วาดหวังหนังสือ หนังสือที่วางรากฐานความคิดเด็ก - Urban Creature

วาดหวังหนังสือ

‘ปลุกปั่น ล้างสมอง ทำให้แตกแยก’

นี่คือมุมมองของรัฐที่มีต่อ วาดหวังหนังสือ หนังสือนิทานสำหรับเด็กที่มีเนื้อหาเล่าถึงความฝัน ความแตกต่าง คุณค่าของตัวเอง ความสามัคคี และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสร้างสรรค์ 

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายหน่วยงานพร้อมใจกันเรียกสอบผู้ผลิตหนังสือชุดนี้ เพื่อที่จะ ‘แบน’ หนังสือนิทานที่รัฐมองว่าเป็นภัยต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กระทรวงศึกษาธิการ ไปจนถึงผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ร้อนรนเมื่อได้เห็นเนื้อหาในหนังสือเหล่านี้ ข่าวนี้จึงเป็นตัวกระตุ้นให้หนังสือนิทานกว่า 17,000 เล่ม ขายหมดในไม่กี่วัน มีผู้อ่านที่ต้องพลาดโอกาสอีกจำนวนมาก และทีมงานยังไม่มีวี่แววจะผลิตเพิ่มเร็วๆ นี้ เพราะยังต้องสะสางกับเรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ 

การที่หนังสือเด็กเกือบสองหมื่นเล่มขายหมดสต็อกอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน ไม่ใช่เรื่องง่ายของผู้ผลิตหนังสือในยุคนี้ และเราเชื่อว่าผู้ซื้อเองก็ไม่ได้ซื้อเพราะความเห็นใจ แต่เป็นเพราะเห็นความหวังดีที่หนังสือมีให้กับอนาคตของเด็กๆ เสียมากกว่า 

ปกหลังของวาดหวังหนังสือเขียนว่า ‘วาดหวัง เติมพลังด้วยหนังสือดี ที่บอกเล่าถึงความจริง ความงาม ท่ามกลางความเป็นไป’ หนังสือนิทานทั้ง 8 เล่ม จึงเปรียบเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์ของสังคมและการเมืองไทย ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านนักเขียนมากประสบการณ์ที่หวังอยากเห็นเมืองไทยดีขึ้นทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ และบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวการ์ตูนที่วาดโดยนักวาดภาพประกอบไทยฝีมือดีหลายคน 

หนังสือทั้ง 8 เล่มนี้สอดแทรกเรื่องพลังพลเมือง และหลักสิทธิมนุษยชนด้วยวิธีการที่เข้าใจง่าย เป็นหนังสือดีที่อ่านได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ได้มีพิษภัยอย่างที่รัฐกล่าวหา และเป็นหนังสือดีที่น่าจะอยู่ในห้องสมุดโรงเรียนเสียด้วยซ้ำ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นพลเมืองที่เคารพทั้งตัวเองและผู้อื่น

เราจึงอยากเปิดเรื่องราวของทั้ง 8 เล่มให้ได้พิสูจน์กันว่า หนังสือนิทานเหล่านี้ ‘ปลุกปั่น ล้างสมอง ทำให้แตกแยก’ อย่างที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยจริงไหม แต่ที่แน่ๆ เนื้อหาเหล่านี้หาไม่ได้จากหนังสือเรียนไทยแน่นอน

เล่มที่ 1

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : เด็กๆ มีความฝัน
เรื่อง : สองขา
ภาพ : Mimininii

ความฝันในวัยเด็กของคุณคืออะไร และทุกวันนี้มีอะไรเป็นจริงแล้วบ้าง? หนังสือ ‘เด็กๆ มีความฝัน’ จะพาคุณย้อนกลับไปรำลึกวัยเด็กอีกครั้ง ผ่านตัวละคร ‘มะนาว’ และ ‘ข้าวปุ้น’ เด็กสองคนที่ซ่อนอยู่ในกลุ่มเด็กหลายร้อยคนในหนังสือเล่มนี้ 

