The Goodcery ร้านโชห่วยของท้องถิ่นที่เชียงใหม่ - Urban Creature

ถึงคุณจะไม่ใช่คนที่เดินเข้าร้านขายของชำบ่อยๆ หรือเข้าไปทีก็ไม่ได้ใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ในร้านนานๆ แต่ถ้าได้รู้จัก ‘The Goodcery’ คุณอาจจะเปลี่ยนใจ

ไม่ใช่แค่เพราะร้านขายของชำเชียงใหม่ร้านนี้ออกแบบร้านให้ช้อปสนุก เห็นอะไรก็อยากกินอยากซื้อไปเสียหมด แต่ The Goodcery ทลายกรอบของร้านขายของชำเดิมๆ ไปแบบไม่เหลือเค้า

ตั้งแต่ชื่อร้าน The Goodcery ที่มาจากคำว่า Grocery Store หรือ ‘ร้านโชห่วย’ ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าห่วยในภาษาไทย ร้านจึงหยิบคำที่มีความหมายตรงข้ามคือ ‘ดี’ หรือ Good ที่พ้องเสียงกับคำว่า Goods (สินค้า) อีกทีมาตั้งเสียเลย

ถ้าถามว่าร้านมี ‘ดี’ อะไรบ้าง อย่างแรกคงเป็นสินค้าภายในร้านที่ไม่เหมือนกับร้านขายของชำร้านไหน เพราะ ‘น้ำตาล-ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร’ หนึ่งในหุ้นส่วนเลือกเองกับมือ โดยกำหนดเงื่อนไขไว้หลวมๆ ว่าจะต้องเป็นของโลคอลจากฝีมือชาวบ้านตัวเล็กๆ ในท้องถิ่น เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ที่สำคัญคือไม่ใช่สินค้าที่เราเห็นได้ตามห้างฯ ใหญ่

ดีอย่างที่สอง คงยกให้ไวบ์สของร้านที่ก้าวเข้ามาแล้วรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ในร้านขายของชำเลย แต่เป็นคาเฟ่ที่มีกาแฟ ขนมปัง อาหารพร้อมเสิร์ฟ แถมยังนั่งทำงานได้ตลอดทั้งวัน (ซึ่งเราทำแบบนั้นได้จริงๆ)

The Goodcery สร้าง ‘ดี’ เหล่านี้ได้อย่างไร เรานัดกับน้ำตาลเพื่อฟังเรื่องเล่าของเธอในยามที่แสงแดดยามสายอุ่นกำลังดี

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

ร้านชำที่อยากแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางอาหาร

เพราะเกิดและเติบโตในย่านช้างคลาน ครอบครัวเปิดร้านขายข้าวหมกและข้าวซอยท่ามกลางชุมชนมุสลิมที่มีความผสมผสานทางวัฒนธรรม น้ำตาลจึงคุ้นชินกับสีสันอันแตกต่างของผู้คน วิถีชีวิต ไปจนถึงเรื่องอาหาร

“การเติบโตท่ามกลางวัฒนธรรมแบบนี้ทำให้เราชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมานุษยวิทยา เรามองอาหารเป็นเรื่องของผู้คนและชาติพันธุ์ สนใจที่มาของอาหารแต่ละเมนู ซึ่งไม่ต้องเริ่มต้นที่ไหนไกล แต่เริ่มจากตัวเรานี่แหละว่าทำไมฉันได้กินข้าวหมกไก่สูตรนี้มาตั้งแต่เด็ก ทำไมแกงเนื้อบ้านฉันเรียกอุก แต่ที่อื่นเรียกอุ๊บ ทำไมบ้านฉันมีอาหารไม่เหมือนคนอื่น”

วิถีชีวิตรอบตัวก็ปัจจัยหนึ่ง อีกปัจจัยคือการออกเดินทางท่องเที่ยวไปหลายประเทศที่ทำให้เธอมองเห็นความสัมพันธ์ที่ผูกโยงกันระหว่างอาหารกับท้องถิ่น และยิ่งเข้าใจลึกซึ้งเมื่อได้ใส่หมวกผู้ประกอบการของ Wine Citizen บริษัทตัวแทนจำหน่ายไวน์ในภาคเหนือซึ่งทำมาแล้วเกือบ 10 ปี งานนี้สอนให้เธอจับคู่ไวน์กับเมนูอาหารคาแรกเตอร์หลากหลาย ได้เข้าใจการสื่อสารให้ตรงจุดขายของแต่ละร้านอาหาร และเข้าใจวัฒนธรรมกินดื่มของคนเชียงใหม่

