REPORT

‘เราชนะ’ แล้วหรือยัง

เราอยู่กับโควิด-19 มาปีกว่า 

เรามีอวัยวะที่ 33 เป็นหน้ากากอนามัย 

จะไปไหนมาไหนก็ต้องสแกนแอปฯ ไทยชนะ 

รัฐบาลผุดโครงการมากมายมาเยียวยาคนไทย 

นายกฯ บอกว่าประเทศไทยต้องชนะ 

แล้วตอนนี้ เราชนะแล้วหรือยัง…

โควิด-19 กินเวลาชีวิตผู้คนมายาวนานล่วงเลยมาปีกว่า หลายคนพลาดโอกาสดีๆ ไปก็มากมาย และในฐานะประชาชนชาวไทยคนหนึ่ง เราขอตั้งคำถามถึงโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลคิดแล้วคิดอีกเพื่อคนไทยทุกคนว่า มาตรการเหล่านั้นครอบคลุมปัญหาและเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนจริงหรือไม่ ข้อดีอะไรที่น่าชื่นชม และข้อบกพร่องอะไรที่อยากให้รัฐทบทวน

รัฐให้อะไรเราบ้าง

นับตั้งแต่วันแรกที่คนไทยใช้ชีวิตอย่างระแวดระวัง ต้องกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ งดปาร์ตี้ และรัดเข็มขัดทุกวิถีทาง ส่วนฝั่งรัฐบาลเองก็ออกโครงการต่างๆ มาด้วยจุดประสงค์สองสิ่งคือ ‘ต้องการเยียวยาประชาชน’ และ ‘กระตุ้นเศรษฐกิจให้กระเตื้อง’ ยกตัวอย่างโครงการดังต่อไปนี้

  • เราไม่ทิ้งกัน : เริ่มขึ้นเมื่อกลางปี 2562 รัฐบาลผุดโครงการนี้มาเยียวยาประชาชนด้วยการแจกเงินคนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน
  • เที่ยวด้วยกัน : เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโรมแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศให้กลับมาดีเหมือนเดิม
  • คนละครึ่ง : โครงการเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย
  • เราชนะ : เมื่อโควิด-19 ระลอกสองมา รัฐบาลจึงออกโครงการนี้มาเยียวยาประชาชนและช่วยเหลือค่าครองชีพเป็นจำนวนเงินสูงสุด 7,000 บาท
  • ม33เรารักกัน : เยียวยาผู้มีประกันสังคมคนละ 4,000 บาทผ่านการลงทะเบียน เพราะแม้จะมีประกันสังคมก็เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน

นอกจากโครงการที่บอกไปข้างต้น ยังมีมาตรการเยียวยาอื่นๆ อีก เช่น บรรเทาภาระหนี้สินของผู้ประกอบการ SMEs ลดหย่อนเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ฯลฯ แม้มาตรการจะสลับสับเปลี่ยนกันออกมามากมาย แต่กลับไม่สามารถเยียวยาให้ครอบคลุมประชาชนทั้งหมดได้ เราอาจจะต้องย้อนกลับมาดูว่าแท้จริงแล้วทางออกที่ดีที่สุดคืออะไร

สารพันปัญหา : รั่วไหล ตกหล่น เข้าไม่ถึง

ตัดภาพมาที่สื่อนำเสนอภาพของประชาชนแห่กันไปลงทะเบียนรับสิทธิ์เพราะเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี เสียงของชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นหลากมุมมอง ไปจนถึงความคับข้องใจของผู้ได้รับผลกระทบแต่กลับถูกตัดสิทธิ์ สารพันปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าโครงการเยียวยาประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค 

ซึ่งจากที่เราได้พูดคุยกับอาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงโครงการเยียวยาประชาชนต่างๆ ของรัฐบาล ก็สามารถสรุปสารพันปัญหาออกมาได้ 3 ประเด็น

