‘รถรางบางกอก’ อดีตเคยมี…ตอนนี้หายไปไหน

‘เก๊ง.เก๊ง…เก๊ง.เก๊ง’


คือเสียงของระฆังที่บอกให้เรารู้ถึงการมีอยู่ของรถรางในอดีต ยังจำกันได้หรือไม่ว่าประเทศไทยเองก็เคยใช้รถรางเป็นบริการขนส่งสาธารณะในบางกอกหรือกรุงเทพฯ ณ ปัจจุบัน เป็นระยะเวลาร่วม 80 ปี และนับเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีระบบรถรางไฟฟ้าใช้ ก่อนจะสูญหายเหลือไว้เพียงร่องรอยของรางบนพื้นถนนบางสาย และในความทรงจำของประชาชนบางคนเพียงเท่านั้น

รถราง (Tram)


รถราง (Tram) เป็นรถไฟฟ้ารางเบาขนาดเล็ก มีลักษณะคล้ายกับรถไฟ ทว่าต่างกันที่ระยะทางในการวิ่งที่สั้นและช้ากว่า และมีน้ำหนักเบา ซึ่งระบบรถรางเป็นรูปแบบการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงาน จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศเหมือนกับควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ทั้งยังสร้างมลภาวะทางเสียงน้อยกว่า โดยมีแหล่งพลังงานจากการใช้ไฟฟ้าผ่านสายไฟด้านบนตัวรถ (Pantograph) รถรางจึงเหมาะกับการคมนาคมระหว่างย่านต่างๆ ภายในเมืองเป็นหลัก อีกทั้งรถรางยังสามารถเดินทางร่วมกับพาหนะประเภทอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องลงทุนมากเท่ากับขนส่งแบบรถไฟฟ้า เราจึงมักเห็นรถรางตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก เช่น เมืองอัมสเตอร์ดัม โตเกียว ฮ่องกง หรือซานฟรานซิสโก


แตรมเว หรือแทรมเว รถรางของชาวบางกอก


‘แตรมเว’ หรือ ‘แทรมเว’ ตามภาษาของชาวตะวันตก รถรางขบวนแรกของไทยต้องย้อนกลับไปใน พ.ศ. 2431 ซึ่งเป็นปีแห่งจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์รถรางในสยามประเทศ ตอนนั้นรถรางของไทยใช้ระบบม้าลากในการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ถูกวางไว้ ระหว่างพระบรมมหาราชวังถึงบางคอแหลม ตลอดทางจะมีจุดพักม้าสำหรับผลัดเปลี่ยนให้ม้าได้พักผ่อนกินหญ้าและกินน้ำอยู่เป็นระยะ หลังเปิดใช้งานได้ไม่กี่ปีก็ต้องพบปัญหาขาดทุนย่อยยับ จากความไม่คุ้นชินของประชาชนในการเดินทางด้วยรถรางผนวกกับค่าโดยสารแพง ทำให้ประชาชนไม่เลือกใช้งาน บริษัทเองยังต้องเสียค่าใช้จ่ายจากการซื้อม้าและเลี้ยงม้าเลยเลิกกิจการไปในที่สุด


จากรถรางม้าลาก สู่รถรางไฟฟ้าแห่งแรกของเอเชีย


หลังจากเกิดการโอนสัมปทานมายังบริษัทสัญชาติเดนมาร์ก จึงเปลี่ยนจากระบบม้าลากที่ล้าสมัยและไม่มีความเสถียรในการใช้งาน มาเป็นรถรางระบบไฟฟ้าซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตะวันตก ใน พ.ศ. 2437 ทำให้บางกอกกลายเป็นประเทศแรกของเอเชีย และนับเป็นประเทศแรกๆ ของโลก ณ เวลานั้นเลยก็ว่าได้ที่มีรถรางระบบไฟฟ้าใช้ และหลังจากนั้นไม่นานรถรางไฟฟ้าก็ได้กลายเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ได้รับความนิยมของชาวบางกอกในอดีต


เพราะค่าโดยสารย่อมเยาและสะดวกสบายกว่าระบบม้าลาก ใช้ระยะเวลาไม่นานรถรางไฟฟ้าได้กลายมาเป็นระบบขนส่งมวลชนหลักของเมืองหลวง และได้เพิ่มเส้นทางกระจายไปยังจุดสำคัญต่างๆ โดยแบ่งเป็น 11 สายด้วยกัน ประกอบไปด้วย 1. สายสามเสน 2. สายปทุมวัน 3. สายดุสิต 4. สายสีลม 5. สายบางซื่อ 6. สายกำแพงเมือง 7. สายสุโขทัย 8. สายราชวงศ์ 9. สายอัษฎางค์ 10. สายบางคอแหลม และ 11. สายหัวลำโพง


จากความทันสมัย กลายเป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางอย่างฉับพลัน


รถรางในกรุงเทพฯ ที่รับส่งผู้โดยสารมาตลอดระยะเวลากว่า 80 ปี ยุติบทบาทลง เมื่อความทันสมัยอย่างรถยนต์ส่วนตัว รถเมล์ และรถแท็กซี่เข้ามา ซึ่งสะดวกสบายและรวดเร็วกว่า ผนวกกับแผนพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาท้องถนนให้สอดรับกับความเจริญ มากกว่าการพัฒนาระบบรถรางในช่วงเวลานั้น ทำให้รถรางไม่ตอบสนองการใช้งานของประชาชนส่วนใหญ่ เพราะความเชื่องช้าในการเดินทางและสายไฟระโยงระยางของตัวรถ กลับกลายเป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางของความเจริญ

เก๊ง…เก๊ง…เก๊ง… และเสียงของรถรางก็เงียบหายลงตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2511 ไปตลอดกาล

Sources :
REALIST : http://bit.ly/2LOgzAO, http://bit.ly/3p6f3IK
Coke Thai : http://bit.ly/2M5RIbE
Pantip : https://bit.ly/3sLjkU7