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

ถึงอย่างนั้น เหตุผลที่ทำให้เธอและหุ้นส่วนอยากเปิดร้านขายของชำก็ไม่ใช่ที่กล่าวมาทั้งหมด แต่คือ ‘ความไม่เท่าเทียมทางอาหาร’ ที่เธอมองเห็นในบ้านเกิด

“สิ่งที่เราไม่ชอบที่สุดคือความไม่เท่าเทียม การทำให้มนุษย์ไม่เท่ากัน และการผูกขาด นั่นคือ Pain Point ที่มองเห็นมาตลอด” 

ในสายตาของน้ำตาล เชียงใหม่เคยเป็นเมืองที่รุ่มรวยด้วยความหลากหลายของอาหาร แต่พอถึงวันที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว มีเงินหมุนเวียนในเมืองเยอะขึ้น รายได้เหล่านั้นกลับตกไปอยู่ที่คนกลุ่มเดียว และปล่อยให้คนตัวเล็กๆ ในแวดวงอาหารถูกหลงลืมไป กลายเป็น ‘คนชายขอบทางอาหาร’ ในที่สุด

“หมุดหมายท่องเที่ยวเชียงใหม่มีไม่กี่ที่ ถ้าจะไปวัดต้องไปวัดนี้ กินข้าวซอยต้องไปกินร้านนี้ ถ้าจะกินวัตถุดิบท้องถิ่นต้องไปกิน Fine Dining แล้วความยั่งยืนในการท่องเที่ยวมันอยู่ตรงไหน เราเลยอยากให้คนชายขอบเหล่านี้กลับมาอยู่ในแสงบ้าง” นั่นคือจุดเริ่มต้นของคอนเซปต์ร้านขายของชำที่คัดสรรสินค้าของคนท้องถิ่นที่ถูกเบียดออกจากการกินกระแสหลักหรือหาซื้อไม่ได้ในสโตร์ใหญ่มาวางขาย

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

ร้านชำที่รวบรวมผลผลิตท้องถิ่นจากเหนือจรดใต้

ความน่ารักของ The Goodcery คือ สินค้าของที่นี่จะไม่ทับไลน์ร้านขายของชำของเพื่อนบ้านร้านอื่นๆ ในเชียงใหม่ เพราะแต่ละตัวล้วนเลือกมาจากสินค้าที่น้ำตาลกินดื่มแล้วประทับใจครั้งเมื่อได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย

ใช่แล้ว สินค้าของร้านไม่ได้จำกัดเฉพาะของกินของใช้จากคนเชียงใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลผลิตท้องถิ่นจากเหนือจรดใต้ เป็นไอเทมพิเศษที่เธอนิยามว่า ‘Taste of Local’

เธอเล่าว่า แม้เมนูอาหารบางอย่างในแต่ละท้องถิ่นจะดูคล้ายกัน แต่วัตถุดิบกับรสชาติของพวกเขาจะสร้างความแตกต่างให้จานนั้นๆ “คนใต้ไม่ได้กินมะม่วงกับน้ำปลาหวาน แต่กินกับมันกุ้ง ปลาน้ำจืดภาคกลางก็เนื้อแน่นไม่แพ้ปลาทะเล ซึ่งคนภาคกลางนิยมกินแทนปลาทะเลในช่วงมรสุม น้ำตาลโตนดจากสุโขทัยจะมีรสชาติต่างจากน้ำตาลโตนดของเพชรบุรี หรือเมล็ดข้าวจากภาคอีสานจะเรียว ในขณะที่ข้าวจากภาคเหนือจะมีเทกซ์เจอร์ที่หนึบหนับมากกว่า” เธอยกตัวอย่าง

ที่น่าสนใจคือ เชลฟ์ของ The Goodcery ไม่ได้จัดตามหมวดหมู่สินค้าเหมือนร้านของชำทั่วไป แต่จัดตามภูมิศาสตร์คือภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คนกินได้เข้าถึงรสชาติโลคอลจริงๆ มันยังช่วยสื่อสารความรู้ด้านอาหารที่ผูกโยงกับท้องถิ่นไปพร้อมกัน

“เราว่าเรื่องพวกนี้ทำให้เรากินแล้วอร่อยขึ้นนะ เราไม่อยากให้การกินอาหารเป็นเรื่องที่แค่กินให้ตัวเองอิ่ม แต่อยากให้เกิดสำนึกว่าการกินหนึ่งคำของเรามันสร้างองคาพยพของชีวิตอื่นๆ รอบตัวเรายังไง”

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่
ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

ร้านชำที่เชื่อมโยงกับความเป็นอยู่ของผู้คน

ตึก 4 ชั้น 3 คูหาของ The Goodcery เคยเป็นช็อปของร้านเอ็จวิทยุ ร้านวิทยุเก่าแก่ประจำย่านที่น้าของเธอเป็นเจ้าของที่ หลังจากร้านปิดตัวลงทิ้งให้ตึกร้างอยู่หลายปี เธอและหุ้นส่วนอย่าง ‘เต้-ปรีติ สุวรพงษ์’, ‘เน-ธัญวดี ธัญวรธรรม’, ‘กิ๊ก-วรธรรม ธงนำทรัพย์’ และ ‘ตอย-ชลทิศ เขื่อนแก้ว’ จึงขอเช่าที่นี่จากน้าแล้วช่วยกันรีโนเวต

ความตั้งใจของชาวแก๊งคือไม่อยากปรับเปลี่ยนโครงสร้างของตึก แต่ตกแต่งภายในด้วยวัสดุปูนเปลือยและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ตั้งไว้ห่างกันอย่างตั้งใจ เพราะอยากมอบบรรยากาศที่อบอุ่น สบายๆ นั่งแล้วไม่เกร็ง 

นอกจากนี้ ส่วนหน้าร้านซึ่งติดกับถนนช้างม่อยยังเลือกใช้ผนังกระจก เพื่อให้คนด้านในเห็นรถราและวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่ที่สัญจรไปมา จุดนี้น้ำตาลบอกว่ามาจากความชอบส่วนตัวของเธอเอง

“ตอนไปเมืองนอกเราชอบมองถนน ผู้คน และตึก มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเราที่ได้เห็นความเป็นอยู่ของผู้คน แล้วด้วยความเป็นเชียงใหม่ คุณจะได้เห็นรถแดง รถเหลือง และรถฟ้าขับผ่านไป ได้เห็นคนเฒ่าคนแก่เดินไปซื้อสังฆทาน เพราะตรงนี้ใกล้กาดหลวง มันเป็นจุดที่คนจะมาใช้ชีวิตกันเยอะ มันคือการมองความเคลื่อนไหวและความสวยงามของเมือง” หญิงสาวอธิบาย

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

ร้านชำที่อยากทำให้เชียงใหม่เป็นที่อยู่พอๆ กับที่เที่ยว

แดดอุ่นยามสายทอแสงผ่านกระจก เคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ตั้งกระจายในร้านให้เป็นสีทอง จมูกเราได้กลิ่นขนมปังอุ่นร้อนที่อบอวลในอากาศ ส่วนหูได้ยินเสียงเครื่องทำกาแฟดังคลอเบาๆ ไม่นานครัวซองต์ชิ้นหนากับอเมริกาโนแก้วโปรดก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

เราละเลียดรสชาติขนมปังสลับกับกาแฟ พลางฟังน้ำตาลเล่าต่อว่า เอาเข้าจริงแล้วเธอจะเรียกที่นี่ว่าเป็นร้านขายของชำก็ทำได้ไม่เต็มปาก เพราะจริงๆ คอนเซปต์ของ The Goodcery มาจากตลาด (Market) ในต่างประเทศที่ไปแล้วได้ทำกิจกรรมหลากหลาย

พ้นไปจากโซนขายสินค้าจากท้องถิ่นไทย ที่นี่ยังมีร้านกาแฟ Taste Cafe แบรนด์กาแฟขวัญใจคนเชียงใหม่ที่หนึ่งในหุ้นส่วนอย่างเต้เป็นเจ้าของ ร้านขนมปังที่แม่ของน้ำตาลอบเองกับมือทุกเช้า สุดท้ายคือเวิร์กสเปซสำหรับนั่งทำงานที่น้ำตาลยืนยันว่าต้องมี เพราะ Pain Point สำคัญอีกข้อของที่นี่คืออยากสร้างสเปซบางอย่างที่ทำให้เชียงใหม่เป็น ‘ที่อยู่’ พอๆ กับการเป็น ‘ที่เที่ยว’

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

“ถามว่าเชียงใหม่อยู่สบายไหม อยู่สบาย แต่มันยังไม่ตอบโจทย์คนทำงาน เราคิดว่าถ้าเราจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ เราจะทำยังไงได้บ้าง ก็คิดถึงการมีสเปซสำหรับคนทำงานที่มีที่นั่งเล่น ได้กลิ่นกาแฟ ถึงจะเป็นย่านนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน แต่คุณก็สามารถทำงาน คุยงาน หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ หรือถ้ามาเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกก็มากินข้าวได้”

‘ข้าว’ ที่น้ำตาลพูดถึงเสิร์ฟโดยร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ที่นี่เสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ที่น่าสนใจคือวัตถุดิบกว่า 80 เปอร์เซ็นต์มาจากสินค้าบนเชลฟ์ของ The Goodcery เอง 

“เราอยากเป็นฝ่ายซ้ายทางอาหาร อยากทำให้คนเห็นว่าแท้จริงแล้วการเข้าถึงวัตถุดิบท้องถิ่นไม่ได้เข้าถึงได้เฉพาะแค่ใน Fine Dining เท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงขนาดนั้น” เธอบอก และเล่าต่อว่าโมเดลนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากร้าน Eataly ในประเทศอิตาลี ที่ลูกค้าสามารถซื้อของแล้วกินข้าวในร้านได้เลย “เราไปที่นั่นแล้วชอบ รู้สึกว่าดีว่ะ นี่คือ Soft Power ของอาหารอิตาลีที่แท้ทรู”

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

และถึงจะไม่ใช่ Fine Dining หรูหรา แต่อาหารของ The Goodcery ก็เป็นเมนูที่หากินจากที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ แม้น้ำตาลจะนิยามว่ามันเป็น ‘อาหารง่ายๆ’ ในท้องถิ่นที่อาจถูกหลงลืมไปตามกาลเวลา

อย่างจานแรกที่เธอยกมาเสิร์ฟเราวันนี้คือ ‘ปาปาแซน้ำเงี้ยวเชียงราย’ เส้นปาปาแซเหนียวหนึบสไตล์จีนยูนนานที่เข้ากันดีกับรสชาติน้ำเงี้ยวเผ็ดจัดจ้านสไตล์เจียงฮาย ไหนจะมี ‘แกงเนื้อมุสลิม’ รสชาติกลมกล่อมที่ตุ๋นเนื้อมาได้เปื่อยจนแทบละลายในปาก

ส่วนใครที่ไม่กินเนื้อ เราขอแนะนำ ‘สามชั้นผัดกะปิเกาะลิบง’ ที่รวมรสหวาน เค็ม กลิ่นเคยหอมๆ และหมูสามชั้นนุ่มๆ มาไว้ในจานเดียวกันได้อย่างลงตัว รวมถึงจานสุดท้ายที่เราได้ลองวันนี้ นั่นคือ ‘แกงคั่วไก่’ ซึ่งใช้ไก่เบรสจากภาคอีสานเนื้อเหนียวหนึบมาคลุกเคล้ากับพริกแกงตำเอง กินกับข้าวแล้วฟินเหมือนได้ขึ้นสวรรค์

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่
ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

