สุดยอดแห่งอโศกมนตรี ย่านนี้มีอะไรน่าไปบ้าง

ในหนึ่งวันถ้าคุณต้องพาตัวเองไปอยู่ในย่านไหนสักย่านที่ไม่คุ้นเคย คุณจะทำอะไร ถ้ามีเวลาและพลังงานเหลือเฟือให้เดินสำรวจก็อาจจะดี แต่ถ้าไม่มีล่ะ จะมานั่ง search หาใน Google ก็เสียเวลาโดยใช่เหตุ เราเลยทึกทักเอาว่าคอลัมน์นี้ของเราจะเป็นเสมือนไกด์แนะนำฉบับกระเป๋าที่ช่วยคุณให้มีแผนที่คร่าวๆ ในหัวได้ ว่าจะพาตัวเองไปทำอะไรในบริเวณรอบๆ ในสไตล์คนเมืองแบบ Urban Creature ได้บ้าง
เปิดประเดิมย่านแรกด้วยย่านธุรกิจใจกลางเมือง จุดศูนย์กลางขนส่งมวลชนที่สะดวกสบายที่สุดอย่างรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT ย่านที่ว่านี้ก็คือย่านอโศกนั่นเอง

อโศกหรือชื่อเต็มๆอโศกมนตรี ที่ถูกตั้งตามนามของพระอโศกมนตรีเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ท่าน จริงๆแล้วก็คือซอยสุขุมวิท 21 มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่แยกอโศก aka จุดตัดระหว่างเส้นสุขุมวิทกับเส้นรัชดาภิเษกหากวิ่งมาจากทางคลองเตย ไปสิ้นสุดตรงแยกอโศกตัตเพชรบุรีนั่นเอง ย่านนี้มีมากกว่าตึกออฟฟิศและรถติด หากแต่เป็นย่านที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยร้านรวงและสถานที่ต่างๆที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง เดินทางสะดวก BTS ก็มา MRT ก็ถึง ทางเชื่อม sky walk ก็นำพาให้เราเดินข้ามฝั่งข้ามซอยได้อย่างทั่วถึงเลยดีเดียว

แต่ก็อย่าเพิ่งดูถูกว่าอโศกช่างเป็นย่านที่แมส ไม่ลึกลับ ไม่มีเสน่ห์น่าค้นหา เพราะจากการสำรวจประชากรชาวตึกแกรมมี่จำนวนหนึ่งคนถ้วนพบว่า แม้จะทำงานอยู่ในละแวกนี้มาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจกล่าวได้เต็มปากว่ารู้จักย่านอโศกเป็นอย่างดีสมศักดิ์ศรีเวลา 15 ปีที่ผ่านพ้นไป เอาล่ะโน้มน้าวกันมาพอสมควร เราไปดูกันว่าย่านนี้มีอะไรควรค่าแก่การให้เราปักหมุด เริ่มต้นจาก BTS อโศก แล้วออกแรงเดินเท้าไปเยี่ยมไปเยือนกันเลย

Asoke Eats

Mix & Munch
ร้านอาหารเพื่อสุขภาพยังคงค่อยๆ ทยอยเพิ่มจำนวนขึ้นตามเทรนด์รักสุขภาพของคนเมือง อย่างเช่นร้าน Mix & Munch นี้ที่ชูคอนเซปท์ healthy food ซึ่งก็น่าจะถูกจริตคนรักการดูแลสุขภาพได้ไม่ยาก แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางสายสุขภาพได้ไม่นาน หรือแม้กระทั่งคนที่ยังรักการทานอะไรก็ได้ขอเพียงให้อร่อยถูกปากไว้ก่อน ก็อย่าเพิ่งขยาดว่าจะต้องเจอกับอาหารรสชาติจืดชืดกลืนไม่ลง เพราะอาหารของร้านนี้ไม่ใช่สายคลีนฮาร์ดคอร์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความประนีประนอมกับรสชาติ และยังชวนให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกเก๋ๆ ด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์เมนูอร่อยด้วยตัวเอง แถมยังคำนวณแคลอรี่ให้ทุกเมนู ถูกใจสายนับแคลกันไปอีก

นอกจากอาหารมื้อหลักแล้ว ทางร้านยังมีเมนูขนมสำหรับสาย Vegan (ไม่มีวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตจากสัตว์ เช่น เนย นมและไข่) และเมนูเครื่องดื่มสมุนไพรที่ใช้หญ้าหวานให้ความหวานแทนน้ำตาล

