Whal & Dolph แก๊งปลาว่ายวนในเสียงเพลง บรรเลงดนตรีป็อปให้ฟุ้งเมือง

คืนหนึ่งเราเปิดเพลงฟังวนตอนหัวแตะหมอนไปตามประสา แล้วการสุ่ม playlist ก็พาเรามาเจอกับเสียงร้องนุ่มฟังสบาย พร้อมเสียงเกากีตาร์ในท่วงทำนองดนตรีป็อป ซุกซ่อนกลิ่นอายโซล จากเพลง ‘ยิ้ม’ ที่ชวนให้มุมปากยกยิ้มได้ง่ายๆ และพวกเขากลายเป็นอีกหนึ่งวงดนตรีโปรดของเราไปโดยปริยาย เรากำลังพูดถึง  “Whal & Dolph”    นำ้วน – วนนท์ กุลวรรธไพสิฐ (วาฬ) และ ปอ – กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ (ดอล์ฟ) ดูโอดนตรีป็อปที่เดินทางมาจากมหาสมุทรกว้างใหญ่ เพื่อมอบเสียงเพลงให้คนเมืองได้ปล่อยใจพักผ่อนกัน

เมื่อเจ้าวาฬกับเจ้าดอล์ฟเล่นเพลงใหม่ล่าสุดที่ mv มีความทะเล้นได้ใจอย่าง “เก็บเธอเอาไว้ดูก่อน” ให้ฟังสดๆ เป็นที่เรียบร้อย เราจึงเริ่มการพูดคุยแบบเป็นกันเองที่สุดในบรรยากาศชุ่มฉ่ำหลังฝนตก ไปพร้อมกับความอารมณ์ดีของแก๊งปลาเพื่อนซี้

UC : จุดเริ่มต้นของกระแสน้ำที่พัดพา Whal & Dolph ให้มาเจอกัน

น้ำวน : เมื่อก่อนเรามีวงดนตรี underground กันคนละวง เริ่มรู้จักกันจากตรงนั้น สมาชิกในวงเก่าปอเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเลยสนิทกัน จนวันหนึ่งเรามานั่งคิด และตั้งต้นโปรเจ็กต์ด้วยคำว่า Whal & Dolph คุยกันว่า มาทำเพลงป็อปกันไหม เพราะเมื่อก่อนเล่นร็อคทั้งคู่ แต่เรามีความชอบแนวเพลงป็อปอยู่แล้วนะ พอลองมาทำงานด้วยกันมันก็ไปกันยาวๆ

UC : ทำไมต้อง Whal & Dolph

ปอ : เราอยากตั้งชื่อที่เป็นสัตว์น่ารักๆ สองตัว (ยิ้ม) แล้วเพลงเราฟีลมันเหมือนกับทะเล ก็เลยคิดว่าสัตว์สองตัวในทะเลน่าจะเป็น ‘โลมา’ และ ‘วาฬ’ ที่อยู่เป็นเพื่อนกัน เลยเอามาตั้งเป็นชื่อวงซะเลย

UC : ภายใต้พระเอกเอ็มวีไม่รูดซิปในเพลง “เก็บเธอเอาไว้ดูก่อน”

น้ำวน : เพลง ‘เก็บเธอเอาไว้ดูก่อน’ ที่ปล่อยให้ฟังกันไปแล้ว พื้นฐานมันเป็นเพลงป็อป ผสมความอิเล็กทรอนิกส์เบาๆ แต่ด้วยความเป็น Whal & Dolph เราเลยให้อะคูสติกเป็นตัวนำมากกว่า

ปอ : เนื้อหาเพลงพูดถึงเรื่องราวของคนที่ยังไม่มั่นใจกับคนๆ หนึ่ง เหมือนแบบว่า เฮ้ย ดูๆ กันไปก่อนได้หรือเปล่า เรายังไม่พร้อมนะ แต่ถ้าเธอรอไม่ไหวก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจได้ แต่ถ้าเธอรอไหว มันอาจจะเจอวันที่ดีก็ได้ เป็นการบอกประมาณว่า ขอเวลาหน่อย ใจเย็นๆ ไม่ใช่ไม่สนใจเธอนะ แต่รอก่อนได้ไหม… (ถ้าใจเธอยังไหว)

UC : ความเป็นกรุงเทพฯ แทรกซึมในชีวิต ‘สองปลา’

น้ำวน : กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของการทำงานสำหรับคนดนตรี การที่อยู่ในกรุงเทพฯ เลยเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับคนทำเพลงอย่างพวกเรา เพราะในกรุงเทพฯ มีอีเวนท์ดนตรีที่เวลาเราไปดูแล้วจะช่วยเติมไฟ และมันค่อนข้างหลากหลายนะ อยากดูวงที่ mass จัดๆ ไปเลยก็มี หรือจะวงอินดี้จ๋าก็ได้ มันมีหลายทางให้เลือก

“เราว่ากรุงเทพฯ มีเสน่ห์ มันเป็นเมืองที่ไม่เคยปิด”

ปอ : ตอนเช้ามีสวนสาธารณะให้เราไปเดินเล่นได้ หรือว่าตอนกลางคืนถ้าเราไม่ง่วง มันก็จะมีห้างที่เปิด 24 ชั่วโมงให้เราไปนั่งชมแสงไฟ หรือนั่งรถเมล์ เรียกได้ว่าทุกคนมารวมกันที่นี่ มันเป็นการปนเปที่ดี

