May 28, 2017

เมื่อวันก่อนไปเดินงาน Pet Expo มา ตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันเกือบๆ บ่ายสอง ตอนแรกก็กะว่าจะไปหาซีนคนนั่งรอก่อนเข้างาน ระหว่างทางก็เดินผ่านบูธขายตั๋วเลยขอซื้อก่อน พอเดินต่อไปก็เจอกลุ่มคนมานั่งรอเข้างานจริงๆ คนกลุ่มนี้เป็นคนรักหมา เวลาเราไปถ่ายหมาก็ถ่ายได้สบาย เพราะเค้าก็จะยิ่งให้น้องหมาโชว์ทำนั่นทำนี่ แล้วก็เป็นกลุ่มที่มีอัธยาศัยดี ด้านหลังเสื้อของคนแถวๆ นั้นเขียนไว้ว่ายิ่งเลี้ยง ยิ่งรัก หมู่บ้านปั๊กน้องปั๊กนี่ก็น่ารักดี หน้าตาซื่อๆ แบนๆ ยิ่งตอนน้องเค้าแลบลิ้นนี่เป็นซีนที่ดีตอนถ่ายสตรีทเลย ดูตลกๆ ขำๆ นอกจากน้องปั๊กแล้วก็ยังมีน้องพันธุ์อื่นๆ อีกหลายตัวกำลังรอเข้าไปเดินในงาน

พอถ่ายๆ ไปแล้วก็รู้สึกว่าซีนนี้ฉากหลังไม่ค่อยคลีนเท่าไหร่แล้ว เลยไปหาซีนคนพาน้องหมามาวิ่งที่สวนเบญฯ ข้างๆ ศูนย์สิริกิติ์ดีกว่า พอเดินเข้าไป ในสวนนี่โล่งมาก ไม่ใช่แบบที่คิดเลย มีแค่กลุ่มนักเรียนวัยรุ่นที่กำลังถ่ายวิดีโอ น่าจะทำหนังสั้นอะไรกันอยู่มั้ง นอกจากนั้นก็มีคนวิ่ง บ้างก็ปั่นจักรยาน มีพนักงานทำความสะอาดนั่งหาของอยู่ริมบ่อน้ำ อยู่ดีๆ พี่เค้าก็ดึงสายยางออกมาจากพุ่มไม้ แปลกดี ผมพยายามเก็บภาพมาเผื่อจะได้อะไรดีๆ สุดท้ายก็ไม่ได้ภาพมา นึกไม่ค่อยออกว่าจะทำยังไงให้มันเชื่อมต่อกับอย่างอื่นได้

จะว่าไปอากาศตอนนั้นชิลมากๆ เหมือนฝนจะตก ผมเลยคิดว่าเดินเข้าไปในงานดีกว่า ไปหาอะไรข้างในละกัน พอกำลังจะเดินข้ามถนนจากสวนไปที่ศูนย์ก็เจอยามคนนึง พี่เค้าถือโทรโข่งโบกรถด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ โบกไปก็แอบมีร้องเพลงไป แถมคิ้วพี่เค้าก็ยาวมาก น่าจะสัก 2 ซม. ได้ !! ผมเลยถ่ายตบแฟลชพี่เค้ามา 2 ใบ แถมยังชมว่าพี่เค้าหล่อดี ดูดีมีเอกลักษณ์ ดูแล้วน่าจะเป็นอารมณ์ดีขนาดนึงเลยแหละ

แล้วผมก็เดินเข้าไปในศูนย์ พอเข้าไปงานก็เริ่มปล่อยให้คนเข้าไปแล้ว ผมเดินหาว่ามีมุมไหนน่าสนใจบ้าง เดินไปทางไหนก็เจอแต่คนรักสัตว์ พาน้องหมา น้องแมวมาเปิดหูเปิดตา …. เอ๊ะ แต่ก็น่าคิดนะว่าน้องๆ เค้าจะชอบบรรยากาศแบบนี้เหมือนกันรึเปล่า …

ผมเดินดูไปเรื่อยๆ จนมาถึงมุมที่เป็นกึ่งๆ สวนสัตว์ มีนกฮูก เหยี่ยว อินทรีย์ อัลปาก้า งู นกฟินซ์ 7 สี ม้าแคระ แหม่ มีมุมให้ลองเล่นสตรีทแล้วแหละ ตอนแรกเดินมาเจอนกฮูก ชอบนะ น่ารักดี ชอบตอนน้องเค้าหมุนคอไปข้างหลัง แปลกดี หมุนได้ 270 องศาเลยนะ แต่ก็แอบสงสารที่ต้องมายืนโชว์แบบนี้ทั้งวัน น่าจะเครียดพอสมควร ตาดำน้องก็โต ยิ่งถ้าใครถ่ายรูปแล้วยิงแฟลชด้วยก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ แล้วมันต้องมีคนแบบนั้นแน่ๆ ที่ไม่ว่าจะถ่ายอะไรต้องเปิดแฟลชมือถือตลอด น่าสงสารน้องฮูกนะ

