ทุกวันนี้งานประจำ หรือการเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาเราอาจกลายเป็นคนว่างงาน, เกิดอยากลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือจำเป็นต้องหารายได้เสริมเพิ่มเงินในกระเป๋า ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือการหาความรู้และฝึกอาชีพเสริมติดตัว เพราะเมื่อถึงเวลาคับขันว่างงานขึ้นมาจริงๆ เราได้จะมี “ของ” ไว้ใช้ทำมาหากินได้

และใครที่กำลังเมียงๆ มองๆ หาที่ฝึกอาชีพใกล้บ้าน Urban Creature ก็มีศูนย์ฝึกอาชีพในกรุงเทพมหานครมาแนะนำให้รู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็น

1.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดธรรมมงคล
2.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ สวนลุมพินี
3.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดวรจรรยาวาส
4.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ บางพลัด
5.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ จัตุจักร 2 (มีนบุรี)
6.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดสุทธาวาส บางกอกน้อย
7.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ จตุจักร 1
8.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ บางกะปิ
9.ศูนย์ฝึกอาชีพฯ เขตสะพานสูง

ซึ่งทั้ง 9 ศูนย์ที่ว่านี้อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร เปิดให้ประชาชนที่สนใจมาสมัครเรียนฟรี เพียงแค่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และเมื่อจบหลักสูตรแล้วก็มีวุฒิบัตรมอบให้ ครั้งนี้เราจึงจะพาทุกคนมาดูบรรยากาศรอบๆ พร้อมพูดคุยกับผู้ดูแลและผู้เรียนในศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดธรรมมงคลกันว่า ที่นี่เขาเรียนกันอย่างไร

เราตั้งหลักกันที่หน้าวัดธรรมมงคล ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 101 เดินลัดเลาะผ่านตัวตึกไปท้ายๆ วัด จนมาพบกับตึก 4 ชั้นตั้งอยู่ข้างโรงเรียนอนุบาลธรรมศาลาที่เต็มไปด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ก่อนที่จะเจอกับ ‘คุณสุวิมล วรรณโสภณ’ หัวหน้าศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดธรรมมงคล ที่มายืนรอต้อนรับอย่างอบอุ่น

| ความเป็นมาของศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดธรรมมงคล

คุณสุวิมล : จากวันแรกจนถึงวันนี้ศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดธรรมมงคล ได้เปิดการเรียนการสอนให้ทุกคนที่สนใจมานานกว่า 21 ปี ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 โดยตอนแรกตั้งอยู่ในโรงเรียนอนุบาลธรรมศาลา ก่อนจะได้รับงบประมาณจากกรุงเทพมหานครในการก่อสร้างอาคาร 4 ชั้น ที่เป็นอาคารเรียนในปัจจุบัน

| ศูนย์ฝึกอาชีพฯ ที่มีหลากหลายหลักสูตรเปิดสอน

คุณสุวิมล : ศูนย์ฝึกอาชีพฯ วัดธรรมมงคล มีหลักสูตรให้เลือกลงหลากหลาย ทั้งจันทร์ – ศุกร์ และ เสาร์ – อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็น อาหารว่าง, อาหารคาว, การแปรรูปอาหารและสมุนไพร, เบเกอรี่, แกะสลักผัก ผลไม้, การจัดดอกไม้สด, มัดเชือกเมคราเม่, เพ้นท์เล็บ, คอมพิวเตอร์, ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์, ช่างไฟฟ้า, ช่างซ่อมวิทยุ, ศิลปประดิษฐ์, เสริมสวย, ตัดผมชาย, ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี, แพทเทิร์น และหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของที่นี่ก็คือ วิชานวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ และนวดไทยเพื่อสุขภาพ

| จะวัยไหนก็เรียนได้

คุณสุวิมล : ที่นี่มีคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ เรียนคละเคล้าปนกันไป ซึ่งวันธรรมดาส่วนใหญ่ก็เป็นแม่บ้านหรือคนที่ว่างงาน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ ก็จะเป็นคนที่ทำงานประจำมาเรียน

| ความสำคัญของการฝึกอาชีพเสริม

“หลักสูตรการฝึกอาชีพในปัจจุบันเหมือนถูกละเลยไป แต่จริงๆ แล้วมันมีความสำคัญมาก”

