เรื่องเล่าจากโต้รุ่งโชคชัย 4

“เฮีย ผัดไทยห่อเดี๋ยวมาเอา”

“ป้า ข้าวหมก 2 จาน นั่งโต๊ะฝั่งโน้นนะ”

“น้องๆ ข้าวพี่ได้ยัง?”

ฯลฯ

ประโยคพวกนี้ผมได้ยินจนคุ้นชินมานมนาน เสมือนเป็นคำยอดฮิตติดชาร์ตของลูกค้าคนแล้วคนเล่าที่แวะเวียนกันมาจับจ่าย และรับประทานอาหารที่ “ตลาดโต้รุ่ง โชคชัย 4” แห่งนี้ ซึ่งร้านค้าของกินมากมายต่างเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเย็นๆ ไปจนกระทั่งดึกดื่นของทุกวัน คุณสามารถลงรถเมล์มาแล้วเดินดูของกินที่ตั้งตระหง่านเรียงรายกันเป็นแถวยาวละลานตาได้เลย ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าจะต้องมีกลิ่นอาหารร้านไหนสักร้านหนึ่งแหละที่จะฉุดให้คุณหยุดเดินแล้วสั่งกินแน่นอน

ผมเป็นลูกแม่ค้าร้านหนึ่งในโต้รุ่งแห่งนี้ ตลอดระยะเวลาเกือบสิบปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ก็ได้เงินกินใช้จากการขายของที่นี่นั่นแหละ วันไหนว่างก็ช่วยพ่อแม่ขายของ เสิร์ฟน้ำบ้าง เก็บโต๊ะบ้าง เก็บตังค์บ้าง แล้วแต่จังหวะน่ะนะ

แต่ละร้านในตลาดนี้จะมีโต๊ะให้นั่งแค่ร้านละ 2-3 โต๊ะเท่านั้น เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ดีตรงที่เราสามารถนั่งอีกร้านหนึ่ง แล้วมาสั่งอีกร้านหนึ่งได้ ในกรณีที่โต๊ะเต็มหรืออยากกินหลายอย่าง มันจึงสะดวกสำหรับตัวลูกค้าเองที่มากันหลายคนและอยากกินในสิ่งที่แตกต่างกันออกไป แถมราคาที่นี่ก็ไม่แพงด้วย ยกตัวอย่างร้านพ่อกับแม่ผมเนี่ย คุณพกเงินมา 25 บาทก็สามารถอิ่มกลับบ้านได้แล้วนะ จริงๆ อันนี้ไม่ได้โม้เลย สามารถไปตรวจเช็คราคาและพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองนะครับ

ซึ่งถ้าจะพูดกันตรงๆ ในกรุงเทพฯ นี่หาร้านที่ขายถูกและได้ของในปริมาณที่ทำให้คุณอิ่มหนำสำราญเบิกบานใจนี่แทบจะหาไม่ได้แล้วนะ มันต้องที่นี่เท่านั้นอะบอกเลย แถมอาหารก็รสชาติอร่อยด้วยนะเออออ….

มันมีอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อสักเกือบๆ สิบปีมาแล้ว ที่ตลาดโต้รุ่งมันซบเซาลงไปมาก คนเดินน้อย รายได้หดหายกันเป็นแถบๆ พ่อค้าแม่ค้านี่นั่งตบยุงกันสนุกสนานเลย แต่พอมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 ผมจำได้ขึ้นใจเลย เพราะว่าตลาดโชคชัย 4 ไม่โดนน้ำ ตอนนั้นลูกค้าแห่กันมาเยอะมาก ร้านค้ากลับมาคึกคักขายดีกันทุกร้าน ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเททิ้งเทขว้างเลยแหละ ช่วงนั้นผมอยู่ช่วยพ่อกับแม่ทุกวันเพราะขายกันเหนื่อยมากจริงๆ

