ความสัมพันธ์และอำนาจภายใต้เถ้าถ่านความรักใน ‘WALTZ เต้นรำในวอดวาย’

ทำไมเขาไม่รักฉัน ทำไมความสัมพันธ์ของเราจึงเปลี่ยนแปลงไป เหตุใดถึงคบใครไม่ได้นาน ทำไมโสด พอมีคนเข้ามาก็ไม่ถูกใจ ทำไมเธอคบเผื่อเลือก นอกใจเป็นเรื่องควบคุมได้หรือเปล่า ชู้รักคือหอกแหลมคมหรือหยาดน้ำวาบหวาม แล้วอะไรบันดาลให้สองคนอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ระยะยาวไม่น่าเบื่อเกินทน  เพราะอะไรจึงต่างสร้างบาดแผลให้กันทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ทำไมผู้เป็นพ่อมีอำนาจเหนือทุกคนในบ้าน ทำไมจึงใช้ความรุนแรง ความรักเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ และหรือสถาบันย่อยอย่างครอบครัวบ่มเพาะปูดปมลึกร้าวเพียงใดในการสร้างคนออกสู่สังคม แล้วสังคมล่ะ-โครงสร้างของมันกดทับอะไรบ้างในความสัมพันธ์ คำถามทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงคำถามที่คิดออกอย่างฉับพลัน ซึ่งเชื่อว่าหากได้ลองนั่งคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับปัญหาในแง่มุมต่างๆ ของความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เราคงได้คำถามชนิดที่ไม่หวาดไม่ไหวจะนับ นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่พาผมเดินทางมาพบ เติร์ก-บริษฎ์ พงศ์วัชร์ ผู้เขียนหนังสือรวมเรื่องสั้น WALTZ เต้นรำในวอดวาย ผลงานจากสำนักพิมพ์ที่ประกาศกร้าวยืนหนึ่งเรื่องความสัมพันธ์ P.S. Publishing เริ่มบรรเลง หนึ่งในสิ่งซึ่งชวนแปลกใจ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ คือต่อให้ผ่านความเจ็บร้าวปวดแปลบมากเพียงใด ก่อกำแพงในใจสูงลิ่วแค่ไหน เมื่อแผลสดสมานกลายเป็นแผลเป็น ไม่มากก็น้อย แนวโน้มที่คนเราจะสร้างความสัมพันธ์แบบหนึ่งแบบใดขึ้นใหม่ก็ยังไม่เท่ากับศูนย์ WALTZ เต้นรำในวอดวาย จะพาผู้อ่านไปสำรวจฟลอร์ของเรื่องราวความสัมพันธ์ ที่แก่นแกนอาจกล่าวได้ว่ามักเคลือบหวานที่ท่อนแรกเริ่ม แต่ซ่อนขมตรมที่ปลายเพลง นิยามของบ้านภายในจิตใจ และการเผาไหม้ใครสักคนจนวายวอดในขณะที่บทเพลงเต้นรำบรรเลงถึงโน้ตตัวสุดท้าย  จริงอยู่-ถึงที่สุดแล้วไม่มีความสัมพันธ์ใดเทียบเคียงกันได้ ด้วยความซับซ้อนของมนุษย์ กระนั้น หลังจากอ่านหน้าสุดท้าย เรื่องราวแต่ละเรื่องในหนังสือก็ชวนให้ขยับถอยออกมามองหาทุกโครงสร้างที่มีผลต่อความสัมพันธ์ เมื่อเราต่างไม่อาจเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับใครสักคน-สักรูปแบบ จะเป็นไปได้ไหม-ที่การเต้นรำจะมอบเปลวไฟอบอุ่นแก่เรา โดยไม่ผลาญทำลาย หรือหากต้องผลาญทำลาย-จะมีบ้างไหม บางสิ่งซึ่งยังเหลือในกองเถ้าถ่าน ผมนึกถึงหลายคำถาม […]

ชวนอ่าน ‘Her name is ชื่อของเธอคือ…’ หนังสือที่สอนให้ผู้หญิงใช้ชีวิตเพื่อตัวเธอเอง

