หนึ่งฉากสำคัญในคัมภีร์ไบเบิลที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คงหนีไม่พ้น ‘อาหารค่ำมื้อสุดท้าย’ ช่วงเวลาเฉลิมฉลองเทศกาลวันปัสกาก่อนที่พระเยซูจะถูกนำไปตรึงกางเขน ซึ่งในแง่ของนักโบราณคดี ก็หยิบเรื่องราวมาวิเคราะห์ เพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อม และการเป็นอยู่ของผู้คนในตะวันออกกลาง หรือแม้แต่จิตรกร ก็นำเรื่องเล่าเหล่านี้ไปต่อยอดจินตนาการจนออกมาเป็นภาพวาดตามแบบฉบับของตัวเอง

โดยเฉพาะ ‘The Last Supper’ ภาพวาดมื้ออาหารอันโด่งดัง ที่ถูกเนรมิตขึ้นโดยศิลปินชาวอิตาเลียนยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา อย่าง เลโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งหยิบเหตุการณ์จากคัมภีร์ไบเบิลมาเล่าผ่านผลงานจนเกิดเป็นมาสเตอร์พีชชิ้นนี้ หากเรามองดูอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ จะเห็นว่ามีทั้ง ขนมปัง แก้วไวน์ ส้ม และปลาไหลย่าง แต่รู้หรือไม่ว่า ภาพ ‘พระกายาหารมื้อสุดท้าย’ ที่เราๆ เห็นกันนั้น ในความจริงแล้วยังแอบซ่อนเมนูอาหารอีกหลายอย่างที่นักโบราณคดีคาดว่า ‘มี’ และ ‘ไม่มี’ บนโต๊ะอาหารอีกด้วย

| ‘ขนมปัง’ กับ ‘ไวน์’ เมนูที่ขาดไม่ได้

“ตอนที่กินอาหารกันอยู่ พระเยซูหยิบขนมปังแผ่นหนึ่ง อธิษฐานขอบคุณพระเจ้า หักส่งให้พวกสาวก . จากนั้นพระเยซูก็หยิบถ้วยขึ้นมา อธิษฐานขอบคุณส่งให้พวกเขาแล้วพูดว่า ‘ให้ทุกคนดื่มจากถ้วยนี้’. เพราะนี่หมายถึงเลือดของผม … ” (มัทธิว 26:26-28)

“… ผมจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นอีกเลย จนกว่าจะถึงวันนั้นที่ผมจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่กับพวกคุณตอนที่อยู่ในราชอาณาจักร
ของพระเจ้าผู้เป็นพ่อของผม” (มัทธิว 26:29)

แน่นอนว่าเหล่าคริสตชนย่อมรู้ความหมายดีว่า ‘ขนมปัง’ เปรียบเสมือนตัวแทน ‘ร่างกาย’ และ ‘เหล้าองุ่น’ เปรียบเสมือน ‘โลหิต’ ของพระเยซู ถึงแม้อาหารมื้อสุดท้ายของพระองค์กับเหล่าอัครสาวก จะถูกบันทึกในคัมภีร์ไบเบิลไว้เพียงแค่ ‘ขนมปัง’ และ ‘เหล้าองุ่น’ ก็ตาม แต่หากอาหารมื้อนั้นเป็นมื้อที่พระเยซูกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ ก่อนวันปัสกาอยู่ล่ะ จะเป็นเพียงแค่ขนมปังและไวน์ธรรมดาๆ เท่านั้นหรือ ? 

สำหรับเครื่องดื่มอย่าง ‘เหล้าองุ่น’ เป็นไวน์ปรุงแต่งด้วยสมุนไพร หรือ Aromatized Wine คือ ไวน์ที่นิยมดื่มก่อนอาหาร โดยหมักเหล้าด้วยสมุนไพรต่างๆ เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นของสมุนไพรนั้นๆ ส่วนขนมปังที่อยู่บนจานอาหารของพระเยซูคงไม่ใช่ขนมปังบาแก็ต หรือขนมปังบริยอชตามแบบฉบับยุโรป แต่เป็นแผ่นขนมปังที่ไม่ใส่ ‘ยีสต์’ ให้เกิดความฟู ซึ่งชาวยิวหลายคนเรียกมันว่า ‘ขนมปังไร้เชื้อ (Matzah)’ ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกให้ลองนึกถึงขนมปัง ‘นาน (Nann)’ อาหารจานหลักของคนอินเดีย