ลักษณะของร้านเป็นห้องแถวสองคูหา ขนาดกำลังนั่งสบายไม่เล็กไม่ใหญ่ ตกแต่งออกมาบรรยากาศน่ารักเป็นกันเอง จะชวนเพื่อนไปนั่งชิลทานที่ร้านก็มีทั้งโซนที่เป็นโต๊ะอาหาร หรือไปคนเดียวก็มีโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่สามารถนั่งทำงานไปด้วยได้ และถ้าอยากสั่งกลับบ้านก็มีบริการ Delivery โดยทางร้านเลือกภาชนะบรรจุอาหารเป็นกล่องกระดาษผลิตจากชานอ้อย เรียกได้ว่าใส่ใจทั้งสุขภาพคนและสุขภาพโลกกันไปเลย
Location: ริมถนนสุขุมวิท ระหว่างซอย 18 และ 20
Open: ทุกวัน 07.00 – 22.00 น.
Tel: 062-416-6616

Pala Pizza Romana
ร้านพิซซ่าที่อยู่ตรงตีนบันได BTS อโศกฝั่งด้าน Terminal21 ซึ่งคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะมากตลอดเวลา เป็นร้านที่จะเข้ามานั่งสไตล์แบบ สังสรรค์กับเพื่อนตอนดินเนอร์ หรือจะ quick bite มื้อเที่ยง หรือจะ grab and go ก็ได้ พิซซ่าที่นี่ขอบอกว่าอร่อยเด็ดสไตล์ rustic มีหลายหน้าให้เลือกมากๆ จุดเด่นอยู่ตรงที่เค้าทำพิซซ่าแบบสี่เหลี่ยม ขายเป็นชิ้นและเป็นฟุต โดยที่ ingredients นั้นพรีเมี่ยมและสดสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นชีสหลากชนิด ตัวซอสมะเขือเทศ แฮมชนิดต่างๆ รวมไปถึงไส้กรอกสด เพราะว่านอกจากพิซซ่าแล้ว ที่นี่ยังมีตู้แช่ชีสและ cold cuts ชนิดต่างๆของตัวเองที่ให้เลือกซื้อกลับบ้านได้อีกด้วย

ชีสที่นี่ราคาดีมาก และมีหลากหลายให้เลือก เพราะว่าจริงๆแล้วเค้าเป็น supplier ส่งให้ห้างอีกที ของสดของเค้าจะซื้อกลับบ้านไปทำเมนูอื่นเองก็ได้ หรือสะดวกกว่านั้นคือเลือกเมนูให้เชฟที่ร้านทำให้ได้เลย เพราะที่นี่นอกจากพิซซ่าและ cold cuts กับชีสแล้ว เค้ายังมีพาสต้าเส้นสดทำเอง และเมนู main หลักอื่นๆอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็น roasted chicken, pork belly, steak และอื่นๆอีกมากมาย ไปจนถึงของหวาน และนอกจากนั้นยังมีพวกเครื่องปรุงและน้ำมันต่างๆ เช่น truffle oil, balsamic, truffle salt, olive oil, และเส้นพาสต้ายี่ห้ออิตาเลี่ยน และของแห้งอื่นๆ ให้เลือกซื้อกลับบ้านได้อีก เรียกได้ว่ามาที่นี่จะซื้อพิซซ่าแค่ชิ้นเดียว หรือจะซื้อของสดของแห้งกลับไปทำอาหารอิตาเลี่ยนเองที่บ้านก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียว
Location: ระหว่าง Terminal21 และทางออก 3 MRT สุขุมวิท
Open: ทุกวัน 10.00 – 24.00 น.
Tel: 062-416-6616

ร้านข้าวแกงไม่มีชื่อ

ร้านข้าวแกงที่อยู่ห่างจากทางลง BTS อโศกเข้ามาทางด้านเส้นอโศกไม่กี่ก้าว ร้านตั้งอยู่ริมฟุตบาทติดกับร้านก๋วยเตี๋ยว มีที่นั่งทานข้าวหลายโต๊ะ ร้านนี้ถามมาแล้ว ไม่มีชื่อ แต่บรรยากาศคึกคักมาก เป็นที่ที่หนุ่มสาวออฟฟิศแถวนี้ฝากท้องไว้ อยากทานอะไรเยอะแค่ไหนก็ต่อคิวตักกันเองได้เลย

