พลอยวรินทร์ ชิวารักษ์ : “กลัวว่าวันที่มีประชาธิปไตยจริงๆ จะไม่มีเพนกวินอยู่ด้วย” - Urban Creature

ไม่ว่า เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ จะเป็นแกนนำอันเป็นที่รักของมวลชนแค่ไหน จะเป็นเด็กก้าวร้าวรุนแรงในสายตาใคร จะเป็นพลเมืองจองหองของรัฐผู้แสนดี หรือจะเป็นผีร้ายหลอกหลอนชนชั้นปกครอง

แต่สำหรับน้องสาวอย่าง พ้อย-พลอยวรินทร์ ชิวารักษ์ เพนกวินคือพี่ชายเพียงคนเดียว ที่เธอมี

ถึงจะขี้แกล้ง ชอบยียวนกวนตีน แต่เขาโคตรจะห่วงน้องยิ่งกว่าใคร

โลกภายนอกเพนกวินคือผู้กล้าที่ออกมาเคลื่อนไหวสั่นคลอนขั้วอำนาจทางการเมืองตั้งแต่เขาเรียนมัธยมฯ ถูกยุดยื้อออกจากห้องประชุมที่มีผู้นำทหารบ้าน้ำลายบนเวที 

แต่เมื่อก่อนเรื่องการเมืองก็ยังดูจะเป็นเรื่องไกลสายตาพ้อยอยู่ดี 

และแม้เพนกวินจะเป็นแค่นักศึกษา แต่เมื่อลงสนามรับบทแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้ประเทศเน่าเฟะนี้ได้มีประชาธิปไตยจริงๆ สักที เขาก็ต้องแลกอุดมการณ์กับการถูกคุกคาม ไม่ใช่แค่คุกคามเพนกวิน แต่อันตรายยังทอดเงาสีดำไปยังครอบครัวชิวารักษ์ ถูกตีตราเป็นครัวเรือนคนชังชาติ และเป็นไอ้พวกตัวน่ารำคาญของผู้กดขี่ 

จากไกล การเมืองกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวพ้อยขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีอีกแล้วครอบครัวชนชั้นกลางที่เคยใช้ชีวิตสามัญ เพราะวันนี้พวกเขาสะกดคำว่าสงบ ร่วมกับพวกเผด็จการคลั่งอำนาจไม่ได้อีกต่อไป

นี่จึงเป็นแรงขับสำคัญให้เด็กสาวที่ไม่เคยออกมาเคลื่อนไหว และไม่ไยดีการเมือง ตัดสินใจออกตามหาความยุติธรรม ด้วยการลุกมาต่อสู้ และทวงคืนความสุขที่แท้จริงให้สังคม

เรารู้ว่าพ้อยไม่ได้คาดหวังให้คุณเห็นด้วยกับตัวเธอหรอก แต่ถ้ามองเพนกวินเป็นคนในครอบครัวตัวเอง คุณจะเลือกแสยะยิ้มอย่างสะใจ หรือเสียใจที่วัยรุ่นคนหนึ่งกำลังถูกทำร้าย เพียงเพราะเขาแค่อยากเห็นอนาคตที่ดีของทุกคน

ไม่ว่าใครจะคิดยังไงก็ช่าง แต่พ้อยตัดสินใจหนักแน่นแล้วว่าจะออกมายืนเคียงข้างพี่ชาย ผู้ฝันจะได้เห็นประชาธิปไตยเต็มใบ แม้ต้องแลกกับความมอดไหม้ของตัวเองก็ตาม

Protester
Credit : Voice Online

ลำปาง

พีทกับพ้อยเป็นสองพี่น้องสายประชาธิปไตย

“ตั้งแต่เกิดกวินชื่อพีท แต่นางบอกว่าอุ๊ย นกเพนกวินน่ารักจังเลย ขอเปลี่ยนชื่อเป็นเพนกวินดีกว่า (หัวเราะ) แล้วตอนเด็กๆ เราจะชอบเอาสีมาเขียนกำแพง ก็เลยเขียนคำว่า พ้อยพีท เรียงกัน เลยโดนพ่อแม่ด่าเพราะว่าเขียนชื่อพ้อยก่อน เลยถูกจับได้ว่านี่คือฝีมือใครเขียน ทีนี้เลยลองเขียนว่า พีทพ้อย บ้างเพื่อโบ้ยความผิดให้กวิน (หัวเราะ) 

