CITY

‘MALTA’ ดินแดนแห่ง LGBT+ ดีที่สุดในยุโรป

น้ำทะเลสีฟ้า แสงแดดเจิดจ้า เกาะแก่งชวนค้นหา และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ชวนเพลินตา คงเป็นภาพจำของ ‘มอลตา’ ประเทศซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ใช้จุดแข็งด้านความน่าอยู่ และมีทัศนียภาพอันงดงามมาดึงดูดผู้คนให้ตบเท้าเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ

นอกจากมนต์เสน่ห์ของบ้านเมืองที่ชวนค้นหา การให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเพศของรัฐบาลมอลตา ก็ทำให้ในปี ค.ศ. 2015 องค์กรด้านความหลากหลายทางเพศอย่าง International Lesbian, Gay, Bisexual, Trans and Intersex Association (ILGA) ยกให้มอลตาเป็นที่ 1 ในการให้สิทธิกับกลุ่ม LGBT+ ดีที่สุดในยุโรปไปครอง จนเรียกได้ว่า นี่คืออีกหนึ่งดินแดนอันเป็นปลายทางของความหลากหลายทางเพศ

01
แบนการบำบัดแก้เกย์ ประเทศแรกในยุโรป

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 2011 มอลตาเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่ให้ ‘การหย่าร้าง’ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อโลกเปลี่ยนไป อะไรที่ไม่ทันเขาก็ต้องปรับตาม รัฐบาลมอลตาค่อยๆ ผ่านกฎหมายเรื่องนี้ จนการหย่าร้างไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายอีกต่อไป และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่กำลังจะตามมา

ในปี ค.ศ. 2013 รัฐบาลมอลตาได้ โจเซฟ มัสแคต เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเขาก็เริ่มนโยบายที่จะทำให้ความเท่าเทียมเกิดขึ้น อย่างการเปลี่ยนให้เอกสารราชการที่มีเพียงเพศหญิงและชาย สามารถใช้คำว่า ‘Gender-neutral’ หรือ ‘ความเป็นกลางทางเพศ’ ได้ โดยผู้ยื่นสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี หรือในพาสปอร์ตและบัตรประชาชน ชาวมอลตาก็สามารถแก้ไขคำนำหน้าเพศของตัวเองได้ โดยคำว่า X เพื่อแสดงว่าไม่ต้องการระบุเพศนั่นเอง

ซึ่งในปี ค.ศ. 2016 มอลตาเป็นประเทศแรกในยุโรปที่บัญญัติให้ ‘การบำบัดแก้เกย์’ หรือ ‘Gay Conversion Therapy’ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทั้งที่หลายประเทศยังคงมีการบำบัดเหล่านี้อยู่ แต่มอลตาเชื่อว่าใครจะเป็นอะไร หรือมีความหลากหลายแค่ไหนมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย

02
สมรสเท่าเทียม

เท้าความก่อนว่า คนมอลตาส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเชื่อว่าการสมรสเพศเดียวกันเป็นบาป แต่ไหนๆ รัฐบาลก็ลุยเรื่องความเสมอภาคมาถึงขนาดนี้แล้ว ทำให้ในปี ค.ศ. 2017 มอลตาผ่านกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรส และแต่งงานกันได้เป็นเรื่องปกติ

แน่นอนว่าเสียงต่อต้านย่อมมี แต่ชาวมอลตาจำนวนเกินครึ่งได้โหวตให้สิ่งนี้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย และมองว่าการจดทะเบียนคู่ชีวิตไม่ว่าจะเพศไหนก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ผู้คนได้มารวมตัวกันดื่มด่ำความสุข และฉลองปาร์ตี้ซึ่งจัดโดยกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ หรือ Malta Gay Rights Movement (MGRM) ที่บริเวณจัตุรัสหน้าทำเนียบ

03
ครองแชมป์ประเทศที่ดีต่อ LGBT+

การผ่านกฎหมายเพื่อความเท่าเทียมของมอลตา ทำให้เวลามีโพลเกี่ยวกับ LGBT+ ประเทศมอลตามักติดอันดับที่ดีอยู่เสมอ โดยปี ค.ศ. 2019 มอลตาได้รับการโหวตจากองค์กรด้านความหลากหลายทางเพศอย่าง ILGA ว่าเป็นประเทศที่ดีต่อนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBT+ มากที่สุดในยุโรป โดยได้คะแนนไปถึง 90 เต็ม 100

โดยตัวชี้วัดหนึ่งที่ทำให้มอลตาคว้าคะแนนไปอย่างท่วมท้น คือการมีกฎหมายเรื่องเพศไปในทิศทางที่ให้ความเสมอภาคเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งการผลักดันเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลมอลตาต้องทำ เพราะมอลตารู้ดีว่าประเทศของตัวเองจะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมีการท่องเที่ยวเป็นตัวชูโรง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นว่า มอลตานั้นพร้อมอ้าแขนต้อนรับทุกความหลากหลายอย่างแท้จริง

ซึ่งการผ่านกฎหมายไม่ว่าจะเป็นสมรสเท่าเทียม แบนการบำบัดแก้เกย์ คู่รักเพศเดียวกันสามารถรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้ หรือแม้แต่ให้วัยรุ่นได้เลือกเพศของตัวเองได้ ก็เป็นอีกแรงดึงดูดหนึ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกอยากลองตีตั๋วไปมอลตาดูสักครั้ง และเป็นการทำให้เห็นชัดๆ เลยว่า ประเทศเล็กๆ แห่งนี้ยอมรับ LGBT+ อย่างเป็นทางการ


Source

Independent
Rainbow Europe
Time
Asher & Lyric
The Telegraph 
Culture Trip
GuideMeMalta
กรุงเทพธุรกิจ

Contributor

ปณัยกร วรศิลป์มนตรี

Writer

ลูกคนโต จบชายล้วน และอดีตเด็กวารสารฯ ผู้อยากเป็นนักเรียนไปตลอดกาล ชอบสำรวจย่าน และฝันอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ได้สักเรื่อง รวมถึงมีกาแฟ เบียร์ และความบันเทิง เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีของชีวิต