Wonders of Street View สำรวจความแปลกประหลาดทั่วโลกจากการจับภาพของ Google Street View

ใครเคยพาตัวเองไปท่องเที่ยวผ่าน Google Street View บ้าง Google Street View เป็นเว็บไซต์ที่จะทำให้เราได้พาตัวเองไปสำรวจสภาพแวดล้อมเสมือนจริงผ่าน Google Maps โดยภาพเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการที่ Google ส่งกล้องพิเศษออกไปทั่วโลกในรูปแบบของรถยนต์ จักรยาน หรือผ่านทางเรือ เพื่อถ่ายภาพสิ่งรอบตัว ก่อนจะรวบรวมเป็นแผนที่ให้เราใช้กันอย่างทุกวันนี้ เชื่อว่าหลายคนคงเคยใช้เวลาว่างสำรวจพื้นที่ต่างๆ ผ่าน Google Street View และอาจได้ค้นพบความสนุกสนานจากภาพที่ Google จับมาได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่ดูผิดปกติ ความผิดพลาดจากการจับภาพ หรือแม้แต่ภาพผู้คนที่ยืนถ่ายรูปขณะที่รถ Google Street View ขับผ่านพวกเขาไป ซึ่งเรื่องราวแปลกๆ ที่เราเห็นอาจมีทั้งภาพชายสามขา ลูกตายักษ์ บ้านรูปรองเท้า เครื่องบินแมคโดนัลด์ ฯลฯ ประสบการณ์นี้ทำให้นักพัฒนาเว็บไซต์อย่าง Neal Agarwal รวบรวมภาพที่น่าสนใจจากสถานที่ต่างๆ กว่า 300 แห่งทั่วโลกเอาไว้บนเว็บไซต์ที่ชื่อว่า ‘Wonders of Street View’  เมื่อกดเข้าไปหน้าแรกของหน้าเว็บไซต์จะสุ่มภาพสถานที่ขึ้นมาให้ โดยเราสามารถกดปุ่มแรนดอมเพื่อพาตัวเองไปยังโลเคชันอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งการคลิกเพียงครั้งเดียวนี้อาจจะพาเราไปพบกับความแปลกใหม่ ความตลก […]

ไม่ใช่เติ้ง ลี่จวิน ก็เต้นสวิงกลางเยาวราชได้ กับ ‘เติ้ง ลี่ Swing’ ส่งท้าย BKKDW2023 วันที่ 12 ก.พ. 66 ที่ตลาดเก่าเยาวราช

หลังจากไปเต้นสวิงกันในสวนสาธารณะรอบกรุงเทพฯ กันมาถึง 6 ครั้ง ครั้งนี้ ‘The Stumbling Swingout’ ขอจัดใหญ่จับมือกับกลุ่ม ‘เยาวเล่น’ เปิดฟลอร์เต้นสวิงกลางย่านเยาวราช เพื่อส่งท้ายงาน Bangkok Design Week 2023 กันไปเลย ความพิเศษของการเต้นสวิงในครั้งนี้ นอกจากจะเปลี่ยนสถานที่มายังเยาวราชแล้ว ทาง The Stumbling Swingout ยังหยิบเอาบทเพลงอมตะในตำนานของราชินีเพลงแห่งเอเชียอย่าง ‘เติ้ง ลี่จวิน’ มาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์สวิงแจซ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมเต้นไปด้วยกันในงาน ‘เติ้ง ลี่ Swing’ ด้วย เติ้ง ลี่ Swing มาในธีมที่นำเสนอความเป็นจีนโดยเพิ่มความพิเศษผ่านชุดกี่เพ้าหรือการแต่งตัวเป็นตัวละครจากภาพยนตร์จีนที่หลายคนชื่นชอบ แถมยังมีขบวนพาเหรดและโชว์สุดพิเศษภายในงาน ที่จะพาผู้เข้าร่วมไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในพื้นที่แห่งความทรงจำของย่านเยาวราช อย่าลืมจดวันแล้วมาเต้นสวิงส่งท้ายงาน BKKDW2023 ด้วยกันกับกิจกรรม ‘เติ้ง ลี่ Swing’ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 20.00 – 22.00 น. ณ […]

ไปปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ และเสริมสร้างจิตวิญญาณ ที่งาน ‘ข้างใน Festival’

‘ปัจจุบัน’ เป็นเรื่องยาก และเราถอยห่างจากช่วงเวลาตรงหน้าทุกขณะ เพราะมีสิ่งต่างๆ มากมายที่เข้ามากระทบจิตใจให้เรานึกย้อนกลับไปหาอดีต และกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงอยู่เสมอ  นอกจากร่างกายที่ต้องดูแลเป็นอย่างดี หัวจิตหัวใจก็เป็นเรื่องสลับซับซ้อนและต้องคอยเยียวยารักษา การหมั่นสำรวจข้างในอยู่เสมอคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตเกิดความสมดุล ด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกพาตัวเองลุกจากที่นอนในวันหยุดแสนน้อยนิด ออกไปใช้ชีวิตอยู่กับช่วงเวลาปัจจุบัน ในงาน ‘ข้างใน Festival’ เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะช่วยทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นกับโลกข้างนอก ได้กลับมาสงบเงียบและมีชีวิตชีวามากขึ้น  ‘ข้างใน Festival’ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดย ‘Muchimore’ ชุมชนผู้คอยเป็นตัวกลางเชื่อมโยงพาทุกคนกลับมาดูแลจิตใจ และเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามาพักใจ พร้อมกับศาสตร์ต่างๆ มากมายที่ช่วยให้สติเกิดความมั่นคง และจิตวิญญาณได้กลับมาสว่างไสว  งานครั้งนี้ มัชฌิมอร์ได้ขยายพื้นที่จากข้างในอาคาร Awareness Space ออกไปสู่พื้นที่กว้างในสวนวนธรรม และรวบรวมเหล่ากิจกรรมฮีลจิตใจไว้อย่างครอบคลุมหลากหลาย คอลัมน์ Experimentrip อยากพาทุกคนออกเดินทางย้อนกลับไปข้างในอีกครั้ง เพื่อสำรวจสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและนำมันมาทบทวนเพื่อก้าวต่อไปในชีวิตปัจจุบัน  เราอยู่ที่ไหน เรามาทำอะไร แม้แดดต้นปีจะแรง แต่ปลายฤดูหนาวก็ยังทำให้ลมเย็นๆ พัดมาสัมผัสผิวอยู่บ้าง เมื่อเดินเข้าไปในสวนวนธรรม การถูกห้อมล้อมด้วยเสียงนกร้องกับพื้นที่สีเขียว ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากการเดินทางบนท้องถนนที่ผ่านมาไม่น้อย ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างทยอยกันเข้ามาในสวนหนาตา ‘สนัด-ณัฐพงษ์ โสธรวัฒนา’ ผู้ก่อตั้ง Muchimore เริ่มต้นต้อนรับทุกคนด้วยคำถามที่ว่า “วันนี้เราอยู่ที่ไหน และวันนี้เรามาทำอะไร” เพื่อเน้นย้ำให้สติของทุกคนในเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์กลับมาอยู่กับลมหายใจของปัจจุบัน และเมื่อการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งสงบนิ่ง […]

The Professional | ศึกษาศิลปะการออกแบบดอกไม้กับร้าน Flower in Hand by P.

หากพูดถึงร้านขายดอกไม้ เรามักจะนึกถึงอาชีพคนจัดดอกไม้ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าในแวดวงนี้มีอาชีพ ‘นักออกแบบดอกไม้’ ด้วย ‘แพร พานิชกุล’ คือนักออกแบบดอกไม้และเจ้าของร้านดอกไม้ Flower in Hand by P. ผู้เริ่มต้นอาชีพนี้จากความหลงใหลในดอกไม้ ก่อนเริ่มหันมาใส่ใจกระบวนการผลิตของตัวเองมากขึ้น ทั้งในแง่ดีไซน์และสิ่งแวดล้อม โดยมีความหวังว่าธุรกิจของเธอจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความครีเอทีฟให้กับเมือง และสามารถอยู่ร่วมกับคนและโลกได้อย่างเป็นมิตรไปพร้อมๆ กัน

