GREEN

รีวิวต้นไม้คนละต้น แก้อาการเฉาใจเมื่ออยู่บ้าน

ว่ากันว่าหากลองปลูกต้นไม้แค่หนึ่งต้น อาจเปลี่ยนเราเป็นคนใหม่ได้

ช่วง work from home แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนเลือกหยิบ ‘ต้นไม้’ ที่มีทั้งไม้ใบและไม้ดอกมาเติมเต็มความสดชื่นให้บ้าน หรือมุมห้องที่เราชอบพักสายตาจากการทำงาน ชาว Urban Creature ก็มีสมาคมคนรักต้นไม้เกิดขึ้น จนกลายเป็นว่ามีต้นไม้เป็นลูกรักกันไปโดยปริยาย แถมบางคนยังบอกว่า การเลี้ยงต้นไม้ให้อะไรมากกว่าสบายตา เพราะสิ่งที่ติดมาคือมุมมองความคิดที่เปลี่ยนไป หรือแม้กระทั่งรูปแบบการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนตาม

พวกเราเลยมารีวิวต้นไม้คนละต้นที่บ้าน พร้อมชักชวนคนอ่านส่งต้นไม้มารีวิวด้วยกัน คู่กับบอกว่าเลี้ยงน้องแล้วได้อะไร มาแลกเปลี่ยนความสดชื่นในวันที่หลายอย่างไม่เป็นใจผ่านต้นไม้ด้วยกันนะ

ต้นแก้วสารพัดนึก (Alocasia Sanderiana Bull)

รีวิวโดย : กราฟิกชอบเสพศิลปะ

ต้นแก้วสารพัดนึก หรือที่เรียกว่าแก้วหน้าม้า พันธุ์ไม้ตระกูลเดียวกับว่าน หรือ บอน รูปทรงใบเรียว มีรอยหยักเล็กน้อยที่ขอบคล้ายกริช หรือหน้าม้า ส่วนท้องใบมีสีม่วงเข้ม แถมยังมีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคล ช่วยป้องกันสิ่งไม่ดี หรือภูติผีปีศาจ ซึ่งน้องกราฟิกในสมาคมเราเองก็แอบเชื่อแบบนั้น เพราะบอกสาเหตุของการเลี้ยงเจ้าแก้วสารพัดนึกกับเราว่า

“เลี้ยงเพราะชอบความโค้งของใบ มองเเล้วสบายตา บวกกับเขาบอกว่า กันผีได้เลยตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน แถมเลี้ยงต้นแก้วสารพัดนึกเเล้ว ยังรู้สึกเหมือนมีน้องสาวอีกคน เพราะต้องค่อยเช็คน้ำ เช็ดใบไม้ ทำให้เรากลายเป็นคนดูเเลเอาใจใส่สิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น”

วิธีการดูแล : ต้นแก้วสารพัดนึกดูแลไม่ยุ่งยาก เป็นต้นที่ชอบความชื้น ให้รดน้ำ 2-3 วันสักครั้ง พรวนดินเดือนละหน ที่สำคัญให้ตั้งไว้ในห้องที่แสงสว่างเข้าถึง หรือมุมแดดรำไร เพราะน้องไม่ชอบแดดจัดๆ นั่นเอง

กุหลาบพุกาม (Pereskia bleo (kunth) DC.)

รีวิวโดย : มาร์เกตติง คอนเทนต์ผู้ใจเย็น

ต้นกุหลาบพุกามสีฉูดฉาดข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศโคลอมเบีย ซึ่งบ้านเรานิยมปลูกกันเพราะความสวยงามของดอกมาตั้งแต่สมัยเก่าก่อน โดยเจ้าต้นนี้เป็นไม้พุ่ม สูงมากสุดได้ถึง 5 เมตร ใบเรียวแหลม พร้อมออกดอกสีแดงอมส้มสะพรั่งเป็นช่อ และมีผลเป็นรูปกรวยเหลี่ยม ปัจจุบันเริ่มนิยมน้อยลงเพราะหนามแหลมตามก้านที่ดูอันตราย แต่คงไม่ใช่สำหรับบ้านของมาร์เกตติง คอนเทนต์ในทีมเรา เพราะปลูกต้นกุหลาบพุกามไว้หน้าบ้าน เพื่อใช้หนามแหลมของเขากันขโมยย่องเข้าบ้าน

“ยายเราปลูกต้นกุหลาบพุกามเป็นคนแรก ตั้งไว้หน้าบ้านเพื่อกันขโมย เพราะมีหนามแหลมๆ ตรงลำต้น อีกย่างคือน้องทนแดด ทนฝน เลี้ยงง่าย ซึ่งบ้านเราปลูกไม้ดอกต้นไหนก็ไม่เคยรอด ก็มีแต่ต้นนี้ที่ยังอยู่ได้และโตวันโตคืน อีกอย่างพอมองแล้วทำให้เราคิดถึงยาย คือตอนนี้ยายเสียเเล้ว แต่พอเห็นก็จะเสมือนว่าเขายังอยู่ข้างเราตลอดเวลา เพราะเวลาดอกออกมา แกก็จะชอบชี้ให้เราดูว่า ดอกออกแล้วนะ”

