เรื่องในวงเหล้าคงหนีไม่พ้นเรื่องเศร้าเคล้าวิสกี้ เป็นที่ปรึกษายามเพื่อนอกหัก หรือแม้แต่คุยเรื่องรักๆ ชวนจั๊กจี้ คืนนี้เราชวน “The Parkinson” วงไทยสำเนียงอินเตอร์แกล้มดนตรี “โซลแมนติก” ถ่ายทอดความรักหลากรสที่น่าจะกระแทกใจใครหลายคน ยิ่งช่วงอกหักนี่เปิดฟังวนไป หรือใครอยู่ในอารมณ์เร่าร้อนก็น่าจะตีความออก ว่าแต่ละเพลงเนื้อหาแซ่บขนาดไหน

เกริ่นมาขนาดนี้ สถานที่นัดของเราต้องไม่ธรรมดาพา พี่กานต์-ร้องนำ, พี่โต-มือเบส, พี่เบียร์-มือกลอง มาแฮงค์เอ้าท์ย่านสะพานควาย ในบาร์ลับชื่อ “Honest Mistake” ที่มีคอนเซปท์บังหน้าเป็นโรงรับจำนำ แต่เข้ามาข้างในคือโรงเตี๊ยมที่มีค็อกเทลรสเยี่ยม นั่งหน้าบาร์สั่งดริ้งค์แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดประเด็นความรักของสามหนุ่มสามมุมแบบจี๊ดๆ ผ่าน 3 เพลงฮิต “หมดแก้ว”, “คนชั่ว 2018” และ “คืนนี้”  อ้าว!  รอไร หมดแก้วดิ

ชื่อวง “The Parkinson” ได้มาจากร้านเหล้า

พี่กานต์ : ประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ผมทำวงเล่นตามร้านเหล้ายังไม่มีชื่อวง ทีนี้เราเล่นเสร็จจะฝากเหล้าที่ร้าน เขาก็ถามว่าจะให้เขียนชื่อว่าอะไร แล้วเวลาเล่นเราชอบทำท่าเหมือนเป็นโรคพาร์กินสัน เขาเลยบอกว่าชื่อ “Parkinson” แล้วกัน และตอนนั้นวงที่มีคำว่า “เดอะ” นำหน้ามันดังเราก็เลยลอกเขามา

คนฟัง The Parkinson น่าจะเป็นคนแบบไหน ?

พี่กานต์ : เพลงเราจะไปโดนเขาได้ เขาต้องเป็นคนที่มีอะไรสักอย่างในใจ (UC: ไม่ใช่คนใสๆ?) เออ ก็ด้วย (หัวเราะ) เป็นคนที่จิตใจไม่ค่อยบริสุทธิ์ เช่น เวลานั่งอยู่กับเพื่อนเราทำแบบเพื่อนทุกอย่างเลยนะ แต่จริงๆ เราไม่ได้คิดแบบเขา ดนตรีโซลรากของมันคือคนผิวสี ที่ต้องเจอเรื่องการเหยียดผิวกระทั่งในปัจจุบัน เขาเลยแสดงออกด้วยความเก็บกด ต้องไม่ไหวแล้วถึงพูด เจ็บแค้น อยากระบายอะไรคือต้องสุด

“เราจะยืนอยู่ในมุมของคนที่ไม่ใช่อยู่ดีๆ เดินเข้าไปบอกว่าคุณสวยจัง แต่เป็นมุมของคนที่ไม่ไหวแล้ว ผมชอบคุณมาโคตรนานเลย”

เอาเรื่องตัวเองมาแต่งหรือเปล่า ?

พี่กานต์ :ผมรับหน้าที่เขียน แต่เรื่องราวก็มาจากคนใกล้ตัวนี่แหละ นักแต่งเพลงบางคนอยากได้แรงบันดาลใจก็จะลุยเลย หรือเคยเจอเรื่องอะไรก็เอามาเขียน แต่ผมต้องระลึกชาติว่าความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นยังไง หลังๆ ผมเลยไม่ระลึกเองแล้ว ถามคนอื่นเอาเลยดีกว่าง่ายดี บางทีนั่งรถตู้อยู่ดีๆ ผมก็จะถามขึ้นมาว่า “ช่วงนี้มีใครเครียดอะไรไหม?” บางทีผมก็หยิบเรื่องราวนั้นมาเขียน อย่างพี่โตนี่เป็นต้นเรื่องผมมา 2-3 เพลงแล้ว “หมดแก้ว” กับ “คนชั่ว 2018”

ทำไมอกหักต้อง “หมดแก้ว” ?