ชาวยิวมักนิยมกินขนมปังไร้เชื้อช่วงวันสะบาโต ในเทศกาลก่อนวันปัสกา (Passover) เพื่อระลึกถึงความขมขื่นที่ตกเป็นทาสอียิปต์ และยังมีความเชื่อว่า หากทานขนมปังไร้เชื้อจะทำให้ร่างกายและจิตใจบริสุทธิ์ปราศจากเชื้อเก่าๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากอียิปต์มาตอนเป็นทาส

| มองไม่เห็นใช่ว่า ‘ไม่มี’

สองนักโบราณคดีชาวอิตาเลียน ‘Generoso Urciuoli’ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์ และ ‘Marta Berogno’ นักโบราณคดี และนักอียิปต์วิทยาประจำพิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งเมืองตูริน ประเทศอิตาลี ได้ลงมือศึกษามื้ออาหารของพระเยซูคริสต์โดยใช้พระคัมภีร์ และข้อมูลทางโบราณคดีมาวิจัย ซึ่งทั้งสองได้เผยแพร่งานวิจัยในหนังสือ ‘Gerusalemme : I’Ultima Cena (Jerusalem : The Last Supper) ’ โดยระบุว่า มื้ออาหารของพระเยซูคริสต์ในวันนั้น นอกจากจะมีขนมปัง กับไวน์แล้ว เป็นไปได้ว่าอาจมี ชาโรเซต (Charoset), สมุนไพรขม (Bitter Herbs), ถั่วพิตาชิโอ (Pitachio), ถั่วตุ๋น (Cholent), ลูกมะกอกเทศ (Olives) และอินทผลัม (Date) อยู่ด้วย

เพราะในช่วงคืนก่อนเริ่มเทศกาลปัสกา จะมีพิธีเซเดอร์ (Seder) การทานอาหารร่วมกันของครอบครัวชาวยิว และคนสนิท ซึ่งจะมีการดื่มไวน์องุ่น 4 แก้ว โดยแต่ละแก้วจะมีความหมายแตกต่างกันออกไป แก้วแรก คือ การชำระให้บริสุทธิ์ แก้วที่สอง คือ การไถ่บาป ถัดมาคือ การให้พระพร และสุดท้ายเป็นแก้วที่แสดงถึงการขอบคุณ 

โดยพิธีเซเดอร์แน่นอนว่าต้องมี ‘ชาโรเซต (Charoset)’ เมนูประจำเทศกาลปัสกา ที่มีส่วนผสมของถั่ว แอปเปิ้ล อบเชย ไวน์แดงหวาน และน้ำผึ้ง เป็นสัญลักษณ์แทนก้อนอิฐที่ทาสชาวยิวใช้ก่อสร้างบ้านเรือนและปิรามิดให้ชาวอียิปต์ ‘ถั่วตุ๋น (Cholent)’ สตูว์สไตล์คนยิวที่ใช้เวลาในการเคี่ยวถั่วด้วยอุณหภูมิต่ำ ‘สมุนไพรรสขม (Bitter Herbs)’ เช่น รากมะรุม หรือพืชชนิดอื่นๆ เพื่อแสดงความขมขื่นที่ตกเป็นทาสของอียิปต์โบราณ และ ‘หุสบ (Hyssop)’ สมุนไพรตระกูลมินต์ ที่ชาวอิสราเอลมักจะกินในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว 

นอกจากนั้น ยังมีพืชผลท้องถิ่น เช่น อินทผลัม (Date) ถั่วพิตาชิโอ (Pitachio) และลูกมะกอกเทศ (Olives) ด้วยสภาพภูมิอากาศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน จึงทำให้เป็นพืชที่สามารถเติบโตได้ดี และพบมากในดินแดนตะวันออกกลาง จนกลายมาเป็นไม้พื้นเมืองของผู้คนในแถบนี้ อีกทั้งในพระคัมภีร์ยังมีการกล่าวถึงมะกอกเทศว่า

“… เป็นแผ่นดินที่มีข้าวและเหล้าองุ่น เป็นแผ่นดินที่มีขนมปังและสวนองุ่น แผ่นดินที่มีน้ำมันมะกอกและน้ำผึ้ง …” (2 พงศ์กษัตริย์ 18:32)