  1. ขาดฐานข้อมูลที่ดี : แต่ละหน่วยงานภาครัฐไม่ได้ใช้ฐานข้อมูลเดียวกันในการทำงาน และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านข้อมูลหลักของประเทศก็ไม่ได้มาเป็นตัวกลางในโครงการนี้ ทำให้การประสานงานไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหาในข้อต่อไปตามมา
  2. มีผู้ถูกปฏิเสธสิทธิ์ : ปัญหานี้หลายคนคงเห็นได้ชัดตามสื่อต่างๆ เช่น มีแรงงานข้ามชาติไม่ได้รับการเยียวยาแม้จะจ่ายภาษี บางกลุ่มสาขาอาชีพอาจยังไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน หรือกลุ่มคนที่มีรายได้เกินกว่าที่รัฐบาลคาดไว้ แต่กลับได้รับความช่วยเหลือเร็วกว่าใครเพื่อนในช่วงโครงการเราไม่ทิ้งกัน
  3. ปัญหาการออกแบบโครงการ : รัฐบาลต้องการให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัล โครงการเยียวยาต่างๆ จึงเปิดตัวผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ให้ประชาชนได้ใช้สมาร์ตโฟนของตัวเองเข้าถึงเงินเยียวยาง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ซึ่งรัฐอาจจะลืมไปว่าในบ้านเรายังมีประชาชนที่เข้าไม่ถึงสมาร์ตโฟนอีกจำนวนมาก หากรัฐประกาศอย่างชัดเจนเลยว่าทุกคนต้องเข้าถึงเทคโนโลยี รัฐก็ต้องมีแผนรองรับประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีด้วย
รัฐต้องทบทวน

แม้โครงการเยียวยาประชาชนของรัฐบาลจะมีปัญหาและอุปสรรคไม่น้อย แต่ก็มีมุมดีๆ ที่ถูกใจประชาชน และมีสิ่งที่รัฐต้องทบทวนเพื่อพัฒนาโครงการและมาตรการต่างๆ ในอนาคต

  • คนละครึ่ง : โครงการที่โดนใจคนซื้อ ถูกใจคนขาย เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่เปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง และจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยก็พบว่า คนละครึ่งเป็นโครงการที่หลายคนพึงพอใจมากกว่าโครงการอื่นๆ 
  • ยังมีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง : จากการเยียวยาของรัฐบาล ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังมีคนหลายกลุ่มที่ยังไม่ถูกฉายไฟส่อง ซึ่งเมื่อต้นปีได้มี ‘กลุ่มแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน’ เรียกร้องให้รัฐเยียวยาแบบถ้วนหน้าโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องลงทะเบียน หรืออิงตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนดไว้ เพราะคนทุกกลุ่มได้รับผลกระทบแต่กลับมีคนบางกลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
  • เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น : โครงการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงโควิด-19 เป็นโครงการระยะสั้น มีทั้งได้รับผลตอบรับดีและถูกวิจารณ์อย่างหนักต่างกันไป และถ้ามองภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศ โครงการที่ได้รับผลตอบรับที่ดี หากรัฐไม่ได้สานต่อหรือพัฒนาเป็นนโยบายในระยะยาว สุดท้ายไม่ว่าจะคนละครึ่ง เราไม่ทิ้งกัน เรารักกัน หรือเราชนะก็จะเป็นเพียงชื่อโครงการ

Sources

เราไม่ทิ้งกัน

คนละครึ่ง

เราเที่ยวด้วยกัน

เราชนะ

ม33เรารักกัน

สกสว

BBC NEWS

กรุงเทพธุรกิจ

ประชาไท

Thairath

Contributor

ปณัยกร วรศิลป์มนตรี

Writer

อดีตนักเรียนวารสารฯ ที่ฝันอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ได้สักเรื่อง ปัจจุบันเป็นนักไปเรื่อยผู้มีกาแฟ เบียร์ และความบันเทิงเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีของชีวิต

อาภาภัทร สังข์สมุทร

Graphic Designer

ไม่คิดว่าจะทำงาน แต่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ใช้ชีวิตอยู่หน้าคอม คอนเสิร์ต บนเครื่องบิน และมีเบียร์กับนารูโตะคอยเยียวยาใจ