นอกจากนกฮูกแล้วยังมีน้องเหยี่ยว กับอินทรีย์ อยากถ่ายนะ แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้เลย ก็เลยต้องเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงบูธงู มีหลายชนิดเลย เด็กๆ ก็ชอบ ชอบที่จะเอางูมาพาดคอ ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันไม่สมควรเท่าไหร่ รู้สึกว่าเราไปสร้างความคิดที่ว่างูไม่มีพิษมีภัยกับเรา จะจับก็จับมาพาดคอเลย ผมว่ามันไม่ใช่ เราควรจะสอนให้เด็กได้ถามคนที่คุมตรงนั้นก่อนว่ามันอันตรายหรือมันจะเป็นอะไรไหมถ้าจะจับงูตัวนี้ งูอาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงได้ก็จริง แต่ก็แค่บางชนิดเท่านั้น เท่าที่ผมคุยกับคนคุมตรงนั้นก็ได้เรื่องว่า มันก็มีงูแค่บางชนิดแหละที่พอจะเลี้ยงได้ บางชนิดขนาดเราเอามาเลี้ยงเป็นสิบๆ รุ่น แล้วความเป็นสัตว์ป่าของมันก็ยังมีอยู่ ไม่สามารถเลี้ยงได้ แต่ต่างจากพันธุ์ที่เค้าเอามาให้จับ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ไม่ดุมาก แถมยังถูกเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดโดยมนุษย์ที่สร้างความเชื่อใจ ทำให้เค้าไม่ต้องหวาดระแวง และทำแบบนี้มาหลายรุ่นแล้ว เค้าก็จะรู้ว่าเราไม่เป็นอันตรายกับเค้า เราเลยสามารถเลี้ยงได้ ก็แปลกดีนะ ในอีกมุมมองนึง ผมก็มองว่าถ้าเราเลี้ยงเค้าในพื้นที่เล็กๆ ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ แต่ถ้าเลี้ยงเค้าแล้วมีพื้นที่ให้เค้าเยอะหน่อยก็ดี เค้าน่าจะมีความสุขพอสมควร

จากนั้นก็เดินกลับมาที่โซนนกฮูก นกเหยี่ยว นกอินทรีย์อีกที พอเดินเข้าไปใกล้ๆ คนคุมก็บอกว่า “ระวังนะครับมันกำลังจะขี้ ! ” ผมนี่ถอยมา 2 ก้าว แต่ก็เกือบโดนขี้นกอินทรีย์พรวดเข้ากางเกง จำไว้นะครับว่านกอินทรีย์เนี่ย ขี้มันพุ่งเกือบครึ่งเมตรเลย และตอนก่อนขี้ก้นมันจะกระดกขึ้นมาหน่อยนึงก่อน

เอาล่ะ พอมันขี้เสร็จ ผมก็ยืนรัว เอาหัวนกอินทรีย์ Crown Eagle ตัวนี้เอาเข้าไปปะติดกับคนคุม เผื่อจะมีมุมที่ทำให้ได้หัวคนแต่หน้าเป็นอินทรีย์ ก็พยายามจะเล็งไปเรื่อยๆ พอยืนได้นานขนาดนึงแล้ว ลองไปหลายมุมแล้วคิดว่ายังอยากจะถ่ายต่อแต่ก็อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับนกอินทรีย์ตัวนี้เพิ่มขึ้น เผื่อตอนคุยอาจจะได้ภาพตอนทีเผลอเพิ่มมาอีก สรุปว่าได้เรื่องมาว่า ตัวที่เราเห็นอยู่ข้างหน้านี่ตัวละสี่แสนบาท ใช่แล้ว 400,000 บาท ! โห เกือบครึ่งล้าน อายุของมันประมาณ 20 กว่าปี นับว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยาวนานมาก คือถ้าใครซื้อไปก็พยายามอย่าให้เจ้าของเสียไปก่อนเจ้านกละกัน เพราะมันดูแลยาก วันนึงมันต้องกินลูกเจี๊ยบวันละ 11-12 ตัว ซึ่งเราก็สามารถซื้ออาหารได้ที่ร้านเค้าเลยเหมือนกัน ลูกเจี๊ยบแบบแห้งจะขายแพคละ 20 ตัว ในราคา 100 บาm จะเป็นพวกลูกเจี๊ยบที่หลุด QC ที่นี่เค้าเลยไปเหมามาขายต่อในราคาที่ถือว่าแชร์ๆ กันไป ระหว่างที่คุยกันก็มีคนอื่นมาถามเหมือนกัน ช่วงเวลานั้นผมก็ได้โอกาสสตรีทต่อ ซึ่งถ่ายไปถ่ายมาลองไอเดียต่อหัว เหมือนจะดูไม่เวิร์คเลยลองต่อตาบ้างในที่สุดก็มีมุมที่คนคุมหันขวาแล้วอินทรีย์ก็หันไปทางเดียวกัน ผมเลยรีบรัวแล้วก็ได้ใบนี้มา

