โบกแล้วไม่รับ ต้องส่งรถ เติมแก๊ส รถติดหน่อยก็ไม่ไป จนต้องถามว่า 

“พี่จะไปไหน หนูขอติดรถไปด้วย”

เหตุการณ์เหล่านี้ คงเป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับแท็กซี่จนชินชา และวันนี้เรามีเหตุต้องไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง อย่างที่รู้กันใครจะไปสนามบิน ต้องเตรียมตัวอย่างน้อยครึ่งค่อนวัน ไหนจะรถติด เช็คอิน โหลดกระเป๋า ช่วงเย็นๆ ใกล้เลิกงานยิ่งแล้ว การจะเรียกแท็กซี่สักคันคงไม่ใช่เรื่องง่าย

เวลาแบบนี้ แอปฯ เรียกแท็กซี่น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด แผนที่โชว์ว่าแท็กซี่ที่จะมารับอยู่ถัดไปไม่กี่ซอย ด้วยความที่รถติดแทบไม่ขยับ ไอเราก็เกือบจะเปลี่ยนใจลากกระเป๋ามาโบกแท็กซี่เอาข้างหน้า แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า 

“แท็กซี่ฝ่ารถติดมาหาขนาดนี้ จะปฏิเสธลงจริงดิ ?”

ในที่สุดแท็กซี่ของเราก็มาถึง คุณลุงคนขับรีบลงจากรถอ้อมมายกกระเป๋าขึ้นรถให้ แท็กซี่ลุงค่อยๆ คลานฝ่าดงรถติด กว่าจะพ้นท้ายซอยเอกมัยก็เกือบชั่วโมง เรากลบความเงียบด้วยประโยคคลาสสิก

“รถติดเนอะ”

ในใจก็คิดว่าลุงแท็กซี่ต้องบ่นแน่ล่ะ

“รถติด แท็กซี่ก็เยอะขึ้นๆ ไม่มีการควบคุม ถามเขาก็ว่ามีกฏระเบียบอยู่นะ แต่ทางปฏิบัติมันไม่มี เศรษฐกิจมันไม่ค่อยดี คนก็มาขับกันเยอะ กลางคืนนี่เยอะมาก”

“รายได้ดีหรอ ทำไมคนขับแท็กซี่กันเยอะจัง”

“อาชีพแท็กซี่มันเป็นอาชีพที่ไม่ต้องปรึกษาใคร แค่เรามีเงินค่าเช่า ไม่มีใบขับขี่สาธารณะก็ขับได้ หมายถึงพวกที่มาขับกลางคืนฉาบฉวยน่ะนะ ทำอย่างอื่นแล้วก็มาขับแท็กซี่เป็นรายได้เสริม อาชีพนี้ก็มีคนหลากหลาย คนปลดเกษียณเขาก็มาขับกัน”

“รถติดมากๆ เคยอารมณ์เสียบ้างไหม”

“รถติดเราก็ต้องปรับตัว เข้าใจสภาพที่เป็นอยู่ ฟึดฟัดไปก็ไร้ประโยชน์ กระทบกระทั่งผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยเปล่าๆ เราจะอารมณ์เสียก็ต่อเมื่อเราปวดท้องขี้ จังหวะนั้นไม่อยากคุยกับใครเลยนะ เราอยากจะไปส่งให้เรียบร้อย แล้วก็ไปทำธุระของเราสบายๆ ไง แต่มันไม่ไหวอ่ะ ขนตั้งเลยนะ เซ็งมากต้องขอผู้โดยสารว่า ถ้าเจอปั๊มขอแวะแป๊บนึง เวลารถติดเลยไม่อยากกินน้ำเยอะ แต่ร่างกายเรามันเตือนของมันเอง ไม่กินน้ำก็ร้อนในปากพองอีก

ขับแท็กซี่เนี่ยถ้าเราดูแลตัวเองไม่ดี ตายเอาง่ายๆ นะ แท็กซี่ส่วนใหญ่ติดแก๊ส อย่าคิดว่ามันจะไม่รั่วเข้ามาในรถนะ อาจจะมากน้อยแล้วแต่สภาพรถ ทั้งมลพิษ หรือแม้แต่อากาศที่เรารู้สึกเย็นๆ ถ้าขับไปฝ่าแดดจะเห็นเลยว่าฝุ่นเยอะมาก แล้วแท็กซี่ต้องอยู่หน้าพวงมาลัยแบบนี้ 10 กว่าชั่วโมง พวกเครื่องดื่มชูกำลังแท็กซี่ก็กินกันเยอะมาก เพื่อจะได้มีแรงหาเงิน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีก็ตะบี้ตะบันเข้าไป พักผ่อนก็ไม่พอ การกินส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารที่เวฟกินเร็วๆ ง่ายๆ ทุกอย่างล้วนส่งผลในระยะไม่ยาวด้วยซ้ำกับชีวิต ร้านสะดวกซื้อเนี่ยสะดวกสบายก็จริง แต่ก็ตายสบายเหมือนกัน”

