Collective : หนังสารคดีที่แฉสาธารณสุขโรมาเนีย - Urban Creature

Spoiler Alert : บทความนี้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องราวพร้อมบทสรุปของภาพยนตร์

ท่ามกลางข่าวสารบ้านเมืองแสนตึงเครียดโดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนอันล่าช้าของรัฐบาล ที่ประชาชนทวงถามกันมากในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ก่อนหน้านี้ ‘รมต.ท่านหนึ่ง’ ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าพร้อมรับมือโควิดระลอกใหม่ ไปจนถึงข่าวคราวของ ‘รมต.อีกท่านหนึ่ง’ ซึ่งตกเป็นที่ครหาถึงคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งหลังมีคดีพัวพันยาเสพติด 

หลายคนเจอแบบนี้น่าจะกุมขมับกับอนาคตประเทศไทย หรือไม่ก็เตรียมหอบหิ้วเสื้อผ้าย้ายประเทศ เราจึงขอหยิบหนังที่คิดว่าหากคุณยังเฉยๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังดูจบอาจทำให้คุณกลับมาทบทวนอีกครั้ง หนังที่เรากำลังพูดถึงนี้มีชื่อว่า Collective ภาพยนตร์สารคดีจากประเทศโรมาเนีย ที่เข้าชิงออสการ์ในปีนี้ถึง 2 สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม และภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม

แม้ไม่ชนะออสการ์แต่เราคิดว่าในบริบทสังคมตอนนี้ ภาพยนตร์สารคดียาวเกือบสองชั่วโมงเรื่องนี้ควรค่าแก่การดูอย่างยิ่ง ด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นพาเราไปติดตามการเสาะหาความจริงของสื่อผู้ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจมืด พร้อมเปิดโปงกระบวนการคอร์รัปชันที่ยิ่งสืบยิ่งเจอความเน่าเฟะในระบบสาธารณสุขของโรมาเนีย ซึ่งหนังถ่ายทอดออกมาได้ถึงพริกถึงขิง ทั้งยังพีกขึ้นเรื่อยๆ ราวกับนี่คือพล็อตหนังสืบสวน แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศโรมาเนีย และอาจเกิดขึ้นในบ้านเราเช่นกัน

หนังเปิดด้วยโศกนาฏกรรมจากเหตุเพลิงไหม้ผับดังในโรมาเนียชื่อ Collective มีผู้เสียชีวิต 27 คน และบาดเจ็บ 180 คน โดยมีสาเหตุจากผับแห่งนี้ไม่มีระบบดับเพลิงและทางหนีไฟ ชวนให้เรานึกไปถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ผับซานติก้าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ประชาชนชาวโรมาเนียที่โกรธแค้นจึงลงถนนบีบให้พรรคสังคมประชาธิปไตยที่เป็นรัฐบาลอยู่ตอนนั้นลาออก

นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผยวงจรอุบาทว์ เพราะหลังจากเหตุการณ์ผ่านมาถึง 4 เดือน เหยื่อที่อุตส่าห์รอดพ้นจากไฟนรกมาได้ กลับต้องตายในโรงพยาบาลเพิ่มอีก 37 คน จึงมีการตั้งคำถามจากกลุ่มครอบครัวเหยื่อว่า ทำไมถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ในเมื่อรัฐมนตรีสาธารณสุขยืนยันแล้วว่า โรงพยาบาลที่ดูแลเหยื่อทุกคน “มีทุกอย่างครบครัน ลูกๆ ของคุณได้รับการดูแลดีกว่าในเยอรมนีอีก”

ในขณะที่สื่อทั่วไปในประเทศอาจแค่รายงานข่าวแล้วจบไป ‘กาตาลิน โตลอนตัน’ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์กีฬา Sports Gazette กลับขุดคุ้ยเรื่องราวจนกระทั่งพบว่า เหยื่อเหล่านี้ต้องตายเพราะติดเชื้อแบคทีเรียในโรงพยาบาล เพราะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อคุณภาพต่ำ เขาสืบเสาะไปถึงโรงงานผลิตที่ชื่อ ‘เฮกซิฟาร์มา’ แล้วก็ต้องช็อกกับความจริงที่ว่า ยาฆ่าเชื้อจากโรงงานแห่งนี้ถูกเจือจางลงถึง 10 เท่า ทั้งยังถูกใช้ในโรงพยาบาลกว่า 350 แห่ง

