trouble solver

LARQ กระบอกน้ำใบแรกของโลกที่ทำความสะอาดตัวเองและน้ำให้ปลอดภัยดื่มได้ใน 60 วินาที

ซาร่า (นามสมมติ) คุณเคยประสบปัญหานี้หรือไม่ อยากลดพลาสติกใจจะขาด แต่เจออากาศร้อนๆ ทีไร ก็ต้องแวะเข้าไปซื้อน้ำมาดื่มให้เย็นชุ่มชื่นหัวใจทุกที 


ใช่ค่ะ จอร์จ​ (นามสมมติ) ครั้นจะพกกระบอกน้ำติดตัวแต่บางทีก็มีกลิ่นเหม็นอับเหมือนไม่ได้ล้างมาหลายวัน ดื่มแต่ละทีแทบจะเบือนหน้าหนี มันทำให้ชีวิตของฉันลำบากมากๆ เลยล่ะ 


อย่าพึ่งตกใจไปซาร่า เพราะถ้าคุณใช้กระบอกน้ำของ LARQ ที่มีเทคโนโลยี UV-C LED ปัญหาทุกอย่างจะหมดไป ชีวิตของคุณจะดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น เพราะมีแสงยูวีคอยฆ่าเชื้อโรคให้โดยไม่ต้องเสียเวลาล้างกระบอกน้ำ แถมยังทำให้น้ำประปา หรือน้ำจากแหล่งน้ำในธรรมชาติ สะอาดจนดื่มได้ภายใน 60 วินาที 


โอ้วว มันเยี่ยมไปเลยค่ะจอร์จ แล้วถ้าฉันอยากได้บ้างต้องทำอย่างไร 


ไม่ต้องด่วนตัดสินใจหรอกซาร่า และก็ไม่ต้องรีบต่อสายไปที่ไหน ลองอ่านบทความข้างล่างนี่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก็ไม่เสียหายยย 


(เหตุการณ์ข้างต้นก็เป็นเรื่องสมมติ แต่เหตุการณ์ข้างล่างเป็นเรื่องจริง)


กระบอกน้ำทำความสะอาดตัวเองใบแรกของโลก


ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ LARQ มีคำอธิบายตัวตนของพวกเขาแบบง่ายๆ ด้วยถ้อยคำไม่กี่ประโยคว่า “LARQ ถือกำเนิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย ด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาผสมผสานกับการออกแบบที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าถึงน้ำดื่มบริสุทธิ์ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน” 


อย่างที่ทราบกันตั้งแต่ประถมวัยครับว่า ‘น้ำ’ คือต้นกำเนิดของชีวิต และเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตอยู่ทั้งในเชิงอุปโภคและบริโภค เพียงแต่ว่าในหลายสิบปีให้หลังมานี้ บรรจุภัณฑ์ที่บรรจุน้ำดื่มกลายเป็นขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลที่เริ่มกระทบกระเทือนและเป็นอันตรายต่อชีวิตของพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ


Justin Wang ในฐานะ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง LARQ เคยให้สัมภาษณ์กับ Techround สื่อออนไลน์ที่นำเสนอข่าวธุรกิจและเทคโนโลยีของอังกฤษว่า ครอบครัวของเขามีความตั้งใจจะเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยเฉพาะ ‘น้ำดื่มบรรจุขวด’


ครอบครัว Wang เก็บขวดน้ำมาเพื่อทดลองใช้ซ้ำกว่า 15 ชนิด ก่อนจะพบว่าถึงจะมีตัวเลือกมากขนาดนี้ แต่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ชนิดไหนเลยในตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด ที่จะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่เรื่อยๆ และทำให้พวกเขาเลิกใช้ขวดพลาสติกได้โดยสิ้นเชิง


ใน 1 วันที่สหรัฐอเมริกา จะมีขวดพลาสติกถูกทิ้งมากกว่า 60 ล้านใบ จุดหมายปลายทางส่วนใหญ่ของพวกมันคือหลุมฝังกลบหรือเตาเผาขยะ แต่ยังมีอีกหลายล้านใบที่ถูกทิ้งกลาดเกลื่อนอยู่ตามท้องถนน และใน 1 ปี พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวน 2.4 ล้านตัน และ 26 – 41 เปอร์เซ็นต์คือขวดน้ำ 


