เปลี่ยนบรรยากาศจากกรุงโซล มาเที่ยวเมืองชายฝั่งทะเล ที่เป็นเมืองใหญ่รองจากโซลอย่าง ‘ปูซาน’ เมืองตากอากาศที่เย็นสบายทั้งปี แม้จะเข้าสู่ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ต้นเดือนกันยายน แต่ช่วงที่เรามาแดดกำลังสวย อุณหภูมิประมาณ 20 ต้นๆ

ปูซานไม่ได้ดังแค่ชายหาด แต่ยังให้ความสำคัญกับศิลปะวัฒนธรรม รวมถึงระบบต่างๆ ในเมืองที่ออกแบบมาเพื่อทุกคน ตั้งแต่เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ จึงไม่แปลกใจที่บ้านเมืองเขาเจริญหูเจริญตา เดินทางไปไหนก็สะดวก โดยในกูเกิลแมปจะโชว์วิธีการเดินทาง ด้วยขนส่งสาธารณะทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัส

เรามาลงสนามบินอินชอนที่โซล โดยจองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักผ่านเว็บไซต์ Traveloka ซึ่งได้ราคาที่คุ้มค่าและสะดวกรวดเร็ว แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูง KTX จากโซลไปปูซานประมาณ 3-4 ชั่วโมง แพ็คกระเป๋าตามเราไปเที่ยวเมืองปูซานอันสงบเรียบง่ายกันเลย

จองตั๋วเครื่องบินไปโซล กับ Traveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Seoul.ICN/1

Gwanganli Beach

มาถึงปูซานแล้วต้องมาหาดนี้ให้ได้ เพราะชายหาดที่ทอดตัวยาวกับสะพานแขวนสีขาวเป็นฉากหลัง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองปูซานเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นสะพานแขวนข้ามทะเลแห่งแรกและยาวที่สุดในเกาหลีใต้ นอกจากนั่งทอดสายตามองทะเลลมเย็นสบาย ที่นี่ยังป็อปปูลาร์มากโดยเฉพาะหน้าร้อน หนุ่มสาวเกาหลีจะมานั่งชิลล์ริมหาด เล่นกีฬาทางน้ำอย่างแพดเดิลบอร์ด หรือบางครอบครัวก็พาเด็กๆ มาปิกนิกหรือจูงสุนัขเดินเล่น

บนฝั่งมีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า คาเฟ่ และบาร์ที่เปิดกันยันดึก เรียงรายตลอดแนวถนนเลียบหาด พอพระอาทิตย์ตก สะพานจะประดับประดาแสงสี มีนักดนตรีมาเล่นเปิดหมวกยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกโรแมนติกไปอีกแบบ

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 2 Gwangan Station ทางออก 3 และ 5

Songdo Beach

อีกหนึ่งหาดที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นทะเลที่สวยแปลกตา สามารถเดินชมวิวบน Skywalk ยาว 365 เมตรที่สร้างลงไปในทะเล มีมุมสวยๆ และ sculpture กลางทะเลให้ถ่ายรูปได้ไม่เบื่อ ที่ปลายสะพานมีประภาคารและกล้องส่องทางไกล มองออกไปเห็นเรือขนส่งสินค้าจอดอยู่ลิบๆ ใครอยากเปลี่ยนมาชมวิวมุมสูงก็มีกระเช้าลอยฟ้า Busan Air Cruise ให้หวาดเสียวเล่นๆ ด้วยเช่นกัน ราคาเที่ยวเดียว 12000 วอน ไป-กลับ 15000 วอน

สิ่งที่ชอบมากของชายหาดที่นี่ คือความเป็นระเบียบและการออกแบบที่ใส่ใจคนทุกวัย อย่างวันที่เราไปก็เจอคุณครูพาเด็กๆ อนุบาลมาเล่นก่อทราย ทางเดินเลียบชายหาดมีทางลาดสำหรับผู้ใช้รถเข็น ที่สำคัญคือมีไลฟ์การ์ดประจำหาด แถมยังมีเตนท์ให้หลบแดด หรือแม้แต่เครื่องเป่าลมสำหรับเป่าทรายออกจากเสื้อผ้าที่เราตื่นเต้นกันสุดๆ

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 2 Jagalchi Station ทางออก 1 ต่อรถบัส เบอร์ 7, 26, 71 หรือ 96

Songdo Skywalk
เปิดทุกวัน 09:00 – 18:00 น.