‘ความฝัน’ ที่สองขา หรือศรีสมร โซเฟร ผู้เป็นบรรณาธิการของนิทานชุดนี้ สื่อสารออกมาไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ แต่เป็นเรื่องสามัญธรรมดาอย่าง ‘คุณภาพชีวิต’ ที่แม้แต่ทุกวันนี้ต่อให้โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเราก็ยังต้องนั่งฝันถึงกันอยู่ เช่น ระบบคมนาคมที่ดี ระบบการศึกษามีคุณภาพ ต้นไม้ใหญ่ในเมือง อากาศไร้มลพิษ พื้นที่สาธารณะ การเข้าถึงความรู้ การเปิดกว้างด้านศิลปะและวัฒนธรรม ไปจนถึงเสรีภาพ และประชาธิปไตย ที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ฝันอยากเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นสักวัน 

ท้ายเล่มยังมีความฝันของคนหลากหลายช่วงวัยและอาชีพ ตั้งแต่นักเรียน นักกิจกรรม ส.ส. คนไร้บ้าน LGBTQ หมอ นักเขียน ฯลฯ ทำให้เราได้ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ประเทศนี้ทำให้ฉันไม่กล้าฝันไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ?

เล่มที่ 2

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : แค็ก! แค็ก! มังกรไฟ 
เรื่อง : หนูหริ่ง
ภาพ : Viwenny

ตอนเด็กๆ คุณเคยรู้เรื่องไฟป่ามากแค่ไหน หรือเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวบ้างหรือเปล่า?

‘แค็ก! แค็ก! มังกรไฟ’ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านบนยอดเขาที่ต้องเผชิญกับไฟป่าขนาดใหญ่ที่กลายร่างเป็นมังกรไฟ เผาทุกอย่างวอดวายและทำให้เด็กๆ ในหมู่บ้านที่สูดควันเข้าไปต้องคำสาป เปล่งเสียงพูดไม่ได้ และมีแต่เสียงไอแห้งๆ ดังแค็กๆ เท่านั้น

หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดโดยพี่หนูหริ่ง-สมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรมทางสังคม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา อดีตหัวหน้าโครงการการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน และเป็นสมาชิกคนสำคัญของศูนย์อาสาดับไฟป่ามูลนิธิกระจกเงา 

‘ไฟป่า’ อาจเกิดได้จากสาเหตุทางธรรมชาติ และทั้งจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งสาเหตุในไทยส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นอย่างหลังมากกว่า เนื่องจากมีการเผาพื้นที่ทางเกษตรแล้วลุกลามเข้าไปพื้นที่ป่า หรือการจุดไฟล่าสัตว์ และการเผาเพื่อทำแนวกันไฟ ซึ่งมักจะเกิดบริเวณภาคเหนือของไทย และเกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ที่อากาศแห้ง แล้ง และร้อนมากเป็นพิเศษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อป่า คน สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อมหลายด้าน แต่เรื่องนี้ไม่เคยถูกใส่ลงในหลักสูตรการศึกษาอย่างละเอียด และขาดการสื่อสารให้ทุกคนเห็นความสำคัญของไฟป่า ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับระบบนิเวศ ชีวิต และความเป็นอยู่ของผู้คนจำนวนมาก 

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการอธิบายเรื่องไฟป่าอย่างง่าย ที่เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้ทั้งจากภาพและการอ่านท้ายบท

เล่มที่ 3

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : เป็ดน้อย
เรื่อง : สองขา
ภาพ : สะอาด

หนังสือเด็กไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหาที่ชวนฝัน สร้างจินตนาการ หรือทำให้เด็กเห็นภาพด้านสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรนำเสนอความเป็นจริงที่เป็นไปในสังคมให้กับเด็กๆ ด้วย โดยเฉพาะเรื่อง ‘การเมือง’ ที่ดูเป็นเรื่องใหม่ในหนังสือเด็กของไทย แต่ในความเป็นจริงการให้เด็กเรียนรู้ว่าเขามีสิทธิ มีเสรีภาพ หรือกำลังอยู่ในสังคมแบบไหน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเด็กเลยสักนิด เพราะวันหนึ่งเด็กในวันนั้นก็จะเติบโตมาเป็นพลเมืองที่ควรตระหนักรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้างในสังคมนี้เช่นกัน

นิทานเป็ดน้อยเล่าเรื่องผ่านลายเส้นของ ‘สะอาด’ หรือ ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ นักเขียนการ์ตูนที่มีผลงานการ์ตูนสะท้อนสังคมและการศึกษาออกมาหลายเล่ม และเรื่องราวจาก ‘สองขา’ ที่ชวนให้เด็กตั้งคำถามกับเรื่องต่างๆ ในสังคมผ่านการเติบโตไปพร้อมๆ กับเป็ดน้อย และการเดินทางของเป็ดน้อยที่อยู่เคียงข้างการเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่เสมอ เป็นหนังสือที่อธิบายเรื่องพลังพลเมืองง่ายๆ ที่เรียนรู้ได้ตั้งแต่เด็ก

