“เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว แม้ว่าเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉันเลย”

ท่อนฮุคจากเพลงฮิตที่ถ้าฟังเผินๆ อาจจะดูเหมือนว่าคนร้องหรือเจ้าของเรื่องมโนไปเองรึเปล่า นั่งละเมอเพ้อพกไปคนเดียว บางทีก็อาจจะเป็นไปได้ แต่บางครั้งบางคราในความสัมพันธ์ของคนยุคนี้ก็เป็นเรื่องที่ซับซ้อน

“เมาอ่ะ…มารับหน่อยสิ”

“หิวอ่ะ ซื้อไรมาให้กินหน่อย”

“เนี่ย เมื่อยมากๆ เลย นวดให้หน่อยได้ไหมอ่า”

“รถเค้ายางแตก มาหาหน่อยได้ไหม เปลี่ยนยางไม่เป็น นะๆๆ ”

เป็นมันทุกอย่างตั้งแต่ U drink I drive, LINEMAN, หมอนวด ยัน B-Quik

นี่ไม่นับที่คุยโทรศัพท์กันทุกคืน LINE หากันทั้งวัน เดินเล่น กินข้าว ดูหนัง เที่ยวทั้งในประเทศและนอกประเทศกันสองต่อสอง ทำบุญตักบาตร เวียนเทียน กินข้าวกับครอบครัวของกันและกัน

บอกคิดถึงกัน ทั้งตอนที่อยากจะบอกเองและยามเมื่ออีกฝ่ายรบเร้าถามว่า “คิดถึงกันไหม” บอกรักกันบ้างเป็นครั้งคราว ซื้อของขวัญให้กัน ไปดินเนอร์สองต่อสองสุดโรแมนติกท่ามกลางแสงเทียนในโอกาสสำคัญๆ

จับมือกัน กอดกัน หอมแก้มกัน จูบกัน นอนด้วยกัน ทำกิจกรรมบนเตียงร่วมกัน

จนบางคู่เข้านอนพร้อมกันทุกคืน และตื่นมาเจอหน้ากันทุกวัน

แต่ “เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” นะ

ไม่ก็คอยแนะนำเรากับใครต่อใครโดยใช้คำนิยามความสัมพันธ์แบบดาราว่า “เพื่อนสนิท”

ดีออก…เป็นคนเอาเพื่อนเอาฝูงเนอะมึงอ่ะ !

นี่คือความสัมพันธ์รูปแบบใหม่หรือไงนะ สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่มีแบบนี้หรือเปล่า หรือว่าเราไม่เคยได้ยิน มันเป็นเรื่องที่เขาไม่พูดกัน หรือว่า เขาไม่ทำกัน

ไม่มีใครหรอกที่อยากอยู่ในความสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้รับความสำคัญ

แต่ในบางครั้งมันถลำลึกจนถอนตัวยาก เคยชินไปแล้ว ผูกพันไปแล้ว หรือไม่ก็ รักเขาไปแล้ว การได้อยู่ใกล้ๆ ได้อยู่ข้างๆ แบบนี้มันจึงดีมากแล้ว ดีกว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือดีกว่าที่จะไม่มีใครเลย เหมือนเนื้อเพลงในท่อนสุดท้ายที่บอกว่า “ได้อยู่ตรงนี้ก็ดีแค่ไหน จะหวังอะไรให้มากมาย”

ดังนั้นเมื่อแค่เขาเอ่ยปากร้องขอก็รู้สึกว่าใจมันพองโต ดีใจเหลือเกินที่เราได้มีความสำคัญในสายตาเขา หรืออย่างน้อยก็สุขใจที่ได้ทำอะไรให้คนที่เรารัก ฟังดูโง่งมงายนะ แต่ไม่ใช่เรื่องตลกเลย บางคนสุขใจและเยียวยาตัวเองในความสัมพันธ์ลักษณะนี้ได้จากคำร้องขอประเภทนี้นี่แหล่ะ

ใช้มาเถอะ บอกมาเลย บัญชามา ยินดีทำให้ทุกอย่าง

มีความสุข ณ ขณะที่ทำ แต่ก็ต้องช้ำเวลาที่เขาไม่สนใจ และบอกใครต่อใครว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน

มันอาจจะฟังดูง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้
“ในเมื่อเขาไม่ให้ค่าเรา ไม่ COMMIT กับเรา เราก็มีสิทธิ์บอกใครต่อใครได้นี่ ว่า ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน” คล้ายๆ กับ OPEN RELATIONSHIP ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นเราอาจจะมีสิทธิ์เต็มๆ แต่ในทางจิตใจแล้ว มันช่างสวนทางกันเหลือเกิน ในเมื่อใจเราทั้งหวัง ทั้งฝัน ทั้งรอที่จะได้รับการยอมรับ ได้รับรัก ได้รับการให้เกียรติจากคนที่เราให้ใจ แล้วทำไมเราจะต้องผลักไสตัวเองออกไปจากเขาโดยการบอกว่า “ใช่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” ด้วยล่ะ

บางคนอาจจะมองว่าการทำแบบนี้เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง โดยการบอกเขาว่าเราไม่ใช่ของตาย แต่จะทำได้ยังไงในเมื่อเรามันโคตรจะเป็นของตาย ตายโดยสมัครใจเลยด้วยซ้ำ !

อยากรักก็รักไปเถอะ อยากให้ก็ให้ต่อไป อยากทำอะไรให้ก็ทำให้เต็มที่ ตราบที่เขายังจะได้รับเวลานั้นจากเรา แต่ไม่ใช่ ตราบที่เราจะได้รับโอกาสนั้นจากเขา

เพราะวันนึงที่เราไม่อยากทำให้เขาแล้ว หรือว่า เราอยากไปทำให้คนอื่นแทน เขาจะไม่ได้รับสิ่งนั้นจากเราอีกต่อไป

ถ้า เมา ก็ต้องเรียกหา U drink I drive … ไม่ใช่เรา

ถ้า หิว ก็ต้องใช้บริการ LINEMAN … แทนเรา

ถ้า เมื่อย ก็คงต้องไป Healthland แล้วล่ะ

หรือถ้า รถยางแตก ก็ต้องโทรหา B-Quik เองนะจ๊ะ

เพราะวันนั้นเราอาจเหนื่อยเกินไปแล้ว

เพราะวันนั้นเราอาจจะอยากทำให้คนอื่นแทนแล้ว

หรือร้ายที่สุด คือ เพราะวันนั้นเขามีคนอื่นทำให้แทนเราแล้ว

พี่ปู จิรัฏฐ์ แห่ง CHEEZE และ LOOKER เคยกล่าวไว้ว่า
“ความสัมพันธ์ทุกความสัมพันธ์ ปรารถนาการให้เกียรติกันขั้นสูงสุด หากให้กันไม่ได้ ก็อย่าหมาย…ได้ความสัมพันธ์ที่ยืดยาว”

Facebook Comments