เรื่องราวทั้ง 28 เรื่องในหนังสือเล่มนี้ เล่าถึงชีวิตจริงของผู้หญิงเกาหลีใต้ที่ต้องเผชิญการกดทับในสังคมชายเป็นใหญ่ตลอดทุกช่วงวัยของชีวิต ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ได้ฟูมฟายอย่างที่บทนำเขียนไว้ แต่ยิ่งอ่าน ยิ่งสะสมความรู้สึกอัดอั้นรอวันระเบิด เช่นเดียวกับที่ผู้หญิงในเกาหลีใต้เผชิญมาตลอด

อ่าน E-book ฟรี! หอสมุดแห่งชาติ เปิดบริการหนังสือหาดูยากเกือบ 100 ปี ไปจนถึงหนังสือทั่วไปกว่า 2,300 เรื่อง

อ่าน E-book ฟรี! เวลาทองสำหรับเหล่าหนอนหนังสือ! เพื่อสนับสนุนคนไทยใช้เวลาว่างตอนกักตัวอยู่บ้านอ่านหนังสือในช่วงที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่

‘สำนักพิมพ์แซลมอน’ ปลาที่แข็งแรงผู้ว่ายทวนกระแสการเปลี่ยนแปลงของวงการสื่อสิ่งพิมพ์

สำนักพิมพ์แซลมอนว่าด้วยการเกิดขึ้นใหม่การเปลี่ยนแปลงและการหายไปของบางอย่างในแวดวงสิ่งพิมพ์

‘E-Book’ ไม่ได้มาเเทนที่หนังสือ แต่คือตัวเชื่อมคนเขียนและคนอ่านผ่านแอปฯ ‘meb’

คุยกับ ‘คุณไช้ รวิวร มะหะสิทธิ์’ ผู้สร้างแอปฯ meb ที่จะมาเล่าชีวิตและมุมมองของเขา เริ่มต้นจากการเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ จนกระทั่งก่อตั้งแพลตฟอร์มสำหรับ E-Book มานานกว่า 9 ปีแล้ว

“ถ้ารัฐใส่ใจพัฒนาประชาชน ทุกคนจะเข้าถึงหนังสือ” – เพจรองขาโต๊ะ

เปิดเล่มความคิดเรื่องการเข้าถึงหนังสือกับแอดมิน ‘รองขาโต๊ะ’ เพจรีวิวหนังสือที่เกิดจากความขี้เล่นแกมเสียดสีของนักอ่านตัวยง ผู้รีวิวความน่าอ่านตามความน่านำไปรองขาโต๊ะ แม้วิธีการให้คะแนนหนังสืออาจดูใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นที่ตั้ง แต่เขากลับมองวงการหนังสือไปถึงภาพกว้างระดับสังคม ด้วยความเชื่อที่ว่า “นิสัยรักการอ่านควรเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ที่บ้าน ไปจนถึงนโยบายส่งเสริมอย่างทั่วถึงจากภาครัฐ”

คนไทยไม่อ่านหนังสือ หรือพื้นที่การอ่านมีไม่มากพอ ?

บรรยากาศห้องสมุดที่เราคุ้นเคยคงเป็นสถานที่น่าเบื่อเชยๆ ไว้ค้นคว้ารายงานส่งครู ขณะที่ห้องสมุดในต่างประเทศกลับมีรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ห้องสมุดที่หรูหราโอ่อ่าราวขุมทรัพย์ ไปจนถึงห้องสมุดจิ๋วในตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งเปิดกว้างให้นักอ่านทุกประเภท ชวนเราย้อนคิดว่า ทำไมบ้านเราถึงมีภาพจำว่า ห้องสมุดมีไว้สำหรับการเรียนการสอน หรือนักวิชาการเท่านั้น ?

