Photo Diary : Bangkok’s Celebration ส่งท้ายปีเก่าสุขสันต์วันปีใหม่

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างนี้เราจะพลาดกันได้ไง กับการออกไปถ่ายภาพ หาความน่าสนใจใส่สมองเราให้ได้พักผ่อนกันจริงไหม ช่วงตลอดเดือนนี้ตามสถานที่ต่างๆ ก็ต่างกันจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสและงานปีใหม่ สำหรับช่างภาพสตรีทอย่างผมช่วงนี้คือสวรรค์เลย เพราะจะมี subject ให้เราได้สร้างสรรค์ผลงานกันเพิ่มขึ้น มี action ของคนที่จะทำท่าแปลกๆ มี activity ที่หลากหลาย เพียงแต่เราต้องคอยไปเดิน มองหาซีนที่มันจะสร้างเรื่องราวให้สร้างสรรค์กันมากขึ้น

สถานที่ที่ 1 ผมจะพากันคือที่ลานหน้า EmQuartier

จุดนี้ทาง EmQuartier เค้าจะมีพี่หมีโพล่าแบร์ ตัวเล็ก ตัวใหญ่ทำท่าประหลาดๆ เต็มไปหมด แถมยังมีเวทีให้คนขึ้นไปโพสท่าถ่ายรูปมี action นั่นนี่ทีนี้ก็เป็นหน้าที่เราแล้วว่าจะจัดวาง composition ยังไงให้ภาพมันน่าสนใจในตัวของมันเอง โดยที่ไม่ใช้การละลายหลังทำให้สิ่งที่อยู่หน้าเรามันออกมาเรียบร้อย ด้วยฝีมือเราเอง อย่างภาพนี้ผมก็พยายามจะจัดวางเรียงตัวแบบให้ทับซ้อนกันน้อยที่สุด (บางทีมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้) และพยายามเติมเต็มเฟรมทั้งเฟรมให้ได้เต็มที่สุด ( Fill the frame ) จุดเล็กๆ น้อยๆ เราก็จับนั่นนี่เอาเข้าไป โชคดีที่มีคนมายืนอยู่ตรงทางเชื่อมพอดี เติมเฟรมนี้ด้านบนได้พอดี ไม่งั้นเฟรมโซนด้านบนจะมีแต่พี่หมีตัวเดียวโดดๆ ดูโดดเดี่ยวเกินไปหน่อย จะว่าไปใบนี้ก็ยังไม่ใช่ภาพที่ดีที่สุด เราก็ไปต่อกับใบต่อเลยละกัน

หรือเราจะหาอีกมุมที่สามารถสร้าง contrast อารมณ์กันก็ได้ระหว่างเฟรมขวากับซ้ายในรูป รอจังหวะดีๆ หามุมที่ชอบ แบบที่ใช่ จังหวะที่ได้ แล้วก็กดชัตเตอร์ถ่ายมาเลยครับ แต่ส่วนใหญ่ในหลายๆ ครั้งมันก็อาจจะไม่ได้ภาพที่ดีเท่าไหร่มานะ ภาพสตรีทที่ดีเนี่ย มันก็ขึ้นอยู่กับโชคด้วยเหมือนกัน นอกจากตาเราที่ต้องคอยฝึกฝน กล้องเราต้องพร้อมยกขึ้นมาถ่ายแล้ว โชคนี่แหละ ตัวสำคัญเลย บางทีเราเดินไปในที่เดิมซ้ำๆ อยู่มาวันนึงที่ตรงนั้นอาจจะมีแบบที่ใช่เดินมาพอดีก็ได้ เราอาจจะยืนรอแบบตรงนั้นพอดีด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาถ่ายสตรีทเนี่ย เราต้องมีความอดทน ต้องจมอยู่กับความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน จนกว่าเราจะเดินทางไปเจอจุดนัดพบที่เราต้องการในเสี้ยววินาทีของชีวิตนั่นเอง

