ท่อนฮุคจุกถึงท้องน้อย : เป็นทุกอย่าง – Room39

“เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว แม้ว่าเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉันเลย”

ท่อนฮุคจากเพลงฮิตที่ถ้าฟังเผินๆ อาจจะดูเหมือนว่าคนร้องหรือเจ้าของเรื่องมโนไปเองรึเปล่า นั่งละเมอเพ้อพกไปคนเดียว บางทีก็อาจจะเป็นไปได้ แต่บางครั้งบางคราในความสัมพันธ์ของคนยุคนี้ก็เป็นเรื่องที่ซับซ้อน

“เมาอ่ะ…มารับหน่อยสิ”

“หิวอ่ะ ซื้อไรมาให้กินหน่อย”

“เนี่ย เมื่อยมากๆ เลย นวดให้หน่อยได้ไหมอ่า”

“รถเค้ายางแตก มาหาหน่อยได้ไหม เปลี่ยนยางไม่เป็น นะๆๆ ”

เป็นมันทุกอย่างตั้งแต่ U drink I drive, LINEMAN, หมอนวด ยัน B-Quik

นี่ไม่นับที่คุยโทรศัพท์กันทุกคืน LINE หากันทั้งวัน เดินเล่น กินข้าว ดูหนัง เที่ยวทั้งในประเทศและนอกประเทศกันสองต่อสอง ทำบุญตักบาตร เวียนเทียน กินข้าวกับครอบครัวของกันและกัน

บอกคิดถึงกัน ทั้งตอนที่อยากจะบอกเองและยามเมื่ออีกฝ่ายรบเร้าถามว่า “คิดถึงกันไหม” บอกรักกันบ้างเป็นครั้งคราว ซื้อของขวัญให้กัน ไปดินเนอร์สองต่อสองสุดโรแมนติกท่ามกลางแสงเทียนในโอกาสสำคัญๆ

จับมือกัน กอดกัน หอมแก้มกัน จูบกัน นอนด้วยกัน ทำกิจกรรมบนเตียงร่วมกัน

จนบางคู่เข้านอนพร้อมกันทุกคืน และตื่นมาเจอหน้ากันทุกวัน

แต่ “เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” นะ

ไม่ก็คอยแนะนำเรากับใครต่อใครโดยใช้คำนิยามความสัมพันธ์แบบดาราว่า “เพื่อนสนิท”

ดีออก…เป็นคนเอาเพื่อนเอาฝูงเนอะมึงอ่ะ !

นี่คือความสัมพันธ์รูปแบบใหม่หรือไงนะ สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่มีแบบนี้หรือเปล่า หรือว่าเราไม่เคยได้ยิน มันเป็นเรื่องที่เขาไม่พูดกัน หรือว่า เขาไม่ทำกัน

ไม่มีใครหรอกที่อยากอยู่ในความสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้รับความสำคัญ

แต่ในบางครั้งมันถลำลึกจนถอนตัวยาก เคยชินไปแล้ว ผูกพันไปแล้ว หรือไม่ก็ รักเขาไปแล้ว การได้อยู่ใกล้ๆ ได้อยู่ข้างๆ แบบนี้มันจึงดีมากแล้ว ดีกว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือดีกว่าที่จะไม่มีใครเลย เหมือนเนื้อเพลงในท่อนสุดท้ายที่บอกว่า “ได้อยู่ตรงนี้ก็ดีแค่ไหน จะหวังอะไรให้มากมาย”

ดังนั้นเมื่อแค่เขาเอ่ยปากร้องขอก็รู้สึกว่าใจมันพองโต ดีใจเหลือเกินที่เราได้มีความสำคัญในสายตาเขา หรืออย่างน้อยก็สุขใจที่ได้ทำอะไรให้คนที่เรารัก ฟังดูโง่งมงายนะ แต่ไม่ใช่เรื่องตลกเลย บางคนสุขใจและเยียวยาตัวเองในความสัมพันธ์ลักษณะนี้ได้จากคำร้องขอประเภทนี้นี่แหล่ะ

ใช้มาเถอะ บอกมาเลย บัญชามา ยินดีทำให้ทุกอย่าง

มีความสุข ณ ขณะที่ทำ แต่ก็ต้องช้ำเวลาที่เขาไม่สนใจ และบอกใครต่อใครว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน

มันอาจจะฟังดูง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้
“ในเมื่อเขาไม่ให้ค่าเรา ไม่ COMMIT กับเรา เราก็มีสิทธิ์บอกใครต่อใครได้นี่ ว่า ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน” คล้ายๆ กับ OPEN RELATIONSHIP ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นเราอาจจะมีสิทธิ์เต็มๆ แต่ในทางจิตใจแล้ว มันช่างสวนทางกันเหลือเกิน ในเมื่อใจเราทั้งหวัง ทั้งฝัน ทั้งรอที่จะได้รับการยอมรับ ได้รับรัก ได้รับการให้เกียรติจากคนที่เราให้ใจ แล้วทำไมเราจะต้องผลักไสตัวเองออกไปจากเขาโดยการบอกว่า “ใช่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” ด้วยล่ะ

บางคนอาจจะมองว่าการทำแบบนี้เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง โดยการบอกเขาว่าเราไม่ใช่ของตาย แต่จะทำได้ยังไงในเมื่อเรามันโคตรจะเป็นของตาย ตายโดยสมัครใจเลยด้วยซ้ำ !

อยากรักก็รักไปเถอะ อยากให้ก็ให้ต่อไป อยากทำอะไรให้ก็ทำให้เต็มที่ ตราบที่เขายังจะได้รับเวลานั้นจากเรา แต่ไม่ใช่ ตราบที่เราจะได้รับโอกาสนั้นจากเขา

เพราะวันนึงที่เราไม่อยากทำให้เขาแล้ว หรือว่า เราอยากไปทำให้คนอื่นแทน เขาจะไม่ได้รับสิ่งนั้นจากเราอีกต่อไป

ถ้า เมา ก็ต้องเรียกหา U drink I drive … ไม่ใช่เรา

ถ้า หิว ก็ต้องใช้บริการ LINEMAN … แทนเรา

ถ้า เมื่อย ก็คงต้องไป Healthland แล้วล่ะ

หรือถ้า รถยางแตก ก็ต้องโทรหา B-Quik เองนะจ๊ะ

เพราะวันนั้นเราอาจเหนื่อยเกินไปแล้ว

เพราะวันนั้นเราอาจจะอยากทำให้คนอื่นแทนแล้ว

หรือร้ายที่สุด คือ เพราะวันนั้นเขามีคนอื่นทำให้แทนเราแล้ว

พี่ปู จิรัฏฐ์ แห่ง CHEEZE และ LOOKER เคยกล่าวไว้ว่า
“ความสัมพันธ์ทุกความสัมพันธ์ ปรารถนาการให้เกียรติกันขั้นสูงสุด หากให้กันไม่ได้ ก็อย่าหมาย…ได้ความสัมพันธ์ที่ยืดยาว”

Contributor

ภัฎฎารินธ์ อิงคุลานนท์

Writer

นักดื่ม ที่ชอบปั่น นักท่องเที่ยว ที่ชอบนอนเป็นชีวิตจิตใจ อาจารย์ ที่ยังอยากเป็นนักเรียน ผู้รักความสนุก แต่ชอบเสพความสบาย อะไรก็ได้ที่ไม่น่าเบื่อและจำเจ