CITY

Co-Housing ชุมชนคนต้านเหงาของวัยเก๋าเหล่า 50+

เมื่อความเหงาและเปล่าเปลี่ยวมันค่อยๆ กัดกินหัวใจ ทำให้ผู้สูงวัยที่อยู่คนเดียวปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปอยู่อาศัยแบบ Co-Housing มากขึ้น 

เราจึงพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการอยู่อาศัยแบบ Co-Housing ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มีข้อดีอะไรที่ทำให้เป็นที่นิยมของกลุ่มผู้สูงวัย รวมถึงพาไปดูโครงการที่พักอาศัยแบบ Co-Housing สำหรับผู้สูงวัยที่สร้างสำเร็จเป็นแห่งแรกในสหราชอาณาจักร แล้วมาดูกันว่าที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุในบ้านเรายุคนี้เป็นอย่างไร จะน่าอยู่พอสู้ได้หรือเปล่า

| What is Co-Housing ? รูปแบบการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป

ย้อนไปในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมื่อไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของผู้คนค่อยๆ เปลี่ยนไป จากที่เคยเกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ก็เริ่มแยกตัวกระจายออกมาอยู่คนเดียวมากขึ้น ความสัมพันธ์และการเกื้อกูลที่เคยมีให้กันก็เริ่มจางหาย ดังนั้นแนวคิดเกี่ยวกับ ‘Co-Housing’ จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อที่จะทำให้เกิดสังคมที่สมบูรณ์ มีการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมนันทนาการและทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของทุกคน

Co-Housing เกิดขึ้นครั้งแรกช่วงปี ค.ศ. 1970 ในประเทศเดนมาร์ก ชื่อ ‘Sættedammen’ เป็นชุมชนการอยู่อาศัยแบบ Co-Housing แห่งแรกของโลก มีทั้งหมด 35 ครอบครัว เป็นผู้ใหญ่ 60 คนและเด็ก 20 คน ใน Sættedammen ทุกครอบครัวจะมีพื้นที่บ้านส่วนตัว แต่จะใช้พื้นที่ส่วนกลางและสาธารณูปโภคร่วมกันภายใต้การดูแลของทุกคน นอกจากนี้ยังเป็นสังคมที่เปิดกว้าง ไม่ยึดหลักกิจกรรมศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เน้นทำกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน เช่น รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน หรือปาร์ตี้สังสรรค์ในวันหยุดสุดสัปดาห์

ด้วยรูปแบบที่ต้องแชร์การใช้พื้นที่ ทำให้การวางผังและการออกแบบจะเน้นไปที่พื้นที่ส่วนกลางให้คนมาสร้างปฏิสัมพันธ์กัน อีกทั้งต้องให้มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับการใช้งานของทุกคน 

Co-Housing ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย บ้านพักแต่ละหลัง พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน เช่น โรงยิม ห้องเวิร์กชอป ห้องสมุด ห้องครัวส่วนกลาง สนามหญ้า สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น สวนผัก หรือระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อาจรวมถึงที่จอดรถและทางเดินด้วย

โดยขนาดของ Co-Housing ก็จะแตกต่างกันไป มีตั้งแต่ 10 – 40 ครอบครัว หรือบางที่มีไปจนถึงร้อยครอบครัวก็มี ซึ่งสังคมส่วนใหญ่จะเป็นแบบผสม หรือบางที่มีไว้สำหรับผู้หญิงหรือผู้สูงวัยเท่านั้น


| Livable Community ข้อดีของการอยู่รวมกัน

จากจุดเริ่มต้นในประเทศเดนมาร์ก Co-Housing  ได้ขยายความนิยมไปยังสวีเดน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ไปจนถึงสหราชอาณาจักร ก็กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ข้อดีของการอยู่อาศัยแบบ Co-Housing 

  • สังคมมีความเข้มแข็ง ช่วยลดความเหงาและความโดดเดี่ยวลงได้
  • มีพื้นที่สวนขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง
  • ลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่จำเป็นต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้จำพวก เครื่องอบผ้า เครื่องซักผ้า หรือเครื่องตัดหญ้าเอง
  • ไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงรักษาคนเดียว
  • มีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น
  • สังคมมีระเบียบแบบแผน ควบคุมได้ง่าย และมีความปลอดภัยสูง
  • มีสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่ส่งเสริมให้คนรู้จักการออม และมีบริการเงินกู้ให้กับสมาชิกอีกด้วย
  • มีพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้ใช้สังสรรค์ ประชุมงาน หรือพักผ่อน
  • ที่สำคัญช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีพื้นที่ผลิตอาหารและสร้างพลังงานเองได้ รวมถึงการใช้รถยนต์ก็ลดลงเพราะสามารถเดินทางไปด้วยกันได้


