โยคะไป ดื่มเบียร์ไป จะไหวเหรอเนี่ย?!

95% ของประชาชนชาวโลกที่รักการออกกำลังกายและติดตามข่าวสารอยู่เสมอๆ น่าจะรู้นะครับ ว่าการออกกำลังกายไปพร้อมๆ กับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะเกิดอันตรายต่อตนเองมากกว่าเกิดประโยชน์ แล้วเหตุใด beer จึงถูกนำมาผนวกกับศาสตร์อินเดียโบราณอย่าง yoga ได้ มันใช่เหรอ? ได้เหรอ? มีประโยชน์เหรอ?
ในนามของผู้ฝึกโยคะมากว่าสิบปี และผู้ดื่มเบียร์มากว่ายี่สิบห้าปี

ขอบอกตรงๆ ตรงนี้เลยนะครับว่า ถ้าอยากมีอายุยืน ยืนตรง คงสภาพร่างได้ดี จงทำสองสิ่งนี้แยกกันเถิด

จะฝึกโยคะก็ฝึก
โยคะคือการฝึกรวมเอาลมหายใจ จิต และการเคลื่อนไหวเปลี่ยนอิริยาบทต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อควบคุมระบบในร่างกายที่ผู้ที่ไม่ได้ฝึกโยคะจะควบคุมไม่ได้หรือควบคุมได้ยากกว่า และ สมาธิ สติ และปัญญา จะเกิดจากสิ่งนั้น ส่วนความผอม กระชับ สมองปลอดโปร่ง ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น แข็งแรง ป่วยน้อยลง ขับถ่ายดีขึ้น ก็คือประโยชน์อีกมากมายของโยคะที่โยคีหลายคนเห็นผล

จะดื่มเบียร์ก็ดื่ม
เบียร์คือเครื่องดื่มผู้ใหญ่ยอดนิยมที่ผ่านกรรมวิธีการหมักน้ำและธัญพืช มีรสขมแต่ชื่นใจ หลายสำนักได้เผยแพร่ประโยชน์ของเบียร์มากมายเช่น ป้องกันโรคหัวใจ สลายนิ่วในไต ดีต่อระบบขับถ่าย และอื่นๆ ที่สำคัญ ดื่มเบียร์แล้วเพลินดี แต่ดื่มเยอะๆ ก็เมา

แล้วคนฝึกโยคะ ควรสติดี ว่างเปล่า หรือกึ่มๆ ?
โยคะเบียร์ หรือ ชื่อใหม่ว่า Brew Yoga อธิบายว่า เป็นการฝึกโยคะที่เพ่งจิตไปที่ขวดเบียร์ อืม นี่มันบูรณาการศาสตร์กันเลยนะเนี่ย แต่ในทางปฏิบัติ (จากการส่องคลิปและบทสัมภาษณ์) Brew Yoga เค้าก็ยืนบนเสื่อโยคะ มือถือขวดเบียร์ ทำท่ายืนขาเดียวบ้าง เหยียดยืดบ้าง ท่าจับคู่บ้าง ชนขวดกระดกดื่มบ้าง คล้องแขนดื่มก็มี จบ เรียกว่าโยคะเบียร์ สนุกมั้ย คงเพลินดี เมามั้ย อาจจะไม่ แค่กึ่มๆ ได้ประโยชน์จาก “โยคะ” มั้ย คงไม่
เพราะมันไม่ใช่ “โยคะ” ยังไงล่ะ

 ครูโยคะในไทยหลายท่านจึงส่ายหัว ปิดตา ปิดหู เพราะคงไม่อยากพูดถึงหรือโจมตีธุรกิจใคร ทั้งๆ ที่รู้ว่า โยคะเบียร์ ไม่ใช่ โยคะ แต่ขออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็แล้วกัน ถามว่า หัวร้อนมั้ย ที่มีคนไม่เข้าใจแก่นแท้ของโยคะ เอาคำว่า โยคะ ไปใช้ผิดๆ ให้คนเข้าใจผิด – ก็น่าจะร้อน แต่สุดท้าย โยคะ (จริงๆ) ก็ทำให้เหล่าโยคี (จริงๆ) ย้อนกลับมาที่ตัว หายใจเข้าลึก หายใจออกยาว กลับสู่เสื่อตัวเอง ลมหายใจตัวเอง ความสันโดษ ไม่กล่าวถึงใคร ไม่แข่งขัน ไม่มีตัวตน ใครจะโยคะเพ่งจิตที่ขวดเบียร์ก็ปล่อยไป ถ้าชอบ ถ้าสนุก ถ้าใช่ ก็จงทำต่อไป ถามใจตัวเองดู
ส่วนผม ก่อนจะมาสอนโยคะนั้น ก็เคยเมาหัวราเบียร์มาก่อน คืนหนึ่ง หลังจากดื่มเบียร์ได้ที่ ก็ชวนเพื่อนสาวในวงเบียร์ที่เป็นโยคี ลุกขึ้นมาไหว้พระอาทิตย์ด้วยความคึกคะนอง โอย แค่รอบเดียวเท่านั้นครับ ล้มฟุบ หายใจไม่ทัน หัวใจจะหลุดออกมาจากอก เลือดคงสูบฉีดเกิน ในใจคิดว่า ตายห่า หรือกูต้องตายตอนนี้ แต่พยายามใช้การควบคุมลมหายใจที่ฝึกมาจากโยคะ (จริงๆ) มาแก้อาการตัวเองตอนนั้น จนผ่อนคลายได้ในที่สุด รอดตาย

 จากประสบการณ์ตรงดังกล่าว จึงอยากบอกอีกครั้ง แก่ผู้รักโยคะ หรือรักเบียร์ หรือผู้ที่รักทั้งสอง อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ว่า
จะฝึกก็ฝึก เอาให้สุด
จะดื่มก็ดื่ม เอาให้เต็มที่
และถ้าจะฝึกและดื่มไปด้วย ก็ตามสบาย เราอาจสนใจในศาสตร์และความ “ลึก” ที่แตกต่างกัน และคุณก็จงภูมิใจที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้าน
“การเหยียดยืดเบาๆ บนเสื่อโยคะและเพ่งจิตไปยังขวดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์”
ขอให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการฝึกฝนของคุณนะ
Namaste

Photo Credits :
http://totallystockholm. se
http://www.smeleader. com

Contributor

ฐิตวินน์ คำเจริญ

เป็นนักจัดรายการวิทยุ ที่เขียนหนังสือได้ สอนโยคะด้วย และรับจ้างทำงานทุกรูปแบบ