Busan Air Cruise
ช่วงเดือน มกราคม – มิถุนายน และ กันยายน – ธันวาคม เปิด อาทิตย์ – วันพฤหัส 09.00 – 22.00 / ศุกร์ – เสาร์ 09.00 – 23.00
ช่วงเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม เปิด อาทิตย์ – วันพฤหัส 09.00 – 23.00 / ศุกร์ – เสาร์ 09.00-24.00

MOCA : Museum of Contemporary Art Busan

ใครเป็นสายอาร์ตต้องมาพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย MOCA โดดเด่นด้วยสวนแนวตั้งที่คลุมตัวอาคาร 3 ชั้น อยู่บนเกาะ Eulsukdo บริเวณปากแม่น้ำและรายล้อมด้วยภูเขา ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะ เข้าชมฟรีและมีสวนด้านนอก หลายครอบครัวจึงพาลูกๆ มาเที่ยว ซึ่งนอกจากเด็กๆ จะสนุกกับงานศิลปะ ยังมีห้องสมุดเด็กที่ผู้ใหญ่อย่างเราก็เพลิดเพลินไม่น้อย

เปิด อังคาร – อาทิตย์ 10:00 – 18:00

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 1 Hadan Station ทางออก 3 
ต่อรถบัส เบอร์ 168, 3, 520, 55, 58, 58-1, 58-2, 221 หรือต่อ Shuttle bus ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14:00, 15:00, 16:00, 17:00 และวันเสาร์ 13:00, 14:00, 15:00, 16:00, 17:00

| The Phenomenon of the Mind : Facing Yourself

นิทรรศการแรก จะชวนทุกคนมาพิจารณาความเป็นมนุษย์ ตีความงานศิลปะ ด้วยอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ส่วนตัว ลงลึกไปสำรวจจิตใจเพื่อรู้จักตัวเองให้มากขึ้น เข้าถึงความรู้สึกนึกคิดด้วยการสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในใจ ตั้งคำถามว่าในยุคที่ AI, Humanoids และ Virtual Reality ถือกำเนิด อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์และการมีชีวิตอยู่ ?

B1 Gallery 3, 4, 5
29 พฤษภาคม – 18 สิงหาคม 2019
ติดตามนิทรรศการอื่นๆ ได้ที่ http://www.busan.go.kr/moca_en/index

| Nature, Life, Human

ต่อมาเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม ที่ทำให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น อากาศที่หนาวเย็นและร้อนรุนแรง พายุไต้ฝุ่นที่ทรงพลังมากขึ้น ภัยแล้ง ฝนตกหนัก มลพิษทางน้ำและอากาศ สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการทำร้ายโลกจากทัศนคติของพวกเราที่ไม่คิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

2F Gallery 2
29 พฤษภาคม – 7 กรกฎาคม
ติดตามนิทรรศการอื่นๆ ได้ที่ http://www.busan.go.kr/moca_en/index

| Yourself is sometimes a place to call your own

หากเบื่อคาเฟ่รูปแบบเดิมๆ จะต้องตื่นเต้นกับนิทรรศการศิลปะในรูปแบบคาเฟ่สีสันสดใส ผลงานของ Tobias Rehberger ศิลปินชาวเยอรมันระดับโลก ที่นำเสนอวัตถุรูปทรงเรขาคณิต สีสันคอนทราสต์ และลวดลายที่สร้างความสับสนลวงตา เพื่อตั้งคำถามกับนิยามของศิลปะ ซึ่งผลงานของเขาไม่เพียงสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ทางศิลปะ แต่ยังมีฟังก์ชันและใช้งานได้จริงอีกด้วย

MoCA Busan 1F Open Gallery
ติดตามนิทรรศการอื่นๆ ได้ที่ http://www.busan.go.kr/moca_en/index

F1963

มาตามหาแรงบันดาลใจกันต่อกับครีเอทีฟสเปซ F1963 ที่รีโนเวทโรงงานผลิตลวด Kiswire ตัว F ย่อมาจาก Factory และ 1963 เป็นปีที่ก่อตั้งโรงงาน ซึ่งปิดตัวไปเมื่อปี ค.ศ.2008 ก่อนจะชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้งตอนจัด Busan Biennale 2016

เราเดินผ่านป่าไผ่ Moso Bamboo Forrest ท่ามกลางสีเขียวขจี ซึ่งจะรู้สึกเย็นกว่าอากาศข้างนอกประมาณ 4-7 องศา และเสียงไผ่ลู่ลมให้ความรู้สึกสงบ หลังจากอิ่มเอมกับธรรมชาติ เข้ามาด้านใน F1963 ก็เจอพื้นที่กว้างขวางแบ่งเป็นสัดส่วน ทั้งคาเฟ่ แกลเลอรี ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ร้านต้นไม้ และพื้นที่เปิดโล่งตรงกลางให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ

เปิดทุกวัน 9:00 – 00:00
การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 3 Mangmi Station ทางออก 2

| YES24 Used Bookstore

โซนที่เราชอบที่สุดใน F1963 คือร้านหนังสือ YES24 Used Bookstore จากร้านหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี มาเปิดแฟลกชิพสโตร์เป็นแห่งแรกที่นี่ ร้านมีขนาดใหญ่บรรจุหนังสือไว้กว่าแสนเล่ม มีชั้นวางที่เต็มไปด้วยหนังสือมือสอง สลับกับที่นั่งให้หยิบหนังสือไปลองอ่านได้ชิลล์ๆ ยังไม่รวมห้องสมุดศิลปะที่รวบรวมหนังสือด้านทัศนศิลป์ สถาปัตยกรรม การถ่ายภาพ การออกแบบ และดนตรีเอาไว้ด้วย