“บรรจุภัณฑ์ส่วนมากที่จะเอามาใช้ซ้ำมักมีปัญหาในเรื่องการทำความสะอาด และไม่สามารถแก้ Pain Point หลักของผู้บริโภคที่ต้องการดื่มน้ำสะอาด ต่อมาเมื่อผมได้พบผู้ร่วมก่อตั้งที่คิดค้นเทคโนโลยี พวกเราจึงตัดสินใจเปิดตัว LARQ เมื่อปี 2018 เพื่อให้ทุกคนมีทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้นในทุกที่และทุกเวลา” 


เราจึงได้เห็นกระบอกน้ำดื่มที่ทำความสะอาดตัวเองได้ขวดแรกของโลกออกวางตลาดในที่สุด แต่สิ่งที่ LARQ ทำไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือการใช้คู่สีและงานดีไซน์ที่ตอบรับกับยุคสมัยแต่เพียงเท่านั้น เพราะพุ่งเป้าไปที่การลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอีกด้วย


“เราดื่มน้ำหกสิบเปอร์เซ็นต์ที่บ้านหรือออฟฟิศ ส่วนอีกสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ดื่มระหว่างทาง การบริโภคขวดน้ำพลาสติกส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอย่างหลัง ไอเดียหลักของ LARQ คือการทำให้น้ำที่ดื่มระหว่างวันปราศจากกลิ่นเหม็น และสะอาดได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส”


สะอาด ปลอดภัย ไร้กลิ่น ใน 60 วินาที 


ถ้าลองเปรียบเทียบราคาของกระบอกน้ำดื่มจากบรรดาแบรนด์ชั้นนำในตลาดจะเห็นว่า LARQ มีราคาสูงกว่า 2 – 3 เท่าตัว Wang บอกว่า บรรจุภัณฑ์จากแบรนด์อื่นๆ ก็ยอดเยี่ยมเหมือนกัน แต่วงเล็บไว้ว่าถ้าคุณจะใช้เวลาที่มีค่าไปกับการทำความสะอาด 


“มีข้อแนะนำให้ทำความสะอาดกระบอกน้ำสม่ำเสมอเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อยู่ภายใน ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นอับ หรือเหนียวเหนอะหนะเวลานำมาใช้งาน”


แม้การล้างแก้วสักใบจะไม่ใช่งานที่ต้องอาศัยทักษะสูงส่ง หรือต้องทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่ แต่ผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งหากจะมีกระบอกน้ำสักใบที่ไม่ต้องเปื้อนน้ำยาล้างจาน แต่ยังคงความสะอาดและมอบสุขอนามัยที่ดีให้ตลอดเวลา 


ในฝาของ LARQ จะซ่อนเครื่องกรองน้ำดิจิทัลขนาดพกพาเครื่องแรกของโลกเอาไว้ พร้อมกับแบตเตอรี่ลิเทียมขนาดเล็ก และพระเอกของเรื่องนี้อย่างเทคโนโลยี UV-C LED ที่จะทำการปล่อยแสง UV-C ในช่วงความถี่ 280 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการกำจัดแบคทีเรียและไวรัส และมักจะถูกใช้ในโรงพยาบาลเพื่อฆ่าเชื้อโรคในห้องผู้ป่วย 


Dr.David Weber ผู้สำเร็จหลักสูตร สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต และประจำการอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลน่า บอกว่า แสงยูวีได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ แสงยูวียังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทิ้งสารตกค้างไว้อีกด้วย 


เพียงแค่กดปุ่มที่ฝาตัวเครื่องก็จะทำงาน แล้วคุณจะได้น้ำดื่มสะอาดที่ปราศจากแบคทีเรียและไวรัสที่เป็นอันตรายถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 60 วินาที การฉายแสงยูวียังทำงานโดยอัตโนมัติทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ขวดของ LARQ ปราศจากเชื้อโรคอยู่เสมอ และการใช้รังสียังทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยๆ เหมือนระบบกรองน้ำทั่วไป 

อย่างไรก็ตามถึงจะมีเทคโนโลยีสุดล้ำก็ไม่ได้หมายความ LARQ จะเป็นกระบอกน้ำที่คุณไม่จำเป็นต้องล้างอีกเลยชั่วชีวิต โดย LARQ แนะนำว่าไม่ควรปล่อยให้เกิดคราบบริเวณที่ปากสัมผัสกับขวดเป็นเวลานาน ส่วนตัวกระบอกน้ำเองควรได้รับการทำความสะอาดทุก 3 – 4 สัปดาห์


ตอนนี้กระบอกน้ำของ LARQ มีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกันคือ 


