‘บางโพ’ ย่านที่ผสมผสานกันระหว่างเสน่ห์เก๋าๆ ของคนรุ่นเก่า และความสร้างสรรค์ชิกๆ ของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว

สถานีต่อไป บางโพNext Station Bang Phoโปรดระวังตกหลุมรักย่านนี้อย่างจังขณะอ่าน ไม้แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันฉันใด ย่านแต่ละย่านย่อมมีชีวิตและเสน่ห์เฉพาะตัวฉันนั้น ดังเช่น ‘บางโพ’ ย่านเก่าแก่ในกรุงเทพฯ ที่ชื่อเสียงเรียงนามไม่เคยขาดหายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งการเป็นย่านโก้คนเก๋ตามเนื้อเพลงสาวบางโพ บทเพลงแห่งยุคที่ไม่ว่าใครๆ ต่างเคยคุ้นหู หรือจะเป็นความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรงานไม้ ณ ซอยประชานฤมิตร ศูนย์รวมงานศิลป์ประเภทไม้และช่างไม้ในตำนานไว้อย่างคับคั่ง แต่เมื่อตัดภาพมายังบางโพในปัจจุบัน ที่นี่มีภาพใหม่เป็นย่านแห่งการผสมผสานกันระหว่างเสน่ห์เก๋าๆ ของคนรุ่นเก่าและความสร้างสรรค์ชิกๆ ของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว เพราะขณะที่ร้านรวงใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ร้านเก่าแก่โบราณก็ยังอยู่ได้และยังคงเสน่ห์เหมือนเคย ทั้งนี้เพราะทั้งสองฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เปิดรับซึ่งกันและกัน ร่วมกันเป็นรากฐานที่ดีของย่าน จนทำให้บางโพเติบโตกลายเป็นย่านสร้างสรรค์อย่างมั่นคงดั่งต้นไม้ที่ยืนหยัดแข็งแรง คอลัมน์ Neighboroot ครั้งนี้ขอพาทุกคนไปลัดเลาะบางโพ สืบเสาะร้านเก่าร้านใหม่ ชวนมองย่านผ่านเลนส์ของคนหลากหลายอาชีพ สนทนาพาทีกับผู้คนหลากหลายรุ่น ทั้งคนบางโพแท้ตั้งแต่เกิด ตลอดจนคนที่ย้ายจากถิ่นกำเนิดมาปักหลักปักฐานและมาดมั่นว่าจะอยู่ที่นี่ ไม่ย้ายไปไหนอีก เราตกหลุมรักบางโพแล้วแล้วคุณล่ะ หากจะเรียกบางโพว่า ‘จุดสานเมือง’ คงไม่เกินความจริงนัก เนื่องจากปัจจุบันบางโพเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างสะดวก หลังจากการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ทำให้พื้นที่โดยรอบได้รับการพัฒนา และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตั้งแต่การเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ‘สถานีบางโพ’ จนถึงการยกระดับเป็นทำเลทองที่หมายปองของนักลงทุนจำนวนมาก ด้วยความที่เดินทางง่าย และเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ของย่านชัดเจน หากใครแวะเวียนไปบางโพตอนนี้นอกจากภาพมุมระนาบของตึกแถวที่ขนาบสองข้างถนนประชาราษฎร์ จะเห็นที่พักคอนโดมิเนียมเรียงรายเป็นฉากหลัง สะท้อนถึงการเป็นย่านที่อยู่อาศัยยุคใหม่ที่น่าจับตามอง […]

ส่องนโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ ไขข้อสงสัย ที่มาที่ไป และรายละเอียดของโครงการ