Sister

“ในฐานะน้องสาว เราคิดว่าสายตาที่มวลชนมองเห็นกวิน อาจคิดว่ามันเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความอาจหาญลุกขึ้นมาสู้กับระบอบ กล้าเสี่ยงอันตราย เลยดูเป็นคนดุดัน แต่ว่ากวินของพ้อยน่ะเป็นคนง้องแง้งมากนะ มันชอบงอแง ทำอะไรเองก็ไม่ค่อยเป็น แล้วก็ยอมให้เราแกล้งอะไรก็ได้

“กวินเป็นพี่ชายที่ขี้สปอยล์น้องสาว แต่ก็ขี้แกล้งมากด้วย เราจะไม่ค่อยพูดจาดีๆ กันสักเท่าไหร่ แต่ว่ามันชอบดูแลเทกแคร์น้อง ตอนอยู่ ม.ต้น จะชอบพาเราไปเลี้ยงข้าวและชาบู มีช่วงหนึ่งตอนที่เราอยู่อนุบาล ตอนนั้นกวินอยู่ประถมฯ ต้น หลังโรงเรียนเรามีร้านขายตุ๊กตาและของเล่นเด็ก กวินเอาเงินค่าขนมของตัวเองไปซื้อตุ๊กตาวัวให้พ้อยตัวหนึ่ง ทั้งๆ ที่มันได้ค่าขนมแค่วันละยี่สิบถึงสามสิบบาท


“ตอนเด็กๆ พวกเราเติบโตที่บ้านปู่บ้านย่า ในอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ช่วงที่กวินอยู่ประถมฯ ปลาย ปู่จะชอบดูรายการเกี่ยวกับการเมืองมาก จนทุกวันนี้ แกน่าจะอายุประมาณเจ็ดสิบกว่าๆ ก็ยังนั่งดู Voice และยังชอบดูประชุมสภาอยู่ตลอด ไอ้กวินมันก็ซึมซับตรงนั้นมาใหญ่เลย ก็คิดว่ามันน่าจะเริ่มสนใจการเมืองจากตรงนั้น

Brother

“ทุกวันนี้เราไม่เคยพูดกันเรื่องการขับเคลื่อนของกวินกับปู่เลย แต่เขาก็จะพูดว่าเป็นยังไงกันบ้าง โดนกระทำอะไรมาหรือเปล่า เป็นการแสดงความห่วงใยพวกเรามากกว่า เพราะปู่ค่อนข้างกังวลเรื่องความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของทั้งเราและกวิน เราคิดว่าแกใช้ชีวิตมานานมาก ก็น่าจะเข้าใจว่าหลานต้องสู้และเจอกับอะไร เขาโอเคนะที่กวินออกไปต่อสู้เพื่อทุกคน แต่พอหลานต้องเข้าคุกจริงๆ ปู่ก็แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ไปเลย

“ส่วนพ่อกับแม่ พ่อก็น่าจะได้ซึมซับเรื่องการเมืองมาจากปู่ ดูทรงจะมีความคิดคล้ายๆ กัน เพราะเขาเป็นคนติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ชอบการคิดวิเคราะห์ ส่วนแม่ (แม่สุ-สุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์) เมื่อก่อนก็เหมือนจะอยู่คาบเส้นระหว่างอิกนอแรนซ์กับความเป็นสลิ่ม คือแม่ไม่ได้แอ็กทีฟทางการเมืองขนาดนั้นหรอก จนไอ้กวินเริ่มเป็นนางสั่งสอนแม่ เรื่องราวมันเป็นอย่างนี้นะ ประเด็นมันเป็นอย่างนั้นนะ เขาก็เริ่มเข้าใจการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ เอาจริงๆ นะกวินอะ ชอบเบิกเนตรทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเลย (หัวเราะ)”

