CITY

‘คาสิโน-สิงคโปร์’ ปลายทางของนักเสี่ยงโชค

“การพนันแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา”

คำพูดนี้คงไม่ผิดแปลกอะไร เพราะแม้แต่ละครหลังข่าวก็ยังมีให้เห็น แต่ไหงเมืองไทยเมืองพุทธยังไม่ยอมให้ถูกกฎหมายสักที ทั้งที่หลายประเทศเปิดให้เล่นกันอย่างเสรี แถมยังสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

โดยเฉพาะ ‘สิงคโปร์’ เพื่อนบ้านอาเซียนซึ่งเป็นประเทศแห่ง ‘คาสิโน’ ท็อปๆ ของโลก เขาใช้โมเดลไหนทำให้คาสิโนเป็นแหล่งบันเทิงชั้นดีของนักเสี่ยงโชค จนหลายคนอยากตบเท้าเข้าไปสัมผัส และถึงขนาดมีนักวิชาการบ้านเราบอกว่า ไทยจะเปิดคาสิโนได้ ต้องศึกษาโมเดลจากดินแดนสิงโตพ่นน้ำแห่งนี้


สิงคโปร์ เป็นประเทศที่คาสิโนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวนี่แหละ คือตัวสำคัญในการดึงดูดคนทั่วโลกให้อยากมาเหยียบสิงคโปร์ดูสักครั้ง โดยเฉพาะการลงทุนในโปรเจกต์ IRs:Casinos Integrated Resort เมื่อปี ค.ศ. 2005 เพื่อให้คาสิโนเป็นมากกว่าบ่อนทั่วไป

01 | ‘คาสิโนสิงคโปร์’ โมเดลที่น่าจับตามอง

สิงคโปร์ไม่เพียงแค่ทำให้คาสิโนถูกกฎหมาย แต่ยังเนรมิตให้เป็นธุรกิจแบบรีสอร์ทครบวงจร ทั้งสถานที่พักผ่อน ศูนย์รวมความบันเทิง และธุรกิจ โดยใช้เงินลงทุนราว 5,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จนออกมาเป็นดินแดนแห่งความสุขที่มารีนาเบย์ (Marina Bay) และ เกาะเซนโตซ่า (Sentosa)

อย่างที่มารีนาเบย์ ก็กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของสิงคโปร์ แถมยังมีเจ้าหน้าที่สวมทักซิโดคอยต้อนรับนักเสี่ยงโชคตลอด 24 ชม. โดยธุรกิจนี้สร้างรายได้กว่าแสนล้านบาทต่อปี ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 3 หมื่นอัตรา และทำให้สถิติอาชญากรรมเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1 ทั้งยังมีเงินหมุนเวียนในระบบราว 15,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี 

02 | รัฐไฟเขียว แม้มีเสียงต่อต้าน

จะสร้างคาสิโนทั้งที ใช่ว่าชาวสิงคโปร์จะเห็นดีเห็นงามซะทีเดียว เพราะในยุคนายกฯ ‘ลี กวนยู’ เขาออกตัวเลยว่า ถ้าจะให้คาสิโนถูกกฎหมายต้องให้เขาตายไปซะก่อน หรือในปี ค.ศ. 2001 สิงคโปร์ต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ ‘ลี เซียนลุง’ ลูกชายของเขา ซึ่งเป็นรองนายกฯ ในตอนนั้น ก็มองว่าการสร้างคาสิโนมีแต่จะนำผลเสียมาสู่สังคม

แต่พอมาในปี ค.ศ. 2004 ทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนความคิด พร้อมหาจุดขายให้สิงคโปร์แตกต่างจากประเทศอื่นในเอเชีย จนในปี ค.ศ. 2005 ลี เซียนลุง ได้ยกเลิกนโยบายที่ว่า ‘ห้ามมีคาสิโน’ นั่นเลยทำให้คาสิโนกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในที่สุด