ท้ายเล่มยังมีการรวบรวมเกร็ดเล็กๆ น่ารู้จากการต่อสู้ของเป็ดน้อยในหลายประเทศ ที่ใช้เป็ดยางสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ต่อสู้ทางการเมือง 

เล่มที่ 4

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : ตัวไหนไม่มีหัว
เรื่อง : สองขา
ภาพ : พรพิมล วงศ์ศิริทรัพย์

ความหลากหลายของมนุษย์ คือสิ่งที่ควรถูกระบุอยู่ในหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กมีพื้นฐานเรื่องการเคารพผู้อื่น เพราะโลกทุกวันนี้ให้คุณค่าเรื่องความหลากหลาย (Diversity) ความแตกต่าง และเชื่อว่าคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน หรือเชื่อในสิ่งเดียวกันอีกต่อไปแล้ว ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะต่าง ถ้าหากสิ่งนั้นไม่ลิดรอนสิทธิของผู้อื่น และคนที่แตกต่างก็ไม่ควรถูกแปะป้าย หรือถูกตัดสินด้วยทัศนคติที่คับแคบอีกต่อไปแล้ว

‘ตัวไหนไม่มีหัว’ คือนิทานที่ว่าด้วยคำถามของเหล่าพยัญชนะไทยที่กำลังถกกันว่า มีตัวไหนบ้างที่ไม่มีหัว? และคำตอบคือ มีเพียง 2 ตัวเท่านั้น ได้แก่ ก.ไก่ และ ธ.ธง ที่ไม่มีหัวเหมือนใครเขา ทำให้พยัญชนะ 2 ตัวนี้ถูกล้อเลียนเพียงเพราะแค่แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ทั้งๆ ที่ ก.ไก่ และ ธ.ธง ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย สถานการณ์นี้ทำให้นึกถึงประสบการณ์ในโรงเรียนไทยที่เรามักจะเป็นฝ่ายถูกล้อเลียน หรือเห็นเพื่อนถูกแกล้งเพราะความแปลก แตกต่าง ในเรื่องที่ไม่ควรถูกล้อเลียนเสมอ เช่น สีผิว รูปร่าง หน้าตา ไปจนถึงเชื้อชาติ ศาสนา ที่ไม่เคยหมดไปในโรงเรียนไทย ทำให้เด็กเติบโตไปโดยที่ขาด Self-esteem 

เราต่างล้วนเติบโตและเรียนรู้ว่าความแตกต่างคือเรื่องธรรมชาติ แต่ดีกว่าไหมถ้าเราได้เรียนรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก และเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ ยอมรับ ทั้งตัวเองและผู้อื่น

เล่มที่ 5

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : จ จิตร
เรื่อง : สองขา
ภาพ : faan.peeti

‘จ จิตร’ เป็นหนังสืออัตชีวประวัติฉบับย่อของ จิตร ภูมิศักดิ์ ผู้เป็นทั้งนักปราชญ์ทางประวัติศาสตร์ ศาสนา วรรณกรรม เป็นนักเขียน นักคิด นักแต่งเพลง และเป็นกวีที่ยืนหยัดในทางเลือกของตัวเอง และเป็นนักกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ที่เด็กๆ สามารถเอาอย่างในความมุมานะพยายามในการเรียนรู้ของเขาได้ เพราะถึงแม้จะเจออุปสรรค ถูกขัดขวาง หรือถูกจองจำในคุก แต่จิตรไม่เคยหยุดที่จะต่อสู้และยืนหยัดในสิ่งที่เขาเชื่อเลยสักวัน แม้จิตรจะไม่อยู่แล้ว แต่ผลงาน ความรู้ และความสามารถของเขาก็เป็นที่ประจักษ์ แม้จะจากไปหลายสิบปี แต่ชื่อ ผลงาน และเจตจำนงของจิตรยังถูกส่งต่อให้คนรุ่นหลังอยู่เสมอ