รู้หรือไม่ว่า หากนั่งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวจากต้นทางจนสุดสายแบบไป-กลับในแต่ละวัน เราจะเสียเงินถึง 124 บาท คิดเป็นอัตราค่าเฉลี่ยสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ต่อค่าแรงขั้นต่ำของคนไทย นี่ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการนั่งขนส่งสาธารณะต่อเพื่อถึงจุดหมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่รถไฟฟ้าจะไม่ใช่ทางเลือกการเดินทางที่ทุกคนเข้าถึงได้ จากเหตุการณ์ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่มีมาตรการเปิดให้ใช้บริการรถไฟฟ้าฟรีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 แม้ความตั้งใจของโครงการคือการช่วยลดมลภาวะทางอากาศ แต่จำนวนผู้ใช้งานที่สูงขึ้นถึง 39.62 เปอร์เซ็นต์ อีกนัยหนึ่งยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า รถไฟฟ้าเป็นขนส่งที่กีดกันคนบางกลุ่มด้วยราคาที่สูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของคนไทย Urban Creature จึงอยากชวนมาทำความเข้าใจ ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ นโยบายจากรัฐบาลที่มีเป้าหมายช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางแบบเคลียร์ๆ ทีเดียวจบ ตั้งแต่เงื่อนไข ขั้นตอนการลงทะเบียน ไปจนถึงงบประมาณสนับสนุนโครงการนี้ ‘20 บาทตลอดสาย’ ความตั้งใจที่อยากให้รถไฟฟ้าเป็นของทุกคน ‘20 บาทตลอดสาย’ คือนโยบายของภาครัฐที่ต้องการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชน โดยรัฐบาลจะเข้ามาช่วยจ่ายในส่วนต่างของค่าโดยสารที่เกินจากอัตรา 20 บาท เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงขนส่งสาธารณะประเภทรางได้ ปัจจุบันได้มีการดำเนินการไปแล้ว 2 สายคือ รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง สายฉลองรัชธรรม (กรุงเทพฯ-นนทบุรี) และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (กรุงเทพอภิวัฒน์-รังสิต) สายสีแดงอ่อน (กรุงเทพอภิวัฒน์-ตลิ่งชัน) […]

F1 กับการพัฒนาเมือง กีฬาที่มากกว่าการแข่งรถ ช่วยพัฒนาเมืองได้จริง หรือเป็นแค่ความฝันราคาแพง?

มนุษย์เริ่มรักความเร็วตั้งแต่สนุกกับการวิ่งแข่งด้วยสองขา เปลี่ยนเป็นควบม้า พาหนะมีชีวิตที่เร็วที่สุดของมนุษย์ กระทั่ง ‘คาร์ล เบนซ์’ (Carl Benz) สามารถสร้างยานพาหนะที่รวดเร็วกว่าม้าหลายเท่า เปลี่ยนจากโดยสารสัตว์จอมพยศกลายเป็นเครื่องยนต์สี่ล้อเร็วแรงเกินจินตนาการ ‘ฟอร์มูลา’ (Formula) หมายถึงชุดของกฎการแข่งขัน ส่วนคำว่า ‘วัน’ (One) คือหมวดหมู่สำหรับประเภทรถที่ทรงพลังมากที่สุด ฟอร์มูลาวันกรังด์ปรีซ์ (Formula 1 Grand Prix) คือการแข่งขันรถยนต์ล้อเปิดทางเรียบที่เร็วแรงที่สุดในโลกและแพงที่สุดในโลกเช่นกัน รถยนต์สูตร 1 เพียงหนึ่งคัน ราคาประมาณ 500 กว่าล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าซ่อมบำรุง ค่าพัฒนา หรือค่าตัวนักขับ ด้วยต้นทุนที่สูงกว่ากีฬาทั่วไป จึงไม่แปลกที่ตั๋วเข้าชมจะมีราคาสูงลิ่ว พร้อมแปะป้าย ‘กีฬาคนรวย’ ที่มีเพียง 20 คนในโลกที่ได้ลงสนามแข่ง เมื่อความนิยมจากยุโรปแผ่ขยายไปทั่วโลก หลายประเทศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ‘กีฬาแข่งรถหรูหรา’ ซึ่งจำเป็นต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อรองรับการแข่งขัน เปลี่ยนภาพลักษณ์ปรับปรุงเมืองใหม่ และเฝ้ารอเม็ดเงินที่ย้อนคืนภายหลัง หลายประเทศสำเร็จ บางประเทศล้มเหลว และคราวนี้ประเทศไทยขอลองพนันครั้งใหญ่กับ F1 บ้าง แต่คำถามใหญ่ๆ คือ F1 มีดีอะไร และการแข่งรถจะช่วยพัฒนาเมืองได้จริงหรือ […]

เมืองสำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว การออกแบบและองค์ประกอบของเมืองแบบไหนที่จะช่วยคู่หย่าร้างเลี้ยงลูกได้ดี

เวลาคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่มักจะได้ยินคำสอนปนบ่นว่า ‘คนสมัยนี้อดทนน้อยลง’ ทั้งในเรื่องการงาน การเงิน หรือแม้กระทั่งความรัก ที่เราไม่อาจอดทนกับคนเคยรัก กล้ำกลืนฝืนทนให้อยู่คู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรดังคุณปู่คุณย่าสมัยก่อน ด้วยปัญหามากมายหลากหลายของชีวิตหลังแต่งงาน ความไม่ลงรอยกันเรื่องการเงิน เรื่องที่ให้ความสำคัญ หรือเป้าหมายในชีวิต ทำให้คู่ที่เคยรักมักไม่หวานดังเก่า สวนทางกับอัตราการสมรสที่น้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งคงมาจากหลากหลายปัจจัยเช่นเดียวกันที่ทำให้คนไม่อยากแต่งงาน ทั้งเรื่องรายได้ที่อยู่คนเดียวน่าจะสบายกว่า ค่านิยมที่สามารถอยู่ก่อนแต่งโดยไม่จำเป็นต้องเห็นการแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญอีกต่อไป หรือแม้กระทั่งปัจจัยทั่วๆ ไปอย่างการหาแฟนได้ยากเพราะแทบไม่ได้ออกไปพบเจอใครที่ถูกใจเลยด้วยซ้ำ สถิติการสมรสและหย่าร้างในประเทศไทย ปี 2563          สมรส   271,352        หย่าร้าง   121,011 ปี 2564          สมรส   240,979        หย่าร้าง   110,942 ปี 2565          […]

Helmet Station บริการให้ยืมหมวกกันน็อกที่วินมอเตอร์ไซค์

ช่วงนี้ในกรุงเทพฯ กวดขันเรื่องการสวมหมวกกันน็อกสุดๆ เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังระดับที่ตำรวจเรียกจริงปรับจริง ซึ่งจริงๆ ก็ควรเป็นแบบนี้มานานแล้ว เพราะพาหนะหลักของคนไทยคือมอเตอร์ไซค์ และหมวกนิรภัยก็มีส่วนช่วยเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนได้จริง แต่ขณะเดียวกันก็ใช่ว่าเราจะไม่รู้เพนพอยต์ของการใช้งานหมวกกันน็อก เพราะแม้พี่ๆ วินมอเตอร์ไซค์จะเตรียมหมวกกันน็อกไว้ให้ผู้โดยสารแล้ว แต่ก็ใช่ว่าผู้โดยสารจะอยากสวมใส่อย่างเต็มใจ หรือต่อให้เต็มใจก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจริงๆ คอลัมน์ Urban Sketch จึงอยากลองเสนอทางแก้ปัญหานี้ด้วยสเตชันให้ยืมหมวกกันน็อกที่วินมอเตอร์ไซค์ เริ่มความปลอดภัยง่ายๆ ที่วินมอเตอร์ไซค์ แม้จะมีบริการแกร็บไบค์ ไลน์แมน หรือแอปฯ เรียกรถมอเตอร์ไซค์อื่นๆ อีกมากมาย แต่ยังไง้ยังไงถ้าเอาสะดวกและไวที่สุด เราก็ยังไว้ใจให้พี่วินฯ เป็นที่พึ่งอันดับแรกก่อนอยู่ดี ดังนั้นเราจะเริ่มนำร่องติดตั้งบริการให้ยืมหมวกกันน็อกที่วินมอเตอร์ไซค์ทั่วกรุงเทพฯ ก่อน ถ้าได้ผลดีแล้วค่อยขยายไปยังพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพต่อไป หลายไซซ์ สี และสไตล์ตามความชอบและพอดีศีรษะ พอเป็นบริการให้ยืม หมวกกันน็อกก็ต้องหลากหลายมากพอให้ผู้ใช้งานเลือกหยิบใบที่ไซซ์พอดีกับศีรษะ หรือกระทั่งเลือกสีกับสไตล์ที่สวมใส่แล้วมั่นใจ โดยทุกใบต้องมีสายรัดคางที่ปรับระดับได้ แข็งแรงทนทาน ผ่านมาตรฐาน มอก. สภาพใหม่ มีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ส่งกลิ่นเหม็นอับ มีกล้องบันทึกภาพวิดีโอ และติด GPS อีกฟังก์ชันที่เราจะเพิ่มให้กับหมวกกันน็อกทั้งหลายที่ให้บริการในวินมอเตอร์ไซค์คือ การติดตั้งกล้องบันทึกภาพวิดีโอและติดระบบ GPS เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝัน ก็ใช้ภาพวิดีโอที่บันทึกไว้ชี้แจงเป็นหลักฐานได้ ขณะเดียวกัน ระบบ GPS จะช่วยระบุจุดเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ […]