เปิด จันทร์ – ศุกร์ 11:00 – 20:00 / เสาร์ – อาทิตย์ 11:00 – 21:00

| Terarosa Coffee

นอกจากโซนหนังสือยังมีอีกโซนที่นั่งชิลล์ได้เรื่อยๆ อย่างคาเฟ่สุดยูนีค ที่ยังคงเก็บร่องรอยของโรงงานลวดเก่าไว้เป็นกิมมิก อย่างเครื่องจักรผลิตเส้นลวด กระสวยลวด โต๊ะกาแฟและเคาท์เตอร์บาร์ที่รีไซเคิลจากแผ่นเหล็กเก่ากลมกลืนไปกับโครงสร้างอินดัสเทรียลและผนังปูนสไตล์ลอฟท์

เปิดทุกวัน 9:00 – 21:00 (Last order 20:30)

| Kukje Gallery : Ha Chong-Hyun

แกลเลอรีเล็กๆ แห่งนี้ กระจายตัวอยู่ทั่วโซลก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1982 ก่อนจะขยายสาขามาที่ปูซานเมื่อปี ค.ศ.2018 จัดแสดงผลงานของศิลปินร่วมสมัย ล่าสุด จัดแสดงผลงานของศิลปินชาวเกาหลี Ha Chong-Hyun ผู้นำการเคลื่อนไหวศิลปะของเกาหลี Dansaekhwa หรือภาพวาดสีโมโนโครม มีชื่อเสียงจากภาพชุด Conjunction เมื่อต้นยุค ค.ศ.1970 ด้วยฝีแปรงและเท็กซ์เจอร์ของสีเป็นเอกลักษณ์

เปิด อังคาร – อาทิตย์ 10:00 – 18:00 น.
ติดตามนิทรรศการอื่นๆ ได้ที่ https://www.kukjegallery.com/

Jagalchi Market

มาเมืองชายทะเลแล้วจะไม่แวะตลาดปลาคงถือว่ามาไม่ถึง เราจึงมาเดินเล่นซึมซับความโลคอลกันที่ Jagalchi Market ที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยวัตถุดิบส่งตรงจากเรือประมง ไม่ว่าจะเป็น หอยหน้าตาแปลกๆ หมึกตัวใหญ่ยักษ์ กุ้ง ปู ปลาสด หรือปลาตากแห้ง ที่นี่มีครบ

เที่ยวตลาดปลานอกจากจะมาถ่ายรูปแนวสตรีทแล้ว ใครอยากลิ้มรสชาติความสดของที่นี่ ก็มีร้านอาหารทะเลเรียงรายให้เลือก โดยร้านจะจับกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ว่ายอยู่ในตู้หน้าร้านมาทำกันสดๆ ส่วนใครอยากชิมสตรีทฟู้ด ตรงข้ามกับตลาดคือ BIFF Square ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยของกิน อย่างต็อกโบกี คิมบับ ลูกชิ้นปลา ออมุกหรือโอเด้งเกาหลี

เปิดทุกวัน 05:00-22:00 น.
การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 1 Jagalchi Station ทางออก 10

Gamcheon Culture Village

ปิดท้ายทริปด้วยหมู่บ้านสีพาสเทลที่อยู่ในลิสต์สถานที่ห้ามพลาด Gamcheon Culture Village เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมที่อยู่บนเนินเขา เกิดจากการย้ายถิ่นฐานของชาวเกาหลี ซึ่งหนีภัยจากสงครามเกาหลี ในช่วงปี ค.ศ. 1950 -1953 ซึ่งปัจจุบันยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่ จุดชมวิวมองออกไปเห็นบ้านเรือนสีลูกกวาด กับภาพเบื้องหลังเป็นภูเขาและท้องทะเลสีคราม

นอกจากจะมีร้านค้า แกลเลอรี่ศิลปะเล็กๆ ร้านขายของที่ระลึก และร้านกาแฟ ที่นี่ยังเหมาะกับคนชอบสตรีทอาร์ต เพราะศิลปินท้องถิ่นและชาวบ้านรวมตัวกันทำ Village Art Project ในปี ค.ศ. 2015 เพื่อฟื้นฟูคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสร้างเอกลักษณ์ให้หมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด 3 ข้อ คือ ชาวบ้านได้อยู่ในเมืองที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เป็นมิตร และเป็นหมู่บ้านที่ยั่งยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของปูซาน

ปูซานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่นอกจากจะเป็นเมืองศิลปะแล้ว เสน่ห์ของเมืองที่เรียบง่ายนี้ คือความเป็นอยู่ที่ดีของคนเมือง ระบบขนส่งและพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์คนทุกวัย สร้างความประทับใจในมุมนักท่องเที่ยว ชวนให้เรากลับเยือนไปอีกครั้ง

Content Writer : Angkhana N.
Photographer : Angkhana N.
Graphic Designer : Napattanun O.

Facebook Comments
Benz
Social Addict ที่สนใจสไตล์จากตัวตนมากกว่าแฟชั่นตามกระแส อินสไปเรชั่นส่วนใหญ่ได้จากหนัง เพลง และงานศิลปะ ชอบชีวิตในเมืองพอๆกับเที่ยวธรรมชาติ