ตามกลิ่นกระดาษ และออกเดินทางไป 6 เมืองแห่งหนังสือ ที่คอยขับเคลื่อนเมืองให้มีชีวิต

พาไป 6 เมืองทั่วโลก ที่ยกให้หนังสือและกลิ่นกระดาษเป็นใหญ่ และขับเคลื่อนเมืองให้มีชีวิต

‘นิทานเด็ก’ ไม่ได้สอนแค่เด็ก แต่ยังสอนให้ ‘ผู้ใหญ่’ เปิดโลกของเด็กให้กว้างขึ้น

ชวนหนูๆ และผู้ใหญ่มาท่องโลกนิทานเด็กกับ ‘ณิชา พีชวณิชย์’ นักเขียนนิทานเด็กที่สร้างสรรค์นิทานจนคว้ารางวัลหนังสือดีเด่นมาแล้ว บทสนทนาครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวของการทำงานเป็นนักเขียนนิทาน ตลอดจนความสำคัญของนิทานเด็กที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ควรรู้ให้มากขึ้นเพื่อเข้าใจธรรมชาติของเด็ก และสอนเขาให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า

ตะลุยตามหา ‘ร้านหนังสืออิสระในไทเป’ ฉบับเจ้าถิ่น

ตามประสามนุษย์หนังสือไม่ว่าจะเดินทางไปเมืองไหน เรามักจะปักหมุดร้านหนังสืออิสระของแต่ละเมืองไว้เป็นหนึ่งในลิสต์สถานที่ที่ต้องไปเยือนเสมอ และถ้าเป็นไปได้ก็จะหยิบหนังสือสักเล่มติดไม้ติดมือกลับมาอ่าน รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็ได้ดูภาพประกอบและเลย์เอาต์ของหนังสือไปพลาง ก็เหมือนได้ทำความรู้จักประเทศนั้นๆ เพิ่มมากขึ้น หากพูดถึงที่ประเทศไต้หวัน นอกจากร้านหนังสือเชนสโตร์อย่าง ‘Eslite Bookstore’ ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วไทเปและหลายเมืองแล้ว ความโดดเด่นของวงการหนังสือและสิ่งพิมพ์ไต้หวันคือยังมีคนตัวเล็กๆ ที่ปลุกปั้นร้านหนังสืออิสระในแบบเฉพาะของพวกเขาซึ่งซุกซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ทั้งใน Creative Park บ้าง แอบอยู่บนชั้นสองของตึกแถวเล็กๆ ในซอยที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน วันนี้เราเลยรวบรวมมาเป็นลิสต์เบื้องต้นสำหรับเหล่าหนอนหนังสือที่มาเยือนไทเปก็ไม่ควรพลาดไปแวะชมร้านหนังสือเหล่านี้ 青鳥 Bleu&Book สาขาหลักของร้านนี้อยู่ที่ Huashan 1914 Creative Park ทันทีที่ผลักบานประตูสีเขียวเข้าไป โลกแห่งความสงบภายในก็รอให้เราได้มาสัมผัส ‘Bleu&Book’ เป็นร้านหนังสืออิสระขนาดใหญ่ที่คัดสรรหนังสือหลากหลายประเภท แม้ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาจีน แต่เราก็เพลิดเพลินไปกับการไล่สายตาดูหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้บนชั้นที่คัดสรรมาอย่างดีได้นานพอดู หรือใครที่เดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ ร้านนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการหลบมานั่งพักดื่มกาแฟ และที่นี่ยังมักจะจัดเสวนาเปิดตัวหนังสือหรือชักชวนนักเขียนชาวไต้หวันมาพูดคุยใกล้ชิดกับนักอ่านอยู่บ่อยๆ เรียกว่าเป็นอีกบรรยากาศที่น่าลองไปสัมผัสดูเหมือนกัน Sources: https://bleu.com.tw/www.facebook.com/bleubook/ 浮光書店 Illumination Books สิ่งที่ทำให้เราประทับใจร้านหนังสือแห่งนี้ตั้งแต่การไปครั้งแรก คือถึงแม้จะตั้งอยู่ในย่านวัยรุ่นสุดฮิปอย่าง Zhongshan แต่การต้องปีนบันไดสุดชันขึ้นไปบนชั้นสองของห้องแถวที่ล้อมรอบไปด้วยธุรกิจเซียงกงก็ทำให้เราตื่นเต้นไม่น้อย สำหรับเอกลักษณ์ของร้านนี้เน้นหนังสือ non-fiction สไตล์สังคมศาสตร์ ปรัชญา และการเมืองซึ่งถือว่าเฉพาะตัวมากๆ Jc Chen […]