FYI

ปลุกความ MORE MADLY MINIMAL ในตัวคุณ ผ่าน 5 สัมผัส 5 ครีเอเตอร์ กับ AREN X by Areeya Property

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลกับสไตล์มินิมอลแบบสุดขีด และต้องการที่อยู่อาศัยที่สามารถแสดงตัวตนได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราเชื่อว่าโครงการ ‘AREN X’ โดย ‘Areeya Property’ ที่ต่อยอดจากโครงการ AREN ที่ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีหลังจากเปิดตัวเมื่อปี 2564 จะมีสิ่งที่คุณมองหา เพราะคอนเซปต์ ‘MORE MADLY MINIMAL’ ของ AREN X ที่ Areeya Property ต่อยอดจากคอนเซปต์ MADLY MINIMAL ของ AREN จะเพิ่มความเป็นที่สุดของความมินิมอลเข้าไป เมื่อเราตัดสิ่งที่ไม่ใช่ ‘ตัวตน’ ของเราออกไป และเก็บไว้แต่สิ่งที่จำเป็น (Keep only the essential thing in life) ยิ่งตัดสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปมากเท่าไร ความเป็นตัวตนของเราก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ AREN X เลือกมาไว้ในโครงการ คือ Masterpiece ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ที่มี DNA คือ ความ Uncompromise ที่หลงใหลความมินิมอลอย่างสุดทาง […]

Silom Master Plan เปลี่ยนทางเท้าสีลมให้เขียวขจีและน่าเดิน ด้วยโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนสีลม ปี 2564

หลังจากเปิดตัว ‘โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนสีลม พ.ศ. 2564 หรือ Silom Master Plan’ อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ในที่สุดก็มีภาพอัปเดตโครงการล่าสุดออกมาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ชมกันแล้ว Silom Master Plan เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร สมาคมเรารักสีลม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักการโยธา และสำนักผังเมือง เพื่อจุดประสงค์ในการปรับปรุงทางเท้าในย่านสีลมให้เกิด Active Transport อย่างการเดินเท้าในกรุงเทพที่มากขึ้น ทางโครงการได้ศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง (Healthy Space Forum) มาร่วมจัดทำผังแนวความคิด (Conceptual Plan) และผังแม่บท (Master Plan) และบริษัท ฉมา จำกัด ร่วมออกแบบรายละเอียดภูมิสถาปัตยกรรมที่จะสร้างสรรค์พื้นที่และทัศนียภาพโดยรอบให้เกิดความสะดวก สบาย และความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม  แนวคิดการออกแบบของ Silom Master Plan คือ การให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าเป็นลำดับแรก (Pedestrian First) ประกอบกับการสร้างสวนสาธารณะแนวยาว (Linear Park) […]

ภารกิจพิชิตความรู้สึกทางเพศ การเดินทางไกลอีกครั้งของผู้สูงวัย ในหนัง Thai Massage ที่ Netflix

