำกิจกรรมเล่นเกมเพื่อให้เด็กผู้หญิงรู้สึกปลอดภัยที่จะเข้าไปใช้งาน แบ่งพื้นที่เป็นโซนย่อย พร้อมทางเข้า-ออกที่กว้างขึ้น อีกทั้งยังติดตั้งเก้าอี้และม้านั่งในสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กเล็กมากขึ้น เพื่อให้มีที่นั่งพักสำหรับผู้ปกครองที่มาเฝ้าเด็กๆ ในระหว่างเล่นภายในสนาม ออกแบบโครงสร้าง ดึงคนออกมาทำกิจกรรมเมือง เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในย่านเบรเดง ชานเมืองของสตอกโฮล์ม มีสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านการออกแบบพื้นที่เพื่อเด็กสาววัยรุ่นโดยเฉพาะ เนื่องจากต้องการแก้ไขปัญหาอัตราการเข้าร่วมกิจกรรมเมืองของกลุ่มเด็กสาววัยรุ่นที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก […]

Congestion Fee นโยบายค่าธรรมเนียมรถติด ความหวังที่จะช่วยลดรถยนต์บนท้องถนน

“อยู่กรุงเทพฯ ออกจากบ้านช้ากว่าปกติสิบนาที ชีวิตเปลี่ยน” เสียงบ่นอื้ออึงของเหล่าคนกรุงที่ต้องขับรถออกมาทำงานในเช้าวันจันทร์ โดยเฉพาะในย่านรถติดเป็นประจำอย่างอโศก เพชรบุรี ลาดพร้าว และอีกหลากหลายเส้นทาง ถึงขนาดเป็นหัวข้อประจำปีที่คนในโลกอินเทอร์เน็ตออกมาแชร์กันว่า แต่ละคนต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงกว่าจะถึงที่ทำงาน และเคยรถติดอยู่บนท้องถนนกันนานที่สุดเป็นเวลาเท่าใด ซึ่งหลายคนอาจรู้กันดีว่า กรุงเทพฯ นั้นเป็นที่เลื่องลือเรื่องรถติด และยังคว้าตำแหน่งอันดับ 2 ของเมืองที่รถติดที่สุดในโลก จาก TomTom Traffic Index อีกด้วย คอลัมน์ Curiocity อยากชวนมาดูโมเดลของต่างประเทศ ผสมกับความพยายามของรัฐบาลไทยที่พูดถึงการแก้ปัญหารถติด ด้วยนโยบายการเก็บค่าธรรมเนียมรถติดในเขตเมืองกัน ชงนโยบายแก้รถติดด้วยค่าธรรมเนียม นโยบายนี้พูดถึงการเก็บค่าธรรมเนียมบนถนน 6 เส้นทางที่การจราจรคับคั่ง หรือเรียกง่ายๆ ว่ารถติดมาก ได้แก่ 1. ทางแยกเพชรบุรี-ทองหล่อ (ช่วงถนนเพชรบุรี และทองหล่อ)2. ทางแยกสีลม-นราธิวาส (ช่วงถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และถนนสีลม)3. ทางแยกสาทร-นราธิวาส (ช่วงถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และถนนสาทร)4. ทางแยกปทุมวัน (ช่วงถนนพญาไท และถนนพระรามที่ 1)5. ทางแยกราชประสงค์ (ช่วงถนนราชดำริ ถนนพระรามที่ 1 และถนนเพลินจิต)6. ทางแยกประตูน้ำ (ช่วงถนนราชดำริ […]