แปลงร่างตู้โทรศัพท์สาธารณะเก่าเป็น ‘ห้องสมุดจิ๋ว’ แลกเปลี่ยนหนังสือส่งต่อพลังบวก

ในปัจจุบันเมื่อโลกหมุนนำพาเราเข้าสู่ยุคดิจิตอล ที่มีสมาร์ทโฟนเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร ตู้โทรศัพท์สาธารณะที่เราเคยหยอดเหรียญโทรหากันเมื่อก่อน จึงกลายเป็นเพียงสิ่งคลาสสิก ตั้งตระหง่านตามริมถนน และแทบไม่มีใครกดใช้งานมันไปเสียแล้ว แต่ถ้าจะทำการรื้อถอนให้หมดเกลี้ยงก็น่าเสียดาย แถมยังเป็นการเพิ่มขยะให้โลกเราอีกต่างหาก จึงเกิดไอเดียสายกรีนสุดล้ำแปลงร่างตู้โทรศัพท์สาธารณะเก่าให้ฟื้นคืนชีพ กลายเป็นห้องสมุดจิ๋วที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม ตู้โทรศัพท์สาธารณะร้างหลายตู้ในกรุงปราก ถูกปรัับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องสมุดจิ๋วที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามาแบ่งปันและแลกเปลี่ยนหนังสือกัน โดยแต่ละตู้ถูกแปลงร่างด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงแค่ทำความสะอาด ต่อเติมชั้นวางหนังสือด้านใน ติดไฟเข้าไปสักดวง จากนั้นก็นำหนังสือที่เราอ่านแล้วเข้าไปวางเรียงในตู้ พร้อมให้นักอ่านได้เข้ามาเลือก หมุนเวียนแลกเปลี่ยนหนังสือกันอย่างเสรี เสมือนเป็นห้องสมุดที่เปิดให้เข้าฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แถมยังสามารถยืมหนังสือได้ตามใจชอบ โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกอีกด้วย “ ห้องสมุดในมุมมองใหม่ที่เพลิดเพลินและเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ” ไอเดียการ REUSE แปลงร่างตู้โทรศัพท์สาธารณะเก่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงไอเดียที่ช่วยลดขยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดมุมมองและภาพลักษณ์ใหม่ของคำว่า “ ห้องสมุด ” เพราะเมื่อก่อนหากเราพูดถึงห้องสมุด ใครหลายคนอาจนึกถึงความเงียบสงบ ความน่าเบื่อ และเป็นสิ่งที่อาจเข้าถึงยาก หรือบ้างก็มองว่าห้องสมุดเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความรู้ เหมาะสำหรับนักปราชญ์หรือนักศึกษาเกียรตินิยม เข้าไปหาข้อมูลงานวิจัยสุดซับซ้อนเท่านั้น แต่เมื่อห้องสมุดถูกแบ่งย่อยกลายเป็นตู้เล็กๆ หลายๆ ตู้กระจายอยู่ทั่วเมือง ทำให้การอ่านหนังสือกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน จนเกิดเป็นมิติใหม่ของการเลือกอ่านหนังสือ ที่นอกจากจะเกิดความเพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถลบภาพความน่าเบื่อให้หายไปได้อย่างสิ้นเชิง “ ความน่ารักมักซ่อนอยู่ในตู้ ” แน่นอนว่า ไอเดียที่เปิดโอกาสให้ทุกคนนำหนังสือมาวางแลกเปลี่ยนกันได้อย่างอิสระเช่นนี้ อาจไม่ทำให้เกิดระบบการแยกประเภทและหมวดหมู่ในการจัดเรียงหนังสือเหมือนห้องสมุดทั่วไป […]

Book List Challenge 10 เล่มที่เราอ่านจบแล้วอยากบอกต่อ

หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดในยามเหงา หรือยามที่เราต้องการความบันเทิงใจ เพราะเวลาไหนก็สามารถหยิบขึ้นมาอ่านได้เสมอ นอกจากหนังสือจะคอยอยู่เป็นเพื่อน มันยังพาเราท่องโลกกว้างหรือลงลึกไปสำรวจจิตใจ ไม่ว่าตัวเราจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ผ่านตัวหนังสือและจินตนาการ

1 2

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.