Location: ริมถนนอโศก ต้นซอย ด้านหน้าตลาดอโศก

Asoke Active

CROSSFIT BK [CFBK]
สำหรับใครที่เคยใช้บริการรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก อาจจะเคยเห็นดาดฟ้าของตึกๆ หนึ่งตรงสี่แยก ที่มีกลุ่มคนกำลังออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ตึกนี้เองคือ Aspire Club ที่ตั้งของยิม Crossfit แห่งแรกในกรุงเทพที่มีชื่อเรียกว่า CrossFit BK [CFBK]

ซึ่งคนที่สนใจเรื่องสุขภาพหรือการออกกำลังกายอยู่บ้างแต่ยังไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ อาจจะเคยได้ยินถึงกิตติศัพท์ว่า Crossfit คือการออกกำลังกายที่โหด ถึก และเหมาะกับคนที่มีร่างกายแข็งแรงมากๆ เท่านั้น จึงทำให้การออกกำลังกายประเภทนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพชาวไทยสักเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Crossfit ก็เหมือนกับการออกกำลังกายประเภทอื่น ซึ่งต้องค่อยๆ จัดโปรแกรมการฝึกจากเลเวลสำหรับผู้เริ่มต้น แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากขึ้นตามสมรรถภาพและความแข็งแรงของผู้เล่นนั้นๆ โดยข้อดีของการออกกำลังกายแบบ Crossfit คือการได้กระตุ้นและพัฒนาศักยภาพของร่างกายแทบจะครบทุกส่วนในการเทรนแต่ละครั้งโดยใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ซึ่งการเข้าคลาสที่ CFBK นี้ จะจำกัดผู้เข้าร่วมในแต่ละคลาสไม่เกิน 12 คน และมีเทรนเนอร์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด แม้ราคาอาจจะสูงไปสักหน่อยหากเทียบกับค่าสมาชิกตามฟิตเนสทั่วไป แต่รับรองว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดกับร่างกายของเรานั้นคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน
Location: ริมถนนสุขุมวิท แยกอโศก (BTS อโศก ทางออก 4)
Open: วันจันทร์-ศุกร์ 06.00 – 21.00 น. วันเสาร์ 08.00-18.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)
Tel: 080-188-4114

Hit It Gym
ตึกเมธาวัฒนา ตึกที่มีเบเกอรี่ Paris Miki สุดอร่อย แต่เราจะไม่ได้มาแนะนำของกิน เราจะมาแนะนำยิมที่ตั้งอยู่ในตึกนี้ต่างหาก Hit It Gym เป็นยิม functional ที่เน้นการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง มีอุปกรณ์พวก free weight และ barbell ครบครัน เป็นยิมที่มีทั้งโซน indoor และ outdoor เลย จะมาเล่นเอง เล่นคลาส หรือ PT ก็มีหมด


Location: ชั้น 3 อาคารเมธาวัฒนา สุขุมวิท 19
Open: 6.00 – 22.00
Tel: 081-899-5248

The Balance Studio

โรคยอดฮิตของคนเมืองที่วันๆ ไม่ค่อยได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย ยิ่งถ้าเป็นประเภทตื่นเช้ามาเดิน 2-3 ก้าวขึ้นรถขับออกไปทำงาน พอถึงที่ทำงานก็เดินอีก 2-3 ก้าวไปนั่งจ่อมอยู่ที่โต๊ะและนั่งยาวไปอีก 7-8 ชั่วโมงด้วยแล้ว ไม่ต้องเป็นหมอดูก็ฟันธงได้เลยว่าจะต้องเคยทรมานกับอาการออฟฟิศซินโดรมมาไม่มากก็น้อย และสถานที่ที่เราจะแนะนำต่อไปนี้คือที่ที่จะช่วยปลดล็อคให้กับคอ บ่า ไหล่ หรือส่วนใดๆ ก็ตามของร่างกายที่กำลังล็อคอยู่ของคุณ
The Balance Studio คือสตูดิโอสอนพิลาทีส (Pilates) ที่มีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกายภาพโดยนักกายภาพบำบัดโดยเฉพาะ โดยทางสตูดิโอได้ดึงเอาศาสตร์ของการออกกำลังกายพิลาทีสมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือรักษาควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกายพิลาทีสจะเน้นการสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยใช้เครื่องพิลาทีส รีฟอร์เมอร์ (Pilates Reformer) ร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น Roller Foam, Yoga Brick และ Elastic Band ควบคู่ไปกับการปรับและควบคุมระบบการหายใจ

