เมื่อไลฟ์สไตล์การทำงานของคนยุคใหม่เปลี่ยนไป การนั่งติดจอคอมพิวเตอร์ในพื้นที่แคบๆ อย่างเคยไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป หลายธุรกิจจึงเลือกที่จะไม่เช่าออฟฟิศในอาคารสำนักงาน แต่เปลี่ยนมาเป็น Home Office ที่ให้พื้นที่มากกว่า สามารถจัดสรรพื้นที่ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเพิ่มมุมนั่งเล่น โซนนั่งพักผ่อน หรือห้อง Meeting ไว้ให้เราเข้าไปละเลงไอเดียและหาแรงบันดาลใจดีๆ ในการทำงาน

“An office in someone′s home, or a room in a home with a phone, computer, etc. in it”

| Home Office พื้นที่อิสระทางความคิดที่สามารถบาลานซ์ชีวิตส่วนตัวได้

Home Office คือ อาคารสำนักงานที่พ่วงมาพร้อมที่พักอาศัย ส่วนใหญ่มีความสูงประมาณ 3-4 ชั้น มองจากภายนอกอาจจะดูเหมือนฝาแฝดของ Townhome แต่ต่างตรงที่การออกแบบภายในมีการแบ่งสัดส่วนระหว่างพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักอาศัยอย่างชัดเจน และมีการวางระบบเพื่อรองรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องปรับอากาศไว้เป็นอย่างดี ซึ่งขนาดพื้นที่ใช้สอยอาจเริ่มตั้งแต่ 100 ตร.ม. และมีขนาดที่ดินเฉลี่ยจะอยู่ที่ 20-45 ตร.ว. นั่นเอง

สิ่งที่ทำให้ Home Office เป็นที่นิยม อาจด้วยพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยน ดัดแปลง หรือตกแต่งเพิ่มได้ตลอด มีความยืดหยุ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงหรือเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้ รวมไปถึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา สามารถเข้า-ออกได้อย่างอิสระ ทำให้พนักงานไม่ต้องเคร่งเครียดตลอดเวลา และมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น พร้อมกับมีพื้นที่จอดรถมากเพียงพอสำหรับพนักงานและผู้มาติดต่อ

| “พระราม 9” New CBD พื้นที่เศรษฐกิจใหม่ใจกลางกรุง

รู้หรือไม่ว่าการเลือกทำเลที่ตั้งของ Home Office ให้กับธุรกิจก็เป็นส่วนสำคัญ เพราะหากเราได้ “ทำเลดี” ที่เอื้อต่อการเดินทางทั้งสำหรับพนักงานและลูกค้า สะดวกต่อการใช้ชีวิต มีทางด่วน ถนนสายหลัก และระบบขนส่งสาธารณะครบครันนั้นก็เหมือนมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งทำเลที่ถูกจับตามองและมาแรงเป็นอันดับต้นๆ ตอนนี้คงไม่พ้นย่าน “พระราม 9”

หากย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีที่แล้ว “พระราม 9” เป็นเพียงทำเลนอกสายที่ใช้เป็นเส้นทางผ่านไปยังย่านธุรกิจหลักเท่านั้น แต่หลังจากมีการพัฒนาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ความเจริญก็เริ่มวิ่งเข้ามามากขึ้น ประกอบกับย่านศูนย์กลางธุรกิจ อย่าง อโศก สุขุมวิท สีลม มีพื้นที่ว่างน้อยลงและราคาเช่าสูงขึ้น ก็เลยทำให้นักลงทุนเปลี่ยนเป้าหมายหันมามองหาทำเลที่ใกล้เคียงแทน

ปัจจุบันหากพูดถึงเขตเศรษฐกิจ New Central Business District หรือเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนนี้ ก็ต้องยกให้ย่าน “พระราม 9” ศูนย์รวมความเจริญแห่งใหม่ของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการทำเลศักยภาพมาช่วยตอบโจทย์ด้านการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเป็นทำเลที่มีการเจริญเติบโตทางด้านธุรกิจมากมายหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าชั้นนำ โรงแรม โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน แม้แต่โครงการอสังหาทรัพย์ ต่างก็แย่งกันเข้ามาจับจองพื้นที่ รวมไปถึงในอนาคตรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีศูนย์วัฒนธรรมก็จะเป็นจุดตัดรถไฟใต้ดินแห่งแรกของไทย คือ สายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ -มีนบุรี กับสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-หัวลำโพง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระราม 9 ถึงกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