LARQ Bottle PureVisTM กระบอกน้ำรุ่นแรกที่สามารถทำความสะอาดตัวเองและน้ำดื่มที่บรรจุในขวดด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่น้อยหน้าแบรนด์อื่นด้วยคุณสมบัติเก็บความเย็น 24 ชั่วโมง และร้อน 12 ชั่วโมง พร้อมการันตีความสะอาดที่มากกว่ากระบอกน้ำทั่วไป 10,000 เท่า 


LARQ Bottle Movement PureVisTM น้องเล็กที่คุณสมบัติเหมือนรุ่นพี่แทบทุกประการ ยกเว้นการเก็บความร้อนและความเย็น เพราะถูกออกแบบมาให้น้ำหนักเบาพกพาสะดวก เหมาะสำหรับติดมือไปออกกำลังกายหรือกิจกรรมเอาต์ดอร์ 


LARQ Pitcher PureVisTM กระบอกที่กรองน้ำสะอาดด้วย UV-C LED และแผ่นกรองคาร์บอนที่ผลิตจากพืช มีคุณสมบัติกำจัดสิ่งปนเปื้อนอย่างตะกั่วหรือคลอรีน จนได้น้ำสะอาดที่ปราศจากรสชาติ และใช้พลาสติกน้อยกว่าไส้กรองแบบดั้งเดิม 75 เปอร์เซ็นต์ 


น้ำประปา หรือน้ำจากแหล่งไหน ก็ดื่มได้ 


การใช้แสงยูวีในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในบรรจุภัณฑ์ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีภาชนะแสนสะอาดที่นานทีปีหนจึงจะล้างสักที แต่อาจหมายความได้ว่าน้ำที่ถูกนำมาบรรจุในกระบอกของ LARQ จะสะอาดขึ้น และกลายเป็นน้ำดื่มคุณภาพดีได้ 


ในฐานะประเทศที่วลี ‘น้ำประปาดื่มได้’ ฟังดูเป็นอะไรที่ไม่น่าทำตามเสียเท่าไหร่ ธุรกิจน้ำดื่มในไทยจึงมีมูลค่าสูงมาก ในปี 2562 ส่วนแบ่งการตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในไทยมีมูลค่า 54,760 ล้านบาท เติบโตถึง 4.3 เปอร์เซ็นต์และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่นับรวมตลาดเครื่องกรองน้ำ หรือตู้กรองน้ำหยอดเหรียญที่เราเห็นวางตั้งอยู่ทุกหัวมุมถนน ก็แสดงถึงความสำคัญของน้ำสะอาดที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ 


สาเหตุที่ยกเรื่องสถานการณ์น้ำดื่มของไทยขึ้นมาแม้สำนักงานใหญ่ของ LARQ จะตั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เปิดน้ำจากก๊อกมากระดกเข้าปากได้ทันทีโดยไม่ต้องหุงต้ม แต่พวกเขามองไปไกลมากกว่านั้น 


LARQ เชื่อว่า ‘น้ำ’ เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่พึงมี และไม่ควรมีใครใช้ชีวิตโดยปราศจากน้ำสะอาดในยุคนี้ แต่ถ้านับอัตราส่วนจากประชากรทั่วโลก เราจะพบว่า 1 ใน 10 คน ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเขายอมรับไม่ได้อย่างแท้จริง 


ข้ามแผ่นดินจากฝั่งตะวันตกที่สำนักงานใหญ่ของ LARQ ไปยังเมืองฟลินต์ รัฐมิชิแกน ที่การเข้าถึงน้ำสะอาดกลายเป็นเรื่องยากมาตั้งแต่ปี 2014 จากสารตะกั่วที่รั่วไหลตามท่อน้ำของเมือง ส่งผลให้เด็กในท้องถิ่นกว่า 17,000 คนมีพัฒนาการล่าช้า


LARQ จึงร่วมมือกับ Draymond Green ฟอร์เวิร์ดตัวเก่งของ Golden State Warriors และ 501CTHREE องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งโดย Jaden Smith ไอ้หนูคาราเต้คิดลูกชายของ Will Smith โดยมีเป้าหมายในการระดมทุนเพื่อสร้าง Water Box ระบบกรองน้ำที่จะช่วยให้ชาวเมืองมีระบบกรองน้ำขนาดใหญ่ไว้ใช้ และลดจำนวนขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งจากขวดน้ำ ที่พลเมืองฟลินต์จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน 


