เรื่องเล่ารายวิน 6 “ชีวิตที่ขาดเสียงเพลงไม่ได้ของวินมอ’ไซค์”

ผมเชื่อว่าทุกคนชอบฟังเพลง ผมก็ชอบฟัง สุขก็ฟังเพลงเศร้าก็ฟังเพลง มันปลอบประโลมและเยียวยาความรู้สึกของเราได้อย่างดีเยี่ยมกว่ายาไหนๆเลยทีเดียว เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆเลยนะที่โลกใบนี้ให้กำเนิดเสียงเพลงขึ้นมา ต้องขอบพระคุณผู้คิดค้น (ใครวะ) เป็นอย่างมากเลย มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้เป็นหนี้บุญคุณท่านนะครับ….

มาว่ากันถึงที่วินฯ มีชายคนนึงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ชายที่ขี่มอ’ไซค์ไปทางไหนคนที่คุ้นเคยก็จะรู้ทันทีว่าเป็นใครโดยที่ไม่ต้องกันไปมอง ชายคนที่ใส่เสื้อวินเบอร์ 66

แกจะเปิดเพลงฟังตลอดเวลาเลยนะไม่ว่าจะตอนรอผู้โดยสารหรือตอนที่มีผู้โดยสารซ้อนท้าย ด้วยลำโพงบลูทูธกับโทรศัพท์ที่มี Joox Application แค่นี้ก็ทำให้โลกของชายคนนี้มีแต่เสียงเพลงแล้วแหละ และเพลงที่แกเปิดก็จะเป็นสไตล์ลูกทุ่งบ้างหมอลำบ้างประมาณเนี้ย วันไหนอารมณ์ดีก็จัดหมอลำม่วนมาเลย หรือวันไหนอารมณ์เศร้าๆหน่อยแกก็จะมาแนวช้าๆเนิบๆเพลินๆ

ผมเจอแกบ่อยเวลาไปจอดรอผู้โดยสารตามหน้าโรงงานช่วงหัวค่ำ และเวลาเจอผมก็มักจะขอให้แกเปิดเพลง”ผัวเก่า”อยู่เป็นประจำ……”ผัวเก่าคนนี้ นั้นนน ทุกวันยังคึดฮอดเจ้าาาาา……” ฟังละก็ร้องตาม ไม่รู้ทำไมผมถึงชอบเพลงนี้นัก แต่จำได้ว่าช่วงชีวิตนึงตอนที่ออกทำงานต่างจัดหวัดบ่อยๆ เพลงนี้แม่งดังมาก ขนาดที่ว่าร้านเหล้าแนววัยรุ่นที่เชียงรายยังเปิด แค่นั้นไม่พอนะ วงดนตรีสดที่ขึ้นมาเล่นแม่งก็ยังเล่นเพลงนี้!! เออ..มันคงจะฝังหัวผมมาตั้งแต่บัดนั้นน่ะนะ…

อ่ะมาว่ากันถึงน้าเบอร์ 66 ต่อ แกเป็นชายที่อายุอานามน่าจะหลักสี่สิบกว่าๆแล้วแหละ นอกจากเสียงเพลงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแกแล้ว การแต่งตัวนี่ก็จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์ของแกอีกอย่างเลยก็ว่าได้ แกจะใส่กางเกงผ้ายืดเดฟๆหน่อยสีดำเสื้อแขนยาวแบบสุภาพรองเท้าคัทชูดำเมี่ยมและที่ขาดไม่ได้เลยคือ”ผ้าขาวม้า”ที่แพจะพันคือไว้ตลอดเวลา แกแต่งอย่างนี้ทุกวันซึ่งมันคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ค่อนข้างมีเสน่ห์นะ ผมเคยถามแกว่าทำไมน้าต้องฟังเพลงตลอดเวลาอะ? แกตอบเรียบๆว่า”ก็ฟังแล้วมันมีความสุข”แค่นั้นเอง….. เออจริง บางทีชีวิตมันก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่มันเยอะแยะหรอก แค่ทำในสิ่งที่ชอบมันก็มีความสุขแล้ว ขับรถช้าๆเปิดเพลงเพราะๆผู้โดยสารแฮปปี้คนขับแฮปปี้ ดีจะตายไปว่ามะ ทุกวันนี้เวลาเห็นแกขี่รถผ่านผมก็จะยกมือแล้วพยักหน้าให้หนึ่งทีเป็นการทักทายกัน แด่มิตรภาพและเสียงเพลง…..

เอ้อ!! มีอีกคนนึง คนนี้ยังเป็นวัยรุ่นอยู่อายุอานามคงไม่หนีจากผมสักเท่าไหร่ แต่ไม่ได้อยู่วินเดียวกับผมนะ เค้าอยู่วินอื่น แต่! เค้าจะมีเวลาเข้ามาขี่รถเล่นในอาณาเขตวินของผมทุกวัน ขับรถเล่นที่ผมว่าคือเปิดเครื่องเสียงเปิดเพลงเปิดไฟกะพริบระยิบระยับครบวงจรกันเลยทีเดียวเชียว!! คือมอ’ไซค์คันนี้ถูกดัดแปลงโดยเอาลำโพงและไฟ LED ต่างๆมาติดไว้ในรถเต็มไปหมด เรียกได้ว่าตรงไหนติดได้แม่งติดยับเลย แม้แต่ล้อก็ไม่เว้น 5555555 ตอนผมเข้าไปขี่วินฯใหม่ๆก็รู้สึกสงสัยนะว่ามันเข้ามาเปิดเพลงทำไมทุกวันวะ….แต่ตอนนี้เลิกสงสัยละ ไม่ได้ไปถามเอาคำตอบนะ แต่ด้วยความสม่ำเสมอที่เห็นแทบทุกวัน ความมานะของมันที่จะต้องเข้ามาเปิดเพลงโชว์พลังเสียงและไฟทำให้ผมได้คำตอบเฉกเช่นเดียวกับเบอร์ 66 ว่ามันคงเป็น”ความสุข”น่ะนะ แต่ขานี้เพลงที่เปิดจะออกไปแนวแดนซ์โจ๊ะๆประเภทเพลงของ Linkin Park ที่เอามาทำจังหวะใหม่เป็นสามช่าอย่างที่พวกรถบัสเทคมันชอบเปิดอะไรประมาณนั้น ซึ่งแม่งโคตรแมทช์กับไฟที่มันเปิดเลยนะ วิบวับๆโต๊ะๆตึงๆ เออว่ะ มันไปกันได้โว้ย

ซึ่งพอออกจากเขตของวินฯผมไป มันก็จะปิดไฟปิดเพลงเป็นมอไซค์ปกติเหมือนของคนอื่นทั้วไป และก็รับส่งผู้โดยสารเหมือนเดิม เคยมีอยู่ครั้งนึงผมเจอผู้โดยสารโบกกลางทาง ผมถามผู้โดยสารคนนั้นว่า”อ้าว ไม่มีวินผ่านมาเลยเหรอครับ?” เค้าตอบผมมาว่า”มีอยู่คันนึงค่ะ แต่เค้าไม่รับเปิดเพลงเปิดไฟลั่นไปเชียว!!”5555555 เอาเซ่!! เวลาแห่งความสุขใครก็ห้ามขัดว่างั้น ผมก็ได้แค่ยิ้มกับผู้โดยสารคนนั้นแล้วไปส่งเธอยังจุดหมายต่อไป....

ขออนุญาตอันเชิญส่วนนึงจากพระราชนิพนธ์แปลเรื่องเวนิสวาณิชในรัชกาลที่ 6 ว่า”ชนชาติใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” จากต้นฉบับ The Merchant of Venice ของกวีผู้ยิ่งใหญ่ William Shakespeare ผมได้ยินวรรคนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆซึ่งมันฝังอยู่ในซิลิบรัมฝั่งซ้ายของผมเสมอมาและเป็นจริงเสมอไป

มิใช่ว่าใครที่ไม่ชอบเสียงเพลงเป็นคนเลวนะ แต่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยต่างหากว่าเราหลงรักในเสียงเพลง

ไม่ว่าจะแนวใดก็ตามที….

Photo Credit
www.sicklines.com

 

Writer