EAT

‘ไส้กรอกคีโต’ เนื้อเน้นๆ อร่อยไร้สาร

“ไส้กรอกมันไร้ประโยชน์นะ”
“อย่ากินเลยมันไม่ดีต่อสุขภาพ”
“กินมากๆ ระวังได้ของแถมเป็นมะเร็ง”

สารพัดประโยคบอกเล่าที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง กับอาหารกินง่าย และอยู่ใกล้ตัวอย่าง ‘ไส้กรอก’ ที่กลับกลายเป็นศัตรูของสุขภาพไปทันที บางคนเลือกให้เป็นอาหารเช้าจานโปรดในวัยเด็ก แต่ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ‘อะไร’ เป็นสิ่งที่ทำให้ของอร่อยเหล่านี้เป็นตัวร้ายในสายตาของใครหลายคน

เราจึงเริ่มต้นบทสนทนากับ กรรณ์-กรรณ์ชวกรกุล และ หลิน-ปภัสว์ฤลสิริพัชรงค์กูร สองผู้ก่อตั้ง Maison de Sausage ว่าด้วยเรื่องของไส้กรอกโฮมเมดปลอดสารที่อยากเปลี่ยนมุมมองว่าไส้กรอกอร่อย และมีประโยชน์ได้เหมือนกัน

| ว่าด้วยเรื่องไส้กรอก

หลังเลิกเรียนทุกครั้ง เราจะตั้งตารอคอยแผงขายของทอดมากกว่าร้านไหนๆ โดยเฉพาะ ‘ไส้กรอก’ ที่ลงทอดในน้ำมันท่วมๆ ยิ่งเห็นมันฟูในกระทะร้อนมากเท่าไหร่ ก็ย่อมทำให้หัวใจของนักกินฟูฟ่องตาม จนโดนแม่บ่นหูชาอยู่บ่อยครั้ง เพราะซื้อทีละ 20 บาท 30 บาทหิ้วติดมือกลับบ้านมาด้วยเสมอ ซึ่งมันตอบโจทย์ความสุข และความอร่อยของเรา จนมองข้ามเรื่องอื่นๆ ไปเสียหมด

แต่ไม่ใช่กับพี่กรรณ์ที่ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกินตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเป็นทั้งคนกินยากและแพ้ง่าย เพราะเซลล์ในร่างกายดันตอบสนองต่อของแปลกปลอมได้ยอดเยี่ยมกว่าคนอื่น ถึงแม้จะเป็นคนที่ชื่นชอบการกินไส้กรอกเป็นชีวิตจิตใจ แต่บางครั้งไส้กรอกตามท้องตลาดทั่วไปกลับทำพิษ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ เพราะหากกินมากๆ สารเคมีต่างๆ จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัว

“คือพี่จะเป็นคนที่กินได้ไม่กี่อย่าง แล้วจะกินแบบนั้นซ้ำๆ เพราะพี่เป็นคนแพ้อาหารแบบไม่รู้สาเหตุ แล้วสมัยก่อนไม่มีการเจาะตรวจเหมือนตอนนี้ ทำให้แม่แก้ปัญหาว่าอะไรที่ไม่เคยกินไม่ต้องกิน กินเฉพาะในสิ่งที่เราเคยกิน มันเลยติดเป็นนิสัย คือจะกินอะไรซ้ำๆ และจะกินเฉพาะยี่ห้อที่เคยกิน ถ้าอันไหนไม่เคยก็จะไม่ลอง มันเลยเป็นที่มาว่าร้านไส้กรอกที่เรากินบ่อยๆ หายไป แล้วร้านนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่เราทานได้ จะทำอย่างไรดี”

พี่กรรณ์เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ร้านนั้นปิดตัวลง เหมือนขาดอาหารบางอย่างในชีวิตไป เลยเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พี่กรรณ์หันมาเริ่มโปรเจกต์ ‘ไส้กรอกโฮมเมด’ ของตัวเอง ก่อนจะชักชวนพี่หลินให้เข้าร่วมด้วย ซึ่งทั้งสองพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ ด้วยความตั้งใจที่ว่าการกินไส้กรอกต้องอร่อย และดีต่อสุขภาพ

“ถ้าเดินไปซื้อไส้กรอกในซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 98% มีสารดินประสิว ไนเตรต ไนไตรต์
ทำให้พี่กรรณ์แพ้ง่ายเลยเลือกที่จะไม่กิน”

| ไส้กรอกโฮมเมด

“กลุ่มที่สามารถกินไส้กรอกของเราได้คือ กลุ่มเด็กที่แพ้อาหาร กลูเตน ถั่ว กลุ่มผู้ใหญ่ที่ควบคุมเบาหวาน โรคไต กลุ่มลดน้ำหนักคีโต โลว์คาร์บ และกลุ่มที่มองหาทางเลือกไส้กรอกใหม่ๆ เพราะหลายรสชาติของเราหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้”