วิธีการดูแล : ดูแลง่าย ทนเก่ง ควรรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง และตั้งไว้มุมที่ได้รับแสงแดด ดอกกุหลาบพุกามจะได้มีสีแดง สีส้มสดสวยชวนมอง

ลิ้นมังกร (Sansevieria Trifasciata)

รีวิวโดย : บอส !

ลิ้นมังกรคือไม้ล้มลุกที่มีกว่า 70 ชนิด มีรูปใบหลายแบบทั้งใบหอก รูปช้อน วงรี รูปไข่ ไปจนถึงแท่งกลมยาว แต่ที่มักเห็นกันบ่อยๆ คงเป็นใบเรียวยาวสีเขียวแกลมเหลือง ที่ตัวใบมีเงาทอดตามพื้นจนคล้ายกับมังกร ถึงแม้ชื่อจะดูน่าเกรงขาม แต่จริงๆ เจ้าลิ้นมังกรคือไม้ฟอกอากาศชั้นดีเลยทีเดียว ดูแล้วก็เหมาะกับบอสของทีม Urban Creature เลยล่ะ

“หลายคนมองหาเครื่องฟอกอากาศเข้าบ้าน แต่รู้หรือเปล่าว่าต้นลิ้นมังกรคือเครื่องฟอกอากาศแบบธรรมชาติที่ดีไม่แพ้ต้นไม้ชนิดอื่นๆ นำมาตั้งไว้มุมห้องใกล้กับหน้าต่างมองแล้วสดชื่นดี เราปลูกตั้งแต่หน่อเล็กๆ ตอนนี้ลามไปไกลมากจนแยกหน่อไปปลูกกระถางอื่น แต่ลิ้นมังกรก็ขึ้นง่าย เลี้ยงง่าย แถมยังแต่งบ้านก็สวยอีกด้วย” 

วิธีการดูแล : ควรรดน้ำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือเช็คเมื่อดินแห้งก็เริ่มให้น้ำน้องได้ เพราะถ้าปล่อยให้แห้งเกินไป ใบจะเฉาและไม่สวย นอกจากนี้ควรตั้งไว้ในมุมที่แสงส่องเข้าถึง เพราะแสงแดดจะช่วยให้น้องเติบโตและผลิตออกซิเจนได้ดี อย่างไรก็ตาม ควรมีผ้าม่านกรองแสงระหว่างวัน เพราะถ้าแดดจัดเกินไปใบก็จะไหม้ได้เหมือนกัน ปิดท้ายด้วยเคล็ดลับสำคัญคือการหมุนกระถาง เพราะลิ้นมังกรมีหลายใบอัดแน่นในกระถางเดียว การหมุนกระถางจะช่วยให้แสงเข้าถึงใบลิ้นมังกรอย่างถ้วนทั่ว

มอนสเตอร่า (Monstera)

รีวิวโดย : กราฟิกขาช็อป

ไม้ใบยอดฮิตที่คนมักปลูกในบ้านต้องยกให้มอนสเตอร่า ที่ถูกยกให้เป็นราชินีแห่งไม้ใบ มีสายพันธุ์มากกว่า 50 ชนิด ตัวใบกว้างสวย มีรอยหยักตรงขอบ ลำต้นตั้งตรง ก้านยาวสีเขียว แถมยังช่วยฟอกอากาศ ตั้งในห้องใส่กระถางสวยๆ สักใบ หรือตะกร้าหวายเหมือนที่น้องกราฟิกทำก็ดีไม่น้อย หรือจะนำเพียงใบไปแต่งช่อดอกไม้ รวมถึงติดตามผนังห้องก็มินิมอลสุดๆ

“เราเลี้ยงไว้ริมหน้าต่างในห้อง เพราะน้องใบใหญ่แฉกสวย มีเอกลักษณ์ พอได้เลี้ยงต้นมอนสเตอร่า ทำให้เราเรียนรู้การแบ่งเวลามากขึ้น ตื่นมาต้องเปิดม่าน รดน้ำ หันหน้าน้องออกแดดหน่อยก่อนนั่งทำงาน”

วิธีการดูแล : หมั่นเช็คความชื้นจากดินว่าแห้งหรือยัง ซึ่งความถี่ของการรดน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 วันครั้ง ควรตั้งไว้ที่แดดรำไร เพราะถ้าเจ้ามอนสเตอร่าถูกแสงจัดใบอาจไหม้ได้ ที่สำคัญคอยเปิดหน้าต่างให้น้องได้หายใจบ้างนะ

ว่านงาช้างแคระ (Sansevieria Boncellensis)

รีวิวโดย : เออีสายกิน

อีกหนึ่งต้นไม้ฟอกอากาศที่คนหาซื้อกันมากมายคือ ว่านงาช้างแคระ พืชอวบน้ำ ประเภทใบเลี้ยงเดี่ยว ที่ลำต้นอวบอ้วนตั้งตรง ดูน่ารักจนถูกใจใครหลายคน สามารถสูงได้ถึง 40-50 เซนติเมตร แถมมาพร้อมประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นดูดซับสารพิษ คายออกซิเจนตอนกลางคืน ใช้เป็นเส้นใยผลิตสิ่งทอ รวมไปถึงองค์การนาซ่ายังยอมรับว่า เจ้าว่านงาช้างแคระสามารถปรับและควบคุมบรรยากาศในกระสวยอวกาศได้ดีอีกด้วย ว่าแต่เออีที่ออฟฟิศเราเลี้ยงน้องไว้เพราะอะไรกัน ?

“เริ่มจากการที่เราอยากได้ต้นไม้มาวางโต๊ะทำงาน แล้วไปเดินงาน flea market ซึ่งมีบูธต้นไม้ เราเห็นแล้วถูกชะตาเลย ประกอบกับที่ร้านบอกว่าต้นนี้เลี้ยงง่ายเลยซื้อมา เป็นต้นไม้ที่แพงที่สุดในชีวิต ตั้งใจว่าจะเลี้ยงเขาให้รอด ไม่อยากให้เขาตาย มันเลยทำให้เรารู้จักห่วงสิ่งมีชีวิตอื่น และใส่ใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น รู้ไหมเคยลืมรดน้ำอาทิตย์หนึ่ง หันมาอีกทีใบแห้ง ! หลังจากนั้นเลยพยายามดูเขาบ่อยๆ รดน้ำทุกอาทิตย์ไม่ให้ขาด ล่าสุดเขาแตกใบใหม่ ดีใจมากเลย”

วิธีการดูแล : รดน้ำอาทิตย์ละครั้ง แล้วตั้งเจ้าว่านงาช้างแคระไว้มุมที่แสงแดดรำไร และคอยเปลี่ยนกระถางเมื่อโตขึ้น เพราะน้องจะแผ่ออกเป็นแพอวบอ้วน

คุณนายตื่นสาย (Portulaca oleracea)

รีวิวโดย : บก.ลายดอก

ใครตื่นเช้าไม่สน เพราะนี่คือต้นคุณนายตื่นสาย ! ไม้ดอกหลากสีที่มักจะบานยามสายและเข้านอนตอนแดดร่มลมตก โดยคุณนายตื่นสายมีมากกว่า 40 ชนิด ทั้งล้มลุกและอายุยืนหลายปี พุ่มสูง 10-20 เซนติเมตร ชอบเลื้อยตามดิน หรือตามรูปทรงของกระถางที่ปลูก ทั้งยังออกดอกตลอดทั้งปีเป็นช่อสวยหลากสีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง ขาว ชมพู ส้ม บานเย็น แดง หรือบางดอกก็มีสองสีผสมปนเปกัน ซึ่งสีสวยๆ ของคุณนายตื่นสายนี่แหละที่ทำให้บก.ลายดอกเราติดใจ

“น้องมีดอกจิ๋วๆ หลายสี ปลูกรวมกันเยอะๆ แล้วน่ารักมาก ออกดอกทุกวันตอนสาย แถมคลุมดินดี ปลูกแล้วหญ้าไม่ขึ้น เราปลูกจนตอนนี้มีน้องเต็มบ้านไปหมด ทั้งสวนหน้าบ้าน และระเบียง ทำให้เรากลายเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ เพราะมันสบายใจดี เดินรดน้ำต้นไม้สัก 5 นาที 10 นาที ก็เหมือนได้พักสมองก่อนทำงาน”

วิธีการดูแล : ถึงชื่อจะมีความเป็นคุณนาย แต่ดูแลง่ายแสนง่าย เพียงรดน้ำทุกเช้า ปลูกไว้กลางแจ้งให้โดนแดดเต็มที่ จะได้ออกดอกบานแฉ่งแข่งกับพระอาทิตย์ และหากใครอยากขยายพันธ์น้อง ก็ทำได้ทั้งวิธีเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง ใช้ดินร่วนปนทราย รับรองว่าแปบดียวก็จะออกดอกให้เชยชมกัน

กระบองเพชร (Cactaceae)

รีวิว : นักเขียนหลงกลิ่นขนมปัง

กระบองเพชร หรือแคคตัสคือต้นไม้สุดฮอตยอดฮิตมาหลายสมัย ไม้สายอสวบน้ำที่ลำต้นมีหลากหลายรูปทรง ทั้งกลม กระบอก เรียวเล็ก ไปจนถึงมีแฉกคล้ายดาว ตัวต้นมีตั้งแต่ไซซ์เล็กจิ๋วไปจนถึงต้นยักษ์มหึมาที่ราคาพุ่งไปหลักแสน โดยลักษณะเด่นของแคคตัสคือหนามแหลม และดอกสีสวยที่บางต้นกว่าจะออกทั้งทีก็ต้องรอกันเป็นปีเลยทีเดียว เหมือนที่นักเขียนในทีมเราคนนี้ เลี้ยงน้องมาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะอยากจะเห็นดอกของแคคตัสสักครั้ง

“เราเริ่มเลี้ยงตั้งแต่สมัยเรียน ได้ต้นแรกจากตลาดต้นไม้ที่มีเกษตรกรมาออกบูธ ก็เลยอุดหนุนคุณลุงมาต้นหนึ่ง ซึ่งสไตล์การเลี้ยงของเรา คือเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ ให้ต้นไม้จัดการกันเอง รดน้ำบ้าง ไม่รดบ้าง แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ จนตอนนี้มีหลายต้น แล้วก็ชอบตั้งน้องไว้ที่ระเบียงบ้าน เปิดประตูออกไปก็จะได้เจอเลย และการที่เราเลี้ยงแคคตัสมานานพอสมควร ทำให้เราเรียนรู้ว่า จะทำงานหรือทำอะไรก็ขอให้อึด ถึก ทน แม้จะมีอุปสรรคมากแค่ไหน หรือไม่มีใครดูแล แต่ก็สามารถยืนต้นสู้แดด เจริญงอกงามให้ได้เหมือนแคคตัส”

วิธีการดูแล : ดินร่วน แดดจัด น้ำน้อย คือคีย์เวิร์ดสำคัญในการเลี้ยงเจ้าแคคตัส เพราะน้องจะเติบโตได้ดีเมื่ออยู่ในดินที่ระบายน้ำได้ มีแดดจัดส่องเข้าถึงเพื่อเกิดดอก และไม่ควรรดน้ำเยอะ เพราะรากจะเน่า ควรรดน้ำสัปดาห์ละครั้ง และอย่าลืมใส่ปุ๋ย 1-2 เดือนครั้งด้วยล่ะ

เล็บครุฑด่าง (Polyscias sp.)

รีวิวโดย : คนเขียนคอนเทนต์นี้จ้า

ต้นเล็บครุฑด่างคือไม้มงคลที่ว่ากันว่า จะช่วยคุ้มครองและป้องกันภัยตามชื่อครุฑ เป็นไม้พุ่มคลุมดิน สูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร โตได้ดีทั้งในแดดและที่ร่ม ลำต้นเป็นข้อเล็กๆ เมื่อโตแล้วสามารถเด็ดไปปักชำได้ ส่วนใบมีขอบหยัก มองแล้วเหมือนเล็บครุฑ เลยเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง 

“สำหรับเราที่เลี้ยงต้นเล็บครุฑด่าง เพราะถึงแม้ชื่อจะฟังดูดุ แต่ฟอร์มน้องกลับน่ารักจุ๋มจิ๋ม ใบเล็กๆ สีเขียวแซมขาว ทั้งขอบใบยังมีรอยหยักนิดหน่อย ยิ่งมองยิ่งน่ารักไปหมด แถมน้องโตง่าย เด็ดไปปักชำใหม่ในดิน หรือเลี้ยงในโหลใส่น้ำก็ดี ตอนนี้เราวางน้องไว้ที่ศาลาไม้ริมคลอง นั่งมองแล้วสบายใจ ทำให้คิดได้ว่า ความสุขคนเราเอาเข้าจริงง่ายนิดเดียว แค่ได้นั่งท่ามกลางต้นไม้กับลมเย็มๆ ก็ยิ้มได้แล้ว”

วิธีการดูแล : รดน้ำต้นเล็บครุฑด่างประมาณสัปดาห์ละครั้ง ตั้งไว้ในแสงแดดรำไร เพราะถ้าโดดแดดจัดก้านจะกรอบ และเมื่อน้องโตตัวก้านอาจจะโค้งลง ให้ตัดมาปักชำใหม่ได้เลย ไม่นานเกินรอรากก็งอกแล้ว

Contributor

สิริลักษณ์ สุขสวัสดิ์

Writer

In a relationship with เสียงเพลง ตัวหนังสือ แซลมอน มัทฉะลาเต้หวานน้อย และการคุยกับผู้คน ชอบเที่ยวสำรวจเมืองแต่ก็ขาดธรรมชาติไม่ได้ ทำงานพาร์ทไทม์เป็นนักดูคอนเสิร์ต