EAT

หวานเย็นถึงใจ กับ ‘นัฐพร ไอศครีมรสไทย’ ไอศกรีมโบราณแห่งพระนคร

ชวนหวนถึงวัยเด็กกับไอศกรีมโบราณ ที่ นัฐพร ไอศครีมรสไทย ซึ่งส่งมอบความหอมมันชื่นใจมานานกว่า 70 ปี แห่งย่านแพร่งภูธร แม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และใส่ใจถึงคนกิน อีกทั้งยังปรับรสชาติจากต่างแดนให้เข้ากับไอศกรีมโบราณของไทยได้อย่างละมุนลิ้น หากใครได้ลองชิมรับรองว่าต้องติดใจ !

ไอติมโฮดเมดแห่งพระนคร

คุณนัฐพร รุ่งโรจน์สุวรรณ

‘นัฐพร ไอศครีมรสไทย’ ไอศกรีมโบราณทำมือ ที่ตั้งอยู่ในตึกแถวเก่าเล็กๆ ย่านแพร่งภูธร ซึ่งส่งต่อความหอมหวานของไอติมกะทิจากรุ่นสู่รุ่น จนเปลี่ยนมือมาเป็น ‘นัฐพร รุ่งโรจน์สุวรรณ’ เจ้าของรุ่นที่ 3 โดยรวมเปิดมากว่า 70 ปี คุณน้านัฐพรเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนร้านอาหารละแวกนี้จะมีคำว่า ‘แพร่งภูธร’ พ่วงท้ายเสมอ จึงทำให้แต่เดิมร้านมีชื่อว่า ‘ไอติมแพร่งภูธร’ และมาปรับเปลี่ยนชื่อตอนที่คุณน้านัฐพรได้รับช่วงต่อจากครอบครัว

ซึ่งก่อนผันตัวมาเสิร์ฟความเย็นสดชื่น คุณน้าเกิดและเติบโตอยู่ในย่านนี้ตั้งแต่เล็กๆ เมื่อเรียนจบก็หันไปทำอาชีพอื่น แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เจอการทำงานที่ไม่ขาวสะอาด ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากทนอีกต่อไป จึงตัดสินใจหันหลังให้กับงานประจำ แล้วกลับมายังพื้นที่เซฟโซนอย่าง ‘บ้าน’ จากนั้นก็ยึดอาชีพนี้ต่อมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน เรียกว่าอาจเป็น ‘ความโชคดีในความโชคร้าย’ ก็ว่าได้ เพราะไม่อย่างนั้นเราคงอดชิมไอศกรีมรสไทยแสนอร่อยเป็นแน่

ไอติมเกล็ดหิมะ

ว่ากันว่าเทกเจอร์ของไอศกรีมโบราณ เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหาชิมตามห้างร้านได้ เพราะเอกลักษณ์อันโดดเด่นตรงที่ผิวสัมผัสเป็น ‘เกล็ดหิมะ’ มีความคล้ายกับน้ำแข็งปั่นแต่ละเอียดกว่า และไม่นุ่มเกินไปเหมือนบิงซู ซึ่งตรงนี้เองคือส่วนสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกสดชื่น และจดจำสัมผัสของไอศกรีมโบราณได้ขึ้นใจ

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของไอศกรีมโบราณ คือ ไอติมจะไม่เป็นก้อนกลม เพราะสมัยก่อนยังไม่มีที่ตักสกู๊ปขายในประเทศไทย จึงต้องใช้ทัพพีตักเอา ทำให้เวลาเสิร์ฟจะเป็นรูปทรงโค้งตามทัพพีแทน รวมถึงวัตถุดิบหลักที่ใช้เป็นกะทิ นมสด และน้ำแข็ง ต่างจากไอศกรีมรุ่นใหม่ที่ให้ความฟู นวล และเป็นก้อนกลมได้มากกว่า ด้วยส่วนผสมจากนม ไขมัน และครีม ซึ่งให้เทกเจอร์แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

