Climate Anxiety เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้คน ‘เครียดไม่ไหว’ จนต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องด้วยตัวเอง

สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนหนักและคาดเดายาก อาจทำให้คนเครียดและวิตกกังวลจากปรากฏการณ์นี้มากขึ้น จนถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง ย้อนไปเมื่อปี 2018 ฝรั่งเศสเคยประกาศเป้าหมายที่จะปิดโรงงานถ่านหินทั้งหมดในประเทศภายในปี 2022 เพื่อต่อสู้กับ ‘การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก’ หรือ ‘Climate Change’ ซึ่งอีกราวสองเดือนก็ถึงเส้นตายแล้ว แต่ดูเหมือนว่าฝรั่งเศสจะทำตามแผนการไม่สำเร็จแน่ๆ เพราะอาจจำเป็นต้องกลับมาเปิดใช้โรงงานเหล่านี้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ ด้านเมืองที่ท็อปฟอร์มเรื่องความยั่งยืนของโลกอย่าง โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ก็อาจรักษาสัญญาที่จะเป็นเมืองปราศจากคาร์บอนฯ แห่งแรกของโลกภายในปี 2025 ไม่ได้ เนื่องจากปัญหาเรื่องเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาล นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวตัวอย่างแผนการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนที่ล้มเหลวของนานาชาติ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมได้ยากอย่างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าหลายประเทศยังไม่เอาจริงเอาจังเรื่องโลกร้อนเสียที และมองว่าวิกฤตนี้คือเรื่องที่รอได้ เป้าหมายที่ถูกผัดวันประกันพรุ่ง นโยบายสิ่งแวดล้อมที่ถูกปัดตก และคำมั่นสัญญาของบรรดาผู้นำที่เป็นเพียงลมปาก ทำให้เราเริ่มรู้สึกกังวลและท้อมากขึ้นทุกที นึกภาพไม่ออกว่าทั่วโลกจะควบคุมอุณหภูมิที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้ยังไง และเป้าหมายของนานาประเทศที่ต้องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 จะเป็นเพียงแค่ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงหรือเปล่า Urban Creature ชวนทุกคนไปทำความรู้จัก ‘Climate Anxiety’ อาการวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตโลกรวน ที่พบมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จนพวกเขาไม่ขอนิ่งเฉย ลุกขึ้นมาเรียกร้องถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยตัวเอง หายนะโลกร้อน คงหน้าตาประมาณนี้สินะ ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายคนคงได้เห็นข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ๆ เกิดขึ้นทั่วโลก […]

ญี่ปุ่นใช้ AR สอนเด็กประถม เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน

ถ้าอยากให้เด็กโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ก็ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เนิ่นๆ ในประเทศญี่ปุ่นจึงมีหลายโรงเรียนที่นำเรื่อง ‘ภัยพิบัติ’ เข้าไปอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างจริงจัง เพื่อให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีทักษะการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สำนักงานเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Office for Disaster Risk Reduction (UNDRR) ได้เผยแพร่ภาพโรงเรียนประถมในญี่ปุ่นกำลังทำเวิร์กช็อปกับนักเรียน ในการเรียนรู้เรื่องน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้บ่อยในญี่ปุ่นหลังจากเกิดแผ่นดินไหว  โดยจะใช้แท็บเล็ตที่มีเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) จำลองภาพน้ำท่วมเพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นภาพเสมือนจริง ไม่ต่างจากการเล่นเกม Pokémon Go และประเมินความเสี่ยงได้ว่าหากเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันขึ้นจริงๆ ระดับน้ำจะท่วมสูงมากแค่ไหน และพวกเขาควรทำอย่างไรบ้างเมื่อเจอสถานการณ์นี้ ทำให้เด็กได้อยู่ในสถานการณ์จำลอง เรียนรู้การวางแผนเอาตัวรอด และที่สำคัญคือช่วยลดความตระหนกเมื่อต้องเจอสถานการณ์จริงในอนาคต ซึ่งเด็กนักเรียนอายุ 6 ปีที่ได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปนี้ยังบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะทำให้เขาเข้าใจเรื่องน้ำท่วมได้มากกว่าวิธีแบบอื่นๆ ผลงานการออกแบบ AR ชุดนี้เป็นของโทโมกิ อิตามิยะ (Tomoki Itamiya) ศาสตราจารย์ด้านการพัฒนาหลักสูตรประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทันตกรรมคานางาวะ เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้พัฒนา AR ในการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติมาแล้วหลายชิ้น เช่น น้ำท่วม สึนามิ […]

Flowing Through The Wreckage of Despair

ภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์นํ้าท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีของประเทศไทย ปี 2554
ถ่ายทอดบรรยากาศของกรุงเทพฯ และพื้นที่ข้างเคียง

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.