กรุงเทพฯ

พี่ชายที่ลุกขึ้นมาปลดแอกตั้งแต่เป็นเด็กมัธยมฯ

“ตอนนั้นกวินอยู่แค่ ม.4 หรือ ม.5 ครั้งแรกที่มันปรากฏตัวต่อสื่อ เราถึงได้รู้จริงๆ ว่าพี่ชายกำลังทำอะไรอยู่ ตอนที่มันไปชูป้ายประเด็นเกี่ยวกับวิชาหน้าที่พลเมืองต่อหน้าประยุทธ์บนเวทีปาฐกถา งานวันต่อต้านคอร์รัปชัน ช่วงนั้นเราไม่เข้าใจว่ามันมีปัญหาอะไรขนาดนั้น แต่ว่าพอได้ลองอ่านสิ่งที่กวินจะสื่อสารว่ารัฐบาลทหารกำลังบังคับให้เด็กไทยท่องค่านิยมอะไรก็ไม่รู้ 

“คือเรารับรู้เหมือนกันว่าค่านิยมนั้นมันไร้สาระ แต่ก็ไม่ได้ออกมาต่อต้านว่าให้ท่องไปทำไมวะ ซึ่งเราเห็นด้วยกับกวิน เพราะเราเป็นเด็กโตมาตามกรอบและไม่ตั้งคำถาม แต่สิ่งที่กวินประท้วงเป็นอย่างนั้นจริงๆ พอมันเริ่มเคลื่อนไหวอย่างนั้น ก็รู้สึกว่าการตั้งคำถามกับระบบมันน่าสนใจ 

Mob
Credit : Political24

“กวินเป็นคนชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก มันอ่านหนังสือเยอะมากจริงๆ แถมยังอ่านเร็วมากด้วย ตอนกวินอยู่แค่อนุบาลสอง มันก็เขียนหนังสือได้แล้ว สมัยก่อน ย่าเราเป็นครู เขาเล่าให้เราฟังว่ากวินเคยโดดเรียนไปอยู่ห้องสมุดทั้งวันตั้งแต่ประถมฯ 

“พ้อยไม่ได้อ่านได้รวดเร็วเท่ากวิน เพราะมันเป็นมนุษย์พิเศษที่คงแก่เรียน (หัวเราะ) แต่เวลากวินอ่านอะไรมาก็จะมาเล่าให้ทุกคนฟัง สมมติว่าพ่อขับรถจากกรุงเทพฯ ไปลำปาง ระหว่างทางมันก็จะพูดเรื่องประวัติศาสตร์ให้พ่อแม่และเราฟังด้วย มันเป็นคนเล่าเรื่องประวัติศาสตร์สนุกมากๆ เหมือนจะมีภาพในหัวว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้าง เพราะกวินเรียนรู้มาละเอียด ก็เลยลำดับเรื่องได้เชื่อมโยงและสนุกดี”

ธรรมศาสตร์ 

พี่ชายยอดนักขับเคลื่อนมวลชนและน้องสาว

“ปัจจุบันนี้ ความคิดเราเปลี่ยนไปแล้ว ตอนแรกรู้สึกว่าการเมืองฟังดูไกลตัวจัง มันเป็นแค่เรื่องของคนในรัฐสภา แต่ว่าพอพี่เริ่มทำกิจกรรมก็ค่อยๆ ซึมซับว่าสังคมมันมีปัญหาจริง ทำไมการเมืองเรามาถึงจุดนี้ได้ เพนกวินไม่เคยหยุดขับเคลื่อนเลยนะ มันเริ่มค่อยๆ ไต่เพดานไปเรื่อยๆ เพราะถ้าพูดถึงการเมืองในช่วงนี้ ตั้งแต่แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ช่วยดันประเด็นจนเพดานทะลุ การตอบโต้จากรัฐก็หนักข้อขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