ทริปลงเรือล่องคลอง  มองดูธรรมชาติ เก็บกวาดขยะ ศึกษาวิถีชีวิตในคลองฝั่งธนฯ

ในอดีต ‘ธนบุรี’ เป็นเมืองหลวงที่มีแม่น้ำล้อมรอบ และมีเส้นทางน้ำเชื่อมเข้ากับคลองหลักคลองย่อยต่างๆ ที่กระจายตัวไปทั่วพื้นที่ ทำให้ชีวิตคนเมืองในสมัยก่อนผูกพันกับน้ำมาก ทั้งจากการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ หรือการค้าขายที่ใช้เส้นทางน้ำเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าก็ตาม ปัจจุบันหลายพื้นที่มีถนนเข้ามาแทนที่ เส้นทางน้ำสายเล็กๆ บางแห่งเปลี่ยนไปเป็นถนนลาดยาง แต่สองฝั่งคลองหลักที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยายังคงใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิม เพิ่มเติมคือกลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาสัมผัสวิถีชีวิตริมคลองที่แตกต่างจากฝั่งถนน ราวกับไม่ได้กำลังอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งไม่ใช่แค่บ้านเรือนและชีวิตผู้คนเท่านั้น แต่ธรรมชาติริมคลองเองก็ยังคงดำเนินไปไม่หยุดนิ่งคล้ายสายน้ำไหล แต่ด้วยวันเวลาที่เปลี่ยนไป คลองที่เคยสะอาด เป็นสนามเด็กเล่นให้เด็กๆ กระโจนเล่นน้ำอย่างเต็มที่ ปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยขยะที่ลอยตามน้ำมาทักทายคนที่สัญจรบนเรือแทน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ในสายตาของชาวต่างชาติที่มาล่องเรือท่องเที่ยว มากไปกว่านั้น ความสกปรกที่สะสมไปเรื่อยๆ ยังส่งผลต่อระบบนิเวศริมคลองและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอีกด้วย เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับแหล่งน้ำในเมืองตระหนักถึงความสำคัญและหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำคลอง ทาง Khaya coin Reward ร่วมมือกับ เรือไฟฟ้าสุขสำราญ Sun-powered Boat จัดกิจกรรมสำรวจขยะและสิ่งแวดล้อมในคลองฝั่งธนฯ Urban Creature จึงขอติดตามไปเป็นส่วนหนึ่งของทริปนี้ด้วย จะสนุกและได้ความรู้แค่ไหน ตามมาดูกัน สัมผัสชีวิตริมน้ำในคลองย่านฝั่งธนฯ ท่องเที่ยวแบบไม่รบกวนธรรมชาติ เราเริ่มต้นทริปกันที่ ‘ท่าตลาดพลู’ โชคดีว่าเป็นวันที่อากาศไม่ได้ร้อนมาก และไม่มีสัญญาณของฝน ทำให้กัปตันเรือ ‘ซัน-ศิระ ลีปิพัฒนวิทย์’ เจ้าของเรือไฟฟ้าสุขสำราญ พาเราแล่นผ่านคลองในเส้นทางคลองบางกอกใหญ่ คลองบางขุนเทียน และคลองอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกันได้อย่างไม่ต้องรีบร้อน จากท่าเรือสู่ลำคลอง […]

8 ผลงานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยจากเวที Creative Excellence Awards 2025 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

หลายงานสร้างสรรค์ในเมืองไม่ใช่แค่ช่วยพัฒนาย่านหรือชุมชนให้ดีกว่าเดิมเท่านั้น แต่หลายๆ ครั้งผลงานเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและต่อยอดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตขึ้น ด้วยการดึงดูดให้ผู้คนเกิดความสนใจ อยากทำความรู้จัก และเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ภายในพื้นที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้จัดงานประกาศรางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ 2568 หรือ Creative Excellence Awards 2025 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย โดยมีรางวัลทั้งหมด 3 หมวด ได้แก่  Creative City Awards : รางวัลเมืองหรือชุมชนสร้างสรรค์ที่มีการใช้วัฒนธรรม อัตลักษณ์ และสินทรัพย์ท้องถิ่น มาผสานกับแนวคิดสร้างสรรค์ Creative Business Awards : รางวัลสำหรับธุรกิจที่นำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าและผลักดันความยั่งยืนทั้งทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม Creative Social Impact Awards : รางวัลที่ยกย่องผลงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เช่น การส่งเสริมความเท่าเทียม สุขภาวะ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม คอลัมน์ Urban’s Pick ครั้งนี้ ได้คัดเลือก 8 […]

เดินเท้าสำรวจ ‘เมืองเก่า’ และ ‘บ้านท่าแร่’ สองชุมชนโบราณในเมืองสกลนคร ชมสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่สวยงามและมีคุณค่า