พี่กานต์ : ผมอยากเขียนเพลงเศร้าอกหัก คนโซลแท้ๆ เวลาอกหักคงไม่มานั่งเขียนจดหมาย พูดตรงๆ คือเสียคนเลย กินเหล้าทั้งวัน ติดยา แต่เราคงไม่ขนาดนั้น เลยลองถามเพื่อนๆ ว่าชีวิตพี่โซลขนาดไหน คนอกหักเขาทำไรกัน ? พี่โตบอกอกหักต้องดื่ม มันก็เลยเป็นที่มาของเพลง “หมดแก้ว” เนี่ยแหละ เลยมีประโยคเด็ดหลุดออกมาจากพี่โตว่า “ก็รู้แหละว่ามันไม่ช่วยอะไร แต่ก็ยังต้องดื่มไม่รู้ทำไม”

แบบนี้แต่ละคนมีวิธีตัดใจจากแฟนเก่ายังไง ?

พี่กานต์ : ไวสุดคือมีใหม่ รักตัวเองให้มากๆ ลืมได้ไหม ไม่ได้หรอกแต่มันบรรเทาได้ วันหนึ่งมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำ แต่ไม่ได้เจ็บ

พี่โต : เราว่ามันคือเวลา เพราะเราลองมาหลายวิธีแล้ว ทั้งไปดื่ม ทั้งมีคนใหม่ ถ้าเป็นเราจะจมอยู่ตรงนั้น ขอเวลาสักพักเลย บอกคนรอบตัวว่าขอตายอยู่ในนี้ไปก่อน สักสองอาทิตย์หรือเดือนนึง เวลาเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ มันจะทำให้เราดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรแค่ใช้ชีวิตไปตามปกติ ตอนที่เราโดนทิ้งจะเป็นจะตาย ฟังเพลงก็คิดในใจว่า “เพลงเหี้ยนี่ทำไมเขียนแบบนี้วะ สภาพกูแย่มากแต่เพลงมึงมาเขียนปลอบใจอะไร” แต่สุดท้ายวันหนึ่งพอเราทำใจได้ ก็รู้ว่าเนื้อหาในเพลงมันจริง

พี่กานต์ : ผมว่าคนอกหักอ่ะ ไปบอกเขาว่าเวลาจะช่วยเยียวยา แม่งโคตรไม่ได้เลย เหมือนเพลงที่บอกว่าเวลาจะช่วยลืม แม่งเหมือนยิ่งกระทืบซ้ำเลยอ่ะ 

พี่โต : “เวลาห่าไร!” ตอนนั้นเวลามันเดินช้าไง นอนวันนึงเหมือนนอนไปเป็นอาทิตย์ แล้วเมื่อไหร่มันจะผ่านไป

พี่เบียร์ : สำหรับผมปล่อยไปก่อน อยู่เหมือนพี่โตแหละ เศร้าให้สุด ลุกขึ้นให้เร็ว หาอะไรใหม่ๆ ทำ ไม่ต้องไปเจอสิ่งเดิมๆ มันไม่มีอะไรทำให้ความรู้สึกหายไปเดี๋ยวนั้น เวลาจะช่วยเอง

คุยกันเรื่องเพลง “หมดแก้ว” เลยถือโอกาสชนแก้วสักหน่อย สามหนุ่มเลือกดื่มซิกเนเจอร์ค็อกเทลของร้าน เริ่มจากพี่กานต์กับเมนูพิเศษของเดือน “China Town” เบสเหล้าเกรย์กูซหอมกลิ่นเกาลัด พี่โตเลือก “Rosella Gin”  ที่มีรสกระเจี๊ยบมาเติมความสดชื่น ส่วนพี่เบียร์จัดหนักกับ “Peach don’t Bluff” หอมหวานด้วยกลิ่นพีชแต่หนักหน่วงด้วยเบสวิสกี้ พี่กานต์ทำคุยว่า “ชนแก้วแบบฝรั่งต้องมองหน้ากัน” ซึ่งเราเดาว่าเป็นการแสดงความจริงใจไม่พูดคำโกหก ยิ่งเวลากรึ่มๆ คนเราเริ่มเผลอตัว ความลับก็มักจะถูกเปิดเผย

“คนชั่ว 2018” ใครคือเจ้าของวลีเด็ดข้ามปี ?