ถือว่าเป็นใบนึงที่ผมชอบพอสมควรเลย เพราะมองเห็นคิ้วของคนพอดีแล้วตาของนกก็อยู่ตำแหน่งเดียวกับตาคน ส่วนปากนกก็ต่อเข้ากับจมูกอย่างพอดี ตอนแรกก็แอบกลัวว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายพอหลังจากโพสแล้วก็ได้เสียงตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อ

จากนั้นก็ข้ามช็อตมาเจอของขี้หมากองโตอยู่บนพื้น ตอนแรกผมก็เกือบจะเหยียบ เฮ้ย ! มันใหญ่ขนาดนี้ คนเลี้ยงที่บอกว่ารักหมาเนี่ยไม่เห็นจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองรักนักรักหนาเลย ตอนแรกผมเห็นแล้วก็อยากจะเดินไปบอกแม่บ้านนะ แต่ขอเฝ้าดูอาการคนแถวนั้นก่อนละกัน ผมก็ดูอยู่นะว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเค้าจะมีใครทำอะไรกันไหม มีบางคนเกือบเหยียบ และหลายคนที่เห็นแล้วร้องว้าย ก่อนที่จะมีคนเหยียบเข้าจริงๆ !

คนที่เหยียบนี่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เดินไปอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่เห็นแล้วร้องว้ายก่อนหน้านี้ ก็เหมือนจะไม่มีใครรู้สึกว่าจะต้องไปบอกแม่บ้านเลย สรุปหลังจากที่ผมสังเกตการณ์แล้ว คงจะไม่มีใครไปบอกแม่บ้านจริงๆ แหละ ผมเลยเดินไปถามหาแม่บ้าน ซึ่งแม่บ้านอยู่ถัดจากตรงนั้นไม่กี่สิบเมตร แต่ถึงแม่บ้านจะอยู่ไกลผมก็จะไปหามาให้เจอ ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่หรือพระเอกอะไรหรอกนะ แต่สงสารคนที่จะต้องมาเหยียบอีกนี่แหละ

ผมก็เข้าใจนะว่า น้ำใจเป็นสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง แต่นี่คือเรื่องจริง เราเห็นปัญหาแต่ไม่มีใครคิดจะช่วยกันแก้ เช่นเดียวกับปัญหาของเมืองไทยก็เป็นอย่างขี้หมาก้อนนี้เลย เราทุกคนเห็น แต่ก็ไม่ช่วยกันแก้ คนที่คิดจะช่วยก็มีอยู่นิดเดียว แล้วปัญหาพวกนี้มันจะแก้หมดเหรอ ? บางทีผมก็แอบไม่ชอบนิสัยคนไทยบางกลุ่ม แบบนี้มันมีแต่จะทำให้บ้านเราแย่ลงเรื่อยๆ

หลังจากนั้นผมก็เดินไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ซีนอะไรเพิ่มเติมแล้ว เลยขอกลับไปพักผ่อนดีกว่า พอออกมาข้างนอกนะ โห รู้สึกว่าอยากถ่ายต่อเลยเพราะแดดแรงมากกก แดดแรงกับการถ่ายสตรีทนี่เป็นสิ่งที่โคตรจะคู่กันเลย คนอื่นเค้าไม่ชอบแต่เราชอบซะงั้น แต่วันนั้นตอนเย็นต้องขอเวลาส่วนตัวไปพักผ่อนกับครอบครัวก่อน เลยขอบายแต่เพียงเท่านี้แหละครับ

Facebook Comments
Job
ช่างภาพ Street & Documentary ตั้งแต่ผมรู้จักสตรีทมาชีวิตก็เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะสตรีทจึงทำให้อยากจะออกไปค้นหามุมมองที่เราไม่เคยพบเจอของโลกใบนี้ เพราะสตรีททำให้ผมได้มองสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้ชื่นชมธรรมชาติมากกว่าที่มันเป็น เพราะสตรีทจึงทำให้ทุกสิ่งรอบตัวมันดูน่าสนใจ เราสามารถได้ภาพสตรีทในทุกที่ๆ เราไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะได้ภาพจากทุกที่ๆ จะได้ภาพสตรีท มันทำให้ชีวิตมีความท้าทาย และที่สำคัญคือการได้รู้จักสังคมที่เราอยู่แต่ไม่เคยได้สัมผัสมันมาก่อน