ไหนๆ เวลาไปต่างประเทศเรามักจะไม่ยั่น เดินเที่ยวกันได้ทั้งวัน งั้นลองมาเดินสำรวจเมืองเวลาไปเที่ยวตามย่านหรือจังหวัดต่างๆ ในบ้านเราบ้างดีไหม หากใครยังจำได้ Urban Creature เคยคุยถึงเรื่องการเดินท่องเที่ยวกับ ‘WABU’ แพลตฟอร์มที่อยากชวนคนเดินเท้าสำรวจเส้นทาง เพื่อสัมผัสความสวยงามของพื้นที่และวิถีชีวิตในจังหวัดต่างๆ โดย ‘พี่อ๋อย-พิมพิมล คงเกรียงไกร’ ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า กำลังจะมีเส้นทางใหม่ให้เรารอติดตาม หลังจากนั้นไม่นาน เส้นทางที่ว่าก็ปรากฏบนเว็บไซต์ gowabu.com ‘สกลนคร’ คือเส้นทางล่าสุดที่ WABU นำร่องสำรวจพื้นที่ พร้อมมาร์กจุดต่างๆ ที่น่าสนใจในเส้นทางการเดินเอาไว้ให้เหล่านักเดินทาง (เท้า) โดยที่นี่เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องผ้าย้อมคราม สถาปัตยกรรมเก่าแก่ และมีชุมชนคาทอลิกขนาดใหญ่ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ถูกรวมไว้ในเส้นทางเดินด้วย หลังจากที่สำรวจเส้นทางเรียบร้อยแล้ว WABU ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัด Walking Trip เล็กๆ และชวนเราออกไปร่วมเดินเส้นทางใหม่ล่าสุดนี้ด้วยกัน การไปสกลนครครั้งแรกของเราจึงเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ เดินเท้าชมสองเส้นทางในสกลนคร สำหรับเส้นทางการเดินในเมืองสกลนครนั้น WABU แยกเป็นสองเส้นทางที่อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรม หนึ่งคือ ย่านเมืองเก่าในตัวเมืองสกลนคร และสองคือ บ้านท่าแร่ ทั้งสองย่านนี้มีจุดเชื่อมโยงที่ใกล้เคียงกันอย่างการมีศาสนสถานและสถาปัตยกรรมโดดเด่นสวยงาม ส่งผลให้เราเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตชุมชนที่พบเจอในระหว่างการก้าวเดิน ‘เมืองเก่าสกลนคร’ ย่านโบราณที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตของคนหลายเชื้อชาติ เราเริ่มต้นเดินด้วยเส้นทางแรก ‘ย่านเมืองเก่า’ […]

ดานัง เมืองเวียดนามกลาง ที่มุ่งสู่เสือตัวที่ห้าจากเขตการค้าเสรีและความมุ่งมั่นออกแบบเมือง

เพียง 5 เดือนแรกของปี 2568 เมืองแห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวไปกว่า 4.6 ล้านคน และมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 37 เปอร์เซ็นต์ โดยมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นเมืองเพิ่งได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังเพียง 20 ปีหลังสงครามเวียดนาม แค่นี้คงพอจะทายกันได้แล้วว่า เมืองที่เรากำลังพูดถึงอยู่คือ ‘ดานัง’ เมืองขึ้นชื่อแห่งเวียดนามกลาง เมื่อช่วงหนึ่งถึงสองเดือนที่ผ่านมา หลายคนน่าจะได้ยินเกี่ยวกับข่าวการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของดานัง ที่นักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศบินลัดฟ้าไปเยี่ยมชม ‘Man-made Destination’ อย่างสะพานทองที่มีสองมือรองรับไว้ บานาฮิลล์ จุดเช็กอินยอดฮิตที่พาวาร์ปไปฝรั่งเศสไม่รู้ตัว หรือสะพานมังกร จุดชมแสงสีเสียงที่สวยตระการตา แต่ในอีกไม่ช้านครดานังจะผันตัวจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตกลายเป็นเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) ที่ไม่ใช่เพียงที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม แต่เวียดนามยังตั้งใจวางรากฐานและออกแบบเมืองให้เขตการค้าเสรีแห่งใหม่ของประเทศนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย วันนี้คอลัมน์ City in Focus ขอชวนบินลัดฟ้าไปสำรวจนครดานัง และการพัฒนาเมืองที่จะทำให้เมืองนี้เป็นมากกว่าเมืองท่องเที่ยวของเวียดนามกลาง ปรับเมืองให้พร้อมค้าขายอย่างเสรี อย่างแรกเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า เขตการค้าเสรีคืออะไร และทำไมเวียดนามถึงต้องมีเขตการค้าเสรี หากอธิบายอย่างง่ายที่สุด เขตการค้าเสรีดานัง (Da Nang Free Trade Zone) คือเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ต้องการส่งเสริมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ โดยยกเว้นภาษีนำเข้า-ส่งออก เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง […]

1 2 3 20

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.