“เมื่อก่อนสักประมาณช่วงที่กวินอยู่ ม.ปลาย มันทำกิจกรรมก็อาจโดนคดีบ้างประปราย แต่เขาก็ไม่ได้คุกคามเราขนาดนี้ สมมติถ้ามีคดีก็แค่สั่งฟ้อง และกรอกใบพิจารณาไปเรื่อยๆ ตามสเต็ปของกระบวนการยุติธรรม แต่นี่พอมีคดีปุ๊บก็จับเลย เราไม่เคยเห็นการใช้กฎหมายในลักษณะนี้มาก่อน ทำให้เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลย ว่ารัฐเผด็จการมากขึ้น จริงๆ เผด็จการมันไม่ควรมีสเกลหรอก แต่ว่าจากการกระทำที่รุนแรง มีความพยายามปิดปากคนมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่กวินพูดเป็นความจริงนะ กูถึงต้องพยายามปิดปากมึงมาตลอดไง

“เราสะเทือนใจมากเลย ที่กวินเคยบอกให้เราเตรียมใจตั้งแต่เรียน ม.ปลาย มันพูดว่าคนอย่างกูคงไม่ได้แก่ตายหรอกนะพ้อย มันเศร้ามากนะ แต่นี่คือสิ่งที่กูต้องแลก อาจจะหนักหนาหน่อยนะ แต่กูเชื่อว่ามึงจะเข้าใจกู แล้วมึงจะผ่านพ้นมันไปได้ถ้าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ 

Democracy
Credit : iLaw

“เรื่องการติดคุกก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าเป็นห่วง พ้อยเตรียมใจมาตั้งแต่อยู่มัธยมฯ ว่าในเส้นทางของการต่อสู้นั้นวันหนึ่งอาจจะโดนจับ หรืออาจโดนทำร้าย ถ้าเกิดว่ากวินออกมาสู้ มันรู้ว่าตัวเองต้องเจอกับอะไร แต่มันพร้อมจะแลก แต่ถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงอยู่ดี เพราะว่าคุกน่ะ ไม่ได้ทรีตคนดีอยู่แล้ว

“เรื่องสุขภาพก็น่าห่วงมาก ยิ่งพอติดโควิด ก็รู้กันดีว่าราชทัณฑ์มีนโยบายจัดการคนยังไง ตอนนี้มีคนติดเชื้อเยอะ ไม่ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามหลักสุขอนามัย ยิ่งสภาพจิตใจก็ยิ่งน่าเป็นห่วง กวินรู้สึกว่ามันต้องแบกรับให้ได้ เพื่อให้ขบวนการไปต่อ เราแทบจะไม่เคยเห็นมันหยุดพักเลย บางวันประชุมงานทั้งวันทั้งคืน กลับบ้านมา ก็น็อกไปเลย บางวันก็เครียด ต้องมานั่งคุยว่ามีปัญหาอะไร ซึ่งเราก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากรับฟัง” 

บ้านชิวารักษ์

เพนกวินคือลูกชาย และพี่ชาย เขาเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจคนหนึ่ง

“กวินคงเคยพูดไปหลายรอบแล้วว่า ช่วงแรกแม่ไม่ได้เห็นด้วยที่ออกมาทำกิจกรรม เขาเห็นด้วยกับอุดมการณ์ของลูกนะ แต่แม่เขาห่วงมาก เพราะวันดีคืนดีลูกออกจากบ้านไปทำกิจกรรมแล้วจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้างก็ไม่รู้ เรากำลังสู้กับคนที่มีอำนาจล้นฟ้าอยู่ แล้วเราเป็นใครวะ กวินก็จะเครียดเรื่องแม่ไม่เข้าใจ แต่มันก็เข้าใจแม่มากๆ เพราะความเป็นห่วงมันห้ามกันไม่ได้

“กวินชอบคิดว่าตัวเองกระจอก ถ้างานมีปัญหาก็จะชอบคิดว่ากูน่าจะทำได้ดีกว่านี้นะ เราเลยพยายามแสดงออกว่าถึงจะเกิดอะไรขึ้นแค่ไหน ยังไงมึงยังมีกูอยู่ตรงนี้นะ กูยังคอยซัปพอร์ตมึงเสมอ

