มาดูเคล็ดลับการทำวิสกี้ให้ถูกปากคนทั้งโลกกัน Bell’s Whisky

ช่วงนี้คอวิสกี้หลายคนคงเห็นคนเล่นมุกเกี่ยวกับความนุ่มของวิสกี้ยี่ห้อหนึ่ง จนเป็นที่พูดถึงมากมายในโซเชียลมีเดีย และถ้าพูดถึงวิสกี้ในประเทศไทย หลายคนคงเคยสัมผัสถึงรสชาติความนุ่มและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับวิสกี้จากแต่ละประเทศ แต่พวกเราเคยสงสัยหรือไม่ ว่ารสชาตินุ่มลิ้นจากวิสกี้นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร มีขั้นตอนหรือกรรมวิธีแบบไหน วันนี้เราจะมาไขให้กระจ่างกันครับ

“The Water of Life” คือคำเปรียบเปรยที่วิสกี้ได้รับขนานนาม เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ชาวสกอตแลนด์โปรดปราน ไล่ย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 15 หรืออาจจะก่อนหน้านั้น ต้นกำเนิดจากดินแดนสกอตแลนด์ที่ต้นข้าวบาร์เลย์ขึ้นอยู่มากมายจนเป็นที่มาของเครื่องดื่มซึ่งเลื่องลือไปทั่วโลกจากฝีมือการบ่มวิสกี้ของพระในศาสนาคริสต์

ขั้นตอนการทำวิสกี้นั้นแบ่งออกเป็น
1) Preparation – นำเมล็ดข้าวบาร์เลย์มาทำให้เป็นข้าวมอลต์ ผ่านการตากให้เอนไซม์ทำงาน
2) Mashing – การบดข้าวมอลต์ให้ละเอียด เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวก่อนที่จะเอาไปต้นในน้ำร้อนและรอให้เย็น
3) Fermenting – ขั้นตอนการเติมยีสต์ตามสูตรเฉพาะของโรงกลั่น เพื่อให้เกิดแอลกอฮอล์
4) Distilling – ขั้นตอนการกลั่น ให้ได้ระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม
5) Aging – การบ่มในถังไม้โอ๊คตามเวลาที่กำหนด โดยถังไม้โอ๊คที่มีกลินและสีแตกต่างกัน
6) Bottling – บรรจุใส่ขวดที่ออกแบบมาเฉพาะคาแรคเตอร์ของวิสกี้ รอส่งถึงมือคอวิสกี้

ยังไม่จบเท่านั้น มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น
การทำวิสกี้ต้นฉบับให้คนทั้งโลกชื่นชอบนั้นยังต้องอาศัยอีกเทคนิคนึง นั่นก็คือ “การเบลนด์” โดยถิ่นกำเนิดของข้าวมอลต์ในแต่ละพื้นที่นั้นก็มีผลต่อรสชาติและกลิ่นของตัววิสกี้ การผสมผสานมอลต์ของพื้นที่ต่างๆโดยเอาจุดเด่นของแต่ละที่มารวมกันในสัดส่วนที่พอเหมาะ ก็ทำให้ Blended Whisky นั้นมีรสชาตินุ่มละมุนถูกลิ้นคอวิสกี้ทั่วโลก และทำให้วิสกี้ประเภทนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด

แต่หากปราศจากการลองผิดลองถูกและประสบการณ์การเบลนด์มอลต์ที่ถูกต้อง วิสกี้ที่ออกมานั้นก็จะจะไร้ซึ่งความสมดุล และความนุ่มที่คอวิสกี้ทั่วโลกค้นหาก็จะไม่เกิดขึ้น กลับกลายเป็นเสียเวลาที่บ่มมาแรมปีไปเปล่าๆ โดยถิ่นต่างๆของสกอตแลนด์ก็เป็นตัวแบ่งแยกรสชาติออกไป ถ้ามองภูมิภาคของสกอตแลนด์แหล่งผลิตมอลท์ต่างๆนั้น จะแบ่งได้เป็น

  1. Lowlands  รสชาติเบา ลื่น ไม่สโม๊คกี้มาก มีกลิ่นดอกไม้ เหมาะกับก่อนรับประทานอาหาร
  2. Speyside  หนักแน่น กลิ่นผลไม้หลากชนิดและไอทะเล
  3. Campbeltown  กลิ่นหอมกรุ่น ซับซ้อน ไอเกลือทะเล
  4. Highlands and Island  หลากหลายสไตล์ และได้การยอมรับว่าเป็นมอลท์ที่ครบเครื่องที่สุด
  5. Islay  หนักแน่น สโม๊คกี้ กลิ่นไอทะเลตะวันตก

“Blended Malt Whisky ที่ดีนั้นต้องผสมผสานกลิ่นไอเกลือทะเล กลิ่นทุ่งหญ้า แล้วจับบ่มอยู่ในถังไม้โอ๊คที่เหมาะสมออกมาเป็นวิสกี้ที่มีคาแรคเตอร์เด่นพิเศษที่หาไม่ได้จากที่ใดที่นึง”      (Jim Murray’s Whisky Bible 2004)

มารู้จักกับ Bell’s Whisky
เมื่อราวๆ 192 ปีก่อน นายอาเธอร์ เบลล์ (Arthur Bell) ได้เริ่มต้นขายชาและวิสกี้ในร้านเล็กๆ ในเมืองเพิร์ธ ประเทศสกอตแลนด์ และได้ลองผิดลองถูกเบลนด์มอลท์ต่างๆให้ออกมาตรงใจคอวิสกี้ในเมืองมากที่สุด จนกระทั่งปี ค.ศ. 1850 วิสกี้ Bell’s Blended ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และเรื่องราวของวิสกี้ดังระดับโลกก็ได้เริ่มขึ้น ก่อนจะมาเป็น Bell’s วิสกี้รสชาตินุ่มที่มาพร้อมความหวานเบาๆ และหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ นั้น ต้องผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีด้วยระยะเวลายาวนานไม่ต่ำกว่า 3 ปี เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีและดื่มง่าย เข้ากับอาหารเกือบทุกชนิด เหมาะกับการดื่มแทบทุกโอกาส

Photo Credit:

Home

Writer