คนจำนวนไม่น้อยอาจมีความเหงาเป็นเพื่อนทุกช่วงเวลา ยิ่งกับผู้สูงอายุซึ่งเป็นวัยที่มองเห็นโลก ผ่านประสบการณ์มาอย่างยาวนาน หลายคนอาจคิดว่าพวกเขาน่าจะปลงและปล่อยวางปัญหาต่างๆ ในชีวิตได้แล้ว ทว่าผู้สูงวัยก็ยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจบอกกับใครได้ และในบางสังคม สิ่งที่คิดหรือความต้องการของผู้สูงวัยก็ดูเป็นเรื่องต้องห้ามไปเสียทั้งหมด  เช่นเดียวกันกับ ‘อาตมะ (Atmaram Dubey)’ ชายชราวัย 70 ปี ผู้เป็นที่เคารพนับถือของคนในครอบครัวและเป็นที่รักของผู้คนรอบตัว เขาเปรียบเสมือนบุรุษผู้ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ  อาตมะเป็นผู้ถือมั่นในคู่ครองแบบรักเดียวใจเดียวตลอดมา แต่ชีวิตของเขาช่างโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะภรรยาผู้เป็นที่รักของเขาป่วยนอนติดเตียงมากว่า 20 ปีก่อนเสียชีวิตจากไปในที่สุด เขาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและดูแลหลานๆ แม้จะยิ้มแย้มแจ่มใส เดินเหินคล่องแคล่ว แต่ความรู้สึกในใจที่เขาไม่เคยปริปากบอกใครก็ทำให้ทุกข์ทนเหลือเกิน  อาตมะค้นพบว่าตนเองมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และร่างกายของเขาไม่ทำงานอย่างที่เคย ความเสน่หายังคงทำให้เขาหวนคิดถึงความใกล้ชิดของภรรยาในวันเก่าก่อน และตระหนักว่าชีวิตคนเราช่างแสนสั้น อาตมะจึงอยากมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งก่อนวาระสุดท้ายมาเยือน  แต่เพราะสังคมของชาวอินเดียนั้นมีขนบวัฒนธรรมที่ยึดถือกันมา ทำให้ภาพของผู้สูงอายุต้องเป็นคนที่ไม่มีความปรารถนาใด ยิ่งกับเรื่องความต้องการทางเพศยิ่งเป็นเรื่องลับๆ ที่ต้องคอยปกปิดไว้ไม่ให้ผู้อื่นรู้โดยเด็ดขาด หากต้องไปพูดคุย บอกเล่า ปรึกษากับใครถึงปัญหาสมรรถภาพทางเพศหย่อนยาน ก็จะกลายเป็นเรื่องไร้สาระและอาจเป็นความตลกขบขันที่ถูกพูดต่อไปอีกสามบ้านแปดบ้าน  แผนการจาริกแสวงบุญสุดปั่นป่วนจึงเกิดขึ้น โดยชายสูงวัยได้รับการช่วยเหลือจากชายหนุ่มสุดทะเล้นนามว่า ‘ซานตุลัน (Santulan)’ ที่อยู่ในหมู่บ้านละแวกเดียวกัน คอยช่วยหาหนทางให้อาตมะได้กลับมาปึ๋งปั๋งและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง อาตมะได้ออกเดินทางไกลจากบ้านโดยเครื่องบินเป็นครั้งแรก เพื่อผจญภัยไปแสวงบุญทำภารกิจพิชิตความรู้สึกทางเพศที่ ‘กรุงเทพมหานคร-ประเทศไทย’ ซึ่งเป็นดินแดนที่การันตีได้ว่า ความเสียวซ่านที่อาตมะต้องการนั้นจะบรรลุผลอย่างแน่นอน  ทั้งหมดนี้คือเรื่องย่อของภาพยนตร์อินเดียเรื่อง ‘Thai Massage’ ที่จะทำให้ผู้ชมได้ เฮฮาไปกับบทสนทนาของเหล่าตัวละคร […]