บางทีมือเราก็กดขึ้นมาถ่ายเอง โดยที่เราอาจจะไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่ เราก็ได้รูปมา อย่างภาพนี้ตอนนั้นเป็นปฏิกิริยาของผมเลย พอดีมีน้องคนนึงยกแขนชี้อะไรสักอย่างบนเวที ผมก็ดันอยู่ตรงนั้นพอดี ก็รีบกดกล้องขึ้นมากดถ่ายไว้ก่อนสุดท้ายดันมาได้ในจังหวะที่มีคนกำลังเดินอยู่ด้านหลังพอดี แล้วแขนของน้องคนข้างหน้าก็เหมือนจะต่อกับแขนของคนที่อยู่ด้านหลังพอดีด้วยเหมือนกัน ภาพนี้ก็เลยกลายมาเป็นว่าสาวคนข้างหลังมีแขนยาวมากกันเลยทีเดียว

แล้วผมก็มีภาพที่พอจะถูไถไปได้อีกนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่ได้ว่าดีเท่าไหร่มาให้ฝึกมือกัน

สิ่งที่อาจจะถ่ายยากหน่อยก็อาจจะอยู่บริเวณเวทีนี่แหละถ้าเราอยากจะถ่ายทั้งบรรยากาศและสิ่งที่อยู่บนเวทีไปพร้อมๆ กันด้วยนี่อาจจะยากหน่อย เพราะสภาพแสงของ spotlight ที่ส่องลงมาบนเวทีกับสภาพแสงรอบข้างมันต่างกันค่อยข้างจะเยอะอยู่ ถ้าเราอยากจะให้บรรยากาศสว่าง สิ่งที่อยู่ใน spotlight ก็จะยิ่งสว่างจ้าเข้าไปใหญ่ หรือเราอาจจะใช้วิธี ถ่ายสิ่งที่อยู่ใน spotlight ให้สว่างกำลังพอดี แต่บรรยากาศรอบข้างเน้นให้มืดๆ ไปเลยก็ได้อยู่เหมือนกัน ทีนี้เราก็ต้องหา content ว่าจะทำยังไงให้ภาพมันน่าสนใจมากยิ่งขึ้นได้

สถานที่ 2 คงจะไม่พ้นที่ข้างหน้า Central World

หน้า Central World นี่ทางห้างเค้าจะจัดเต็มกันทุกปีกันอยู่แล้ว ผู้คนมากมายก็เข้าไปถ่ายรูป selfie แต่ทีนี้ถ้าเรากะจะไปถ่ายรูปคนถ่าย selfie ซะอย่างเดียวมันก็จะน่าเบื่อไม่ใช่เล่น หรือ ใครเบื่อที่จะถ่าย portrait ออกมาให้เห็นลูกบอล bokeh กลมๆ อยู่ในฉากหลัง ได้ภาพเหมือนคนอื่นเค้า ลองหันมาถ่ายบรรยากาศก็ลองมาชมกันว่ามีอะไรน่าสนใจให้ถ่ายกันบ้าง เอาจริงๆ มันก็หนีไม่พ้นผู้คนที่ถ่าย selfie และถ่ายรูปอยู่แล้วล่ะ ทีนี้เราลองมาจับจังหวะกันใหม่แทนที่เราจะถ่ายตอนเค้ากำลังถ่าย ก็อาจจะมาหาช่วงจังหวะขณะที่เค้ากำลังเตรียมตัวถ่ายหรือเพิ่งถ่ายเสร็จ เราจะได้อีก action ที่มันน่าสนใจกว่าการที่เค้ายืนโพสถ่ายรูปด้วยก็ได้

นอกเหนือจากที่เราจะถ่ายบรรยากาศด้านหน้าแล้ว บางทีทาง Central World เค้าก็มีอะไรพิเศษๆ ให้เราได้ถ่ายเพิ่มมาเป็นช่วงๆ อีกด้วย บางทีก็จะมีการแสดงสนุกๆ มีวงมาเล่นดนตรีสร้างสีสันให้กับงาน

หรือถ้าเมื่อไหร่มีงาน event อะไรแถวๆ นั้นๆ โดยเฉพาะถ้าเค้ามีงานเกี่ยวกับการ์ตูน เกมส์ แถวๆ นั้นจะมีคนแต่งตัวคอสเพลย์มายืนให้คนมาร่วมถ่ายภาพ เราอาจจะถ่ายในช่วงที่เค้ากำลังคุยกับเพื่อน หรือเปลี่ยนชุด สร้างมุมมองให้ภาพเกิดเป็นอีกเรื่องนึงก็จะทำให้ภาพมันมีความสนุกมากยิ่งขึ้น