‘กะทิสด’ ไอศกรีมรสแรก

ไอศกรีมรสกะทิสด ราคา 30 บาท

กว่า 30 ปี ที่คุณน้านัฐพรรับช่วงสืบทอดสูตร ‘ไอติมกะทิสด’ ต่อกันมา ซึ่งเป็นรสแรกที่ร้านทำขายมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิก โดยคัดสรรมะพร้าวอย่างดีจากทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เวลาเอามาปั่น มันส่งกลิ่นหอม และมีรสชาติหวานมันกว่ามะพร้าวที่อื่นๆ

โดยแต่ก่อนต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 มานั่งทำไอศกรีมทุกวัน ทั้งคั้นกะทิ เอามาปั่นกับน้ำแข็ง กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปช่วงเช้าตรู่ แถมเนื้อไอศกรีมก็ไม่แข็งอย่างใจต้องการ พอตกเย็นจากขายก็กลายเป็นแจก เพราะไอติมละลายเป็นน้ำ ทำให้สูญเสียรายได้ไป หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เริ่มเรียนรู้ความผิดพลาด พร้อมลงมือแก้ไขปัญหา เริ่มจากซื้อตู้เย็นมาก่อนเป็นสิ่งแรก เพื่อให้ไอศกรีมเย็นตลอดเวลา และเปลี่ยนจากทำก่อนไก่โห่ มาเป็นตกค่ำแทน แล้วแช่เย็นเก็บเอาไว้ ทำให้แต่ละวันไม่ต้องตื่นมาเตรียมวัตถุดิบให้งัวเงียเสียเปล่า

ไอศกรีมไทยแต่รสชาติ ‘ญี่ปุ่น’

รสมัทฉะ 40 บาท (บน) รสงาดำญี่ปุ่น 40 บาท (ล่าง)

มัทฉะ โฮจิฉะ เก็นไมฉะ และงาดำญี่ปุ่น 4 รสชาตินำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นแท้ๆ แต่ปรับเข้ากับการทำไอติมโบราณแบบไทยได้อย่างลงตัว โดยเกิดจากลูกค้าคนหนึ่งเอา ‘ผงมัทฉะ’ มาเสนอให้ลองทำ เพราะเขาไม่สามารถหาคนที่ทำรสชาเขียวได้ถูกปากถูกใจ แต่คุณน้านัฐพรมีประสบการณ์ที่ไม่ประทับใจเกี่ยวกับชาเขียว และส่วนตัวไม่รู้ว่าความอร่อยที่แท้จริงคืออะไร จึงปฏิเสธทันท่วงที

ผ่านไปหลายเดือนจึงเริ่มเปิดใจหันมาลองทำดู จากตอนแรกที่ไม่ชอบชาเขียว ปรากฏว่าติดใจผงมัทฉะ และฝีมือการทำของตัวเอง ซึ่งลูกค้าก็ชอบรสชาติชาเขียวนี้เลยทำให้คุณน้านัฐพรตัดสินใจทำมาจนถึงปัจจุบัน แถมลูกค้าคนนั้นยังหยิบโฮจิฉะ เก็นไมฉะ และงาดำญี่ปุ่นมาให้ทำอยู่เป็นเนืองๆ หลังจากนั้น 4 รสชาติญี่ปุ่นก็กลายเป็นรสที่ครองใจลูกค้าทั้งไทยและเอเชียจนคุณน้าถึงกับเอ่ยปากถึงลูกค้าคนนั้นว่า ‘เทวดาพามา’

ไอศกรีมฟรุตตี้

รสมะพร้าวอ่อน 30 บาท (ซ้าย) รสสตรอว์เบอร์รี 40 บาท (ขวา)

หากใครเป็นคนที่โปรดปรานกลิ่นหอม และรสชาติจากผลไม้ อยากให้ลองมาชิม ‘รสสตรอว์เบอร์รี’ และ ‘รสมะพร้าวอ่อน’ ซึ่งผลไม้หวานอมเปรี้ยวอย่าง ‘สตรอว์เบอร์รี’ คุณน้าจะหยิบมาทำตามฤดูกาลของมันเสียมากกว่า เพราะจะได้รสหวานฉ่ำตามธรรมชาติ โดยแต่ละครั้งจะใช้วัตถุดิบเยอะเป็นพิเศษ เพื่อให้รสชาติ สี และกลิ่นของมันออกมาหอม และหวานอมเปรี้ยวได้ตามที่ต้องการ