นอกจากโซนอินดอร์ที่เป็นสเปซสุด Cozy ฝั่งหลังร้านยังเก๋ไก๋ไม่แพ้ด้านหน้า เพราะจัดเป็นสเปซเอาต์ดอร์ในบรรยากาศแบบสวนเซนอันสงบเงียบ ให้ลูกค้ามานั่งกินข้าว ดื่มไวน์ แฮงเอาต์กับเพื่อนได้แบบชิลๆ 

มากกว่านั้น พื้นที่โล่งกว้างด้านหลังยังถูกใช้เป็นลานจัดกิจกรรมที่น่าสนใจในโอกาสพิเศษ เช่น การตั้งวงเสวนาว่าด้วยการสื่อสารเรื่องอาหาร ซึ่งที่ผ่านมาก็มีอาจารย์และนักเขียนชื่อดังหลายคนมาเป็นส่วนหนึ่งของวงสนทนา เช่น ศ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา และอนุสรณ์ ติปยานนท์

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

ร้านชำที่อยากซัปพอร์ตชีวิตคนในพื้นที่ และขับเคลื่อนชุมชน

ในอนาคต น้ำตาลและหุ้นส่วนยังวางแผนจะขยับขยายเชลฟ์ในร้านให้ครอบคลุม ‘รสชาติ’ ในระดับทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“จริงๆ เราไม่ชอบพูดว่าจะขายแค่ของไทย ไม่ได้อยากชาตินิยม เพราะเรามองว่าการขีดเส้นแผนที่มันจำกัดการกินเกินไป เรามองว่าพรมแดนไม่มีความสำคัญเลย พรมแดนไม่มีอำนาจอะไรนอกจากการเป็นแค่คำพูดหนึ่งคำเท่านั้น และใน Southeast Asia มันมีมิติของรสชาติอีกเยอะมากที่รอให้เราไปสำรวจ” หญิงสาวเล่าด้วยตาเป็นประกาย

“แล้วสำหรับคนเชียงใหม่ การมีสเปซแบบ The Goodcery ช่วยขับเคลื่อนเมืองของพวกเขาได้อย่างไร” เราโยนคำถาม

“ตอบแบบโรแมนติกเลยคือมันช่วยซัปพอร์ตคนเชียงใหม่ให้มีพื้นที่ใช้ชีวิตเพิ่ม ได้กินอาหารที่ดี เพลิดเพลินกับกาแฟ ได้จิบไวน์ ได้คุณภาพชีวิตที่ดี 

ร้านขายของชำ The Goodcery เชียงใหม่

“แต่ถ้ามองในเชิงเศรษฐศาสตร์ เรามองว่า The Goodcery สร้างกลไกตลาดให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น คำว่าตลาดที่เป็นธรรมจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนเชียงใหม่ด้วย แต่มันหมายความรวมถึงการใช้จ่ายของคนเชียงใหม่ที่จะช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชนอื่นๆ อีกสามร้อยกว่าชุมชนที่เราเอาสินค้าเขามา นี่เป็นการช่วยสร้างการหมุนเวียนในชุมชนของพวกเขา และถ้าเขามีเงินมากพอเขาก็จะสนับสนุนกลับมาให้แต่ละชุมชนในเชียงใหม่เอง

“เราเชื่อในการสนับสนุนระหว่างชุมชนว่ามันจะช่วยให้เกิดจุลภาคเล็กๆ ที่หมุนเวียนกัน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในแต่ละชุมชนต่อไป กระจายรายได้ให้แต่ละครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย

“ในขณะเดียวกัน เราในฐานะตลาดและผู้ผลิตก็ได้จ้างงานคนเชียงใหม่ ส่งเสริมให้ Supply Chain อยู่ได้ และในระยะยาวเราก็อยากให้มันเป็นสเปซที่มีสุนทรียะ ผู้คนมาเจอกันแล้วมีช่วงเวลาที่รีแลกซ์ร่วมกัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพวกเขา”


The Goodcery
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 22.00 น.
พิกัด : 71 ถนนราชวงศ์ ตำบลช้างม่อย เทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
แผนที่ : goo.gl/maps/co3gNKS1fhCHvTRw8
ช่องทางติดต่อ : facebook.com/thegoodcery

Writer

Photographer

Graphic Designer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.