“เมื่อใดสื่อมวลชนสยบยอมแก่ผู้มีอำนาจ
เมื่อนั้นผู้มีอำนาจจะข่มเหงประชาชน”

ทีมข่าวไม่หยุดแค่การตีพิมพ์หน้าหนึ่งเพื่อแฉเรื่องนี้ พวกเขามองลึกไปอีกว่าเรื่องใหญ่ระดับนี้ ไม่แปลกไปหน่อยหรือที่รัฐจะไม่เคยตรวจสอบเรื่องเหล่านี้เลย ดังนั้นในฐานะสื่อเขาจึงต้องการเฟ้นหาความจริง เมื่อมีกระแสข่าวเช่นนี้ประชาชนบางส่วนก็เลือกที่จะไม่ปิดหูปิดตาอีกต่อไป พวกเขาลุกขึ้นมาประท้วงเพื่อสิทธิ์ที่ควรได้จากเงินภาษีของตัวเอง พร้อมขับไล่รัฐมนตรีสาธารณสุขและกดดันให้เปลี่ยนรัฐบาลจนนำมาสู่การเลือกตั้งใหม่

สุดท้ายรัฐมนตรีสาธารณสุขก็ตัดสินใจลาออกไปดื้อๆ ทิ้งสิ่งปฏิกูลไว้ก้อนใหญ่ ส่วนทีมข่าวยังคงทำงานกันต่อไปจนลากไส้ไปถึงการโกงข้ามชาติของเจ้าของโรงงานเฮกซิฟาร์มาอย่าง ‘แดน คอนเดรีย’ ที่จัดซื้อส่วนผสมจากบริษัทนอกประเทศเกินราคา เขาถูกอัยการสูงสุดสืบสวนแต่ยังไม่ทันได้ล้วงคอเพื่อสาวไปถึงผู้มีส่วนเอี่ยว เขาก็ต้องพบจุดจบที่มีปมน่าสงสัยว่า หรือเขาจะโดนมาเฟียประเทศนี้สั่งเก็บกันแน่

นี่ไม่ใช่การคอร์รัปชันเดียวในมหากาพย์นี้ เพราะหลังจากความลับดำมืดถูกเปิดออกก็มีหมอออกมาเผยภาพน่าหดหู่ของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการเหลียวแล แสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยแผลไฟไหม้ ไม่ได้มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก ผู้ป่วยวิกฤติยังต้องแบ่งเตียงกันเพื่อรับการรักษา แต่รัฐมนตรีกลับโกหกประชาชนว่าโรงพยาบาลมีความพร้อมทุกอย่าง อีกทั้งไม่ยอมส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่างประเทศ เพราะรัฐไม่ต้องการออกค่าใช้จ่าย นั่นทำให้ครอบครัวเหยื่อต่างโกรธเกรี้ยวกับความละเลยนี้

ที่ผ่านมาบรรดาหมอ พยาบาล ต่างรู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่มีใครคิดจะทำอะไร และแม้แต่หมอบางคนก็เลือกที่จะรับสินบน สิ่งที่น่าสมเพชกว่าคือคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลหลายแห่งไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ แต่เข้ามานั่งในบอร์ดได้เพราะมีเส้นสายในแวดวงการเมือง เรานี่แทบไม่อยากเชื่อว่าเรื่องแบบนี้มีอยู่ทุกที่ ฝ่ายบัญชีของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งโชว์หลักฐานว่า ผู้บริหารของโรงพยาบาลโกงเงินไปมหาศาล แถมรายการบัญชียังปรากฏชื่อบริษัทที่เป็นของนายกฯ คนเก่าอีกด้วย ที่น่าโกรธคือเงินจำนวนนี้นำไปสร้างโรงพยาบาลที่ทันสมัยแห่งใหม่ได้เลย