หน้า Central World นี่ก็มีอีกมุม มุมนึงที่น่าเข้าไปถ่ายคือในบูธของ Heineken เค้าจัดห้อง Behind the Star Experience ซึ่งจะเป็นห้องที่พูดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเบียร์ Heineken ด้านในเค้าจะมี installation ของการทำเบียร์ว่าเค้าใช้ส่วนผสมอะไรทำ มีวิธีการทำอะไรยังไงบ้าง ถือว่าเป็นห้องที่น่าสนใจในการถ่ายสตรีทเป็นอย่างมากลองหามุมดีๆ หาอะไรที่มันจะสร้างให้ภาพเราน่าสนใจได้หลากหลายอย่าง เพียงแต่เราอาจจะต้องใช้เวลาอยู่กับมันสักหน่อย

สถานที่ที่ 3 ที่ผมจะพาไปอีกที่ก็คือ Siam Paragon

จะพลาดได้อย่างไรล่ะเนอะ ที่ Siam Paragon เค้าก็จัดซุ่มไฟอลังการขนาดนั้น ก็นับว่าเป็นที่ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้คนมาให้รวมตัวกันนี่แหละ ถ้าใครอยากจะไปถ่าย portrait กับแสงไฟให้ได้ Bokeh บอล กลมๆ เต็มไปหมดก็คงไม่น่าพลาดตรงนี้ได้เลยด้วยเหมือนกัน แต่สำหรับผม ผมสนใจอิริยาบทของคนที่อยู่ตรงนั้นซะมากกว่า เราสามารถเล่น slow speed shutter กับซุ่มไฟได้ด้วยเหมือนกัน พอเปิด shutter speed ช้าๆ สัก 1/10 พอกดถ่ายแล้วก็สบัดกล้อง หรือจะใช้วิธีตบแฟรชเข้าช่วยกับการถ่ายด้วย shutter speed ช้าๆ เค้าเรียกการถ่ายแบบนี้ว่า slow sync flash สิ่งไหนที่โดนแฟรชตบเข้าไปก็จะอยู่นิ่งๆ ส่วนสิ่งไหนที่แสงแฟรชไปไม่ถึงก็จะไม่อยู่นิ่งเท่าไหร่ (นอกจากเราจะใช้ขาตั้งกล้อง นั่นก็อีกเรื่องนึง) เลยจะทำให้เกิด effect อีกแบบนึง สามารถสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ แปลกๆ น่าสนใจให้กับภาพเราได้อีกไม่น้อยเลย

สถานที่ที่ 4 งาน event ต่างๆ

ช่วงนี้ตามสถานที่ต่างๆ จะมีการจัด event สนุกๆ ไม่เว้นสัปดาห์เลย เราลองไปตาม event เพื่อหา subject และ สิ่งที่น่าสนใจ ลองสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ detail ต่างๆ ที่มันพอจะทำให้เกิดความน่าสนใจขึ้นมาได้อีก บางสถานที่ก็อาจจะมีพลุด้วยทีนี้อย่างลืมเตรียมแฟรชไปด้วยล่ะเผื่อได้ใช้เทคนิค slow sync flash กันอีก ขอให้สนุกกับการถ่ายรูปในช่วงสิ้นปีนี้นะครับ ไว้คราวหน้าเจอกันใหม่ครับ

Contributor

เจตวิชาญ เชาวน์ดี

ช่างภาพ Street & Documentary ตั้งแต่ผมรู้จักสตรีทมาชีวิตก็เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะสตรีทจึงทำให้อยากจะออกไปค้นหามุมมองที่เราไม่เคยพบเจอของโลกใบนี้ เพราะสตรีททำให้ผมได้มองสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้ชื่นชมธรรมชาติมากกว่าที่มันเป็น เพราะสตรีทจึงทำให้ทุกสิ่งรอบตัวมันดูน่าสนใจ เราสามารถได้ภาพสตรีทในทุกที่ๆ เราไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะได้ภาพจากทุกที่ๆ จะได้ภาพสตรีท มันทำให้ชีวิตมีความท้าทาย และที่สำคัญคือการได้รู้จักสังคมที่เราอยู่แต่ไม่เคยได้สัมผัสมันมาก่อน