ที่ตลาดโชคชัย 4 แห่งนี้ไม่ได้มีแค่โต้รุ่งอย่างเดียวนะครับ ยังมีโซนตลาดสดด้านในที่ช่วงเช้าๆ จะมีคนมาเดินจับจ่ายหาซื้อข้าวของกันเยอะแยะมากมาย ซึ่งลูกค้าประจำก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ ก็พ่อค้าแม่ค้าในโต้รุ่งนี่แหละ สะดวกสบายกันเลยทีเดียว ไม่ต้องไปหาซื้อของที่ไหนไกลเลย เป็นระบบการตลาดหมุนเวียนที่ดีมาก ซึ่งถ้าโต้รุ่งขายดี ของสดของชำในตลาดก็จะขายดีตามไปด้วยเช่นกัน

เอาล่ะ เล่ามาขนาดนี้ ขออนุญาตกล่าวถึงร้านแต่ละร้านแบบเห็นทัศนียภาพสักหน่อยนะ อารมณ์ประมาณว่าเดินลงมาจากรถเมล์แล้วเข้าตลาดจะต้องเจอกับอะไรบ้างแบบคร่าวๆ กันดีกว่าครับ เอาเท่าที่จำได้และชอบทานนะครับ เริ่มต้นเลย ป้ายรถเมล์ตลาดโชคชัย 4 จะอยู่ตรงหน้า 7-11 พอดี อย่าเผลอไปลงก่อนข้ามไฟแดงมานะครับ ตรงนั้นมันหน้าสน. เดี๋ยวจะต้องเดินไกลให้เมื่อยตุ้มเอาเปล่าๆ พอลงจากรถเมล์แล้วเดินย้อนมาเสียหน่อยก็จะเจอกับทางเข้าแล้วล่ะครับ ตรงปากทางจะมีร้านข้าวต้มปลาอยู่ฝั่งขวามือของเราถ้าเราหันหน้าเข้าตลาดนะ ร้านนี้ผมกินข้าวต้มปลากระพงอยู่บ่อยๆ ส่วนฝั่งตรงข้ามกับข้าวต้มปลาจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณ ร้านนี้จะมีอาม่าอายุเยอะๆ เป็นคนลวกเส้นกับลูกชายสองคน คนหนึ่งจะช่วยอาม่าอยู่ข้างใน ส่วนอีกคนจะคอยจัดคิวรับออเดอร์อยู่ด้านนอก ร้านนี้ผมกินทีไรผมจะสั่งเส้นใหญ่แห้งไม่เกี๊ยวกรอบทุกที จนหลังๆ ไปแทบไม่ต้องสั่ง นั่งรอเลยเดี๋ยวเตี๋ยวมาเอง….

เดินถัดเข้ามาอีกนิด ฝั่งซ้ายจะเป็นร้านอาหารตามสั่งอิสลาม ร้านนี้คนจะเยอะมาก เรียกว่าโคตรเยอะดีกว่า ส่วนฝั่งขวาจะเป็นร้านน้ำปั่นปังปิ้งต่างๆ ของเจ้าเดียวกัน ร้านอิสลามนี้ส่วนใหญ่ผมจะซื้อข้าวผัดกุ้งไปกิน หรือไม่ก็ขอซื้อข้าวสวยเค้าสิบบาทเวลาที่ขี้เกียจหุงข้าว บอกเลยว่าสิบบาทนี่ได้เยอะมากนะ ถัดเข้ามาอีกนิดฝั่งขวาจะเป็นร้านข้าวหมูแดง ส่วนซ้ายจะเป็นกับข้าวอารมณ์ประมาณข้าวราดแกงครับ ถัดจากตรงนี้จะเป็นสามแยกเล็กๆ และถ้าแยกไปฝั่งซ้ายจะเจอร้านข้าวมันไก่, ร้านน้ำปั่น, ร้านแปะก๊วย, หมูสะเต๊ะ ฯลฯ ส่วนถ้าแยกไปทางขวานี่จะเจอเพียบเลย เช่น ขนมหวาน, ข้าวแกง, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ, ยำปลาดุกฟู, ข้าวคลุกกะปิ, ก๋วยจั๊บ ฯลฯ ส่วนเกาะกลางระหว่างสามแยกเล็กๆ นั้นจะเป็นแผงผลไม้ทั้งหมด…. โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวจังหวัดอ่างทอง (เค้าเรียกกันมาอย่างนั้น)