พี่กานต์ : เพลงหมดแก้วก็ถามพี่โตเป็นหลัก ส่วนเพลงคนชั่ว (มองพี่โต) …เล่าเองซิ

พี่โต : นั่นแหละครับ คนชั่วเป็นประสบการณ์เมื่อก่อน เพลงรักสามเศร้าส่วนใหญ่เล่าในมุมคนโดนทิ้งเยอะแล้ว เลยเล่าในมุมคนทำผิดดีกว่า 

พี่กานต์ : พอเป็นรักสามเศร้าส่วนใหญ่คนจะมองตอนมันสิ้นสุดแล้ว เฉลยละว่าคนใหม่รู้สึกยังไง คนถูกทิ้งรู้สึกยังไง แต่คนที่กำลังทำผิด ณ ตอนนั้นเขารู้สึกยังไง เราเลยพยายามถ่ายทอดทุกคำพูด ทุกประโยค แค่เอามาเรียบเรียงให้มันเป็นเพลง

เหตุผลที่คนเรานอกใจ ? 

พี่เบียร์ : อาจเพราะว่าเขายังไม่เจอคนที่ใช่จริงๆ เลยต้องหาไปเรื่อยๆ หรืออาจจะเจอแล้วแต่ไม่ยอมหยุดเอง มันอยู่ที่ตัวบุคคลแหละครับ

พี่โต : เบื่อครับ บางทีมันอยู่กันมานานมากแล้ว เราไปเจออะไรที่ใหม่กว่า อะไรๆ มันก็ดีไปหมด เป็นความสุขที่เราไม่ได้เจอมานาน เราแค่รู้สึกว่าขอไปคุยด้วยแป๊ปนึงได้ไหม แต่เราไม่ทิ้งคนเก่าหรอก พูดแบบเหี้ยๆ เลยไม่ทิ้งคนเก่าได้เปล่าวะ แต่ตอนนี้เราไม่เป็นแบบนั้นแล้วนะ

จริงๆ รักเดียวใจเดียวมันดีที่สุดแล้วครับ มันคือความสุขที่แท้จริง การที่เขาอยู่กับเรามาได้ตั้งนานแสดงว่ามันคลิกกันได้ คงต้องเสียใจกับบางคนที่เขาอาจไม่ให้โอกาสคุณแล้ว คุณได้พลาดมันไป เสียสิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป แต่เรายังโชคดีที่ได้รับโอกาสนั้น

“ขอแสดงความเสียใจกับคนที่ได้สูญเสียมันไปแล้ว แต่ใครที่เขายังให้โอกาสกลับมาก็ขอให้รักษามันไว้”

พี่กานต์ : ถามว่าทำได้ไหม มันก็ได้แหละ มันไม่มีอะไรผิดอะไรถูก เราโตมาในบ้านที่มีเรื่องแบบนี้ ผมรู้สึกว่าอะไรที่มีความสุขก็ทำไป แต่ต้องจบให้ได้อย่าให้มีอะไรติดค้าง มันจะมีบางคนไม่บอกเก็บซ่อนเอาไว้ แล้วแฟนจับได้ทีหลัง กับอีกแบบที่บอกตรงๆ ว่า “ผมต้องไป” อยากให้เป็นอย่างหลังมากกว่า

นอกกายกับนอกใจอันไหนเจ็บกว่ากัน ?

พี่กานต์ : นอกกายดิ จริงๆ มันผิดทั้งคู่เลยนะ แต่นอกใจมันรู้อยู่แล้วว่าต้องจบยังไง ส่วนนอกกายเราไม่รู้เลยว่ามันจะไปจบตรงไหน ทะเลาะกันมันจะเป็นแบบ “อะไรวะ” มันแก้ตัวได้ว่า “แค่นี้เอง” แต่จริงๆ แล้วมันหยาบกว่านอกใจอีก นอกใจคือถ้าหมดรักกันแล้วก็ห่างกันไป แต่นอกกายคือมันเหมือน “ผมยังรักคุณอยู่” แต่มันไม่ใช่อ่ะ

พี่โต : เคยเจอทั้งสองเคสเลย เราว่ามันหนักพอๆ กัน เคยเจอนอกใจนอนร้องไห้ ฟังเพลงเดียววนอยู่แบบนั้น 5 วัน แต่นอกกายก็เจ็บหนัก คิดอยู่อย่างเดียวว่าไปได้กันตอนไหน มันรู้สึกโกรธ แต่นอกใจจะรู้สึกว่าทำไมต้องแอบไปคุยกันวะ มันเจ็บคนละแบบแต่หนักเหมือนกัน

พี่เบียร์ : ผมคนรักครอบครัว ผมไม่มีประสบการณ์ แต่มันก็ไม่ดีทั้งสองอย่างคือ “คนชั่ว” เนี่ยแหละครับ

“คืนนี้” แอบคิดอะไรอยู่ ?

พี่กานต์ : ผมอยากมีเพลงทะลึ่งๆ ลามกบ้าง ก็คิดว่าเราจะเขียนไปทางไหนดี เราเสพเพลงโซลตลอด พวกพี่มืดเขาจะร้องหนักกว่าเราเยอะ พวกเพลงที่ขึ้นชาร์ตเมกา เราอยากมีเพลงแบบนั้นบ้าง แต่ไม่อยากเล่าตรงๆ ว่าไปทำอะไรกันมา มันอาจไม่ใช่สถานการณ์ที่รบเร้าคนที่เพิ่งเจอกัน แต่เป็นแฟนเราที่แบบบางวันไม่อยาก เหนื่อย อารมณ์นั้นมากกว่า เรานึกถึงเวลาอยู่กับแฟน เขาเล่นตัวนู่นนี่นั่น เราก็จะ “ทำไมล่ะแค่นี้เอง” (UC: อันนี้ส่วนตัว ?) ไม่ส่วนตัวครับ ผมไม่ค่อยมีแบบนี้หรอก (UC: เลยทำให้พี่กานต์มีลูก 4 คน) (หัวเราะ)

ถ้าให้นัดเจอหญิงใน Tinder จะตั้งสเตตัสว่าอะไร ?

พี่กานต์ : “เหงาจัง ตังอยู่ครบ” เอาไว้หาเพื่อนเที่ยว

พี่โต : “ใครก็ได้ ที่จบง่ายๆ ในคืนนี้”

พี่เบียร์ : “ตัวเล็ก แต่ผมไม่เล็กนะครับ” (หัวใจๆ)

คิดอย่างไรกับความสัมพันธ์ในโลกโซเชียล ?

พี่เบียร์ : ผมมองว่ามันฉาบฉวย ยุคที่พวกเราโตมามันไม่รวดเร็วขนาดนี้ กว่าจะได้เบอร์บ้านเขามา แล้วโทรไปต้องมาลุ้นว่าเขาจะรับหรือพ่อเขารับ มันคนละยุคกันเลย เดี๋ยวนี้แชทคุยกันได้ทุกวัน แป๊ปเดียวก็เห็นหน้ากันละ เราก็เพิ่งรู้ว่าแอปฯ สมัยนี้มันไปไกลขนาดนี้แล้ว

มองเซ็กส์กับความรักเป็นเรื่องเดียวกันไหม ?

พี่กานต์ : เซ็กซ์กับความรักมันเป็นเรื่องเดียวกันจริงๆ นะ มันไม่ใช่ว่ากับใครก็ได้ ถ้ากับใครก็ได้แล้วจะไปหวังหารักมันก็ไม่ได้

พี่เบียร์ : มันมีคนที่แยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน และมีอยู่เยอะด้วย เพื่อนผมบางคนก็เป็น แล้วมันมักจะจบไม่สวย

พี่โต : เรามีเพื่อนที่คิดว่าเพื่อนกันมันส์ดี เวลาอยู่ในกลุ่มก็ปกติ แต่พอคิดถึงกันก็นัดไปมีอะไรกัน เรามารู้ตอนหลังก็เฉยๆ นะเพราะทั้งคู่เต็มใจ ซึ่งสองคนนี้ก็ไม่ได้มีแฟนนะ แต่ไม่ยอมเป็นแฟนกัน ถ้าต่างคนต่างเต็มใจมันก็ไม่ผิดหรอก