ด้วยข้อดีต่างๆ เหล่านี้บวกกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การอยู่อาศับแบบ Co-Housing กลายเป็นตัวเลือกของเหล่าวัยเกษียณในปัจจุบัน เพราะความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงามันน่ากลัวเกินไป


| ‘New Ground’ โคเฮ้าส์ซิ่งสำหรับผู้สูงวัยแห่งแรกใน UK

จากการศึกษาของกองทุน Age UK พบว่า ผู้สูงวัยในอังกฤษกว่า 3.6 ล้านคนอยู่คนเดียว และมีถึง 1.9 ล้านคนที่บอกว่ารู้สึกเหงา โดดเดี่ยว ส่วนรายงานของสำนักงานสถิติ Eurostat พบว่ามีคนแก่กว่า 1 ล้านคน ที่ติดต่อกับครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนบ้าน แค่เดือนละครั้งหรือน้อยกว่านั้น ซึ่ง ‘ความเหงา’ ส่งผลร้ายต่อสุขภาพและอาจนำไปสู่โรคอื่น เช่น ซึมเศร้า ความจำเสื่อม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ทำให้ในประเทศอังกฤษเริ่มนิยมที่จะสร้างชุมชนอยู่อาศัยหรือ Co-Housing มากขึ้น โดยล่าสุด บริษัทสถาปนิก ‘Pollard Thomas Edwards’ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ‘Hanover Housing Association’ ได้สร้างโครงการที่พักอาศัยแบบ Co-Housing  สำหรับผู้สูงวัยสำเร็จเป็นแห่งแรกในสหราชอาณาจักร ให้กับกลุ่ม OWCH (Older Womens Co Housing)

‘New Ground’ สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ 2016 ตั้งอยู่ในย่านไฮ บาร์เน็ต ของลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นชุมชนที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยหญิง สมาชิกทั้งหมดมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี โครงการประกอบไปด้วย อะพาร์ตเมนต์ส่วนตัว 25 ห้อง รูปตัว T รอบๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนกลาง รวมถึงสวนขนาดใหญ่ โดยการออกแบบจะเน้นงานก่ออิฐสีอ่อนเพื่อสร้างความกลมกลืนกับสังคมรอบข้าง

นอกจากอะพาร์ตเมนต์ส่วนตัวที่ครบครันแล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่อย่างห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องซักรีด ระเบียง สวนหน้าบ้าน ให้ทุกคนได้มาใช้เวลาร่วมกัน 

New Ground มีรูปแบบการจัดการที่เน้นให้ผู้อยู่อาศัยสามารถแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจได้เองในทุกขั้นตอน มีการแบ่งกลุ่มรับผิดชอบหน้าที่ในงานต่างๆ ภายในชุมชน เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมและรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของพื้นที่อย่างแท้จริง


| ‘สวางคนิเวศ’ โครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยในไทย

แม้การอยู่อาศัยแบบ Co-Housing จะเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ในประเทศไทยเองก็มีที่พักผู้สูงอายุของเอกชนมากมายหลายระดับ เช่น ‘Jin Wellbeing County’ โครงการที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียมที่นำเอาบริการด้านสุขภาพครบวงจรมาผนวกกับที่พักอาศัย รวมถึงมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและสร้างเสริมการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสังคมคุณภาพ ใต้แนวคิด ‘เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ’ ทางเลือกในการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของเหล่าผู้สูงวัยยุคใหม่

แต่ส่วนใหญ่แล้ว ที่พักผู้สูงอายุของไทยจะเป็นรูปแบบ ‘Nursing Home’ หรือสถานที่ดูแล พักฟื้น และช่วยเหลือในการดำรงชีวิตของผู้สูงวัย เราขอยกตัวอย่าง ‘สวางคนิเวศ’ โครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยในไทย โดยสภากาชาดไทย

‘สวางคนิเวศ’ เป็นโครงการต้นแบบที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยสุขภาพดีที่มีฐานะปานกลางและเพียงพอที่จะดูแลรับผิดชอบตนเองได้ตลอดชีวิต และให้บริการสนับสนุนวิชาการและการวิจัย ทั้งยังมีบริการสังคมด้านผู้สูงวัยบริเวณด้านหน้าโครงการมีศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูพร้อมแพทย์และอุปกรณ์ และสถานีกาชาดที่ 5 (ลักษณะคล้ายโรงพยาบาลตำบล) ซึ่งมีแพทย์ประจำทุกวัน

คุณสมบัติของผู้พักอาศัย ต้องเป็นคนไทยที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป สุขภาพแข็งแรงสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งก่อนรับสมัครจะมีขั้นตอนการสอบถาม เพื่อให้แน่ใจผู้สูงวัยอยากมาอยู่เองจริงๆ 

สำหรับค่าใช้จ่ายหลักๆ คือ 

  • ค่าที่พักอาศัยจ่ายครั้งเดียวประมาณ 650,000 – 2,000,000 บาท 
  • ค่าส่วนกลาง 2,500 บาทต่อเดือน
  • ค่าน้ำประปา ไฟฟ้าและค่าบริการอื่นๆ


นอกจากมีกิจกรรมทั้งในและนอกสถานที่ ยังมีบริการด้านสุขภาพอนามัย เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี มีบริการนักกายภาพบำบัด บริการกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อย่างครบครัน


Sources :

Wikipedia
Cohousing Projects
Medium
Towergate Insurance
Prachachat
Dezeen
Jin Wellbeing County
สภากาชาดไทย

Contributor

พัชรี บอนคำ

นักเขียนจากดินแดนที่ราบสูง ผู้มีชีวิตอยู่เพื่ออ่านหนังสือ ดูซีรีส์ ได้กินอาหารดีๆ และใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมีฟาร์มเห็ดเป็นของตัวเอง