ออกแบบศูนย์ส่งด่วน เตรียมความพร้อม ให้เหล่า Porter ในเกม Death Stranding

ในอนาคตปรากฏการณ์ ‘Death Stranding’ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงกับสังคมมนุษย์ เมื่อวิญญาณของมนุษย์ไม่สามารถผ่านไปสู่ภพแห่งความตายได้ เนื่องจากติดอยู่บริเวณพื้นที่กึ่งกลางระหว่างความตายที่เรียกว่า ‘The Beach’ เหล่าวิญญาณที่ยังติดอยู่และพยายามกลับมาในโลกของคนเป็นจะถูกเรียกว่า ‘BT’ (Beached Thing) ซึ่งถ้า BT สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตจะทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่หรือ ‘Voidout’ ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทำให้มนุษย์ต้องกระจายตัวกันอยู่ ไม่สามารถอยู่รวมเป็นชุมชนขนาดใหญ่ได้ ส่งผลให้สังคมมนุษย์ขาดการเชื่อมต่อ ด้วยเหตุนี้ ‘United Cities of America (UCA)’ นำโดยองค์กร ‘Bridges’ ได้มีความพยายามรวบรวมอเมริกาให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง โดยใช้โครงข่าย Chiral Network เชื่อมต่อเมืองต่างๆ ในอเมริกาได้สำเร็จ เป็นเวลา 11 เดือนต่อมาหลังจาก Bridges เชื่อมต่อ UCA ได้แล้ว พวกเขามีแผนเชื่อมต่อพื้นที่ไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างเม็กซิโก และใช้ ‘Plate Gate’ ในการเดินทางข้ามซีกโลกไปยังทวีปออสเตรเลีย ดินแดนรกร้างที่ยังไม่ถูกเชื่อมต่อ นี่จึงกลายเป็นหน้าที่ของเหล่า ‘Porter’ ที่จะออกเดินทางไปยังดินแดนแห่งใหม่นี้ และเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกัน ในโลกที่มนุษย์ต้องแยกกันอยู่ Porter หรือคนส่งของกลายเป็นอาชีพที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเดินทางในดินแดนรกร้างเป็นเรื่องอันตราย ทั้งจากสภาพแวดล้อม […]

ออกแบบ ‘Hawker Center’ แบบไทยๆ แก้ปัญหาหาบเร่แผงลอย คืนพื้นที่ทางเท้าที่หายไป

‘ไทยแลนด์ดินแดนสตรีทฟู้ด’ หนึ่งในอัตลักษณ์ของไทยที่เลื่องลือกันไปทั่วโลก ทว่าเบื้องหลังก็มีปัญหาคลาสสิกมากมายที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข อย่างที่รู้กันว่า กรุงเทพฯ กับหาบเร่แผงลอยเป็นปัญหาคาราคาซังมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งการล้ำเส้นทางเท้า กีดขวางทางสัญจร ความสกปรกจากน้ำทิ้งและเศษซากจากการประกอบอาหารหรือตั้งร้าน รวมถึงสุขอนามัยของผู้บริโภค  ปัจจุบันกรุงเทพฯ นำ ‘Hawker Center’ โมเดลศูนย์อาหารจัดระเบียบร้านของสิงคโปร์มาปรับใช้บ้างแล้ว แต่ก็เจอทางตันและข้อจำกัดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ไม่เอื้อต่อการจัดสรร การควบคุมมาตรฐาน ทุนสนับสนุน ไปจนถึงการคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดแบบไทยๆ ส่งผลให้ประเด็นหาบเร่แผงลอยเป็น Love-Hate Relationship ที่อยู่คู่คนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน ถึงอย่างนั้น การแก้ไขปัญหาก็ไม่ควรเป็นการขับไล่ร้านเหล่านั้นออกไปเพื่อเป็นการตัดจบ แต่ควรเป็นประเด็นขบคิดว่า เราจะทำอย่างไรให้ทางเท้ากลับมาเป็นทางเท้าเหมือนเดิม ในขณะเดียวกันก็ไม่กระทบการทำมาหากินของเหล่าผู้ประกอบการ คอลัมน์ Urban Sketch ขอเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ ‘Hawker Center แบบไทยๆ’ สีสันจัดจ้านตามแบบฉบับสตรีทฟู้ดไทยที่ขมวดจบทุกปัญหา เสนอทางออกที่หลายฝ่ายจะแฮปปี้ คืนทางเท้าที่ดีให้นักสัญจรทางเท้าทุกท่าน อีกทั้งยังคงความเป็นสตรีทฟู้ดอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไทย ขอให้ทางเท้ามีทางให้เท้าเดิน อย่างแรกร้านค้าต้องรู้ก่อนว่า ตรงไหนบ้างที่ห้ามตั้งร้านหาบเร่แผงลอย ปัจจุบันเทศกิจกำหนดว่า บริเวณที่ห้ามจำหน่ายสินค้าเด็ดขาดคือทางเท้าแคบที่กว้างไม่ถึง 2 เมตร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทางเท้าที่ดีควรมีความกว้างมากกว่าหรือเท่ากับ 2 เมตร แต่ประเทศไทยเองยังมีหลายพื้นที่ที่ทางเท้าแคบและไม่ได้มาตรฐาน เมื่อมีหาบเร่แผงลอยมาตั้งร้านอีกจึงเกิดปัญหาซ้ำซ้อนตามมา ถ้าไปดูกรณีของไต้หวันจะพบว่า […]

