LIFESTYLE

Make Your Own Home Café เรียกเอเนจี้ ด้วยกาแฟสดดีๆ สักแก้ว คุณเองก็ทำได้ที่บ้าน

“Life Happens, Coffee Helps.”

ทุกวันการทำงาน เชื่อว่าชาวออฟฟิศส่วนมากต้องรีบไปซื้อกาแฟทุกพักเบรก ไม่ว่าจะตอนเช้า หรือ พักกินข้าว ต้องมีกาแฟแก้วโปรดอยู่ใกล้มือ เพื่อปลุกพลังการทำงานให้ตื่นตัวอยู่เสมอ ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีกาแฟที่ชอบ ในแบบฉบับของตัวเอง ทั้งรสชาติ และความเข้มที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าเรามีตัวช่วยที่ดีอย่างเครื่องทำกาแฟ “Nescafe Dolce Gusto” ที่ช่วยให้การดื่มกาแฟเป็นเรื่องชิลล์ๆ โดยที่ไม่ต้องออกไปซื้อกาแฟที่ร้านคาเฟ่ แต่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านหรือออฟฟิศ วันนี้เราจะมาดูกันว่า เครื่องทำกาแฟ “Nescafe Dolce Gusto” สามารถทำอะไรได้บ้าง แล้วคนทำงานสายไหนรักกาแฟประเภทไหนเป็นพิเศษกันนะ ?

| กาแฟแบบไหนที่เป็นคุณ ?

กาแฟมีหลากรูปแบบ หลายรสชาติขึ้นอยู่กับความชอบของแต่คน บางคนต้องการสัมผัสเมล็ดกาแฟให้ถึงใจ ต้องเป็นกาแฟ “Espresso” ซึ่งไม่มีส่วนผสมของน้ำร้อน นมและน้ำตาล เน้นกาแฟล้วนๆ ประมาณ 1 ช็อต ที่สกัดน้ำกาแฟออกมาได้ประมาณ 30 มิลลิลิตร แต่ถ้าต้องการความเข้มข้นหนักมากกว่านี้ ขอผายมือให้กับกาแฟดำ “Lungo”
เพราะสกัดน้ำกาแฟออกมาเป็น 3 เท่าของเอสเปรสโซ ประมาณ 90 มิลลิลิตร ให้รสชาติที่เข้มข้นมากกว่า เหมาะสำหรับคนต้องการความกระชุ่มกระชวย ชาร์ตพลังยาวๆ ทั้งวัน

หรือถ้าใครอยากจิบกาแฟดำชิลล์ๆ ต้องลอง “Americano” ซึ่งเป็นการเบลนด์ช็อตเอสเปรสโซ 60 มิลลิลิตรผสมกับน้ำร้อน แต่ถ้าใครต้องการความซอฟท์ รสชาติที่นุ่ม และไม่ขมเท่ากาแฟอื่นๆ หรือชอบกาแฟผสมนม แนะนำกาแฟ “Cappuccino” เพราะมีส่วนผสม เอสเปรสโซ 1 ช็อต, นมร้อน และโฟมนมในอัตรา 1 ใน 3 ส่วนเข้าด้วยกัน รสชาติอ่อนกว่าทั้งหมด สามารถดื่มจิบระหว่างวัน รีแลกซ์การทำงานได้สบายดีทีเดียว

| ตัวช่วยทำกาแฟที่ใครก็ทำได้ “MINI ME จาก Nescafe Dolce Gusto”

ใครๆ ก็สามารถทำกาแฟแก้วโปรดของคุณได้ และรสชาติเหมือนอยู่ในคาเฟ่ ด้วยเครื่องชงกาแฟสด “MINI ME จาก Nescafe Dolce Gusto” ที่ทำให้การดื่มกาแฟสด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถทำได้รวดเร็ว และมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เติมน้ำใส่เครื่อง ใส่แคปซูลกาแฟที่ต้องการ ปรับระดับน้ำ เปิดปุ่มสตาร์ทเริ่มใช้งาน พร้อมดึงจอยสติ๊กเลือกทำน้ำร้อน หรือน้ำเย็น แล้วรอดื่มได้เลย โดยใช้เวลาไม่นาน สะดวกง่ายเพียงไม่กี่นาที