แต่ถ้าโสดแล้วไปหลอกให้เขารัก เราว่ามันไม่เวิร์ค ถ้าผู้ชายคนนั้นโสดแล้วเจอคนที่เหมือนกัน หรือมีความสามารถพอที่จะหาคนแบบนั้นได้ทุกคืน ตกลงกันว่าจะมีความสัมพันธ์แบบนี้ คือพร้อมจะ one night ไปเรื่อยๆ เราว่ามันไม่ผิด แต่มันก็หารักจริงไม่ได้หรอก เพื่อนที่เคยอวดว่า “กูฟันหญิงทุกวันเลยนะ” สุดท้ายคนที่เขาเคยสบประมาท ก็ไปมีครอบครัวกันหมด เขาจะอยู่เป็นคนสุดท้ายที่ไม่เหลือใคร

จังหวะกำลังเมาได้ที่ พอดีกับร้านเปิดเพลง “Just The Two Of Us” ของ Grover Washington Jr พี่กานต์ก็ลุกขึ้นโยกตามเพลงและร้องแบบสดๆ แอบบอกว่านี่เป็นเพลงที่เล่นในร้านเหล้าสมัยวง The Parkinson แรกๆ

อะไรคือเรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ ?

พี่เบียร์ : ของผมเป็นสมัยเรียน เล่นดนตรีอัดเพลงไปจีบสาว แค่นั้นแหละ จีบไม่ติดด้วย

พี่กานต์ : ออกแนวไถ่โทษมากกว่า สมมติเราลืมวันเกิดเขา เราก็ไปสารภาพเลยว่างานเยอะเลยลืมจริงๆ เล่นใหญ่เบอร์ 5 คงไม่พอละ ต้องเบอร์ 10 วันต่อมาคือเขาอยากได้ต้องได้ กระเป๋างี้แพงชิบหาย

พี่โต : จริงๆ ถ้าวันเกิดแค่เค้กนิดหน่อยพอละ แต่พอมันพลาดไปแล้วอีกวันคือ กูต้องเล่นใหญ่สุดอ่ะ เขากลับมาเราก็เซอร์ไพรส์ ทำห้องเอานู่นนี่แปะ ให้ดอกไม้ แต่ละอย่างไม่เหมาะกับเราเลย แต่ยิ่งทำผิดมากพร้อพยิ่งเยอะ

เสียงร้อง Ooh… baby มายังไง ?

พี่กานต์ : บอกตรงๆ ว่าไม่ได้นึกอะไรเลยมันออกมาเอง เราฟังเยอะ ฝรั่งนี่จะใช้คำนี้เปลืองมาก พวกผิวสีเขาจะเรียกแฟนว่า baby เสมอ ปกติเราจะฮัมเพลงเป็นภาษาต่างดาว เราก็จะมาร์คคำว่า “baby” ไว้ พอเราเริ่มเขียนเนื้อก็คิดว่าจะเอาอะไรมาแทน บางเพลงหาคำมาแทนได้ บางเพลงหาไม่ได้มันก็เลยต้องเป็นคำนี้

เพลงของ The Parkinson มีอยู่เพลงเดียวที่ไม่มีคำว่า Ooh baby คือ “หมดแก้ว” และเพลงที่มีคำนี้เยอะสุดก็น่าจะเพลง “เป็นประจำ” ท่อนฮุคมี Baby เยอะมาก อันนี้คือกวนตีนเลย ช่วงนั้นกระแสคำนี้โดนเล่นหนักมาก ไม่มี baby ไม่ใช่ The Parkinson ได้…งั้นเป็นฮุคซะเลย ช่วยกันร้องด้วยละกัน

ใครอยากร้อง Ohh baby ไปพร้อมพวกเขา เจอกันในคอนเสิร์ตใหญ่ “LEO Presents The Parkinson Soulmantic คอนเสิร์ตจะบอกเธอว่ารัก” วันที่ 23 มิถุนายนนี้ !

Facebook Comments
Benz
Social Addict ที่สนใจสไตล์จากตัวตนมากกว่าแฟชั่นตามกระแส อินสไปเรชั่นส่วนใหญ่ได้จากหนัง เพลง และงานศิลปะ ชอบชีวิตในเมืองพอๆกับเที่ยวธรรมชาติ