‘เต๋อ-นวพล’ กับวิถีคนทำหนังที่พลิกวิกฤตเป็นพลัง - Urban Creature


ช่วงเวลายามบ่ายของวันที่อากาศหน้าร้อนประเทศไทยร้อนพอๆ กับสถานการณ์ COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเรา จนกรุงเทพมหานครยังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อเนื่อง รวมถึงบางออฟฟิศประกาศให้ Work From Home พวกเราชาว Urban Creature เองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องหอบข้าวหอบของกลับไปทำงานที่บ้าน ช่วงนั้นเองเราก็นั่งคิดว่า ใครบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ จนคอหนังอย่างเรานึกไปถึงการปิดตัวชั่วคราวของโรงภาพยนตร์อย่างไม่มีกำหนด แล้วคนที่อยู่ในวงการภาพยนตร์เองล่ะจะเป็นอย่างไรบ้าง เราจึงยกหูโทรศัพท์ไปคุยกับ ‘เต๋อ-นวพล ธํารงรัตนฤทธิ์’ ผู้กำกับและนักเขียนบทสุดอินดี้ เพื่อถามไถ่เกี่ยวกับมุมมองความคิด และการใช้ชีวิตช่วงนี้ว่าจะอยู่อย่างไรให้รอดไปได้แบบไม่บอบช้ำ

เต๋อ-นวพล กับสถานการณ์ COVID-19 


พี่เต๋อ : จริงๆ ปีนี้เราไม่ได้ทำภาพยนตร์ จะเน้นเป็นโฆษณามากกว่า แต่ก็เลื่อนออกไปหมดแล้ว ชีวิตตอนนี้ส่วนใหญ่ก็อยู่บ้าน แต่ด้วยลักษณะงานที่เราทำ ก็มีหลากหลายขั้นตอนอยู่นะ ถ้าไม่ได้ออกกองโฆษณาหรือภาพยนตร์ เราก็ทำอย่างอื่นแทน แต่ยังคงเป็นการเล่าเรื่องที่เราถนัดอยู่ เพราะจริงๆ ช่วงที่หยุด ทำให้เรามีเวลาได้ลอง ได้คิดถึงการทำงาน หรือนำเสอนงานในด้านอื่นๆ ดูเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่อารมณ์ที่ เย้ โชคดีจัง สบายแล้วได้หยุด แต่ทุกคนเหมือนถูกสั่งให้หยุดโดยอัตโนมัติเลย เราเชื่อว่าทุกคนก็พยายามเอาตัวรอดหลากหลายวิธีมากในช่วงนี้ 


เหมือนกันกับเราที่ยกให้ปีนี้เป็นปีแห่งการเรียนรู้ อะไรที่ไม่เคยทำก็ลองทำ ซึ่งเราเองเป็นคนที่ชอบหาอะไรใหม่ๆ มาเติมให้ตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งพอเจอสถานการณ์โควิด-19 เหมือนมันเป็นโจทย์ยากในชีวิต ทำให้เราถูกหยุด บังคับให้เราต้องคิดอะไรได้เยอะขึ้น เหมือนสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ มีผลต่อเราโดยที่เราไม่รู้ตัวนะ

Photo Credit : IG | ter_nawapol
Photo Credit : IG | ter_nawapol

เราเลยพยายามเปลี่ยนวิกฤตช่วงนี้ให้กลายเป็นเวลาแห่งการเรียนรู้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นช่วงเวลาที่เราอยากคุยกับคนอื่นมากขึ้นเหมือนกัน


เราเลยเริ่มไลฟ์บนเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งมันเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายมาก จริงๆ เขาทำกันมานานแล้ว แต่ก็มานั่งคิดอีกทีว่า เราก็สามารถคุยเรื่องจริงจัง เรื่องซีเรียสในไลฟ์ได้เหมือนกันนะ เลยเริ่มศึกษาพวกโปรแกรมที่จะมาช่วยให้ไลฟ์ดีขึ้น ที่สามารถเปลี่ยนไปดูภาพ ดูวิดีโอ แล้วก็สลับมาหาคนพูดได้ แบบมันง่ายขนาดนี้เลยเหรอวะ ก็เลยรู้สึกว่าเป็นของใหม่เหมือนกันสำหรับเรา (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าปกติเขาทำแบบนี้กันอยู่แล้วหรือเปล่า สำหรับเราแม่งคือเจ๋งดีว่ะ