นกพิราบในเมือง อารยธรรมความเป็นเมืองที่เอื้อต่อพัฒนาการและปัญหานกพิราบล้นกรุง

ขึงตาข่าย งูปลอม หรือโมไบล์กระดิ่งลม ดูจะเป็นสิ่งของที่ชาวเมืองคุ้นเคยกันดีในฐานะเครื่องมือต่อกรกับ ‘นกพิราบ’ ที่มักมาทำรังบริเวณระเบียงตึกสูงและที่อยู่อาศัย ปัญหานกพิราบในกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งในสเกลของที่อยู่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ จนถึงขนาดมีการออกกฎหมายและข้อระเบียบมาใช้ ภาพจำของนกกับธรรมชาติดูเป็นของคู่กัน แต่พวกมันกลับเจริญเติบโตได้ดีในเมืองที่เต็มไปด้วยพื้นที่คอนกรีต และดูเหมือนว่าอัตราการเพิ่มจำนวนของเจ้าสัตว์ชนิดนี้จะสูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมของโลก ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้นกพิราบเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมความเป็นเมือง ตามไปดูกันในบทความนี้ โครงสร้างของตึกสูงคล้ายกับถิ่นกำเนิดของนกพิราบ ในอดีตนกพิราบมักอาศัยอยู่บริเวณปากถ้ำหรือหน้าผาหิน พัฒนาการของนกพิราบบนตึกจึงเหมือนเป็นการอยู่อาศัยบนหน้าผาจำลอง โดยเฉพาะตึกสูงที่มีระเบียงให้พวกมันเกาะหรือมีช่องให้ทำรัง อีกทั้งนกพิราบยังมีความสามารถในการจดจำเส้นทางได้ดีมาก ส่งผลให้การจดจำที่อยู่อาศัย หรือมองหาพื้นที่ทำรังในเมืองที่มีผังเมืองซับซ้อนแบบที่มนุษย์อย่างเราแค่มองยังปวดหัว ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกมัน และเมื่อจดจำเส้นทางได้ดี นกพิราบจึงควบตำแหน่งสัตว์ที่มีชื่อเสียงในการหาทางกลับบ้าน จนเคยถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารในฐานะเครื่องส่งข้อความหรือที่เรารู้จักในนาม ‘นกพิราบสื่อสาร’ ตั้งแต่ประมาณ 3,000 ปีก่อน ไม่แปลกเลยที่ฉายาเจ้าแห่งเส้นทางจะเป็นที่มาให้พวกมันสามารถเอาชีวิตรอดและเติบโตในเมืองใหญ่ได้ แหล่งอาหารนกพิราบ เศษซากของเหลือและความใจบุญสุนทาน โดยปกติแล้วสิ่งมีชีวิตจะมาคู่กับห่วงโซ่อาหาร มีผู้ล่าและผู้ถูกล่า เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่สมดุล แต่สถานการณ์ของวงจรนกพิราบตอนนี้คือ ระบบนิเวศในเมืองกำลังขาดความหลากหลายของผู้ล่าอย่างเหยี่ยวหรืองู อีกทั้งนกพิราบยังเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี ปริมาณจึงเพิ่มอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสิ่งใดมาควบคุม ไม่มีผู้ล่าคอยควบคุมจำนวนก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นกพิราบใช้ชีวิตในเมืองรุ่นสู่รุ่นได้คือ แหล่งอาหารของพวกมัน คนเมืองจำนวนมากน่าจะคุ้นเคยกับภาพการจิกหาอาหารตามลานโล่งของนกพิราบ โดยเฉพาะบริเวณสวนสาธารณะ ลานโล่ง หรือท่าเรือ พวกมันล้วนแล้วแต่มองหาอาหารที่ชอบ เช่น เมล็ดธัญพืช หนอน และแมลง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเป็นบริบทของเมืองใหญ่ อาหารลักษณะนี้คงไม่ได้หาได้ง่ายนัก […]

