“Because you are the moon 
You living around my planet 
I wake up to see you 
When everybody asleep at night” 

ดนตรีลอยฟุ้งชวนฝัน เมโลดี้สวยๆ และท่อนเพลงติดหู “I can tell you I need you” จากเพลง I Can Tell ทำให้เราสนใจลองฟังเพลงอื่นๆ ของวงอินดี้ไทย Death Of Heather จนต้องสะดุดกับเสียงกีตาร์อันอัดอั้นในเพลง Drown

จากวงป๊อปพังก์ Anti Pants เดินทางสายฝันมาทดลองทำดนตรีแนวชูเกซ ดรีมป๊อป สู่ก้าวใหม่ของวง Death Of Heather ที่ยังคงไม่ละทิ้งตัวตน การเดินทางสายดนตรีที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2011 ลองผิดลองถูกกับเส้นทางใหม่มา 1 ปีกว่า จนถึงวันที่ดนตรีพาวงไปไกลบ้านถึง ‘ปูซาน’ เกาหลีใต้ ในงาน Asia Indie Music Showcase 2019 งานดนตรีที่มีศิลปินจากเอเชีย ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และ 4 หนุ่มเพียงวงเดียวจากไทย

เรื่องราวการเดินทางไปเล่นดนตรีต่างประเทศครั้งแรกของวง ซึ่งนอกจากต้องขนเครื่องดนตรีไปแล้ว ยังแบกเอาความฝัน ความหวัง และความท้าทายไปด้วย แต่สิ่งที่ห้ามพลาดเลย คือความสนุกสนานวายป่วงที่เกิดขึ้นในทริปนี้

เต๊ะ ร้องนำ – นาย กีต้าร์ – ธง เบส – นน กลอง

มารวมวงกันได้อย่างไร ?

เต๊ะ : เรารู้จักกันมาก่อน และเคยทำวงด้วยกันมาแล้ว ชื่อ Anti Pants ช่วงนั้นเราพักวง ต่างคนก็แยกย้ายไปทำงาน เราอยู่บ้านเบื่อๆ ก็เลยทำเพลงขึ้นมา เมื่อปี 2018 เลยไปชวนเพื่อนวงเก่ากลับมาเล่นด้วยกัน งานแรกที่เราเล่นก็คือเป็นวงเปิดให้กับ Metz

จากวงป๊อปพังก์ อยู่ๆ ทำไมมาเล่นดรีมป๊อป ?

เต๊ะ : จริงๆ ตอนเราทำวงป๊อปพังก์ แต่ละคนในวงก็ฟังเพลงกันหลากหลายอยู่แล้ว ซึ่งในช่วงหลังๆ วงเก่าเราก็มีแนวดนตรีพวกดรีมป๊อป ชูเกซ มาผสมอยู่ด้วย เราก็เลยอยากทำแนวดนตรีให้ชัดเจนไปเลย
ธง : ป็อปพังก์จะเน้นไปทางพาร์ทริทึม แต่ Death Of Heather จะเน้นความสวยงามของเมโลดี้

เต๊ะ : เราเป็นอินดี้ร็อกที่มีซาวน์ดรีมป็อปเข้ามา ไม่ได้เป็นชูเกซหรือดรีมป๊อปจ๋า แต่จะดึงเอาแอมเบียนท์มาผสม
นน : เราจะแตกต่างกับวงดรีมป๊อปในบ้านเราตอนนี้มากๆ
ธง : ยังมีความเป็นพังก์อยู่ ดนตรีก็จะเดือดๆ หน่อย

รู้สึกอย่างไรตอนรู้ว่าจะได้ไปเล่นเกาหลี ?

นน : อิหยังวะ (หัวเราะพร้อมกัน)
ผู้จัดการวง : เรารู้จักกับโปรโมเตอร์ชาวไต้หวัน ตอนแรกเราพยายามจะพาวงไปทัวร์ไต้หวัน แต่ด้วยอะไรหลายอย่างเลยไม่ได้ไป ทีนี้ฝั่งปูซานก็มีงานชื่อว่า Asia Indie Music Showcase 2019 ที่รวบรวมวงในเอเชียจากแต่ละประเทศมาเล่น โปรโมเตอร์ชาวไต้หวันคนนี้เลยให้โอกาส

ธง : มันดูยิ่งใหญ่มากเลยนะ เป็นตัวแทนประเทศไทย (หัวเราะ)
นาย : มันตื่นเต้นเรื่องต่างที่ ต่างคนดูมากกว่า เรื่องดนตรีก็ใส่กันเหมือนเดิม
เต๊ะ : เราป่วยตั้งแต่ยังไม่บินก็พยายามทำให้เต็มที่ แต่ขนาดป่วยก็ยังไปเมา (หัวเราะ) ฟีดแบ็กก็โอเคในฐานะวงแปลกหน้า มีคนเข้ามาถามหาซื้อแผ่น ได้กลุ่มคนฟังใหม่ๆ

ประทับใจอะไรที่สุดในโชว์นี้ ?