คนเหล่านี้เสวยสุขบนความเป็นความตายของคนอื่น บางคนต้องทุกข์ทรมานจากความพิการไปตลอดชีวิต ทั้งยังกล้ากระทำผิดอย่างอล่างฉ่างโดยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ เพราะมีแบ็กอัปตัวใหญ่คอยให้ท้าย แถมคนที่มองเห็นความสกปรกเลวทรามนี้ยังทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ เรียกว่าเป็นปัญหาที่เน่าเสียทั้งระบบ ซึ่งคนที่มารับช่วงต่อในตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขเพื่อแก้ไขความพินาศคือ ‘วลาด วอยคูเลสคู’ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้ป่วยที่ต้องแบกรับความกดดันจากทุกฝ่าย

สิ่งที่สะท้อนการทำงานของรัฐซึ่งไร้ประสิทธิภาพ คือตอนที่วลาดหารือกับคนในกระทรวงเรื่องผลิตภัณฑ์ของเฮกซิฟาร์มายังคงถูกใช้ในบางโรงพยาบาล หนึ่งในกลุ่มนั้นพูดขึ้นว่า นั่นไม่ใช่ปัญหาของกระทรวง แต่เป็นปัญหาของอัยการในการจะสั่งถอนผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน (ปัดความรับผิดชอบแบบนี้ ฟังแล้วคุ้นๆ นะ) ทำให้วลาดถึงกับย้อนถามว่า “กรรมาธิการชุดนี้ไม่ควรตระหนักหรือ ว่ามันผิดพลาดแล้วควรแก้ไขมัน” แต่กลับได้คำตอบว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเขา แนวทางออกควรมาจากเจ้าหน้าที่กระทรวงที่เชี่ยวชาญ รัฐมนตรีมีหน้าที่แค่เซ็นอนุมัติหรือปฏิเสธ (โอ้โห) เข้าแก๊ปคนดีชอบแก้ไข คน…ชอบแก้ตัว

นอกจากหนังจะตีแผ่ความล้มเหลวของระบบสาธารณสุขในโรมาเนีย เรายังได้เห็นจรรยาบรรณของอาชีพนักข่าว เมื่อกาตาลิน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฮีโร่ของเรื่อง ถูกกล่าวหากลางรายการที่เขาไปออก ว่าเขาเป็นพวกหัวรุนแรง สิ่งที่เขาทำเป็นการยุยงปลุกปั่น ปรักปรำคนอื่นจนมีคนต้องตายเพราะเขา ทั้งที่เขาแค่บอกความจริงและทำหน้าที่ของตัวเอง กาตาลินจึงแสดงอุดมการณ์อันมุ่งมั่นของเขากับรายการดังกล่าวว่า เขาไม่มีเป้าหมายสูงสุด เพียงแค่ต้องการให้คนรู้ทันอำนาจที่มีอิทธิพลอยู่เหนือชีวิต แม้ว่านักข่าวบางคนต้องแลกกับการได้รับจดหมายขู่หรือคุกคามคนในครอบครัวก็ตาม

“การปิดปากเงียบของพวกเรา
เป็นการอนุญาตให้รัฐโกหกเรา”

ในตอนจบของหนังคือวันเลือกตั้งที่ตัดสินชะตากรรมของประเทศโรมาเนีย ข่าวในทีวีรายงานว่าแม้แต่คนป่วยในโรงพยาบาลยังกาใบเลือกตั้งจากบนเตียง แต่ประชาชนทั่วไปกลับออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันน้อยนิด ราวกับคนเหล่านี้อยู่คนละโลกหรือหูตายังไม่สว่าง ผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็ทำให้หลายคนรู้สึกว่า ประเทศนี้สิ้นหวังเสียแล้วและประเทศอาจไม่เปลี่ยนแปลงไปอีก 10 ปี 

ความรู้สึกของเราหลังจากดูจบคือ Collective เป็นหนังที่ดูแล้วอุทานคำว่า “เชี่ย!” ตลอดทั้งเรื่อง “นี่มันเข้าสูตรโกงทุกอย่างเลยนะ” อะไรมันจะแม่นยิ่งกว่าพล็อตหนัง แต่อย่าลืมว่านี่คือภาพยนตร์สารคดีที่ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องจริง แล้วกลับมาสะท้อนใจตัวเองว่า หากเรารับรู้ว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ความเพิกเฉยนั้นเองจะปลิดชีวิตเรา

รับชมภาพยนตร์สารคดี Collective ในรูปแบบออนไลน์ได้ที่ Doc Club on Demand

Writer

Graphic Designer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.