ยกระดับชีวิตมังกรจากแอนิเมชัน How to Train Your Dragon จะคนหรือสัตว์ (วิเศษ) ก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

“มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับมังกรได้” ประโยคนี้คงเป็นสมมติฐานที่ชาวไวกิงและเหล่ามังกรจากเรื่อง อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร (How to Train Your Dragon) ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ระหว่างคนและมังกร พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากใครเคยรับชมแอนิเมชันเรื่องนี้ นอกจากเรื่องราวการต่อสู้ของมังกรและคน เราจะเห็นความสัมพันธ์และรูปแบบวิถีชีวิตร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์วิเศษ โดยอยู่ภายใต้การอยู่อาศัยบนเกาะเบิร์ก เกาะต้นกำเนิดของชนเผ่าไวกิง อีกทั้งยังเป็นเหมือนบ้านเฉพาะกิจของเหล่ามังกร  แม้ในท้ายที่สุดชาวไวกิงจำเป็นต้องบอกลากับเพื่อนซี้เหล่ามังกร เพื่อให้พวกมันได้กลับไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและเป็นที่ของพวกมันจริงๆ แต่ในช่วงที่เหล่ามังกรยังอาศัยอยู่บนเกาะเบิร์ก เรื่องราวในแต่ละวันก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและสวยงามสักเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเมืองแออัด หรือผลกระทบข้างเคียงในพลังงานมหาศาลของเจ้ามังกรที่ต่างส่งผลกระทบต่อทั้งคนและมังกร จนถึงกับทำให้พวกเขามีแผนการตามหาที่อยู่อาศัยใหม่ดังที่ปรากฏในภาค 3  เนื่องในโอกาสการกลับมาของ How to Train Your Dragon ฉบับ Live Action คอลัมน์ Urban Isekai อยากชวนทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนคิดไปกับพวกเรา ถ้าหากเหล่ามังกรยังคงอยู่อาศัยร่วมกับชาวไวกิงบนเกาะเบิร์ก เราจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์มีปีกเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง 1) จัดสรรพื้นที่ใหม่ แบ่งสัดส่วนระหว่างคนและมังกร ปัญหาเมืองแออัดดูจะเป็นปัญหาหลักที่เกิดขึ้นในเกาะเบิร์ก หลังจากการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างชาวเมืองและมังกร จนทำให้ชาวไวกิงบางส่วนตั้งคำถามต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนมังกร  หากเมืองมีการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม กำหนดเขตที่พักอาศัยระหว่างมังกรและมนุษย์ จะเป็นทางแก้ที่ช่วยให้มังกรได้ใช้พื้นที่ตามธรรมชาติของร่างกาย และไม่สร้างความเสียหายแก่ชาวเมือง 2) บริการตรวจสุขภาพมังกรประจำปี  สุขภาพของคนและสัตว์เป็นสิ่งสำคัญ สัตว์วิเศษก็เช่นกัน เราจึงควรมีโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีเต็มรูปแบบ […]

ออกแบบเมืองให้เป็นมิตรกับผึ้งและผองเพื่อน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้ดีต่อผึ้งและดีต่อใจเรา