หนังสือที่จิตรเขียนไว้ 3 เล่ม ได้รับการยกย่องให้เป็นหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน บทเพลงจากปลายปากกาของเขายังได้รับการขับขาน รวมทั้งความฝัน ความหวัง และความปรารถนาของจิตรที่มีต่อสังคมยังคงส่งต่อมาถึงผู้ที่เชื่อมั่นในประชาธิปไตย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ‘สองขา’ จะนำเรื่องราวของจิตรมาถ่ายทอดให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อัตชีวประวัติของบุคคลสำคัญ ที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้แม้ร่างกายจะไม่อยู่แล้ว ผ่านลายเส้นของ faan.peeti นักวาดประกอบสาวที่หลงใหลในรายละเอียดเล็กๆ และสร้างสรรค์ให้จิตรกลับมามีชีวิตชีวาในนิทานเล่มนี้อีกครั้ง

เล่มที่ 6

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : แม่หมิมไปไหน? 
เรื่อง : อินทิรา เจริญปุระ 
กลอน : สองขา
ภาพ : เพชรลัดดา แก้วจีน

‘แม่หมิมไปไหน?’ คือนิทานที่เล่าผ่านมุมมองของ ‘หมิม’ แมวแสนรักของ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ที่เฝ้ามองกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตของเธอ นอกจากจะเป็นนักเขียน พิธีกร และนักแสดงแล้ว ทรายยังเป็นนักกิจกรรมตัวยงที่เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิที่จะพูดและสื่อสารเพื่อคนอื่น 

หนังสือนิทานเล่มนี้จึงเป็นเหมือนบันทึกของทรายที่เธอเดินทางไปรับฟัง สนับสนุน และส่งต่อพลังให้กับคนที่เชื่อในประชาธิปไตยเหมือนกัน 

19 กันยายน 63 สนามราษฎร ที่เป็นจุดเริ่มต้นการเข้าร่วมของใครหลายๆ คน และเป็นวันที่ทรายลุกขึ้นมาทำโรงครัวเพื่อเติมพลังให้กับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม 

17 พฤศจิกายน 63 บริเวณหน้ารัฐสภา ที่การชุมนุมเคลื่อนไหวแบบใหม่และสร้างสรรค์เกิดขึ้นที่นี่ โดยเฉพาะเป็ดยางสีเหลืองที่ตั้งใจจะเอาไปลอยน้ำ แต่ผู้เข้าร่วมชุมนุมกลับต้องเอามาเป็นโล่กันน้ำผสมสารเคมีแทน 

มกราคม 64 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่ทรายไปเพื่อรับฟังเสียงของชาวบ้าน เพื่อคัดค้านการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะในพื้นที่ประมงที่อุดมสมบูรณ์

มกราคม 64 อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ที่เธอไปเพื่อทำแคมป์ราษฎร on tour เพื่อส่งต่อแนวคิดให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสความจริงและเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านในเหมืองทอง

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่บอกเล่าผ่านสายตาของหมิม ถึงแม้หมิมจะติดตามไปทุกที่ไม่ได้ แต่ไม่ว่า ‘แม่’ ไปไหน หมิมก็จะเฝ้ามองและเป็นกำลังใจให้จากที่บ้าน

เล่มที่ 7

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : เสียงร้องของผองนก
เรื่อง : สองขา
ภาพ : ทวีวัฒน์ โพธิรัชต์ 

นกกาเหว่า นกขุนทอง นกกระจอก นกกระปูด นกแซงแซว นกอินทรี นกกระจิบ นกพิราบ นกกระเต็น นกนางนวล ฯลฯ นกทุกชนิด ตัวนิดน้อยใหญ่ คือตัวแทนของคนที่ ‘สองขา’ เลือกนำมาสื่อสารผ่านการเรียกร้องสิทธิในนิทานเล่มนี้ ผ่านภาพวาดนกนานาพันธุ์ด้วยลายเส้นของ ทวีวัฒน์ โพธิรัชต์ ที่นอกจากจะทำให้เด็กเข้าใจคอนเซปต์ของการเรียกร้องเพื่อสิทธิของตัวเองและส่วนรวมแล้ว ยังได้รู้จักนกนานาพันธุ์ผ่านภาพประกอบที่สวยงามในเล่มด้วย

‘เสียงร้องของผองนก’ คือหนังสือที่ชวนผู้อ่านตั้งคำถามของการส่งเสียงเรียกร้องในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพ ความเท่าเทียม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ หากหวังให้สิ่งเหล่านี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมผู้คนต้องลุกขึ้นมาเปล่งเสียงของตัวเอง เพราะเสียงของทุกคนมีความหมาย ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร การเรียกร้องและตั้งคำถาม อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้

