ยุคนี้ใครๆ ต่างก็พูดถึง ‘ดิสรัปชั่น’ หรือยุคที่ทุกอย่างก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกวัน ทั้งข่าวสารมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา หรือเทคโนโลยีที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แน่นอนว่านี่จะเป็นโอกาสของธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในอนาคต แต่อีกแง่หนึ่งธุรกิจที่มีแนวทางเดิมๆ ก็อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป หากไม่ปรับตัวและพัฒนาตัวเองตอนนี้ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังจะเจอทางตัน 

ไม่ใช่แค่วงการสื่อเท่านั้น เพราะตอนนี้อะไรๆ คนก็เลือกใช้บริการผ่านมือถือ แถมยังมีเทคโนโลยีเจ๋งๆ เข้ามาแทนที่แรงงานคน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการสื่อสาร, เทคโนโลยี Cloud, Big Data, Robotics, Machine Learning หรือแม้กระทั่ง AI ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ AI จะมาแย่งงานคนอีกหลายตำแหน่ง

จากบทสรุปของ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum: WEF) ประจำปี 2562 ประเมินสถานการณ์ตลาดแรงงานว่า

“ในอีก 4 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนงานกว่า 75 ล้านตำแหน่งหายไป และจะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้น ถึง 113 ล้านตำแหน่ง”

| DISRUPT OR BE DISRUPTED

การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ทั่วโลกตระหนักถึง ประเทศไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะหลายองค์กรและบริษัทชั้นนำ ต่างก็เร่งหาแนวทางพัฒนาองค์กรและทรัพยากรคน ซึ่งนอกจากการพึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ การทำวิจัยอย่างเจาะลึกเพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญ และคิดหาทางเอาชนะความท้าทายใหม่ ก็เป็นแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที

ล่าสุด มีความร่วมมือในการทำงานวิจัยระดับโลกเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ‘The Stanford Thailand Research Consortium’ โดย มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ดำเนินการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเจาะลึกเต็มรูปแบบ ผ่านหลายโครงการวิจัยและพัฒนาในระยะเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับศักยภาพคนไทยและความสามารถในการแข่งขัน โดยได้รับความดูแลและสนับสนุนจาก เอสอีเอซี (SEAC) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานพลัง AIS, AP Thailand และ KBank ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาทไม่เพียงเพื่อพัฒนาองค์กรให้ทัดเทียมโลกเท่านั้น ยังช่วยยกระดับประเทศไทยสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ทั้งในแง่ศักยภาพของคน เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยการวิจัยนี้จะครอบคลุม 4 ด้าน

1. การยกระดับความสามารถของคนไทยให้เท่าทันโลก
2. การนำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ มาพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจไทย
3. เสริมสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน
4. ส่งเสริมการพัฒนาสังคมเมืองที่คำนึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

โดยเบื้องต้น AIS มุ่งเน้นสนับสนุนงานวิจัยในด้านการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วน KBank มุ่งเน้นในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ AP Thailand มุ่งเน้นในด้านการพัฒนาขีดความสามารถของคนและการศึกษา

| THE UPGRADED HUMAN  VS  AI ROBOTICS

เมื่อพูดถึงยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับมนุษย์มากขึ้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอนาคต AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ ยกตัวอย่างบริษัท Amazon ที่นำเทคโนโลยีมาใช้กับโกดังระบบอัตโนมัติ พร้อมดึงหุ่นยนต์ AI มาทำหน้าที่ยกของหรือจัดการคลังสินค้า รวมถึงเปิดร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะไร้แคชเชียร์ หรือหลายบริษัทในอังกฤษและอเมริกา ก็เริ่มนำเทคโนโลยี AI มาคัดกรองผู้สมัครในแผนก HR ซึ่งช่วยประหยัดเวลา ลดอคติต่อการรับคนเข้าทำงาน ทั้งยังหาคนได้ตรงใจและเหมาะสมกับตำแหน่งอีกด้วย

สิ่งที่ทำให้เรารับมือกับตำแหน่งงานที่จะหายไป หรือเตรียมพร้อมกับตำแหน่งงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดคือ ‘การพัฒนาศักยภาพคน’ สำหรับ AP Thailand ก็ได้มุ่งเน้นให้การสนับสนุนงานวิจัยในเรื่องคุณภาพคน ยกระดับความสามารถของคนไทยให้เท่าทันโลก ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาศักยภาพคนไทย ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำประเทศก้าวเดินไปสู่มาตรฐานใหม่ ให้เท่าทันกับบริบท ของโลกธุกิจ และสังคมที่เปลี่ยนไป

สำหรับ AIS เองมีความตั้งใจในการเตรียมพร้อมให้คนไทยมีความเข้าใจ ตื่นตัว และเสริมสร้างองค์ความรู้ ตลอดจนเกิดเป็นความสามารถใหม่ (New Ability) ที่จะสามารถต่อยอดทำสิ่งใหม่ๆ โดยมีพื้นฐานจากความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยในวงกว้าง

ในส่วน KBank นั้นเน้นงานวิจัย และการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและประชาสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผลักดันให้สังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

SEAC ในฐานะผู้ดูแลโครงการนี้ ชี้แจงว่า จากข้อมูลสถิติทั่วโลกพบว่า ประเทศที่ลงทุนและให้ความสำคัญเรื่องการทำวิจัยมากเท่าไหร่ จะส่งผลโดยตรงต่ออัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ SEAC จึงต้องการร่วมกับมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างสแตนฟอร์ด ทำให้ The Stanford Thailand Research Consortium เกิดขึ้นมาในประเทศไทย โดยเราอยากผลักดันการทำวิจัยทั้งในส่วนที่เป็นการพัฒนาความสามารถขององค์กร และเพิ่มศักยภาพของคนไทย และประเทศไทยในระยะยาวเพื่อสร้างให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวไกลของประเทศอย่างยั่งยืน

และนี่คือความพยายามของหลากหลายองค์กรที่ต้องการให้ประเทศไทย และคนไทยอยู่รอดในยุคดิสรัปชั่น

Facebook Comments