โดยในยุคแรกเริ่ม โปรเจกต์คาสิโนถูกต่อต้านอย่างหนักจากหน่วยงานที่เกี่ยวกับศาสนาและครอบครัว ถึงขั้นล่ารายชื่อเพื่อกดดันรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็ได้สำรวจความคิดเห็นจากประชาชน จนผลออกมาว่า ชาวสิงคโปร์เกินครึ่งเห็นด้วยว่าคาสิโนจะสร้างเม็ดเงินให้ประเทศ แต่ยังคงมองว่ามันมีผลเสียต่อสังคมมากกว่าผลดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวสิงคโปร์หยิบมาพูดกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ 

03 | มาตรการสุดเข้ม จัดการนักพนัน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คาสิโนของสิงคโปร์ต่างจากประเทศอื่น คือมีการใช้มาตรการสุดเข้ม อย่างการตรวจสเตทเม้นท์ และมีการคิดค่าธรรมเนียมในการเล่นสำหรับชาวสิงคโปร์ครั้งละ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3,000 บาท ส่วนรายปีอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 50,000 บาท

สำหรับชาวต่างชาติสามารถเข้าได้ฟรี แต่ต้องมีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป และต้องเสียค่าแทงขั้นต่ำอยู่ที่ 5 ดอลล่าร์สิงคโปร์ หรือราว 250 บาท พร้อมแสดงหนังสือเดินทาง อีกทั้งห้ามมีการโฆษณาตามทีวีหรือที่สาธารณะ รวมถึงแทรกเรื่องพิษของการพนันเข้าไปในบทเรียนสำหรับเด็กอีกด้วย

แต่การพนันเป็นสิ่งยั่วใจ จะตัดออกไปจากชีวิตก็คงยาก เลยมีกฎหมายให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบการจากเล่นพนันของคนในครอบครัว สามารถฟ้องร้องห้ามให้ผู้นั้นเข้าคาสิโนได้ ซึ่งศาลก็มีอำนาจตัดสินเช่นนั้นได้ โดยตอนนี้ก็มีชาวสิงคโปร์ถูกห้ามเข้าคาสิโนไปแล้วหลายแสนราย

04 | คาสิโนในไทย เป็นไปได้แค่ไหน?

เรื่องคาสิโนถูกกฎหมาย เอาเข้าจริงในไทยก็ถูกหยิบขึ้นมาถกเถียงอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่ยุคนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แต่ก็ถูกปัดตกไปด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นการถูกมองว่า มันเป็นอันตรายสำหรับประเทศที่ผู้คนขาดระเบียบวินัย นำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม และขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียการศึกษา กล่าวว่า ไทยไม่สามารถเอาโมเดลของสิงคโปร์มาใช้ได้ทั้งหมด เพราะบริบทสังคม ขนาดของประเทศ และจำนวนประชากรนั้นต่างกัน อีกทั้งกฎหมายการพนันของไทยยังไม่มีศักยภาพมากพอ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงควรให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดีไซน์กฎต่างๆ เพราะนั่นคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงหากมีการสร้างคาสิโน

ทั้งหมดทั้งมวลชวนคิดว่า หากไทยจะมีคาสิโนเกิดขึ้นจริงๆ ประเทศของเราจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหนบ้าง เพราะอย่างสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่เพียบพร้อมทุกด้าน และผู้คนแตกฉานในเรื่องต่างๆ ยังมีคนรายได้ต่ำติดการพนันหัวโต จนรัฐต้องกฎห้ามบุคคลล้มละลายเข้าคาสิโน และเพิ่มโทษยิบย่อยแก่ผู้ที่ไม่ทำตามกฎอีกด้วย 


Source

Komchadluek
CGS
CSIRSU
ASEAN Watch
Business Times
Prachatai
Thaipublica
PostToday

Contributor

ปณัยกร วรศิลป์มนตรี

Writer

ลูกคนโต จบชายล้วน และอดีตเด็กวารสารฯ ผู้อยากเป็นนักเรียนไปตลอดกาล ชอบสำรวจย่าน และฝันอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ได้สักเรื่อง รวมถึงมีกาแฟ เบียร์ และความบันเทิง เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีของชีวิต