WHAT'S UP

จีนเจอวิกฤตเสื้อผ้าล้นประเทศ 26 ล้านตัน ผลจากการผลิตที่เน้นปริมาณมากเกินไป

รู้หรือไม่ ทุกๆ ปีจีนจะทิ้งเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วกว่า 26 ล้านตัน และมีเพียงแค่ 1% ของเสื้อผ้าเหล่านั้นที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล

การเติบโตของธุรกิจและตลาดอีคอมเมิร์ซของจีน ทำให้ปัจจุบันการซื้อเสื้อผ้าเป็นเรื่องที่ง่ายเพียงแค่จรดปลายนิ้วลงบนโทรศัพท์ ทั้งยังมีราคาถูกกว่าเมื่อก่อนค่อนข้างมาก ส่งผลให้เมื่อปีที่แล้วจีนกลายเป็นตลาดแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐฯ ไปเรียบร้อย จากการผลิตเสื้อยืดมากกว่า 5 ล้านล้านตัวต่อปี

ปัจจุบันโลกมีปริมาณเสื้อผ้าที่ถูกส่งไปกองขยะถึง 12.8 ล้านตันต่อปี โดยอุตสาหกรรมแฟชั่นปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงประมาณ 1.2 พันล้านตันต่อปีหรือคิดเป็น 10% ของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก ซึ่งมากกว่าการผลิตคาร์บอนโดยเที่ยวบินและการขนส่งทางทะเลทั้งหมดรวมกัน

ปัญหาส่วนหนึ่ง มาจากการที่ธุรกิจค้าขายเสื้อผ้าใช้แล้วในจีนไม่ได้กำไรด้วยกฎหมาย อีกทั้งถือเป็นข้อห้ามด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัย แม้ปัจจุบันจีนจะมีถังไว้ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วตามเมืองต่างๆ รวมถึงให้องค์กรที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลรวบรวมและคัดแยกเสื้อผ้าที่อยู่ในสภาพ “ดีเยี่ยม” ไปบริจาค แต่ก็ไม่คุ้มค่าและไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร เพราะคนส่วนมากไม่นิยมเสื้อผ้ามือสอง เพราะเสื้อผ้า Fast Fashion ที่ผลิตออกมามากทำให้มีราคาถูก แต่กลับมีอายุการใช้งานได้ไม่นาน

ดังนั้นเมื่อคนในประเทศไม่ใส่ ทำให้จีนส่งเสื้อผ้าบางส่วนไปขายที่ประเทศกำลังพัฒนา เช่น เคนยา ซึ่งจีนเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดคิดเป็นประมาณ 30% และส่วนที่เหลือก็นำไปเผาทิ้งหรือฝังกลบต่อไป


Sources:
Bloomberg | https://bloom.bg/3ePRC26

Contributor

พัชรี บอนคำ

Writer

นักเขียนจากดินแดนที่ราบสูง ผู้มีชีวิตอยู่เพื่ออ่านหนังสือ ดูซีรีส์ ได้กินอาหารดีๆ และใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมีฟาร์มเห็ดเป็นของตัวเอง