เวลาที่ไปสวนแล้วเห็นต้นไม้หรือดอกไม้สวยๆ เรารู้สึกอย่างไรบ้าง แล้วเคยสังเกตกันไหมว่า ในชีวิตประจำวันเราพบเห็นแมลงชนิดไหนบ้าง พบเห็นผึ้งหรือผีเสื้อบ้างไหม และเพื่อนตัวน้อยเหล่านั้นทำอะไรอยู่ ผึ้งเป็นเพื่อนตัวเล็กๆ ที่มีอิทธิพลมากต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและต้นไม้ ซึ่งให้อากาศบริสุทธิ์ น้ำสะอาด และอาหารที่เรากิน จากภาวะโลกเดือด ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้จำนวนประชากรผึ้งและแมลงผสมเกสรลดลง และการทำเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวส่งผลให้ถิ่นที่อยู่ของแมลงและสัตว์ต่างๆ ลดน้อยลง ส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพ จำนวนและชนิดของแมลงก็ลดลงตามไปอีก อีกทั้งยังทำให้ความหลากหลายทางอาหารลดลงอีกเช่นกัน เป็นวงจรที่กำลังดำเนินไป และเรากำลังเผชิญกับผลกระทบเหล่านั้น จากคำกล่าวที่ว่า ‘ถ้าไม่มีผึ้งจะไม่มีเราอีกต่อไป’ ดูจะไม่ไกลเกินจริงซะแล้ว ในโอกาสวันผึ้งโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไป และวันนี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก คอลัมน์ Urban Sketch อยากชวนเพื่อนๆ มาดูกันว่า เราจะสามารถออกแบบเมืองและสิ่งแวดล้อมใกล้ๆ ตัวเราอย่างไร ให้เอื้อต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนตัวน้อยนักผสมเกสรของเรา และยังสร้างความเพลิดเพลินใจให้เราด้วย มาเปิดใจให้เหล่าผองผึ้งและแมลงตัวนั้นตัวนี้ ให้เราได้รักรักมันทุกตัวกัน ปลูกดอกไม้และต้นไม้ที่หลากหลายให้ผองผึ้ง ดอกไม้และต้นไม้บางชนิดเป็นแหล่งอาหารที่โปรดปรานของผึ้ง การออกแบบสวนที่มีดอกไม้ ผัก และต้นไม้ที่ให้เรณูเกสรและน้ำหวานแก่ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ ยกตัวอย่าง สวนสาธารณะ สวนในบ้าน สวนริมทางเท้า หรือ Pocket Park ลองเพิ่มต้นไม้ผลไม้เข้ามา สลับกับไม้พุ่มให้ดอก ผักที่กินผล และดอกไม้หอมที่ล่อแมลงและผึ้งอย่างต้นไม้วงศ์ส้ม […]

ทำไม Walkable City ถึงเป็นแนวทางสำหรับเมืองสมัยใหม่ และเป็นความเหลื่อมล้ำของเมืองเล็กที่ถูกลืม