“ในส่วนของเรา ตอนแรกเราเป็นแค่ซัปพอร์ตเตอร์ คอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ แต่ได้เข้ามาทำงานขับเคลื่อนจริงจังหลังจากพี่ติดคุกรอบแรกช่วงปลายปีที่แล้ว เพราะรู้สึกว่าพี่กูโดนหนักขนาดนี้ แล้วกูจะอยู่เฉยๆ ได้เหรอวะ การเป็นซัปพอร์ตเตอร์ไม่เพียงพออีกต่อไป เราอยากเป็นซัปพอร์ตเตอร์ของทุกคน ก็เลยเข้ามาทำงานร่วมกับแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

Mother
Credit : Karnt Photography

“สิ่งที่ต้องแลกคือครอบครัวเราต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวง ตอนแรกเราเคยคุยกับแม่ว่า ถ้าตัวเองเปิดหน้าออกสื่อจะมีปัญหาตามมาหรือเปล่า แต่พอมานั่งคิด ชีวิตตอนนี้ก็โดนคุกคามจนไม่รู้จะโดนยังไงแล้ว สุดท้ายแม่ก็เป็นคนที่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อลูกก่อน ตอนแรก เขาเปิดหน้าออกสื่อคนเดียว แต่สักพักก็เริ่มไม่ไหวแล้วกู ถ้าแม่ทำหน้าที่ออกสื่อและให้สัมภาษณ์ พ้อยก็จะเป็นคนทำโซเชียล เพื่อพยายามกระจายข่าวสารให้ได้มากที่สุด และกระจายออกไปให้ไกลที่สุด ทำไปทำมาสถานการณ์มันหนักขึ้น เราก็ต้องเปิดหน้าสู้กันอยู่ดี จากนี้ก็ต้องสู้ไปด้วยกัน อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งในครอบครัวต้องลงไปทุกข์คนเดียว” 

ประเทศไทย

เพนกวินบอกว่าถ้าต้องตายอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้ 

“หนทางข้างหน้าในเส้นทางการเมืองไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าตอนนั้นจะเหลือใครอยู่บ้าง สุดท้ายคิดว่าเราก็ต้องสู้กันไปจนกว่าจะชนะ ตอนนี้ครอบครัวเราเปลี่ยนไปเยอะเลย เรียกว่าเปลี่ยนแปลงไปทุกคน อย่างแม่น่าจะเป็นคนที่เปลี่ยนไปมากที่สุด ตอนแรกแม่จะบอกว่าการออกไปเคลื่อนไหวมันอันตรายมากนะ แต่ทุกวันนี้แม่พัฒนาตัวเองมาจนเป็นเจ๊สุสั่งลุยไปแล้ว (หัวเราะ) ใครอย่ามาแหยมกับลูกกูนะ จะเห็นได้ว่าแต่ก่อนเขาไม่ได้เป็นนักสู้ขนาดนี้ แต่สังคมมันหล่อหลอมให้เราต้องออกมาสู้ 

Mom
Credit : iLaw

“แม่แบกรับเรื่องราวเยอะมาก ทั้งความเป็นห่วงลูก ทั้งสังคมที่กดดัน อยู่ๆ วันดีคืนดีเพื่อนสลิ่มก็จะไลน์มารุมด่าทอ ในชีวิตการทำงานก็เคยถูกลูกค้ายกเลิกจ้างงานทำบัญชี เพราะเขาบอกว่าตอนที่พี่โดนจับแล้วแม่ไปหาที่ สน. มันดูไม่ดีเลยนะ ก็ให้เหตุผลต่างๆ นานากับแม่แล้วก็จากไป มันหนักขนาดว่าเคยมีลูกค้าแนะนำให้แม่ตัดเพนกวินออกจากครอบครัวไปเลยดีกว่า แค่ไม่กี่ปีมานี้ เขาผ่านอะไรมาเยอะมาก แต่ก็กัดฟันเดินต่อไป ไม่ให้กูทำงานก็เรื่องของมึง กูจะช่วยและปกป้องลูกกูเอง