ธง : ทีมงานเขาดูแลดีนะ ตั้งแต่ซาวด์เช็กจนจบโชว์ ก็พาไปเลี้ยงหมูย่างกับโซจู
นน : สหายชาวโคเรียเขาสอนการดื่มแบบถูกวิธี ต้องเทโซจูลงไปก้นแก้วตามด้วยเบียร์ แล้วก็ใช้ตะเกียบเคาะป๊อก ยกโซจูกับเบียร์ให้หมดแก้ว ตามด้วยหมูย่างห่อผัก กระเทียม แล้วก็มีน้ำจิ้มของเขา
นาย : เป็นอะไรที่อร่อยมาก แล้วเมาสุดๆ

เรื่องเฟลสุดคือกีต้าร์คอหัก ?

เต๊ะ : วันสุดท้ายนายกีต้าร์คอหัก ด้วยความโง่ที่ไปวางใส่สแตนด์แล้วมันล้ม คนเห็นรูปก็จะนึกว่าทุบ
นาย : จังหวะนั้นจบโชว์พอดี เราไม่ได้ตั้งใจหรอกก็วางกีต้าร์ดีๆ นี่แหละ หันไปอีกทีมันล่วงลงมาแล้ว
เต๊ะ : ทีมงานเลยพาไปเมากัน เหมือนคนอกหักโดนแฟนทิ้ง ขากลับมาที่พักนายอ้วกบนรถแท็กซี่ บอกว่ามีถุงมั้ยเปิดกระจกเดี๋ยวนี้ ก็เปิดออกไปอ้วก ลงจากรถปุ๊บจะมาเช็ดทำความสะอาดให้ดีๆ สุดท้ายก็ต้องจ่ายเขาไป 20,000 วอน
นน : กลับมาถึงนายคือไม่ไหวแล้ว ขึ้นห้องไปคนเดียวแต่ไม่มีกุญแจ ไปบอกใครไม่รู้ให้เปิดห้องให้ก็ไปเปิดผิดห้อง เข้าไปอ้วกใส่ห้องนั้นอีก ผมกับธงเลยต้องเข้าไปเก็บอ้วกให้
เต๊ะ : พนักงานคงคิดว่าเปิดห้องให้คนเมานอนล่ะมั้ง เกือบได้เสียค่าเช่าห้องเพิ่ม คืนนั้นนายแก้ผ้านอนด้วยนะ ก็เป็นเรื่องฮาที่ประทับใจ ไม่เกี่ยวกับดนตรีเท่าไหร่ แต่เป็นชีวิตทัวร์

ได้ไปเจอหลายวงในเอเชีย เปิดมุมมองเราอย่างไรบ้าง ?

นาย: ถ้าซีนอินดี้เอเชียเรายกให้ญี่ปุ่น เขามีดนตรีที่หลากหลาย แต่โซนเซาธ์อีสท์เอเชีย อย่างบ้านเรานี่ดีอยู่แล้ว เลยมองรอบๆ ว่าประเทศอื่นเขามีอะไรบ้าง เจอวงที่ชอบก็ดีใจว่าเขาก็มีอะไรแบบนี้ อย่าง Ena Mori เป็นผู้หญิงทั้งวง แล้วสกิลดนตรีดีมาก เราชอบกันมากๆ
ธง : เขาเป็นวงซินธ์ป๊อปจากฟิลิปปินส์ เป็นผู้หญิงที่เก่งมากๆ แล้วแบ็กอัพเขาก็เก่งกันทุกคน

นอกจากพาร์ทดนตรี ชอบอะไรในเกาหลีอีกบ้าง ?