Photo Credit : Facebook | Nawapol Thamrongrattanarit

ถ้าชีวิตนี้ไม่ออกไปไหนอีกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น


พี่เต๋อ : เป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กแน่นอน คือสภาพตอนนี้ใกล้มากแล้วไม่น่ารอด แต่สำหรับเราส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่า เพราะว่าเราเองก็สนใจแนวนี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับภาพยนตร์เลย แต่เป็นความรู้เรื่องอื่นไป สมมติเราดูสารคดีดีๆ สักเรื่องหนึ่งที่ซับซ้อนมากๆ แต่เขาดันมีวิธีถ่ายทอดเรื่องราวให้มันเข้าใจง่าย ซึ่งพอเราเข้าใจแล้วเอามาเล่าต่อ ก็อาจต่อยอดไปใช้กับเรื่องอื่นในชีวิตประจำวันได้ด้วย คือเหมือนในทุกๆ วันที่เราอยู่บ้าน คือการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ 

เพราะถ้าเราออกไปไหนไม่ได้จริงๆสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้
และควรจะมีคือความรู้พยายามออกไปเจอโลกภายนอกให้มากกว่าเดิมด้วยการดูให้มากอ่านให้มากขึ้นไม่ใช่หยุดอยู่บ้านเเล้วต้องหยุดอยู่กับตัวเองแค่นั้น” 

ถ้าให้เลือกคนที่อยากเจอตอนนี้


พี่เต๋อ : อยากเจอคนที่ได้รับผลกระทบมากกว่า คนที่เขาตกงาน โดนพักงาน หรือใครก็ตามที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์นี้ ซึ่งถ้าเราเจอคนกลุ่มนี้ เราจะได้รู้ ได้เห็นเลยว่าสังคมมันแย่แค่ไหน แล้วเราควรจะทำอะไรกันต่อไป เพราะยิ่งเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นระยะเวลานานขึ้น คนที่ได้รับผลกระทบตอนนี้คือประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ มันไม่ใช่ว่าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งรอด แล้วที่เหลือก็ช่างแม่ง เพราะว่าการจัดการประเทศที่ดีจะทำให้เรารอดกันหมด เวลาเราฟังเรื่องพวกนี้แล้วรู้สึกเจ็บใจ แบบ…ต้องทำไงดีวะ มันไม่ใช่แค่เรารอด มันควรจะรอดกันทั้งหมดหรือเปล่า ?

เบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

ภาพยนตร์ในยุค COVID-19


ถึงตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถามในมุมมองของคนทำภาพยนตร์ที่ชื่อว่า เต๋อ-นวพล ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับการคิดไอเดียในช่วงสถานการณ์ COVID-19 คำตอบจะเหมือนหรือแตกต่างกับที่คุณคิดไว้ไหม ไปฟังพี่เต๋อเล่าต่อกัน


พี่เต๋อ : โห จริงๆ มีให้เลือกทำเยอะมากเลยนะ (หัวเราะ) เหมือนกับว่าช่วงเวลานี้ทำให้เราได้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่น สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา สภาพสังคม หรือว่าปัญหาของระบบโครงสร้างต่างๆ พวกนี้เป็นเรื่องราวได้หมดเลย ซึ่งทุกวันนี้ชีวิตคนเรากลายเป็นหนังไปแล้ว มีเรื่องให้ตื่นเต้นระทึกตลอด สังเกตได้เลยว่าไม่มีวันไหนที่ไม่มีแฮชแท็กในทวิตเตอร์ ซึ่งแปลว่ามันพีคทุกวันจริงๆ แต่อย่างน้อยเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เราคิด และเห็นความคิดของคนอื่นๆ ได้เยอะเหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องของเราทุกคน


พอคิดแล้วก็รู้สึกนึกถึงพล็อตหนัง ‘เมืองแห่ง copywriting’ หมายถึงว่าเวลาเกิดอะไรไม่ดีขึ้น แค่เปลี่ยนคำหรือแค่เรียกด้วยคำอื่นก็ดูดีขึ้นมา ซึ่งเราเป็นยุคที่อะไรแบบนี้ชัดมาก แล้วเราก็สนใจเรื่องราวที่เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยด้วย เราชอบที่มันคงเป็นความสัมพันธ์แบบ 50% เหมือนครึ่งๆ กลางๆ จะเต็มร้อยก็ไม่เต็ม ขอครึ่งหนึ่งแล้วกัน ทั้งในเรื่องของการปกปิดใบหน้า รวมถึงคนอาจไม่ได้มาคุยกันต่อหน้าต่อตาแบบ 100% เหมือนปกติอีกแล้ว คล้ายกับตอนนี้ที่เราเจอกันผ่านวิดีโอคอล ก็เหมือนเจอกันครึ่งทางอยู่ดี เราสนใจเรื่องความสัมพันธ์ที่มันจะเกิดขึ้นระหว่างนั้นมากกว่า แต่ล่าสุดพี่แสตมป์แม่งเอาไปเขียนเพลงแล้วพลาด (หัวเราะ)