Maison de Sausage เป็นแบรนด์ไส้กรอกโฮมเมดน้องใหม่ ที่เพิ่งคลอดได้ประมาณ 4 เดือน แต่ถูกใจลูกค้าหลากหลายกลุ่มได้อย่างดี แต่สำหรับเราที่กินไส้กรอกตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือตามรถเข็นของทอดมาทั้งชีวิต การที่ได้เห็นไส้กรอกโฆษณาเนื้อแน่น ไร้สารเคมี ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าไม่ใส่สารปรุงรสจะอร่อยได้จริงหรือ

ซึ่งความแตกต่างของไส้กรอกโฮมเมดคือการชูโรงรสชาติจากวัตถุดิบขึ้นมา โดยไม่ใส่สารเคมีหรือน้ำตาลเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่าเนื้อสัตว์มีรสชาติในตัวของมันอยู่แล้ว ที่สำคัญคือการใช้เนื้อสัตว์ล้วนๆ ไม่มีแป้งผสม แล้วปรุงรสด้วยเครื่องเทศ และทำไซซ์ไส้กรอก ‘เนิร์นแบก’ เล็กพอดีคำ

“ส่วนผสมหลักของเราคือเนื้อไก่ จะสังเกตได้ว่าไก่จะมีรสชาติจืด มีรสในตัวของมันเอง และมีความนุ่ม ซึ่งมันจะไม่กลบวัตถุดิบตัวอื่นๆ ให้ด้อยลง แล้วการใช้เนื้อสัตว์ปลอดสารจะมีรสและกลิ่น ที่แตกต่างจากเนื้อสัตว์ทั่วไป”

เราจึงถามคำถามที่สงสัยเพราะอะไรไส้กรอกทั่วไปถึงต้องใส่สารเคมี ?

“บางที่จะใช้เนื้อสัตว์ที่ผ่านการตัดแต่งแล้วหรือเศษเนื้อ ทำให้ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นส่วนสะโพก หรือเนื้ออก ซึ่งรสชาติของเนื้อแต่ละส่วนมันต่างกัน เมื่อเอามาบดรวมกันจะทำให้รสชาติไม่คงที่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องใส่สารเคมีต่างๆ ลงไปจำนวนมาก เพื่อปรุงรสให้กลมกลืนมากที่สุด”

| ยัดไส้แกะ

ถ้าเราลองมานั่งนึกๆ สิ่งหนึ่งที่เจอบ่อยมากเวลากินไส้กรอก คือการหั่นไส้กรอกแล้วมันเหนียวกว่าปกติ บางครั้งเราเข้าใจว่ายิ่งเหนียวเด้งมากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่เมื่อคุยกับพี่หลินและพี่กรรณ์ปรากฏว่า เราเข้าใจผิดมาตลอด

“เคยกินไส้กรอกแล้วใช้ส้อมหั่น หั่นเท่าไหร่ก็หั่นไม่ออกไหม ?
ตรงนี้แหละมันคือไส้หมูที่เป็นคอลลาเจนสังเคราะห์ขึ้นมา ไม่ใช่ไส้หมูจริงๆ”

ความอร่อยของไส้กรอกจะต้องไม่ใช่เหนียวนอกนุ่มใน แต่ทุกอย่างมันต้องกลืนกันไปอย่างพอดีและเหมาะสม ซึ่งการใช้ไส้แกะจริงๆ จะเด้งกว่า บางกว่า และไม่เหนียว เมื่อทุกอย่างกินรวมกันในหนึ่งคำควรให้ ‘ความสุนทรีย์’ มากกว่า ที่สำคัญเวลากริลล์มันจะมีความหอมกว่าไส้หมู

“ถึงแม้ไส้แกะจะมีต้นทุนที่สูงกว่า
แต่สิ่งสำคัญที่เราเน้นย้ำคือ ความอร่อย”

| ทดลองด้วยตัวเอง

เชื่อว่ากระบวนการทำย่อมเป็นสิ่งที่คนกินหลายคนตั้งตารอคอย เพราะทำให้เรามั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เรากินนั้นปลอดภัยต่อร่างกายเรามากที่สุด นั่นจึงเป็นที่มาว่านักผลิตไส้กรอกโฮมเมดทั้งสอง เลือกที่จะชิมทุกอย่างด้วยตนเอง ตั้งแต่รสชาติเกลือ ไปจนถึงเนื้อสัตว์ เพื่อการันตีว่าทุกอย่างปลอดภัยที่สุด

“เราเริ่มจากการลองกินเองก่อนเลย ส่วนตัวพี่กรรณ์เองเหมือนเป็นคนครึ่งบกครึ่งน้ำอ่ะ (หัวเราะ) คือเรากินแล้วเราจะรู้เลยว่า เกลือยี่ห้อที่หนึ่งกับสองมันต่างกันอย่างไร ถ้าเปลี่ยนไปนิดนึงก็จะรับรู้ได้ทันที หลายคนถามว่าถ้าไม่ใส่น้ำตาลแล้วความหวานจะมาจากไหน ความหวานมันมาจากเนื้อสัตว์ ทุกวันนี้เรากินอาหารที่ปรุงเยอะ แล้วกลายเป็นคนกินรสจัดไปไม่รู้ตัว แต่พอเรามากินอาหารที่ไม่ได้ปรุงแต่งมาก เราจะรู้เลยว่ารสชาติที่เรากินมันคือรสชาติอร่อยที่เกิดขึ้นจากตัวมันเอง”

ซึ่งตอนนี้ได้ปล่อยไส้กรอกโฮมเมดออกมาทั้งหมด 7 รสชาติ คือ ผักโขมชีส เนื้อแกะ เบคอนชีส เนื้อไก่ เนิร์นแบร์ก ฟัวกราส์ และทรัฟเฟิล โดยรสชาติแรกที่ได้ลองทำคือ ทรัฟเฟิล ซึ่งเป็นรสชาติที่เกิดจากความชื่นชอบของพี่กรรณ์ที่หยิบความเป็น ‘ราชาเห็ด’ มาชูโรงจนกลายเป็นเมนูขายดีที่สุดในร้าน นอกจากนี้ยังเตรียมตัวปล่อยรสชาติใหม่อย่าง ‘แซลมอน’ ออกมาให้ลิ้มรสได้ในเร็วๆ นี้

| ไส้กรอก = ไร้ประโยชน์ ?

หลังจากได้นั่งคุยมาสักพัก สิ่งที่พี่กรรณ์และพี่หลินอยากสื่อสารให้เราเปลี่ยนมุมมองที่ว่าไส้กรอกว่าไม่ดีหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทั้งสองมองว่าทุกอย่างต้องดูที่กระบวนการผลิตเป็นหลัก

“พี่อยากให้มองว่าไส้กรอกเป็นอาหารประจำชาติของบางชาติด้วยซ้ำ จริงๆ แล้วควรดูขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบ หรือที่มาเป็นอย่างไรมากกว่า เมื่อเราทานแล้วร่างกายจะบอกเองว่ามันดีหรือไม่ดี เพราะฉะนั้นร้านค้าควรพยายามบอกลูกค้าเสมอว่าไส้กรอกเรามีอะไร ทำมาจากอะไร มีคุณภาพอย่างไร เพื่อให้คนกินไว้วางใจว่าสิ่งที่เขาได้รับนั้นคุ้มค่า ทั้งในแง่ของราคาสินค้า และสุขภาพ”

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนต้องเริ่มตั้งคำถามกันบ้าง เหมือนที่เราสงสัยว่าไส้กรอกปลอดสารจะอร่อยได้จริงหรือเปล่า เพราะเราเติบโตมากับไส้กรอกตามท้องตลาดที่หากอยากได้สุขภาพอาจจะต้องลดปริมาณลงสักนิด แต่สิ่งพี่กรรณ์และพี่หลินตอบเรากลับมาคือ การลองชิมด้วยตัวเอง

“พี่รู้ว่าเราต้องตั้งคำถาม ว่าจริงรึเปล่า เป็นไปได้เหรอ
สิ่งสำคัญที่พี่อยากบอกคือการให้เราได้ลองกินเอง”

คำถามที่เชิญชวนให้ชิมไส้กรอกโฮมเมด จนเรารับรู้ได้ถึงความตั้งใจและใส่ใจในผลิตภัณฑ์ไส้กรอกทุกชิ้น จนกล้าท้าให้ลองว่าคนที่แพ้อาหารบางชนิด กลุ่มคนรักสุขภาพ และเด็ก สามารถกินได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

Contributor

ตุลยา สวนสันต์

Writer

นักเขียนผู้หลงรักชาไทย ใส่ใจหมามากกว่าสุขภาพ และมีเรื่องตลกในชีวิตมากกว่าผลงานของรัฐบาล

เบญญทิพย์ สิทธิเวช

Graphic Designer

10 20 30 40 หนูชอบกินยำ หนูชอบกินปู หนูชอบกินหรู แต่หนูไม่ชอบกิน beef