ตึกสูงที่ถูกทิ้งร้างในเมือง ส่งผลอะไรกับการใช้ชีวิตของคนเมืองบ้าง

‘ตึกร้าง’ มักเป็นสถานที่อันดับต้นๆ ที่ใช้เป็นโลเคชันประจำในรายการแนวลึกลับ กับการเข้าไปทำภารกิจพิสูจน์ความลี้ลับของอาคารเก่าทรุดโทรม ไม่ว่าจะเป็นตึกร้างชื่อดังหรือตึกร้างโนเนม เพราะทุกที่มีเรื่องเล่าทั้งสิ้น แต่นอกเหนือจากเรื่องผีๆ ที่เชื่อมโยงกับตึกร้างแล้ว ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมกรุงเทพฯ ถึงมีตึกร้างเยอะแยะนัก เพราะไม่ว่าเราจะเดินทางไปย่านไหนก็มักพบเห็นตึกสูงที่ปล่อยทิ้งร้างเอาไว้แทบทุกที่ ทั้งๆ ที่มีข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในตึกร้างมาให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ คอลัมน์ Curiocity ชวนมาหาคำตอบถึงเรื่องนี้ พร้อมกับสำรวจว่าการมีอยู่ของตึกร้างพวกนี้ส่งผลเสียอะไรกับเมืองและผู้คนบ้าง เบื้องหลังตึกสูงที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง ย้อนกลับไปในช่วง พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเฟื่องฟูและพัฒนา ส่งผลให้เกิดโครงการก่อสร้างอาคารจำนวนมากในเมือง โดยส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักอาศัยในทำเลทองต่างๆ เพื่อรองรับการย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเมือง  แต่ขณะที่การก่อสร้างกำลังดำเนินไป ก็เกิดวิกฤตการเงินปี 2540 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เศรษฐกิจพังพินาศ สถาบันการเงินหลายแห่งถูกสั่งปิดจนทำให้ต้องยุติการกู้เงิน โครงการก่อสร้างต่างๆ ต้องหยุดชะงักลง ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยังไม่เสร็จดีก็ตาม ทำให้มีอาคารที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมากกว่า 200 แห่ง เวลาผ่านไปกว่า 20 ปี หลายตึกได้รับการปรับปรุงจนกลายเป็นตึกใหม่ใช้งานได้แล้ว แต่บางตึกก็ยังถูกปล่อยทิ้งไว้ด้วยหลายเหตุผล ตั้งแต่ปัญหาเงินทุนที่นายทุนยังไม่สามารถหามาเดินหน้าโครงการต่อได้ การรอเจ้าของคนใหม่มารับช่วงต่อในการก่อสร้าง การฟ้องร้องค่าเสียหายจากการหยุดปล่อยเงินกู้จนผู้รับผิดชอบโครงการไม่สามารถดำเนินการจนแล้วเสร็จได้ ติดคดีความเกี่ยวกับการสร้างอาคารผิดแบบหรือโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง และอีกเหตุผลสำคัญคือค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนอาคารที่อาจสูงกว่าการเดินหน้าสร้างต่อ นายทุนหลายเจ้าจึงเลือกวิธีการปล่อยอาคารทิ้งไว้เฉยๆ ให้เก่าไปตามกาลเวลา ดีกว่าต้องมาเสียเงินก้อนโต นอกจากนี้ อาคารบางแห่งที่ถูกหน่วยงานรัฐฟ้องร้องเนื่องจากก่อสร้างโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร […]

เบื้องหลังความเปล่งประกายของวงการ K-POP ที่เต็มไปด้วยความจริงอันยากจะยอมรับ

‘เกาหลีใต้’ คือหนึ่งในประเทศที่ตลาดเพลงเติบโตเร็วที่สุดในโลก ส่วนสำคัญเกิดจากอุตสาหกรรม ‘เคป็อป (K-POP)’ ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 327,000 ล้านบาท) สื่อบันเทิงประเภทนี้กำลังสร้างปรากฏการณ์และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก จึงไม่แปลกใจที่เคป็อปจะกลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีใต้ได้อย่างทรงพลัง เคป็อปก้าวเข้าสู่เวทีระดับโลกจากแนวดนตรีที่มีเมโลดีฟังง่าย สนุกสนาน ฟังครั้งแรกก็ติดหู พร้อมกับการเต้นที่แข็งแรง พร้อมเพรียง และเป๊ะแบบสุดๆ ไม่เพียงเท่านั้น ‘ศิลปินเคป็อป’ หรือ ‘ไอดอลเคป็อป’ ยังมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่น น่าหลงใหล และมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่เบื้องหลังของวงการที่หลายคนมองว่าสมบูรณ์แบบนั้นอาจไม่ได้น่าชื่นชมเหมือนภาพลักษณ์ที่ถูกนำเสนอ คอลัมน์ Report ประจำเดือนนี้ขอพาไปสำรวจหลากหลายด้านมืดของวงการเคป็อป ไม่ว่าจะเป็นสัญญาทาสที่เอาเปรียบศิลปิน การล่วงละเมิดทางเพศ และการทำให้ผู้เยาว์เป็นวัตถุทางเพศ ซึ่งล้วนเป็นพิษและอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้งศิลปินและแฟนคลับทั่วโลก Promise Youสัญญาทาสที่เอาเปรียบศิลปิน ช่วงเวลาก่อนไอดอลเคป็อปไม่ว่าเดี่ยวหรือกลุ่มจะเปิดตัวในฐานะศิลปินสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ หรือที่เรียกว่า ‘เดบิวต์’ พวกเขาต้องผ่านการเข้าร่วมโปรแกรมเทรนนิงในฐานะ ‘เด็กฝึก’ หรือ ‘เทรนนี’ ของค่ายเพลง เพื่อพัฒนาและฝึกฝนทักษะต่างๆ อย่างหนักหน่วง ทั้งการเต้น การร้องเพลง การแสดง ฯลฯ ภายใต้ตารางกิจวัตรประจำวันและกฎที่เข้มงวด […]