“เจอรถติดทุกวันเนี่ย คิดว่าแก้ได้ไหม” 

อย่างรถเนี่ยมีกี่ค่ายล่ะ ผลิตกันกระหน่ำ สังเกตดูเมื่อก่อน 4-5 ปีถึงจะออกรุ่นนึง แต่ตอนนี้หัวปีท้ายปี เผลอๆ กลางปีออก ประมาณว่ารถไฟฟ้าจะมาใน 5 ปียอดตกแน่เลยเร่งขายกันใหญ่ มีที่ไหนดาวน์ 0% บ้านเราก็ไม่ได้ควบคุมอะไร บางทีรับชาวต่างชาติก็รู้สึกอายนะ ไฮเวย์ๆ ขึ้นปุ๊บติดเลย ดีนะถ้าเขาพูดไทยได้คงบอกว่า นี่หรือไฮเวย์เมืองไทย”

“อันดับแรกต้องมองเรื่องคอร์รัปชัน ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่อประชาชนจริงๆ รถติดแก้ได้นะ “

ว่าแล้วลุงก็หันมาถาม

“ตกลงเราจะขึ้นโทรลเวย์ใช่ไหม งั้นลองดูเนอะ เป็นไงเป็นกัน”

จ่ายค่าทางด่วนเรียบร้อย เราก็ถามถึงข้อที่ข้องใจมานาน

“ทำไมแท็กซี่บางคัน ถึงชอบปฏิเสธผู้โดยสาร” 

“โดยส่วนใหญ่รถเช่าเขาจะไม่วิ่งเส้นที่รถติด มันได้ไม่คุ้ม เพราะเขามีเวลาวิ่งแค่ 12 ชั่วโมง ไหนจะจอดล้าง เติมลมก็เสียเวลาไป 2-3 ชั่วโมงแล้ว เหลือเวลาวิ่งแค่ 8-9 ชั่วโมง เขาก็คิดว่าไปทำรอบเยอะๆ เอาดีกว่า เมื่อก่อนขับแท็กซี่ตกชั่วโมงละ 100 แต่ตอนนี้มันกลายเป็น 2 ชั่วโมงกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเราตีรถเปล่าไม่มีผู้โดยสาร แล้วอยู่ในดงรถติดสักชั่วโมงนึง เป็นอะไรที่มหันต์แล้ว แต่การตีรถเปล่าเนี่ย คุณไปหวังน้ำบ่อหน้ามันยากนะ ถ้ารับได้ก็รับไปเถอะ เพราะเวลามันก็เดินของมันไปเรื่อย ผมเลยแก้ปัญหามาใช้แกร๊บนี่แหละ”

“ลุงเป็นคนกรุงเทพฯ ไหม”

“ผมคนต่างจังหวัด กลับไปอยู่บ้านก็คงแก่ ไม่มีแรงแล้ว ตอนนี้ผมอายุ 55 แต่อายุคงไม่จำกัดหรอก อยู่ที่แรงและหูตาเรายังไหวไหม เป็นห่วงอนาคตตัวเองเหมือนกันว่าเราจะอยู่ยังไง แต่บางทีคิดมากไปมันก็บั่นทอน เมื่อก่อนเคยทำงานบริษัท แล้วก็ออกมาขายก๋วยเตี๋ยวในกรุงเทพฯ ชีวิตก็ดิ้นรนอยู่ที่นี่ซะส่วนใหญ่ ทำอยู่ 2-3 เดือนไปไม่รอดก็ขายทิ้ง อะไรก็ไม่มี เงินก็ร่อยหรอไปเรื่อยๆ พอจะทำอะไรได้จับโน่นจับนี่ไปเรื่อย ในที่สุดก็มีญาติคนหนึ่งเขาขับแท็กซี่เลยมาชวนผม แรกๆ ก็สนุกดีถือว่าไปเที่ยว ขับแท็กซี่มาน่าจะ 12-13 ปีแล้วนะ”

“ขับรถทุกวันมาสิบกว่าปี ไม่เบื่อหรอ”

“เกินจะเบื่อ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว เวลาผู้โดยสารเรียกไปไหนมาไหน รถติดมากน้อยเราก็ไม่อยากใส่ใจ เราอยู่เหนือจุดนั้นไปแล้ว ไปไหนก็ไปไม่เคยปฏิเสธ ยกเว้นจะไม่เปิดไฟว่างไปเลย จริงๆ รถติดก็ไม่มีปัญหาหรอก คิดง่ายๆ ถึงเวลาค่อยว่ากัน หลายคนเขาก็ทุกข์กับรถติดนะ ไม่ได้มีแค่เรา อาจจะเดือดร้อนกว่าเราด้วยซ้ำ ต้องรีบไปหาลูกไม่สบาย น้ำรั่วเพดานบ้านพัง หรือบางทีเจอรถสปอร์ตติดอยู่ข้างกัน บึ้มๆๆ เปลืองน้ำมันกว่าเราอีก”