UC : ยามว่างในเมืองกรุง…ขอพักผ่อนหย่อนใจที่นี่สักเดี๋ยว

น้ำวน : เราเป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งที่เยียวยาเราได้ในเวลาว่างก็คือกาแฟ เลยชอบไปนั่งชิลล์ ไปใช้เวลาตามคาเฟ่

ปอ : จริงๆ ในย่านที่เราอยู่แถวรัชดา ลาดพร้าวก็ไปมาเกือบหมดแล้ว

น้ำวน : พวกเรามีร้านโปรดกันร้านหนึ่งที่ไปบ่อยมาก คืออยู่ใกล้ๆ บ้านปอเลย เป็นร้านกาแฟเล็กๆ นั่งได้ประมาณห้าคน ไม่มีแอร์ อยู่ติดถนน แต่กาแฟอร่อยมาก แถมไม่แพงด้วย

UC : ถ้าให้พาชาวต่างชาติเที่ยวกรุงเทพฯ สักครั้ง

ปอ : เราอยากให้เขามาในที่ที่แบบไม่ใช่แค่ข้าวสาร

น้ำวน : อ๋อ ไม่ใช่แค่ที่แลนด์มาร์ก

ปอ : ใช่ เราอยากให้เขาลองเดินทั่วๆ อย่างเราไปต่างประเทศ ก็ชอบไปเดินดูให้ทั่ว มันจะเจออะไรแปลกๆ เราว่ากรุงเทพฯ มันมีอะไรแปลกน่าสนใจเยอะมาก เช่น กรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมของกินที่น่าจะใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีของทุกจังหวัด อยากกินอะไร ซีฟู้ด, อาหารใต้, อาหารเหนือก็มี บางร้านอร่อยกว่าที่เหนืออีก (หัวเราะ) เราเลยรู้สึกว่า อยากให้เขาลองเดินดูให้ทั่ว เพราะจริงๆ แล้วกรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อยู่เยอะมาก

UC : อยากบอกอะไรกับกรุงเทพฯ

น้ำวน : เราเคยคุยกับปอถึงสโลแกนของกรุงเทพฯ ว่า ‘กรุงเทพฯ อะไรก็ได้’ เพราะว่ามันค่อนข้างมีความยืดหยุ่นสูง

ปอ : อย่างเราเคยไปต่างประเทศ บางที่ตอนมืดก็ไม่มีอะไรทำแล้ว ของกินก็แพง แต่ในกรุงเทพฯ คุณจะกินหรูหรือจะกินง่ายแค่ไหนก็ได้ ทุกที่ทุกเวลามีของกินให้คุณไป รู้สึกว่ามันเป็นการรวมกันที่มีเสน่ห์มาก

น้ำวน : พอไปต่างประเทศก็คิดว่า เราคงมาเที่ยวได้อย่างเดียว คงมาอยู่แล้วไม่มีความสุขเท่าไหร่ เพราะเราชินกับความง่ายๆ ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว

ปอ : อย่างที่อื่นรถไฟฟ้าหมดตอนกลางคืน ก็ไปไหนไม่ได้ เรียกแท็กซี่ก็แพงมาก แต่กรุงเทพฯ มีมอ’ ไซต์ มีรถกะป๊อ ตุ๊กตุ๊ก มีทุกอย่างเลย

“กรุงเทพฯ อาจจะไม่สวยหรูหรือเรียบร้อยเหมือนที่อื่น แต่มันมีเสน่ห์และทำให้เราอยู่ได้อย่างสบายใจ และเรารักกรุงเทพฯ นะ”

UC : ทิ้งทายทิ้งทวน

ปอ : ติดตามพวกเรา Whal & Dolph จากค่าย Whattheduck ได้ทุกๆ ช่องทางนะครับ เราเล่นกันทุก social network เลย ที่สำคัญเราอยากให้ทุกคนมาฟังเราเล่นสดมากๆ เราจะได้สื่อสารตัวต่อตัวให้คุณฟัง

น้ำวน : อยากฟังพวกเราเล่นให้มาดูพวกเรา แต่ถ้าอยากคุยกับพวกเราให้ไปคุยที่ social network คร้าบ (หัวเราะ)

จากที่เราได้ฟัง Whal & Dolph ร้อง เล่น และพูดคุยกับแบบสดๆ มาแล้ว คอนเฟิร์มได้เลยว่า ได้รับการสื่อสารแบบตัวต่อตัว ทั้งภาษากาย ภาษาใจ และภาษาดนตรีตามแบบฉบับสองแก๊งปลาเพื่อนซี้ ‘วาฬและดอล์ฟ’ อย่างเต็มอิ่มในทุกห้วงความรู้สึก

“รักเมือง รักน้ำ รักปลา รัก Whal & Dolph”

Special thanks: Tiny Tree

Contributor

สิริลักษณ์ สุขสวัสดิ์

Writer

In a relationship with เสียงเพลง ตัวหนังสือ แซลมอน มัทฉะลาเต้หวานน้อย และการคุยกับผู้คน ชอบเที่ยวสำรวจเมืองแต่ก็ขาดธรรมชาติไม่ได้ ทำงานพาร์ทไทม์เป็นนักดูคอนเสิร์ต