นอกจากนี้ เจ้าตัวเครื่อง “MINI ME” ยังได้รับรางวัลการันตีจาก Red Dot Design Award 2014 และ iF Product Design Award 2014 ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่เป็นโดดเด่น เล็กกะทัดรัด และนวัตกรรมล้ำสมัยที่สามารถทำความดันสูงสุดถึง 15 บาร์ สกัดกาแฟได้เท่ากับเครื่องชงกาแฟใหญ่ๆ ในร้านคาเฟ่ ทำให้เราได้สัมผัสกาแฟที่เนียนนุ่ม เข้มข้น หอมอร่อย ง่ายๆ ในออฟฟิศของคุณ

| สายตัดต่อนอนน้อย

วงการตัดต่อ โปรดักท์ชัน แค่ได้ยินชื่อก็รู้ว่า ไลฟ์สไตล์ทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ เวลาเกือบทั้งวันอยู่แต่หน้าจอคอมฯ ไม่ค่อยเดินออกจากห้องไปไหน ยาชูกำลังที่จะมาเยียวยาพวกเขาได้ต้องเป็น กาแฟแบบเข้มข้น พร้อมสัมผัสรสชาติกาแฟอย่างเต็มที่ อย่าง “Americano” ที่มีความเข้มข้นระดับ 10 หรือจะเป็นกาแฟดำแบบนุ่มๆ เพราะใช้เมล็ดอาราบิก้าแท้ 100% ต้อง “Lungo” เพื่อรีบูสท์พลังงานยาวๆ อย่างต่อเนื่อง สร้างความกระชุ่มกระชวย ทำงานได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุด

| กาแฟสายดาร์ค “Americano” และ “Lungo” กับวิธีการทำแบบอีซี่

สูตรไม่ลับ ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่หยิบแคปซูลกาแฟในรสชาติที่เราต้องการ สังเกตฉลากบนแคปซูลจะมีบอกชนิดของกาแฟ และแถบปริมาณน้ำที่คิดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าเลือกแบบ “Americano” จะเป็นแคปซูลสีแดง และแบบ “Lungo” เป็นสีส้ม เมื่อเลือกเสร็จแล้วใส่แคปซูลลงบนเครื่องทำกาแฟ แล้วปรับระดับน้ำตามฉลากที่บอกไว้บนแคปซูล กดเปิดเครื่องรอจนไฟสีแดงเป็นสีเขียว และดึงจอยสติ๊กไปทางฝั่งทำน้ำร้อน รอไม่กี่อึดใจก็จะได้แก้วกาแฟสุดเข้มข้น พร้อมลุยทำงานต่อยาวๆ ทั้งวันได้เลย

| สายครีเอทีฟต้องการอินสไปเรชัน

อีกสายหนึ่งที่ทำงานหนักไม่แพ้กัน นั่นคือ สายครีเอทีฟที่ต้องใช้ความคิด มองหาอินสไปเรชันรอบตัวอยู่เสมอ กาแฟที่เหมาะกับคนช่างคิดต้องลอง “Cappuuino” ที่สามารถทานจิบกาแฟระหว่างวันได้เรื่อยๆ ทุกเวลา และแก้ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน เพราะความเข้มเข้นของกาแฟจะน้อยลงกว่าสองชนิดแรก ด้วยส่วนผสมของนมเข้ามาเป็นส่วนประกอบ ทำให้รสชาติกาแฟมีความกลมกล่อม และนุ่มนวลด้วยฟองนมบนกาแฟ ที่เมื่อเราดื่มเมื่อไหร่เหมือนได้รีเฟรชร่างกายให้สดชื่นขึ้น