นาย : สาวๆ ครับ (หัวเราะ)
นน : ธงจะชอบพูดว่า “หู้ยยย ผู้สาวโคเรีย”
เต๊ะ : เขานิสัยน่ารัก คนที่ดูแลเราที่งานก็บอกว่ามาอีกได้นะ ถ้าเขามาไทยก็จะพาไปข้าวสาร
นน : เราชอบที่เที่ยวโบราณๆ อย่างหมู่บ้านกัมชอนในปูซาน กับหมู่บ้านบุกชอนที่โซล
นาย : จริงๆ ผมเป็นคนเปิดกว้างเรื่องการกิน ชอบกินอะไรที่โลคอลๆ
นน : ร้านป้าใจคือร้านข้าวข้างที่พักเรา รสชาติถูกปากสุดแล้ว ตักกินเองได้คล้ายข้าวราดแกง แล้วราคาถูก กับอีกร้านคือสตรีทฟู้ดที่เป็นเต็นท์ ฟีลแบบคนเลิกงานมานั่งจิบโซจู เราอยากเสพบรรยากาศแบบนั้นเพราะเห็นมาจากซีรีย์

ธง : ชอบระบบคมนาคม รถไม่ติดเลย มอเตอร์ไซค์ก็น้อย คนส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน และระบบรถไฟใต้ดินบ้านเขาไปได้ทุกที่ในเมือง
นน : การข้ามถนนเขาจะให้เกียรติกันมาก เขาจะมีไฟเขียวไฟแดง คนรอข้ามเขาก็รอนะ ไม่มีใครวิ่งตัดไปก่อน
เต๊ะ : ย่านเมียงดงที่โซลก็ดีมาก เปิดโอกาสให้คนมาแสดงความสามารถ เต้น ร้องเพลง แบ่งเป็นล็อกๆ เลย เคยดูวิดีโอที่เป็นวงผู้หญิงเล่นเบส เล่นกีต้าร์ ตีกลอง บางคนก็แจ้งเกิดจากที่นี่ ถ้าเป็นบ้านเราคงโดนหิ้วไปแล้ว

แล้วประสบการณ์แย่ๆ ล่ะมีไหม ?

นน : มื้อแรกเราดูเมนูก็ไม่รู้ว่าคืออะไร สั่งไปแล้วมันเป็นหมี่เย็น ทีนี้เราไม่ชอบกินบะหมี่เย็นๆ อยากจะกินร้อนๆ เลยขอเขาว่าอยากได้น้ำร้อน แต่เขาคงเข้าใจว่ามันร้อน เลยไปเอาน้ำเย็นมาเติมให้อีก กลายเป็นว่าหมี่โคตรเย็น

การไปเล่นเมืองนอกครั้งนี้ ให้โอกาสอะไรบ้าง ?

เต๊ะ : มันเปิดโอกาสให้เราได้เผยแพร่ผลงาน ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ได้มีคนรู้จักเราเพิ่ม ถ้ามีโอกาสได้กลับไปครั้งหน้าก็จะได้เจอเพื่อนๆ แฟนเพลง หรือวงที่เราเคยเล่นด้วย
นน : มันได้โปรไฟล์ของวงว่าครั้งหนึ่งเราได้มีชื่อไปเล่นต่างประเทศ
เต๊ะ : พอเรามีชื่อไปต่างประเทศ คนก็จะให้ความสนใจและเปิดใจกับเรามากขึ้น
นาย : ผู้จัดงานก็จะชักชวนหรือไว้ใจให้เราไปเล่นง่ายขึ้น เมื่อก่อนเราจะไปเล่นก็จะมีคนถามว่าไปเล่นที่ไหนมาบ้าง เอาเพลงมาฟังซิ ผมว่าเป็นการเปิดโอกาสในบ้านตัวเองมากกว่า

ฝากผลงานหน่อย

เต๊ะ : ขอให้ติดตามกันไว้ดีๆ เราอยากให้อัลบั้มเสร็จทันปีนี้ แต่เราก็ไม่อยากรีบนะ ไม่อยากทำงานรีบๆ ขอใช้เวลากับมันก่อน ตอนนี้ก็มี EP กับซิงเกิ้ลใหม่ 2 เพลง ฝากติดตามได้ใน Spotify, Youtube หรือสตรีมมิ่งทั่วไป

ใครเป็นแฟนเพลง Death Of Heather หรือยังไม่เคยฟังมาก่อน ลองไปเปิดหูเปิดใจฟังอะไรใหม่ๆ กันที่งาน Fungjai Lab 2 คอนเสิร์ตจาก ‘ฟังใจ’ วันที่ 24 สิงหาคมนี้ ที่ Glow Fish สาธร
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :https://www.ticketmelon.com/fungjai/fungjailab2

Facebook Comments