น้ำมันแพง รถโดยสารลดเที่ยววิ่ง 80 % และปิดกิจการ - Urban Creature

เข้าสู่ช่วงยากลำบากของประชาชนของจริง เพราะนอกจากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แล้ว สินค้าเกือบทุกรายการก็ปรับราคาสูงขึ้นจนหลายคนตั้งตัวไม่ทัน แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่ปรับราคาสูงขึ้นแล้วกระทบชีวิตประชาชนอย่างเห็นได้ชัด คงหนีไม่พ้นราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ว่ากันว่าจากเดิมที่เติมน้ำมันเต็มถังราคา 1,000 บาท แต่ตัดภาพมาปัจจุบัน ราคากลับดีดตัวสูงขึ้นไปเกือบอีกเท่าหนึ่ง ควักแบงค์พันสองใบมาจ่ายก็เหลือเงินทอนไม่เท่าไหร่แล้ว

นอกจากผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวที่อ่วมกับค่าน้ำมันแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจรถโดยสารเองก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา นายกกิจการรถโดยสารประเทศไทย ได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการขนส่ง และบริษัทรถร่วมทั่วประเทศ เนื่องจากต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จนได้เป็นมติกำหนดให้รถโดยสารลดเที่ยววิ่งลง 80 % ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป โดยจะมีการประเมินสถานการณ์กันว่าจะสามารถดำเนินกิจการต่อได้หรือไม่ โดยประชาชนที่จะเดินทาง สามารถตรวจสอบเที่ยววิ่งรถในแต่ละวันได้ทางเว็บไซต์หรือช่องทางติดต่อของทุกบริษัท

ที่เป็นแบบนั้นเพราะอัตราค่าโดยสารปัจจุบันที่ใช้กันอยู่คือ อัตราที่ใช้เมื่อปี 2562 เป็นตอนที่น้ำมันเชื้อเพลิงราคาลิตรละ 27 บาท แต่ตอนนี้น้ำมันเชื้อเพลิงปรับราคาขึ้นมาที่ลิตรละ 35 บาท ทั้งยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายเจ้าก็แบกค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นส่วนนี้ไม่ไหวแล้ว บางเจ้าถึงกับขายรถไปเป็นร้อยคัน หรือกระทั่งตัดเป็นเศษเหล็กชั่งกิโลขายก็มี

หากพิจารณาดีๆ จะเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์แรกที่สะท้อนถึงวิกฤติค่าน้ำมันที่ส่งผลต่อรถโดยสารในไทย เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 เจ๊เกียว หรือ นางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมโดยสาร บขส.และเจ้าของอู่เชิดชัย และบริษัทเดินรถเชิดชัยทัวร์ จ.นครราชสีมา ก็สู้ค่าน้ำมันที่แพงขึ้นต่อเนื่องไม่ไหว บวกกับสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้คนเลือกเดินทางด้วยรถโดยสารน้อยลง ทำให้เจ๊เกียวตัดสินใจเลิกประกอบธุรกิจรถโดยสาร บขส. โดยขายบริษัทเชิดชัยทัวร์ออกไป ถือเป็นการปิดตำนวนกิจการรถทัวร์เมืองไทยที่อยู่มานานกว่า 65 ปี ที่เป็นสัญญาณสำคัญบ่งบอกถึงความยากลำบากของคนทำงานแวดวงรถโดยสาร

ขนาดผู้ประกอบรายใหญ่ยังไม่รอด จึงไม่แปลกใจเลยที่เหล่าผู้ประกอบการที่ทำกิจการรถโดยสารรายย่อย ที่เคยวิ่งรถข้ามจังหวัดมานานเป็นหลักหลายสิบปีก็ขอปิดกิจการเช่นกัน หรืออย่างในจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ อย่างชลบุรีเอง รถโดยสารที่วิ่งรับส่งคนในพื้นที่ก็ลดรอบวิ่งน้อยลง หรือบางเส้นทางไม่วิ่งต่อเลยก็มี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อประชาชนผู้ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว และใช้รถโดยสารในการเดินทาง เพราะนอกจากต้องใช้เวลาในการรอรถโดยสารนานกว่าปกติแล้ว หลายคนจำเป็นต้องจ้างรถรับจ้างในราคาที่สูงกว่ารถโดยสารให้ไปรับ-ส่งอีกด้วย ถ้าไม่ใช่คนไม่มีรถยนต์ในต่างจังหวัด อาจไม่เคยรับรู้ผลกระทบเหล่านี้มาก่อนเลย

ในอนาคต หากภาครัฐและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องจะไม่ขยับตัวเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการกิจการรถโดยสาร จัดการราคาน้ำมัน หรือกระทั่งกำหนดนโยบายด้านขนส่งสาธารณะให้จริงจังเสียที คนไทยอาจมีแต่จนลงเรื่อยๆ เพราะเป็นหนี้จากการถูกบีบให้ซื้อรถยนต์ และซื้อสินค้ากับวัตถุดิบที่แพงขึ้น สวนทางกับรายได้ที่ไม่เพิ่มขึ้นตาม

เมื่อถึงวันนั้น คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่ารัฐมีส่วนในการทำให้คนไทยอดตาย

Source :

Brandinside | https://brandinside.asia/bus-stop-cost-of-living/ 
Thaipost | https://www.thaipost.net/economy-news/165195/ 
PPTV | https://bit.ly/3zWumvY 
Matichon | https://www.matichon.co.th/region/news_3335620 

Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.