พวกเขายังร่วมมือกับ Well Aware องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในแอฟริกาตะวันออก ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2010 โดย LARQ ในฐานะองค์กรที่เติบโตมาจาก Kickstarter จึงเริ่มก้าวเดินเล็กๆ ด้วยการบริจาคเงิน 30,000 เหรียญฯ ให้กับ Well Aware และในปี 2021 1 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายทั้งหมด ก็จะถูกมอบให้องค์กรนี้เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงน้ำสะอาดให้มากที่สุด 


จาก Kickstarter สู่สายตาโลก 


ย้อนอดีตกลับไปสักเล็กน้อย ไอเดียของ LARQ ออกสู่สายตาฝูงชนครั้งแรกผ่าน Kickstarter แพลตฟอร์มที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งช่วยพวกเขาระดมทุนได้มากถึง 1,374,021 ดอลลาร์ฯ ด้วยไอเดียที่แปลกใหม่และนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาของผู้คน 


LARQ ทำรายได้ในการวางจำหน่ายปีแรกถึง 5.5 ล้านเหรียญฯ กระโดดไป 9 ล้านเหรียญฯ ในปีที่ 2 และมียอดขาย 14 ล้านเหรียญฯ ในปีที่ 3 ต่างกับสตาร์ทอัปบางรายที่ทุ่มเงินเพื่อเอาชนะคู่แข่งจนยอดติดลบ แต่ Wang มีรายได้กลับมาเข้ากระเป๋าถึง 6.5 ล้านเหรียญฯ​


กระบอกน้ำที่ทำความสะอาดตัวเองได้ กำลังไหลออกจากตาน้ำที่ซานฟรานซิสโก ไปสู่มือของคนทั้งโลก นอกเหนือจากการวางจำหน่ายบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ LARQ ตั้งอยู่บนเชลฟ์ของร้านค้าปลีก 88 ร้าน ใน 16 ประเทศ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผู้คนจากวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่อยากให้ผู้คนมีน้ำสะอาดดื่มเวลาที่ต้องออกไปข้างนอก


พวกเขาแก้เกมด้วยการปล่อย LARQ Pitcher PureVisTM เพื่อกรองน้ำสะอาดภายในบ้าน แต่อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวไหนก็ล้วนมีราคาสูงกว่าคู่แข่งถึง 2 – 3 เท่าด้วยกันทั้งสิ้น กรณีนี้อาจจะคล้ายกับโทรศัพท์มือถือสมัยก่อนที่มีราคาสูงมาก ก่อนจะจับต้องได้ง่ายขึ้นเมื่อเพิ่มฐานการผลิต 


Wang บอกว่า เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ LARQ มีต้นทุนที่สูงในการผลิต แต่ก็หวังว่าจะสามารถนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ราคาเข้าถึงได้ มีฟังก์ชันหลากหลายมากขึ้นออกสู่ท้องตลาด โดยจะครอบคลุมทั้ง 360 องศา ของการดื่มน้ำเลยทีเดียว 


อนาคตอยู่ในมือเรา 


หลายปีให้หลังมานี้โลกของเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มมีที่ทางเป็นของตัวเอง ชิป Apple M1 สร้างผลกระทบใหญ่หลวงในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกมคอนโซลแห่งศตวรรษอย่าง PS5 ก็โชว์ความเป็น Next Gen ออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ LARQ ที่ให้คุณหยิบ ‘อนาคต’ ติดไม้ติดมือไปได้ทุกที่ 


“เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงได้มาถึงแล้ว” Wang บอกว่า ขวดน้ำพลาสติกที่ถูกทิ้งมีน้อยกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ที่ถูกนำไปรีไซเคิล ถ้าในตลาดมีกระบอกน้ำวางขายอยู่เต็มไปหมด คำถามคือ ทำไมมันยังไม่สามารถลดการใช้งานพลาสติก 


เขามองว่า ท้ายที่สุดแล้วนวัตกรรมที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของ LARQ จะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ให้กระเถิบหนีออกจากน้ำบรรจุขวดแบบดั้งเดิมในที่สุด และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการนำน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยไปสู่ผู้คนทั่วโลกอีกด้วย


Photo Credit :  LARQ


Source :  LARQ  TechRound Forbes THRIVE GLOBAL

Contributor

พิชฌน์ จันทร์พริ้ม

what i talk about when i talk about

อาภาภัทร สังข์สมุทร

Graphic Designer

ไม่คิดว่าจะทำงาน แต่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ใช้ชีวิตอยู่หน้าคอม คอนเสิร์ต บนเครื่องบิน และมีเบียร์กับนารูโตะคอยเยียวยาใจ