| เปลี่ยนเงินค่าเช่า เอาไปเป็นสินทรัพย์

“ซีบีอาร์อี” บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เผยผลสำรวจค่าเช่าออฟฟิศในประเทศไทย ช่วงไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2561 พบว่า ค่าเช่าออฟฟิศเกรดเอ ใจกลางย่านธุรกิจหรือ CBD ของกรุงเทพฯ ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน ราคาเฉลี่ยเดือนละ 998 บาทต่อตร.ม. สร้างสถิติค่าเช่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำให้ธุรกิจหลายเจ้าเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ คือ การซื้อ Home Office ในย่านรอบนอกเขต CBD แทนการเช่าระยะยาวไปเรื่อยๆ ทุกเดือน ให้เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า “ที่ดินไม่เคยราคาถูกลง มีแต่เพิ่มขึ้น” โดยเฉพาะถ้าซื้อในย่านที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างพระราม 9 หากซื้อไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เมื่ออนาคตรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มสร้างเสร็จ การพัฒนาก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น รวมไปถึงราคาที่ดินที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนฟันธงว่าจะสูงเกิน ตร.ว.ละ 1 ล้านบาทจากเดิม 1-2 แสนบาทต่อตร.ว. ซึ่งถ้าหากใครซื้อ Home Office ในย่านพระราม 9 ไว้ ในอนาคตถ้าไม่ทำเป็นออฟฟิศแล้วก็ยังสามารถ “ทำกำไร” จากการ “ปล่อยเช่าหรือขายต่อ” ได้แน่นอน

“REFLECT YOUR PASSION
เพราะความสำเร็จ สะท้อนจากสิ่งที่เลือก
PROVE คำตอบที่คุณมองหา”

| ให้ชีวิตการทำงานเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ผ่านออฟฟิศยุคใหม่ “ALTITUDE PROVE RAMA 9”

รู้หรือไม่ว่า สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี จะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยผลสำรวจของนักวิจัยจาก Florida State University ในสหรัฐฯ เปิดเผยผลการวิจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อาจส่งผลต่อกระบวนการคิด และการรับรู้ของพนักงานในระยะยาว จำนวน 4,963 คน พบว่า สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน เช่น ความสกปรก เสียงดัง หรือขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน ส่งผลกระทบทำให้กระบวนความคิดและการรับรู้ของพนักงานลดลงในระยะยาว

“ALTITUDE PROVE RAMA 9” จึงออกแบบแนวคิดต่างๆ เพื่อให้ตอบโจทย์กับการทำงานของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบที่เน้นสไตล์ Modern เล่นรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ด้วยการใช้สีเทาบนตัวอาคาร เพิ่มความโดดเด่นด้วยการดีไซน์ให้มีช่องกระจกขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะได้วิวที่กว้างขึ้น ยังเนรมิตให้ภายในให้ดูโอ่อ่า กว้างขวาง และมีมิติ สร้างความรู้สึกโล่ง โปร่ง สบาย ให้กับพนักงานได้อย่างดี ซึ่งภายในจะเน้นใช้โทนสีขาวเป็นหลัก และเพิ่มลูกเล่นให้น่าสนใจด้วย Aluminium Composite สีทองแดงเข้ามา เพื่อให้ภายในมีชีวิตชีวาแต่ยังคงความเรียบเท่ตามคอนเซ็ปท์

| สุดยอดทำเลย่านธุรกิจ ติดทางด่วนและ Airport Link

เคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า…ในแต่ละวันเราสูญเสียเวลาไปเท่าไหร่กับการเดินทางมาทำงาน สำหรับ “ALTITUDE PROVE RAMA 9” เราเข้าใจถึงเวลาอันมีค่าของทุกคน จึงได้สร้างโครงการให้อยู่ในทำเลที่เหมาะสำหรับการเดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายๆ ยิ่งโดยเฉพาะคนที่ใช้รถยนต์เดินทางเป็นหลักยิ่งเหมาะ เพราะโครงการอยู่ติดกับทางด่วนพระราม 9 สามารถขึ้นทางด่วนได้เลย หรือคนเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็มี Airport Link สถานีรามคำแหงอยู่ไม่ไกล ทั้งยังสามารถใช้บริการรถรับ-ส่ง จากทางโครงการได้อีกด้วย

 

“โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและฟังก์ชันภายใน”

ALTITUDE PROVE RAMA 9 เป็น Home Office 4 ชั้นครึ่ง จำนวน 16 ยูนิต มีทั้งหมด 3 Type คือ Type A พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 336.44 ตร.ม. ที่ดิน 24.39 ตร.วา 1 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคา 15.9 ล้านบาท, Type B พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 301.81 ตร.ม. ที่ดิน 34.75 ตร.วา 1 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ ราคา 26.9 ล้านบาท (รวมตกแต่ง) และ Type C พื้นที่ใช้สอย 375.88 ตร.ม. ที่ดิน 50.3 ตร.วา 1 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ ราคา 30.02 ล้านบาท ซึ่ง Home Office ที่เราจะพาทุกคนไปเยี่ยมชมวันนี้ ก็คือ Type B นั้นเอง