FYI

พาทัวร์ เซ็นทรัล รามอินทรา โฉมใหม่

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ศูนย์การค้าที่เราเคยมีภาพจำในหัวว่าเป็น ‘สถานที่สำหรับจับจ่ายซื้อของ’ นั้นมีนิยามที่เปลี่ยนไป แต่เดี๋ยวนี้ไปศูนย์การค้าไหนๆ ไหนๆ เราก็ได้รับ Vibe บางอย่างจากศูนย์ฯนั้นมากกว่าเป็นที่ช้อปปิง บางศูนย์ฯ เลือกสร้างประสบการณ์ให้เป็นสถานที่ทำงาน สถานที่ผ่อนกายคลายใจ และเป็นสถานที่ที่คนในย่านมาใช้เวลาได้อย่างไม่เบื่อ เช่นเดียวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล รามอินทรา ที่เพิ่งฉลองการปรับโฉมใหม่ไปได้ไม่นาน งานนี้เขาตั้งใจจะเป็นแลนด์มาร์กสุดฮิปประจำย่าน และตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกแบบของคนรามอินทรา ที่น่าสนใจคือเขามีการหยิบ Vibe บางอย่างของย่านรามอินทรามาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบห้างฯ ใหม่ได้อย่างกลมกลืน เซ็นทรัล รามอินทรา โฉมใหม่จะเป็นยังไง วันนี้เราจะพาไปทัวร์กัน เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าศูนย์การค้าเองที่มีการอัพเกรดใหม่ให้ไฉไล ด้วยประตูทางเข้าทรงหลังคาบ้าน ซึ่งมอบไวบ์สที่ทำให้คนมาเดินเที่ยวอย่างเรารู้สึกผ่อนคลาย และเราจะมีช่วงเวลาดีๆ ในสถานที่แห่งนี้เหมือนอยู่บ้านนั่นเอง หากเดินเข้าห้างมาไม่กี่ก้าว คุณจะได้เจอกับ Instagrammable Landmark อีกหนึ่งจุดที่ชวนทุกคนมาถ่ายรูปกับน้องกระต่ายสุดน่ารัก ผลงานของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ นักออกแบบระดับโลกจากเวที Society of Illustration (2020, 2021) L.A. ที่ขนขบวนการกระต่ายหลากสีมาแต่งให้โถงโล่งกว้างของเซ็นทรัล รามอินทรา มีชีวิตชีวาขึ้นมา ไฮไลต์ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะบนชั้น 4 มี Dessert Zone […]

เจอเพื่อนใหม่ผ่านเส้นทางแบบไร้ไกด์กับ ‘ทัวร์สุ่มสี่สุ่มให้’ โดย ILI.U ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ 11 – 12 ก.พ. 66

โอกาสเจอเพื่อนใหม่ในยุคนี้ช่างแสนยาก ส่วนเพื่อนเก่าที่มีก็นัดเจอลำบากเหลือเกิน เราจึงอยากชวนทุกคนไปเดินสำรวจเมืองกับ ‘ทัวร์สุ่มสี่สุ่มให้’ ที่จะสุ่มให้ทั้งเส้นทางเดิน เพื่อนใหม่ และภารกิจที่มาพร้อมประสบการณ์สุดพิเศษ มิตรสหายรักเมืองของเรา ‘ไอแอลไอยู’ จับมือกับ ‘Bangkok Design Week 2023’ จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อพาคนที่ชอบและอยากลองท่องเที่ยวในเมืองไปซอกแซกเข้าซอยนู้นโผล่ซอยนี้ใน ‘ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์’ รวมถึงสัมผัสประวัติศาสตร์ย่านในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน  ความแปลกใหม่ของการเดินทางครั้งนี้คือ ทางไอแอลไอยูจะทำหน้าที่สุ่มเพื่อนร่วมเดินทาง และออกแบบวิธีเที่ยวให้คุณทดลองใช้ชีวิตหนึ่งวันกับเพื่อนใหม่ พร้อมกับทำความรู้จักย่านนี้ในมุมใหม่ๆ ไปด้วยกัน การ ‘สุ่มเพื่อน’ ที่ว่าคือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นหนึ่งกลุ่มเล็กๆ ผ่านการเดินเที่ยวย่าน แวะชิมของอร่อย ลัดเลาะเข้าร้านต่างๆ หรือต่อให้จบทัวร์แล้วจะไปเที่ยวกันยาวๆ อีกก็ยังได้ ส่วนการ ‘สุ่มทาง’ คือ แต่ละกลุ่มจะได้รับเส้นทางแบบสุ่มที่ผู้จัดเตรียมไว้ให้ใน ‘Self-Guided Tour Manual คู่มือเดินทัวร์แบบสุ่มสี่สุ่มให้ ในย่านอารีย์-ประดิพัทธ์’ ภายในเล่มประกอบด้วยเส้นทางที่ออกแบบมาให้ผู้ร่วมทัวร์ได้สุ่มทำความรู้จักย่าน ผ่านประวัติศาสตร์ฉบับย่อโดยไม่ต้องมีไกด์ พร้อมภารกิจสนุกๆ ที่จะสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้เฉพาะผู้ร่วมทัวร์สุ่มสี่สุ่มให้เท่านั้น ทัวร์มีให้เลือก 2 วัน ได้แก่ วันเสาร์ที่ 11 และวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 […]

‘ฟรีแลนซ์’ เทรนด์การทำงานยุคใหม่ของคนเมือง กับ Fastwork | Unlock the City EP.19

ค่านิยมการทำงานสมัยนี้ไม่ได้ผูกติดกับการทำงานในบริษัทใหญ่หรือทำราชการ มีสวัสดิการดีๆ เงินเดือนสูงๆ หรือการทำงานที่ใดที่หนึ่งเป็นสิบๆ ปีอีกต่อไปแล้ว  เห็นได้จากเทรนด์การทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ลาออกจากงานประจำแล้วผันตัวไปเป็นฟรีแลนซ์มากขึ้น เผลอๆ บางคนยังไม่เคยเข้าระบบงานประจำในบริษัทตั้งแต่เรียนจบเลยด้วยซ้ำ อะไรที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ แล้วผู้เกี่ยวข้องอย่างผู้ประกอบการและเมืองควรปรับตัวอย่างไรถ้าในอนาคตคนเลือกที่จะเดินสายทำงานอิสระกันมากขึ้น ‘พนิต ภู่จินดา’ โฮสต์ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองชวน ‘ซีเค เจิง’ ผู้บริหารแพลตฟอร์มรวมฟรีแลนซ์ Fastwork ที่ศึกษาเทรนด์การทำงานนี้อย่างยาวนาน มาพูดคุยกันถึงพัฒนาการของวิถีการทำงานในปัจจุบัน ติดตามฟัง Unlock the City ได้ทาง YouTube : https://youtu.be/PpxEzTroSvo Spotify : http://bit.ly/3Hr15eP Apple Podcasts : http://bit.ly/3Jsfk61 Podbean : http://bit.ly/3XXoSKK

1 2 3 258

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.