เหมือนอย่างเรื่องราวของ เกรต้า ธันเบิร์ก สาวน้อยชาวสวีเดนที่ลุกขึ้นมาประท้วงเรื่อง Climate Change ในวัย 8 ขวบ จนทุกวันนี้เกรต้าได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่คนทั่วโลกยกย่อง และเสียงของเธอได้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นจริงๆ

โจชัว หว่อง นักศึกษาผู้สร้างปรากฏการณ์ ‘ขบวนการร่ม (Umbrella Movement)’ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงและชวนผู้คนมาร่วมประท้วงกว่าล้านคน และโรซ่า พาร์กส์ ช่างเย็บผ้าหญิงผิวดำที่ยืนยันว่าเธอมีสิทธิ์นั่งบนรถเมล์ได้เสมอภาคกับคนขาวในปี 1955 

ไม่ว่าคุณจะมีความเชื่อแบบใดก็ตาม การปลูกฝังให้เด็กได้รู้ว่าเสียงของพวกเขามีความหมายอย่างไรบ้าง ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่รู้คุณค่าของตัวเองในอนาคต

เล่มที่ 8

วาดหวังหนังสือ

ชื่อหนังสือ : 10 ราษฎร Comic
เรื่องและภาพ : The Art District’86

10 ราษฎร Comic ‘คนเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่บนหนทางประชาธิปไตย’ หนังสือเล่มเดียวในชุดนี้ที่ไม่มีเรื่องให้อ่าน แต่อัดแน่นด้วยภาพวาดของราษฎร 10 คนที่ไม่ควรถูกลืม จากลายเส้นของนักวาดภาพประกอบไทย The Art District’86 

10 ราษฎร ที่อยู่ในเล่มนี้ ได้แก่ 

สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตคอลัมนิสต์ประจำเว็บไซต์ประชาไท นักกิจกรรมแรงงาน ผู้โดนคดี ม.112 

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตย 

ไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและเพื่อสิทธิมนุษยชน 

เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่อายุ 16 ปี 

รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักศึกษาและนักกิจกรรมซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้อ่านข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นแกนนำในการประท้วงในปี 63 – 64

แอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ นักร้องและนักแต่งเพลง นักกิจกรรมที่โดนคดี ม.112 

อานนท์ นำภา เป็นนักกฎหมายและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ผู้ได้รับรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำปี 2021 จากประเทศเกาหลีใต้ และเป็นนักกิจกรรมที่โดนคดี ม.112 

โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่มวีโว่ (มวลชนอาสา-We Volunteer) และนักกิจกรรมประชาธิปไตย 

จัสติน เมืองไทย หรือ ชูเกียรติ แสงวงศ์ นักกิจกรรมเคลื่อนไหว ผู้ต้องหาคดี ม.112

พอร์ท วงไฟเย็น หรือ ปริญญา ชีวินปฐมกุล ผู้ต้องหาคดี ม.112 และ พ.ร.บ. คอมฯ 

พวกเขาคือผู้ต้องหาในคดีการเมือง เป็นคนที่เรียกร้องเพื่อส่วนรวม และกำลังต่อสู้กับความอยุติธรรมในประเทศไทย ซึ่งหลายคนกำลังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ ณ ขณะนี้ และบางคดีก็ยังไม่มีวี่แววจะสิ้นสุดง่ายๆ แต่ประชาธิปไตยในประเทศนี้คงจะเบ่งบานไม่ได้ ถ้าปราศจากเสียงของพวกเขา 

เราอาจไม่คุ้นเคยกับหนังสือเด็กแบบนี้เท่าไรนัก แต่หนังสือเด็กไม่จำเป็นต้องมีแค่เรื่องจินตนาการฟุ้งฝันเสมอไป เพราะการเมืองคือเรื่องใกล้ตัวของพวกเขา เด็กก็ควรที่จะรับรู้ความจริงที่เป็นไปในประเทศนี้ด้วยเช่นกัน เพราะตราบใดที่ผู้ใช้กฎหมายยังเป็นแบบนี้ ในอนาคตราษฎรที่ต้องโดนคงไม่ได้มีแค่ 10 คน และวันหนึ่งก็อาจจะเป็นลูกหลานของคุณได้เช่นกัน

Writer

Graphic Designer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.