“แล้วขับแท็กซี่มีความสุขไหม”

“ความสุขของแท็กซี่คือรับส่งผู้โดยสารให้ถึงที่หมายรวดเร็วและปลอดภัย เราจะได้ไปรับคนอื่นต่อ (หัวเราะ) กรุงเทพฯ ที่ผมขับรถอยู่ทุกวันเนี่ย เดี๋ยวรถติดเดี๋ยวรถว่าง แต่มันมีความสุขนะ สมมติรถติดหนักๆ เราเป็นทุกข์ใช่ไหม พอเจอทางโล่งหน่อย โหแค่นี้จิ๊บจ๊อยมากเลย บางทีถนนโล่งๆ มันไปเรื่อยๆ ของมัน ไม่รู้ความสุขอยู่ตรงไหน ในชีวิตที่เราท้อกับอะไร แสดงว่าเรายังไปไม่ถึง คนเราถ้าคิดจะมีความสุข อยู่ยังไงก็สุขได้

“ตังค์หายร้อยนึง โมโหไปก็ไม่ได้คืน สู้เราหาเหตุผลว่า เอ้อ ! ไม่เป็นไรหาเอาใหม่ก็ได้ คิดอะไรไม่ออก แวะกินข้าวก่อนเริ่มต้นใหม่”

“ทำไมลุงมองโลกในแง่ดีจัง”

“ผมเคยให้กำลังใจคนตกงานนะ โหจะเป็นจะตาย ผมบอกไม่ต้องห่วงหรอก คนเราไม่มีทางอดตาย อยู่แบบไหนก็ปรับตัวได้หมดแหละ แม้ว่าเราจะบ่นว่า เศรษฐกิจไม่ดีของแพง คนเราส่วนใหญ่จะขี้กังวล สมมติเรายืนอยู่จุดนี้มองไม่เห็น รอบด้านเราก็มองไม่เห็น นั่นแปลว่าเราไม่กล้าหาทางออก อย่าลืมว่าชีวิตเรานี่ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด จะล้มหรือลุก คุณมีแต่ได้กับได้ แม้แต่ซื้อลอตเตอรี่ไม่ถูก คุณยังได้เลย แต่คือได้ในทางที่เสีย เพราะถ้าคุณไม่ซื้อก็ไม่มีทางรู้ว่าจะถูกหรือเปล่า ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นกับเราคือสิ่งที่เราได้หมดแหละ อยู่ที่ว่าเราต้องหาประโยชน์จากสิ่งนั้น”

“คนกล้าได้กล้าเสีย มีพลังกว่าคนที่ไม่กล้าเดินไปไหน ถ้าย่ำอยู่กับที่คุณก็หยุดอยู่แค่ตรงนั้น ในขณะที่อีกคนล้มไปแล้วแต่อย่างน้อยเขาก็ได้รู้”

“เคยคิดไหมว่าตอนแก่ชีวิตจะเป็นยังไง”

“ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่นี้หรอก กว่าจะตายเนี่ยมันมีอีกเยอะที่ต้องเรียนรู้ คนเราต่างยุคต่างสมัยก็ไม่เหมือนกัน เราเกิดยุคโน้นเคยรู้มาแล้ว แต่บางทีมาใช้กับยุคนี้ไม่ได้ แท็กซี่เนี่ยมันเป็นห้องเรียนห้องหนึ่งเลยนะ เพราะเราคุยกับผู้โดยสารก็เรียนรู้ได้ทั้งนั้นแหละ อย่างน้อยก็ถามไปไหนครับ ไปดอนเมืองจะไปเกาหลี สิ่งที่ผมยังไม่รู้มีอีกเยอะแยะไปหมด”

เราถึงที่หมายแบบกะเวลาไว้พอดี ก่อนลงจากรถลุงย้ำอีกรอบว่าอย่าลืมทิ้งสัมภาระอะไรไว้ แล้วก็อวยพรให้เดินทางปลอดภัย

เกือบ 2 ชั่วโมงบนแท็กซี่ ปกติเราคงรู้สึกว่าเสียเวลา แต่ช่วงเวลารถติดก็มีแง่มุมดีๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน ซึ่งมันเปลี่ยนมุมมองเราที่เคยมีกับแท็กซี่ คนแปลกหน้า และปัญหารถติดในกรุงเทพฯ อย่างที่ลุงบอกว่า

“ชีวิตเรามีแต่ได้ อยู่ที่เรามอง”

Content Writer : Angkhana N.
Graphic Designer : Sasicha H.

Facebook Comments
Benz
Social Addict ที่สนใจสไตล์จากตัวตนมากกว่าแฟชั่นตามกระแส อินสไปเรชั่นส่วนใหญ่ได้จากหนัง เพลง และงานศิลปะ ชอบชีวิตในเมืองพอๆกับเที่ยวธรรมชาติ