เป็นเวลากว่าล้านปีที่มนุษย์ค่อยๆ วิวัฒนาการสรีระเพื่อรองรับการเดินตัวตรง เหล่าบรรพบุรุษใช้พรสวรรค์ในการเดินทนเดินไกล ขยับขยายอาณาเขตและเอาตัวรอดในสมัยบรรพกาล หรือเรียกได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์นักเดินตัวยง กระทั่งเมื่อลูกหลานของป้าลูซี (Lucy) คิดค้น ‘ล้อ’ ตัวช่วยการเคลื่อนที่แสนสะดวก บทบาทของการเดินเท้าจึงเริ่มถูกคัดทิ้งและลืมเลือน เมื่อรถยนต์แพร่หลายกลายเป็นพาหนะประจำครัวเรือน การตัดถนนครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้นทั่วโลก กรุงรัตนโกสินทร์เองก็เขยื้อนตัวเช่นกัน เริ่มจากการขยายเมือง ถมคลองสร้างถนนรองรับ ‘รถเก๋ง’ แต่ดันลืมนึกถึง ‘คนเดิน’ เวลาผ่านมาเพียงหนึ่งชั่วอายุคน ความนิยมของรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นมหาศาลได้แปรสภาพเมืองหลวงไทยให้กลายเป็น ‘ตัวอย่างของความล้มเหลวทางการจราจร’ ลืมเรื่องการเดินอย่างสบายเท้าบนฟุตพาทไปได้เลย เพราะบางครั้งชาวสยามยังจำเป็นต้องเดินบนถนนขณะรถวิ่ง การเดินเท้าบนฟุตพาทในกรุงเทพฯ กลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างน่าละเหี่ยใจ นอกจากขนาดและสภาพของทางเท้าแบบ ‘Old School’ เก่าพังราวของวินเทจ ระยะทางของแต่ละย่านสำคัญก็ห่างไกลระดับน้องๆ มาราธอน แม้แต่ทางเลือกอย่างจักรยานก็อาจต้องเสี่ยงดวงเบียดบี้กับจักรยานยนต์บนถนน และขาดไม่ได้คืออากาศร้อนราวอบเซานาตลอดกลางวัน จึงไม่แปลกที่รถยนต์ส่วนตัวปรับอากาศเย็นสบายจะติดชาร์ตสิ่งของอันดับหนึ่งที่ใครๆ ล้วนปรารถนา อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าเศร้ากว่าปัญหาข้างต้นคือ การหารือบนโต๊ะประชุมมักมีเพียงการแก้ปัญหาในบริบทของกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลับกันใน ‘จังหวัดอื่นๆ’ กลายเป็นผู้ถูกลืม บางพื้นที่ไม่มีแม้แต่ระบบขนส่งสาธารณะ บีบบังคับให้ทุกบ้านต้องมีรถยนต์หรือจักรยานยนต์เป็นอย่างน้อย ทั้งที่แนวคิด Walkable City ไม่ควรถกเถียงอยู่แค่บริเวณเมืองหลวง เพราะประชากรทุกจังหวัดควรได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ทั้งนั้น การสร้างเมืองเดินได้ในทุกบริบทย่อมตั้งต้นด้วยการเปลี่ยนวิถีการคมนาคม เริ่มจากรถยนต์ผู้ครองตำแหน่งแชมป์ที่เป็นก้างชิ้นโต ทำให้ผู้สันทัดกรณีเสนอการแก้ปัญหาอย่างกำปั้นทุบดินคือ ‘กำจัดรถยนต์บนท้องถนน’ […]

จินตนาการถึงผลงานศิลปะกลางแจ้งบนพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ แรงบันดาลใจจากเหล่าสัตว์ในเมือง

ถ้ากรุงเทพฯ มีประติมากรรมขนาดยักษ์แบบไทยๆ ตั้งบนพื้นที่แลนด์มาร์กบ้าง จะเป็นยังไงกันนะ คิดว่าหลายคนน่าจะได้ไปชม KAWS:HOLIDAY THAILAND งานศิลปะในรูปแบบรูปปั้นขนาด 18 เมตรตรงบริเวณท้องสนามหลวงแล้ว  นอกจาก KAWS:HOLIDAY THAILAND จะเป็นการร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะร่วมสมัยและพื้นที่ที่มีความเป็นมาอันยาวนานทางประวัติศาสตร์ ในเลนส์ของการพัฒนาเมือง โปรเจกต์นี้ยังทำหน้าที่เป็น Public Art หรือศิลปะสาธารณะชั่วคราว ที่สร้างมุมมองใหม่ เติมสีสันให้เมือง กระตุ้นให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ศิลปะในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่วันที่ 25 พฤษภาคม อีเวนต์นี้ก็จะสิ้นสุดแล้ว คอลัมน์ Urban Sketch เลยอยากชวนคิดสนุกๆ ต่อยอดว่า ถ้าในอนาคตกรุงเทพฯ จะมี Public Art เป็นรูปปั้นยักษ์จัดแสดงอีก หน้าตาของชิ้นงานจะออกมาเป็นยังไง และควรตั้งตรงพื้นที่ไหนบ้าง เพื่อสะท้อนความเป็นไทยร่วมสมัยที่ใครๆ ก็รู้สึกร่วมได้ Mr.Pigeon Postmanหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก รูปปั้นแรก เราดีไซน์เป็นคุณลุงนกพิราบผู้ส่งจดหมาย ที่อยากให้เป็นนกที่ดูมีอายุหน่อย ล้อไปกับไปรษณีย์ไทยที่อยู่คู่ประเทศไทยมานาน มีเครื่องประดับเป็นกระเป๋าจากขอบขนมปังที่คนบิโยนให้กิน ขณะเดียวกัน นกพิราบยังเป็นสัตว์คู่เมืองใหญ่ แถมเอาตัวรอดเก่งสุดๆ เดินไปไหนก็เจอแทบทุกที่ ให้มาตั้งประจำการที่ลานหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ก็ดูสอดคล้องกับคอนเซปต์ดี […]

1 2 3 51

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.