| กาแฟสายซอฟท์ “Cappuccino” กับวิธีทำสุดง่าย

อยากทานคาปูชิโน่ ไม่ต้องเดินไปคาเฟ่ให้เหนื่อยแรง เพราะเครื่องทำกาแฟรุ่น “MINI ME จาก Nescafe Dolce Gusto” ก็เอาอยู่ เพียงแค่หยิบแคปซูลกาแฟคาปูชิโน ซึ่งต้องใช้ 2 แคปซูลเพื่อสร้างรสชาติกลมกล่อม ประกอบด้วย แคปซูลสีดำที่หมายถึง ส่วนของกาแฟ และแคปซูลสีขาวที่ไว้บรรจุนม วิธีการทำง่ายๆ เพียงแค่หยิบนมเข้าไปในช่องใส่แคปซูล ปรับระดับน้ำตามฉลากที่เขียนแถบขีดปริมาณน้ำเอาไว้ จากนั้นดึงจอยสติ๊กฝั่งทำน้ำร้อน รอสักพักให้เครื่องทำนมร้อนออกมาจนเสร็จ จึงค่อยเปลี่ยนใส่แคปซูลกาแฟตามไปทีหลัง วิธีทำเหมือนตอนใส่แคปซูลนมครั้งแรก เสร็จแล้วพร้อมดื่มได้ทันที

| กาแฟสด รสชาติคุณภาพ ในแคปซูลจิ๋ว

นอกจากวิธีการทำกาแฟที่ไม่ซับซ้อน ทุกคนสามารถสวมบทเป็นบาริสต้า ทำกาแฟสดรสชาติดีระดับคาเฟ่ออกมาได้ง่ายๆ เพราะมีเคล็ดลับมาจากวัตถุดิบชั้นดีนำเข้าจากต่างประเทศ จากเมล็ดกาแฟ Nescafe Dolce Gusto ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ชั้นดีทั้งอาราบิก้า และ โรบัสต้า มาผสมผสานจนได้รสชาติของกาแฟที่ดีที่สุด เมล็ดกาแฟผ่านการคั่ว จนได้กาแฟที่มีความเข้มมข้นถึง 10 ระดับ บดและบรรจุในแคปซูลจิ๋ว ด้วยเทคโนโลยีการกักเก็บกลิ่นและความสดใหม่ ที่เราสามารถดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟสดอย่างเต็มกลิ่นทุกการดื่ม

สำคัญที่สุดคือ ราคาแคปซูลเริ่มต้นเพียงแค่ 16 บาท คุณก็สามารถดื่มกาแฟเมนูคาเฟ่ได้ แถมมีให้เลือกทั้งหมด 13 รสชาติ ทั้งแบบกาแฟดำ อย่าง Espresso, Lungo, Americano หรือ Grande กาแฟนม เช่น Cappuccino, Latte Macchiato หรือ Café Aulait แต่ถ้าเป็นสายไม่กินกาแฟ ก็สามารถทาน Chococino และ Green Tea Latte แทนได้เหมือนกัน

เพราะแบรนด์ Nescafe Dolce Gusto เข้าใจถึงคนรักกาแฟสด ที่อยากจะดื่มกาแฟดีๆ สักแก้ว โดยไม่ต้องเดินทางไปซื้อตามคาเฟ่ให้เสียเวลา ตรงกับคอนเซปต์ Your café at home experience ที่นำประสบการณ์และความรู้สึกแบบคาเฟ่มาไว้ที่บ้านคุณ ทำให้การชงเมนูคาเฟ่ทำได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และไม่ยุ่งยาก ถ้าใคร สนใจเครื่องชงกาแฟรุ่น MINI ME มาไว้ที่บ้านหรือที่ออฟฟิศ หรือจะสมัครแพ็คเกจกาแฟรายเดือน (รับฟรีเครื่องชงกาแฟ) ก็สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://nescafedolcegusto.popsho.ps/


Content Writer : Jarujan L.
Photographer : Napat P.
Graphic Designer : Jirayu P.

Contributor

จารุจรรย์ ลาภพานิช

Writer

เด็กสถาปัตย์ชอบเรื่องเมือง รักการขีดเขียนใส่กระดาษ แถมยังมีน้องมะม่วงในหัวใจ