นอกจากพื้นที่นั่งทำงาน สถานที่จอดรถก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่ต่างกัน ซึ่ง “ALTITUDE PROVE RAMA 9” ก็ถือว่าตอบโจทย์และเข้าใจความต้องการของผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี เพราะบริเวณชั้นแรกนั้นถูกแบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่หนึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับไว้จอดรถ สูงสุดได้ 5 คัน ซึ่งเยอะมากๆ ถ้าเทียบกับโครงการอื่นที่แทบจะไม่ค่อยเผื่อพื้นที่ให้จอดรถได้เลย

ถัดมาในส่วนด้านขวาถูกจัดให้เป็น Reception และพื้นที่นั่งรอสำหรับผู้มาติดต่อคุยงาน ซึ่งการแยกพื้นที่ต้อนรับและพื้นที่ทำงานออกจากกัน นอกจากความเป็นระบบระเบียบแล้ว ยังสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับพนักงานอีกด้วย

เมื่อเดินขึ้นมาชั้น 2 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความโล่ง โปร่ง ไม่มีความรู้สึกอึดอัด ซึ่งเหล่านี้เป็นข้อดีของการออกแบบอาคารให้เป็นแนวตั้ง และให้ฝ้าเพดานเป็นแบบ Double Volume

เสริมด้วยการใช้กระจกบานใหญ่ที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ถึง 2 บาน เอาเป็นว่าถ้าช่วงไหนคิดงานไม่ออก หรือนั่งจ้องจอนานเกินไปก็ลองเดินมาพักสายตา ชมวิวภายนอก หรือออกไปรับลมที่ระเบียงสัก 5 นาทีก็เป็นวิธีที่ดีทีเดียว

สำหรับชั้นนี้ สามารถจัดโต๊ะรองรับพนักงานได้ 8 – 10 คนกำลังพอดีไม่แออัดจนเกินไป โดยพื้นที่ด้านหลังก็จะเป็นส่วนของห้องน้ำ และ Pantry ไว้ชงชา กาแฟ หรือทำของว่างจานโปรดง่ายๆ ไว้ทานกัน

“DESIGN CONCEPT
เปิดมุมมองใหม่แห่งความคิดสร้างสรรค์”

เดินขึ้นมาตามบันไดที่ทอดยาว ระหว่างชั้น 2 และ 3 เราจะพบกับชั้นลอยขนาดกะทัดรัด ซึ่งถูกจัดให้เป็นห้องประชุมที่สามารถรองรับคนได้ประมาณ 6-8 คน

ที่ถึงแม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกคับแคบแต่อย่างใด อาจจะด้วยใช้กระจกถึง 3 ด้านเข้ามาช่วย จึงเพิ่มมิติให้ห้องดูกว้าง และที่สำคัญเราสามารถมองลงไปเห็นบรรยากาศของชั้น 2 อีกด้วย

ขึ้นมาชั้นบนสุด นอกจากมีกระจกบานใหญ่ที่ส่องแสงสว่างให้ด้านใน ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับสีที่ใช้ตกแต่ง ประกอบกับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เป็นแบบมีขาตั้ง ทำให้รู้สึกโปร่ง โล่ง และกว้าง มากกว่าการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม่มีขา เพราะนั่นจะทำให้ห้องทึบและให้ความรู้สึกอึดอัด ที่สำคัญยังง่ายต่อการทำความสะอาดอีกด้วย

สำหรับชั้น 3 นี้แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซนด้วยกัน โดยบริเวณด้านหน้าจัดให้เป็นพื้นที่ทำงานสามารถรองรับพนักงานได้ประมาณ 8-10 คน พร้อม Pantry เล็กๆ

ด้านหลังก็ถูกกันไว้ให้เป็นห้องทำงานของผู้บริหาร มีโต๊ะทำงานอยู่ด้านซ้ายมือ ขนาบด้วยตู้โชว์สีสวย และหน้าต่างบานใหญ่ที่ช่วยให้แสงสว่าง

โดยฝั่งตรงข้ามจะเป็นชุดโซฟาตัวใหญ่สีเทาที่ไว้ใช้พักผ่อนหรือรับรองแขก หรือหากไม่ถูกใจจะเปลี่ยนตรงนี้เป็นเตียงนอน หรือมุมอ่านหนังสือก็ได้ สำหรับใครที่สนใจ “ALTITUDE PROVE RAMA 9” ตอนนี้สามารถเข้าไปเยี่ยมชม Home Office ตัวอย่างได้ ซึ่งตอนนี้มีโชว์อยู่ทั้งหมด 3 ยูนิต และคาดว่าจะสร้างเสร็จเรียบร้อย ภายในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.altitudeproverama9.com/

Facebook Comments