ถัดไปฝั่งตรงข้ามตรงหัวมุมถนนพอดีตรงนี้จะเป็นร้านผัดไทยหอยทอด ร้านนี้ราคาผัดไทยเริ่มต้นที่จานละ 25 บาท แต่ถ้ามาตอนคนมุงเยอะๆ นี่ อาจจะต้องใช้ความอดทนในการรอสักเล็กน้อยนะครับ เพราะผัดแต่ละทีนี่ก็ใช้เวลาไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ร้านนี้ลุงแกผัดทีอย่างกะเป็นอุตสาหกรรมเลยนะ เต็มกระทะเลยทีเดียว ส่วนด้านซ้ายของร้านผัดไทยจะเป็นร้านมังสวิรัติ ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนเฮลตี้รักสุขภาพหรือไม่ทานเนื้อสัตว์ เพราะคุณจะเห็นเมนูผักอยู่เรียงรายเต็มไปหมดเลยแหละ ส่วนด้านขวาจะเป็นร้านข้าวหมกไก่ ร้านนี้ก็อร่อยนะ ผมชอบมากเลย ถัดไปอีกจะเป็นขนมถั่วแปลบแป้งสด ทำกันสดๆ ให้ดูตรงนั้นเลย น่ากินมากกกกก และยังมีร้านค้าอื่นๆ ที่ผมยังไม่ได้พูดถึงอีกเยอะแยะเลยที่รอให้พวกคุณได้ไปสัมผัส ได้ไปลองชิมกันดู ซึ่งผมรับรองว่าชิมกันจนหูหนวกตาลายเป็นแน่แท้ อิอิ

ส่วนใครที่ชอบแบบชิลล์เอ้าท์ แบบดื่มนิด จิบหน่อย กับแกล้มอร่อย เชิญด้านหลังตลาดครับ ตรงนั้นจะมีร้านนั่งชิลล์เก๋ๆ มีสไตล์ ชื่อว่าร้าน “โกดังบังกะโล” ร้านนี้เด็ดมากทั้งเรื่องรสชาติ อาหาร และดนตรีที่อร่อยหู ร้านนี้นักดนตรีค่อนข้างที่จะมีคุณภาพมากๆ ในทุกๆ ค่ำคืนที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแสดงสดให้ได้ฟังกัน

วันไหนว่างๆ เปลี่ยวๆ สักสามสี่ทุ่ม ผมก็จะเดินออกจากบ้านตรงไปยังหลังตลาดเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เสียหน่อย เดินไปเดินกลับ เมาไม่ขับ ตำรวจไม่จับ สบายใจ

ตลาดโต้รุ่งโชคชัย 4 เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงในเรื่องราคาอาหารการกินที่ถูกและอยู่มาค่อนข้างนานแล้วเหมือนกันนะครับ เอาเฉพาะร้านของพ่อแม่ผมนี่ ประมาณ 17-18 ปีได้แล้ว ตอนนั้นจำได้ว่าราคาอาหารของร้านเราเริ่มต้นที่ 12 บาท เพิ่มมาเป็น 15, 18, 20, 25 ตามกาลเวลาที่ลุล่วงมาจนปัจจุบัน จนทุกวันนี้ก็ยังถือว่าถูกอยู่นะถ้าเทียบกับที่อื่นๆ เป็นสถานที่ทางเลือกอีกทางสำหรับทุกๆ ท่านที่ชอบทานอาหารนอกบ้านในสไตล์สตรีทฟู้ดนะครับ

สำหรับท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงอยากจะทราบแล้วใช่มั้ยครับ ว่าผมเป็นลูกร้านไหน…
เอาเป็นว่าไม่บอกดีกว่า บอกไปก็ไม่สนุกน่ะซี่
ขอให้สนุกกับการเลือกทานอาหารนะครับ
แล้วครั้งหน้าผมจะมาเล่าเรื่องให้ฟังใหม่เด้อ….

Photo Credit
Livinginsider.com

Writer