“ตอนนี้เราว่ากวินกำลังเจอเรื่องหนักหนามาก หนักเกินกว่าที่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งสมควรจะได้รับ แต่ว่ามันก็เก่งมากแล้วนะที่ผ่านเรื่องต่างๆ มาได้ พ้อยรู้แหละ เราน่าจะรู้กันดีว่าสุดท้ายทางข้างหน้ายังมีอะไรที่ต้องเจออีกเยอะ แต่เราเชื่อว่ามันจะผ่านไปได้ และกวินจะมีพ้อยอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่มีใครปล่อยให้คุณสู้อยู่คนเดียวหรอกนะ ทุกคนพร้อมจะสู้ไปด้วยกันเสมอ 

“ครั้งนี้พ้อยไม่ได้ไปมอบตัวเป็นเพื่อนกวิน เรื่องที่โทรคุยกันครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าคุกรอบนี้ ในขณะที่กวินกำลังนั่งรถไปมอบตัว ก็มีการสั่งเสียไว้กับเรา มันบอกว่ารอบนี้มีโอกาสที่จะโดนจับนะ แต่ว่ากูเตรียมใจมาแล้วว่ะ มึงไม่ต้องเสียใจนะพ้อย ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมา กูฝากมวลชนด้วย กูฝากสานต่องานที่ทำ และฝากสานต่ออุดมการณ์ด้วยนะ 

“อย่าลืมว่าต่อให้สุดท้ายประยุทธ์จะลาออกไปแล้ว แต่เป้าหมายของเราก็คือการปฏิรูปสถาบันฯ นะ มันบอกว่าครั้งนี้มันจะผ่านไปให้ได้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ต้องเสียใจเลย กูรักมึงนะ ดูแลตัวเองให้ดีๆ ดูแลมี้ด้วย แล้วกวินก็พูดซ้ำๆ ว่ากูรักมึง กูรักมึง กูรักมึง กูรักมึง โห ไอ้จังหวะที่กวินพูดว่ากูรักมึงรัวๆ เราไม่รู้จะพูดหรืออธิบายยังไง เพราะปกติเราไม่ได้บอกรักกันเลย มันเหมือนเป็นรักครั้งสุดท้ายที่จะได้พูด 

Children

“เราภูมิใจในตัวพี่ชายทุกเรื่อง ภูมิใจที่กวินเป็นกวินในทุกๆ อย่าง พี่เราเป็นคนที่พยายามจะใช้เสียงของตัวเองให้ดังและออกไปไกลที่สุด เขาพยายามจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้น แม้ว่าตอนที่เริ่มต้น มันจะไม่มีอะไรเลย แต่ก็ทำทุกอย่างด้วยแรงของตัวเองอย่างสุดความสามารถ กวินเป็นคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์สุดๆ ณ วินาทีที่มันพูดประโยคสุดท้ายก่อนถูกจับ กวินก็ยังฝากดูแลมวลชนไว้ เพราะฉะนั้นถ้าคนข้างในเรือนจำยังสู้ขนาดนี้ เราซึ่งเป็นคนที่อยู่ข้างนอกก็จะสู้พร้อมๆ กับคนอื่นต่อไป

“อยากจะบอกเพนกวินว่า เราดีใจนะที่ได้เป็นน้องมัน ได้สู้อยู่ข้างกัน และจะดีใจกว่านี้ ถ้าเราสองคนจะได้ยืนอยู่ข้างกันจนวันที่ทำทุกอย่างสำเร็จ เพราะสิ่งที่พ้อยกลัว พ้อยไม่ได้กลัวว่าเราจะไม่ชนะ แต่กลัวว่าวันหนึ่งที่เราชนะแล้วจะไม่มีมันอยู่ ถ้าวันนั้นเดินทางมาถึงก็คงจะดีใจมากๆ อยากให้ทั้งเราและกวินได้อยู่ดู และมองเห็นชัยชนะไปพร้อมกัน”

Justice
Credit : Political24

Writer

Graphic Designer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.