จึงมีความเป็นได้สูงว่าในอาหารค่ำมื้อสุดท้ายนั้น ต้องมีเมนูเหล่านี้อยู่

| ‘อาหาร’ ที่ไม่มีบน ‘โต๊ะอาหาร’

เมนูอาหารที่ทำให้หลายต่อหลายคนเข้าใจผิดว่าพระเยซูคริสต์ได้ทานในมื้ออาหาร คือ ปลาไหลย่าง และส้ม ซึ่งนักโบราณคดีต่างออกมาพูดเสียงเดียวกันว่า ‘ไม่มีทั้งสองเมนูนี้อยู่ในมื้ออาหารนั้นอย่างแน่นอน !’ เพราะกว่า ‘ส้ม’ จะเข้ามาเป็นที่รู้จักในดินแดนตะวันออกกลางก็หลังจากพระเยซูคริสต์ตายไปเกือบ 300 ปีแล้ว โดยสิ่งที่เราเห็นผ่านภาพวาดนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผลส้ม ถูกส่งออกจากอินเดียมายังอิตาลี สเปน และโปรตุเกส อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ เลโอนาร์โด ดาวินชี กำลังวาดภาพ ‘The Last Supper’ ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 อยู่พอดิบพอดี จึงทำให้นั่นเป็นเพียงสิ่งที่ดาวินชียัดมันลงมาในภาพวาดเพื่อสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมของยุคสมัยเท่านั้น 

คล้ายกันกับกรณีของ ‘โต๊ะอาหาร’ แม้ว่าภาพวาดของดาวินชี หรือภาพมื้ออาหารจากศิลปินท่านอื่นๆ จะเป็นโต๊ะยาวสไตล์ยุโรป ตามศตวรรษที่ 15 ก็ตาม แต่ความจริงแล้วพระเยซูคริสต์และอัครสาวกนั่งล้อมวงทานอาหารแบบ ‘ทริคลิเนียม (Triclinium)’ ตามสไตล์กรีก-โรมัน เพราะตอนนั้นอิสราเอลตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมัน จึงได้อิทธิพลมาโดยตรง ซึ่งการจัดโต๊ะแบบทริคลิเนียม เป็นการจัดโต๊ะสามด้านคล้ายกับตัวยู (U) นั่งบนพื้นพรมแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน สามารถเอนกายลงบนหมอนพิงด้านหลังก็ได้แล้วแต่สะดวก 

รวมไปถึงจาน ชาม และเหยือกบนโต๊ะอาหาร ที่เป็นภาชนะทำจากหิน ถ้าอ้างอิงตามหลักฐานที่พบในหลายพื้นที่ใกล้กรุงเยรูซาเล็ม และแคว้นกาลิลี ว่าภาชนะและเครื่องใช้ส่วนใหญ่ภายในช่วงศตวรรษที่ 1 น่าจะทำมาจากหินเสียมากกว่า และอีกกรณีก็เป็นไปได้ว่าอาจใช้ ‘เครื่องปั้นดินเผาจากดินสีแดง’ เพราะเป็นที่นิยมอยู่ในช่วงเวลานั้นเช่นกัน

ถึงแม้ว่าฉาก ‘พระกายาหารมื้อสุดท้าย’ จะถูกทำให้เป็นอมตะโดย เลโอนาร์โด ดาวินชี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ภาพวาดเหล่านั้นจะสะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะมันถูกหล่อหลอมในยุคของดาวินชีเองเข้าไปด้วย โดยความจริงที่ว่า สุดท้ายแล้วอาหารมื้อนั้นของพระเยซูคืออะไร ยังคงมีอีกหลายสมมติฐานที่กำลังรอไขข้อสงสัยมาเรื่อยๆ ซึ่งบทสรุปสุดท้ายเราอาจจะได้เห็นถึงสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และภูมิประเทศของยุคสมัยนั้นได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งมากขึ้นกว่าเดิม

Source : https://www.agapebiblestudy.com/charts/Last_Supper_triclinium.htm
https://www.livescience.com/54154-jesus-last-supper-menu-revealed-in-archaeology-study.html
https://www.foodandwine.com/holidays-events/easter/what-we-think-was-eaten-last-suppe

Facebook Comments