ส่วนมะพร้าวอ่อนได้คำแนะนำมาจากอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเดิมทีคุณน้ากลัวจะเฉาะมะพร้าวไม่ไหว เกรงว่าข้อมือจะพังเสียก่อน แต่วันหนึ่งก็ตัดสินใจลองทำดู โดยเทกเจอร์ของมะพร้าวอ่อนแตกต่างจากไอติมรสอื่นๆ เพราะมีความเป็นเกล็ดน้ำแข็ง คล้ายเชอร์เบทมากกว่า ซึ่งเหมาะกับคนไม่อยากกินรสมันมาก แถมยังมีชิ้นเนื้อของมะพร้าวอ่อนปะปนอยู่ด้วย

เครื่องเคียงคู่กะทิ

ใส่ได้ไม่เกิน 3 อย่าง เพิ่มอย่างละ 5 บาท

เวลากินไอศกรีมกะทิ มีหรือจะพลาดเครื่องเคียงกินควบคู่ อย่างไอศกรีมฝรั่งก็มีช็อกโกแลต หรือสปริงเคิลโรยหน้าไอศกรีม ส่วนของเรานั้นก็มีเครื่องเคียงแบบไทยๆ เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกเดือย ลูกชิด หรือข้าวเหนียว ก็ชวนให้เราหวนนึกถึงวัยเด็ก

เมื่อสอบถามถึงวิธีการกินไอศกรีมแต่ละรสต้องควบคู่กับเครื่องเคียงอย่างไรบ้าง คุณน้านัฐพรบอกว่า จริงๆ เครื่องทั้งหมดในตู้สามารถกินกับไอศกรีมได้ตามชอบ แต่จะเข้าคู่กับรสกะทิสดมากที่สุด อีกทั้งสมัยก่อนมีแค่เผือก ข้าวโพด และถั่วลิสง ซึ่งพอลูกค้าเข้ามาสอบถามว่ามีเครื่องอื่นๆ ไหม จึงเพิ่มเข้ามาตามคำขอ ไม่ว่าจะเป็นลูกชิด ลูกเดือย ถั่วแดง หรือข้าวเหนียว เรียกว่าใส่ใจทุกความต้องการของลูกค้าจริงๆ

การเดินทาง

ใครที่อดใจไม่ไหวอยากพุ่งตัวไปชิมความหวานเย็นถึงใจถึงที่ ให้แวะเข้ามาเติมความสดชื่นได้ที่ ‘นัฐพร ไอศครีมรสไทย’ ร้านเก่าแก่แห่งย่านแพร่งภูธร พร้อมลิ้มรสชาติไอศกรีมรสไทยและเทศทั้ง 11 รส และใส่เครื่องเคียงแบบไทยๆ ตามใจชอบ

ทางบก : นั่งรถประจำทางได้ดังนี้ 

  • ป้ายอนุเสาวรีย์หมู (เดินต่อ 350 ม.) : 2 / 25 / 33 / 508
  • ป้ายศาลาว่าการฯ (เดินต่อ 600 ม.) : 12 / 35 / 42
  • ป้ายกองสลากฯ (เดินต่อ 800 ม.) : 2 / 15 / 35 / 44 / 47 / 59 / 60 / 79 / 157 / 509 / 511

ทางราง : MRT สถานีสามยอด (ทางออก 3) เดินต่ออีก 1 กม. หรือต่อรถโดยสารอื่นๆ
พิกัด : ถ.แพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 
เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์ | 09.00 – 17.00 น.
เบอร์โทร : 089-826-5752

Contributor

ตุลยา สวนสันต์

นักเขียนผู้หลงรักชาไทย ใส่ใจหมามากกว่าสุขภาพ และมีเรื่องตลกในชีวิตมากกว่าผลงานของรัฐบาล