พิลาทีสไม่เพียงเหมาะสำหรับคนที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่คนทั่วไปที่อยากเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับร่างกายก็สามารถมาเข้าคลาสได้ รวมถึงคุณแม่ท่านใดที่กำลังตั้งครรภ์และอยากจะพัฒนากล้ามเนื้อให้สามารถช่วยพยุงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นได้ ที่นี่เองก็มีโปรแกรมการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์โดยเฉพาะอีกเช่นกัน
Location: ตึก Interchange อโศก ชั้น B2
Open: ทุกวัน 07.00 – 22.00 น.
Tel: 081-660-0864

Asoke Culture

ตลาดรวมทรัพย์

ตลาดนัดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองย่านอโศก ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ตึกสำนักงานบนถนนสายธุรกิจของกรุงเทพ เวลาพีคของตลาดจะอยู่ที่ราวๆ สิบเอ็ดโมงถึงบ่ายสองซึ่งเป็นช่วงพักกลางวัน จึงคับคั่งจอแจไปด้วยบรรดาพนักงานออฟฟิศและนักศึกษามหาวิทยาลัย ตลาดนี้ไม่เพียงแต่จะรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกสรรหาอร่อยปากอิ่มท้องกันไม่หวาดไม่ไหว แต่ยังมีสินค้าทั้งของใช้ทั่วไปและสินค้าแฟชั่นราคามิตรภาพให้เดินช้อปปิ้งย่อยมื้อกลางวันกันสนุกสนานอีกด้วย

ร้านเด็ดที่น่าจะถูกใจคนรักสุขภาพต้องร้านนี้ Seeds Republic ร้านน้ำธัญพืชปั่น มีให้เลือกดื่มตั้งแต่เมนูทั่วไปอย่างน้ำเต้าหู้ ไปจนถึงเมนูแปลกใหม่น่าลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำข้าวไรซ์เบอร์รี่ปั่น น้ำถั่วแดงปั่น น้ำมันม่วงปั่น

ขนมโตเกียวแบบทั่วไปจะหากินที่ไหนก็ได้ แต่โตเกียวแป้งสีดำที่ทำมาจากผงถ่านชาร์โคล ต้องมากินที่ตลาดรวมทรัพย์เท่านั้น นอกจากไส้ปกติเหมือนขนมโตเกียวทั่วไปแล้ว เจ้านี้ยังมีไส้พิเศษอย่างชาเขียว ชาไทย มันม่วง ทุเรียน ให้ลองชิมกันด้วย
Location: ริมถนนอโศก ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Open: วันจันทร์-ศุกร์ 07.00-16.00 น. (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์)

ตลาดนัด มศว

อีกหนึ่งตลาดที่พร้อมไปด้วยของกินและของใช้ ตลาดนัด มศว มีทุกวันอังคารและพฤหัส ตั้งอยู่ข้างในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ด้านหน้าลานน้ำพุใหญ่ ที่นี่มีลานใหญ่หนึ่งลานเป็นโซนของใช้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ชุดออกกำลัง เครื่องครัว ของชอปปิ้งต่างๆ สไตล์ตลาดนัด และซุ้มร้านอาหารที่ทอดยาวตามแนวกำแพงอ้อมตึกหลายร้านมากมายเลยทีเดียว

Location: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Open: วันอังคาร และ วันพฤหัส

พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง
ย่านอโศกก็ใช่ว่าจะมีแต่ตึกสูงหรือคาเฟ่เก๋ไก๋ หากอยากจะเร้นกายออกไปจากความเป็น Urban Creatures สักครู่ ขอเพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปในบริเวณสยามสมาคม ก็จะเปรียบเสมือนว่าเรานั้นคือแม่มณีที่กำลังเดินทะลุกระจกจากห้องนอนที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นไปสู่เรือนคุณหลวงในอดีตเมื่อร้อยปีที่แล้ว นั่นก็เพราะในสยามสมาคมแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเรือนคำเที่ยง เรือนเครื่องสับแบบล้านนาไทยดั้งเดิม หรือที่เรียกว่าเรือนกาแล เรือนคำเที่ยงสร้างขึ้นริมแม่น้ำปิงเมื่อปี พ.ศ. 2391 และได้รับการย้ายมาจัดแสดงอยู่ในบริเวณสยามสมาคมเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยใช้เวลาในการขนย้ายถึงสองปี

ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงวิถีชีวิตของชาวไทยล้านนา ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ ประเพณี ความคิด ความเชื่อ ความศรัทธา รวมถึงพิธีกรรมต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับอดีตของตนเอง
Location: สยามสมาคม ติดกับ MRT สุขุมวิท ริมถนนอโศกมนตรี
Open: วันอังคาร-เสาร์ 09.00-17.00 น. (หยุดวันอาทิตย์-จันทร์)
Tel: 02-661-6470

KliqueDesk
จะเป็นฟรีแลนซ์ หรือมีงานประจำแต่เพิ่งรับฝิ่นมา อยากจะหาที่นั่งทำงานได้นานๆ ไม่เขิน ไม่ต้องนั่งเกร็งกับกาแฟแก้วที่หมดไปเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว เดี๋ยวนี้เค้าก็มี Co-working Space เปิดใหม่มากมายผุดขึ้นทั่วเมืองราวกับดอกเห็ด KliqueDesk เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ดีไซน์ของที่นี่จะเลือกใช้โทนสีเหลืองสะดุดตา สร้างความรู้สึกสดใสและตื่นตัวให้กับผู้ที่มาใช้งาน

มีฟังก์ชั่นให้เลือกใช้ตั้งแต่โต๊ะทำงานแบบบินเดี่ยวหิ้วโน้ตบุ๊คมา ห้องประชุมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ไปจนถึงสำนักงานให้เช่ารายเดือน ใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศก็ไปใช้บริการกันได้ในราคาเริ่มต้นที่วันละ 300 บาทเท่านั้น
Location: อาคารชินวัตร ไหมไทย ชั้น 2 ซ.สุขุมวิท 23
Open: วันจันทร์-เสาร์ 09.00 – 19.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)
Tel: 02-105-6767

Asoke Chill

สวนเบญจกิติ
ปอดสีเขียวใจกลางเมืองที่เรารู้มาว่าคนจำนวนหนึ่งมักจะสับสนกับสวนเบญจสิริซึ่งตั้งอยู่ข้างศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ก็เลยจะมาแอบบอกหลักการจำง่ายๆ ว่า สวนเบญจกิติ เป็นสวนที่ตั้งอยู่ข้างๆ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ซึ่งมีคำลงท้ายเหมือนกันแบบไม่บังเอิญ ที่ตั้งของสวนสาธารณะนี้เรียกได้ว่าอยู่ใจกลางเมืองในย่านธุรกิจของกรุงเทพอย่างแท้จริง ภายในสวนมีที่จอดรถจำนวนค่อนข้างพอเพียงกับคนที่เดินทางมาใช้บริการโดยรถยนต์ส่วนตัว มีบึงขนาดใหญ่รูปทรงรีล้อมรอบด้วยลู่สำหรับวิ่งหรือเดินออกกำลังกายและเลนปั่นจักรยาน ในระยะทางเมื่อครบหนึ่งรอบจะอยู่ที่ประมาณเกือบ 2 กม. รอบบึงมีห้องน้ำให้บริการ 2 จุด ข้อดีคือลู่วิ่งมีกำหนดเส้นแบ่งชัดเจนสำหรับทางวิ่งและทางเดิน (Walkway I Running Lane) ส่วนเลนจักรยานนั้นจะแยกออกจากลู่วิ่งโดยการยกสเต็ปและมีแนวพุ่มไม้คั่น ซึ่งขนาดของเลนจักรยานนั้นอาจจะไม่กว้างขวางนัก เพียงพอแค่สำหรับให้ปั่นแซงได้หนึ่งต่อหนึ่งคัน ดังนั้นใครที่อยากจะนำจักรยานมาปั่นที่สวนนี้อาจจะไม่สามารถใช้ความเร็วได้เกิน 20 กม./ ชม.

นอกจากนักวิ่งและนักปั่นแล้ว สวนแห่งนี้ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับใครก็ตามที่อยากมาเล่นโยคะ บอดี้เวท โดยจะเอาเสื่อมาปูบนสนามหญ้าหรือบริเวณพื้นไม้ระแนงริมบึงน้ำก็ให้บรรยากาศร่มรื่นเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งใครที่ไม่ชอบวิ่งและไม่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายอื่นๆ ของตัวเอง สวนแห่งนี้ก็มีบริการจักรยานให้เช่า มีลานเครื่องออกกำลังกาย หรือคู่รักคู่ไหนอยากจะมาปั่นเรือเป็ดก็มีให้บริการอีกเช่นกัน หากใครที่ชอบออกกำลังกายแต่ไม่อินกับการวิ่งหรือปั่นอยู่กับที่บนตึกสูงๆ สวนเบญจกิตติคือหนึ่งทางเลือกให้ได้ออกมาสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์และวิวสีเขียวร่มรื่น โดยที่ไม่จำเป็นต้องพาตัวเองออกห่างจากใจกลางเมืองแต่อย่างใด
Location: ถ.รัชดาภิเษก ข้างศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Open: ทุกวัน 05.00 – 20.00 น.
Tel: 02-254-1263

AA Ritzy

จาก BTS อโศกลองเดินเล่นเรื่อยๆ เข้าซอยสุขุมวิท 23 ในซอยนี้จะมีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่น่าแวะนั่งหย่อนใจอยู่เป็นระยะๆ แต่หากเดินไกลลึกเข้าไปอีกหน่อยทะลุออกซอยสวัสดี จะเจอกับคาเฟ่รูปกล่องสี่เหลี่ยมขุ่นๆ ดูแปลกตา ที่นี่เองคือคาเฟ่กึ่งอาร์ตแกลเลอรี่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ตัวคาเฟ่ออกแบบให้มีลูกเล่นด้วยการฝังไฟ LED ไว้ตามกรอบประตูหน้าต่าง ทำให้กลายเป็นร้านที่เปลี่ยนสีสันไปได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน ใครชื่นชอบการเช็คอินถ่ายรูปรับรองว่าไม่ผิดหวัง

ส่วนอาหารที่นี่มีทั้งเมนูอาหารหลัก ขนม และเครื่องดื่ม ปรุงและเสิร์ฟอย่างดีในสไตล์โฮมเมด อิ่มแล้วก็สามารถออกไปเดินเล่นเสพย์ศิลป์ในอาร์ตแกลเลอรี่ข้างๆ ได้อีกด้วย เรียกว่าได้ให้ทั้งอาหารปากและอาหารตาครบจบในที่เดียว
Location: Raya Building ซอยสุขุมวิท 31
Open: เปิดทุกวัน 09.00 – 18.00 น. (ยกเว้นวันพุธ)
Tel: 094-418-1564

Asoke Drink

Q&A Bar

บาร์ลึกลับที่นาทีนี้ก็อาจจะไม่ค่อยลับแล้ว แต่ถ้าจะไม่ให้รวมเข้ามาเป็นหนึ่งในสถานที่ต้องไปย่านอโศกก็ดูจะไม่แฟร์กับนักท่องราตรีจนเกินไป ความลึกลับของ Q&A ไม่ได้เป็นกิตติศัพท์ที่ได้มาอย่างลอยๆ แต่ได้มาด้วยขนาดร้านที่เล็กมากแบบต้องตะแคงตัวเดินในบางครั้ง ป้ายร้านที่ไม่ได้โดดเด่นจนเป็นที่สังเกตเห็นชัดเจน ที่นั่งน้อยมากเสียจนถ้าไม่ได้จองก่อนและคิดว่าจะ walk in เข้าไปอาจจะมีแพ้บายกลับบ้าน

แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้บาร์ลึกลับนี้ยังคงมีนักดื่มวนเวียนมาไม่ขาด ก็คือฝีเขย่าของบาร์เทนเดอร์ ที่เด็ดขาดทั้งรสชาติและลีลา ถ้าคุณเป็นสายดื่ม ชื่นชอบการร่ำสุราที่ต้องใช้ศิลปะในการปรุง ไม่เน้นเมาแบบหัวราน้ำ ก็ขอเรียนเชิญรับประทานมื้อเย็นให้อิ่มจากที่อื่นก่อนมานั่งสวยๆ เท้าคางมองท่าเชคของบาร์เทนเดอร์ เพราะที่นี่ไม่มีเมนูอาหารให้สั่งนะจ๊ะ
Location: ริมถนนอโศก ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน
Open: วันจันทร์-เสาร์ 19.00 – 02.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)
Tel: 02-664-1445

photo credits:
http://www.bkkmenu.com
https://food.mthai.com
http://www.sac.or.th
http://www.timeout.com

Writer