คุณสุวิมล : ยิ่งในยุคสมัยที่มีการแข่งขันสูงแบบนี้ การมีความสามารถอย่างเดียวคงไม่เพียงพอทางที่ดีเราทุกคนควรมีวิชาความรู้ติดตัวเพิ่มมากขึ้นให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานไว้ใช้ด้วย

พอพูดขึ้นมาเราก็ชักอยากรู้แล้วว่าเจ้าหลักสูตรนวดของที่นี่โดดเด่นและดีอย่างไร ทำไมถึงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามขนาดนี้ เราจึงขอให้หัวหน้าศูนย์ฯ พาเดินขึ้นมาที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นสถานที่ของการเรียนการสอนวิชานวดไทย มาพูดคุยกับ “พี่บาส – พรชัย เภตราพรโชติ” นักเรียนดีเด่นอีกหนึ่งคนในหลักสูตรนี้กัน

| ศูนย์ฝึกอาชีพฯ เพราะที่นี่มีสิ่งที่เราต้องการ

พี่บาส : ตอนนี้กำลังว่างงาน จึงมองสถานที่ฝึกอาชีพใกล้บ้าน ที่เสียค่าเรียนไม่มากหรือเรียนฟรีได้ เพื่อนจึงแนะนำที่นี่มาว่า เปิดสอนหลายหลักสูตรแถมไม่เสียเงิน ประกอบกับเราสนใจการนวดเป็นทุนเดิมพอเห็นที่นี่เปิดจึงรีบเดินทางมาสมัคร

| หลักสูตรสุดฮิต  “วิชานวดไทยเพื่อสุขภาพ”

พี่บาส : ที่สนใจการนวด เพราะมองว่าในสมัยนี้หลายคนทำงานหนักมาก มีความเครียดสะสมทำให้นิยมไปผ่อนคลายด้วยการนวด เราจึงเห็นช่องทางที่ในการทำงานเลือกเรียนในสิ่งที่นำมาประกอบอาชีพได้จริง และเป็นงานที่เราแทบจะไม่ต้องลงทุนค่าอุปกรณ์ ขอเพียงหมั่นฝึกฝนให้ชำนาญจะไปที่ไหนก็สามารถทำได้

หลักสูตรวิชานวดไทยเพื่อสุขภาพของที่นี้ จะเรียน 150 ชั่วโมง คุณสมบัติของคนที่มาเรียนจะแตกต่างจากหลักสูตรอื่นๆ ตรงที่ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ โดยเราจะมีเรียนทั้งทฤษฎี คือ จริยธรรม กฎหมาย ทฤษฎีการแพทย์ กายวิภาคสรีระร่างกายของมนุษย์ และจุดสำคัญต่างๆ ก่อนจะเริ่มเรียนภาคปฏิบัติและเก็บเคสการนวด 30 เคส เพื่อบันทึกข้อมูลคนไข้ ที่จะวางแผนการดูแล รักษา และบรรเทาอาการป่วย

| มากกว่าความรู้ คือ มิตรภาพที่ได้รับ

“มากกว่าการได้ความรู้ไปประกอบอาชีพแล้ว เรายังได้มิตรภาพ ได้รู้จักคนหลากหลายอาชีพ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ได้จากการพูดคุย และหลังจากจบหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพแล้ว หากมีเวลาก็สนใจอยากเรียนเบเกอรี่ต่อ เพื่อเพิ่มความสามารถของเราให้หลากหลายมากขึ้นไป”

ทั้งหัวหน้าศูนย์และพี่บาสต่างก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเรียนฝึกอาชีพกันเยอะๆ ถึงแม้ไม่ได้นำไปประกอบอาชีพเป็นหลัก แต่อย่างน้อยก็สามารถนำไปปประยุกต์ใช้ในชีวิตเราได้

Facebook Comments