ภาพยนตร์เรื่อง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

ความหลากหลายคือตัวตนของ เต๋อ-นวพล


พี่เต๋อ : เราเองทำงานที่ไม่ใช่กระแสหลักอยู่แล้ว คือสถานะของงานเราเป็นรูปแบบที่คนสามารถพูดตรงๆ ได้ว่า ชอบหรือไม่ชอบ คือเราไม่ได้สูงจนแตะไม่ได้นึกออกไหม เราเองก็อยากให้คนมีความคิดเห็นกับเราได้ง่ายๆ เลย ซึ่งมันเป็นเรื่องดีนะ แล้วไม่ได้รู้สึกแย่ เรารู้สึกว่าไปดูงานเราแล้ว ถ้ามีความเห็นอะไรสักอย่าง ก็สามารถพูดออกมาได้ เพราะเวลาเราทำงาน ก็อยากให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่าดูแล้วจบไป มันมีประโยชน์กว่าแล้วก็สนุกกว่าด้วย เหมือนได้เรียนรู้คนจากมุมมองความคิดที่หลากหลายอีกทีหนึ่ง ว่าทำไมเขาคิดแบบนี้ ทำไมพูดแบบนี้


ซึ่งถ้ามองไปถึงเรื่องความแมส งานของเราอาจไม่ได้แมสขนาดนั้นอยู่แล้ว ก็เลยต้องถามก่อนว่าแมสที่บริบทไหนมากกว่า ต้องดูรวมเป็นภาพใหญ่ด้วยนะ ซึ่งมีปัจจัยอะไรหลายอย่างเหมือนกัน สิ่งที่เราต้องการเห็นจริงๆ คือความหลากหลายมากกว่า เพราะว่าคนเราไม่ได้เกิดมาเหมือนกันหมด อะไรที่มันไม่แมสก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดี แต่มันแค่ไม่ถูกใจคุณก็แค่นั้นเอง เราควรจะมีพื้นที่ให้กับคนทุกแบบถึงจะอยู่ร่วมกันได้ แต่ว่าบ้านเราบางทีตัดสินกันชัดเจนในทุกๆ เรื่องเลย สังคมเราเลยเป็นสังคมแบบ ก ข ค ง ต้องตอบข้อเดียวนะถึงจะถูก ภาพเลยออกมาอย่างที่เราเห็นนั่นแหละ แค่รู้สึกว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ก็ไม่มีทางเกิดการเรียนรู้แน่ๆ 

จังหวะที่เราจะได้เรียนรู้อะไร คือตอนที่เจอสิ่งแปลกใหม่
ที่เราอาจไม่คุ้นเคย แต่เราต้องโอบรับมันไว้ก่อนไม่ใช่ติก่อนแบบนี้ถึงจะเรียนรู้กันได้

เบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

ฝากกำลังใจให้พวกเราอยู่รอดไปด้วยกัน


สุดท้ายนี้ เราให้พี่เต๋อส่งกำลังใจไปให้ทุกคนที่ต้องหยุดอยู่บ้าน ออกไปทำงานทุกวันจนหัวหมุน หรือใครก็ตามที่กำลังหาลู่ทางทำกิน เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เหล่านี้ไปให้ได้ ทุกคนจะได้รู้ว่า คุณไม่ได้สู้อยู่เพียงลำพัง


พี่เต๋อ : จริงๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ แต่ความจริง ทุกคนก็ไม่ได้มีทางเลือกเยอะขนาดนั้น ทุกคนมีบริบทที่ต่างกัน และต้องต่อสู้ในแบบของตัวเอง ไอ้วิธีการที่เราคิดมันอาจจะใช้กับเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะเราเองก็ยืนอยู่คนละสถานการณ์กัน เราเชื่อว่าทุกคนมีปัญหาของตัวเอง ขอให้ค่อยๆ คิดวิธีแก้ปัญหากับเรื่องของตัวเอง อย่าไปเปรียบเทียบกันคนอื่นมากเกินไป เริ่มจากหาว่า เราทำอะไรได้บ้างจากห้องของเรา หรือบ้านเราเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ไหม ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ เราจะทำอะไรได้บ้าง ต้องอดทนกันหน่อยช่วงนี้ ก็หวังว่ามันจะดีขึ้นเร็วๆ นะครับ

Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.
Max. file size: 64 MB.