30 ปี สินแพทย์ จากผู้นำย่านรามอินทราสู่ระดับสากล - Urban Creature

หากขับรถเข้าไปใจกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อราว 30 ปีที่แล้ว จะเห็นว่าโรงพยาบาลเอกชนยังไม่ได้รับความนิยมและความไว้เนื้อเชื่อใจกับคนไข้เหมือนในปัจจุบัน เป็นธุรกิจที่ไม่มีความมั่นคงเท่าไหร่และเกิดการเปลี่ยนมือกันบ่อยครั้ง ยิ่งเป็นพื้นที่ชานเมืองยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะขนาดคนในย่านธุรกิจยังเลือกจะไปรักษาโรงพยาบาลของรัฐและโรงเรียนแพทย์ ที่มีราคาถูกกว่า พร้อมทั้งยังมีอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากสาขา แล้วถ้าโรงพยาบาลเอกชนที่เกิดจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มาเปิดในย่านรามอินทรา

ในยุคที่ยังไม่มีแฟชั่นไอส์แลนด์ วงแหวนยังไม่เกิด หมู่บ้านจัดสรรก็ยังไม่ขึ้น คงต้องบอกว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่น้อย 

จนถึงวันนี้ถ้าเปรียบเป็นช่วงอายุของคน โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา ก็เริ่มก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่เติบโตไปพร้อมกับคนย่านนี้ด้วยวัย 30 ปี เราจึงชวนมาเปิดตำราที่มีเคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การสร้างความวางใจระหว่างคนไข้และ โรงพยาบาล ถึงแนวทาง ความคิด และมุมมอง ที่ใช้มาตลอด 3 ทศวรรษ กับ สิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์  ประธานกรรมการ บริษัท สินแพทย์ จำกัด ที่ปลุกปั้น กลุ่มโรงพยาบาล สินแพทย์ จนได้ใจคนรามอินทรา และก้าวสู่การขยายสาขาไปทั่ว กรุงเทพ ปริมณฑล และ หัวเมืองใหญ่ พร้อม ก้าวต่อไปในการเตรียมตัวเป็น Medical Hub เพื่อรองรับคนไข้ชาวต่างชาติ

อะไรคือจุดเริ่มต้นของโรงพยาบาลสินแพทย์

เราเติบโตขึ้นมาจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนามของกลุ่ม บริษัท สินธานี เราพัฒนาที่ดินในแถบตะวันออกของกรุงเทพมหานคร อย่าง บางกะปิ รามอินทรา หรือ มีนบุรี ทำให้เห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของโซนนี้ ถนนจากไม่กี่เลนก็ขยาย มีการสร้างวงแหวน ราคาบ้านสูงขึ้น รามอินทราเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมากในตอนนั้น พอดีเราทำโครงการสินธานี Avenue ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ส่วนหนึ่งมาจากทำเลที่ดี ที่ดินโครงการ อยู่ตรงกลาง ระหว่าง สองถนนทั้งรามอินทรา และ นวมินทร์ ก็คิดว่าอยากลงทุนทำธุรกิจระยะยาวที่เป็นประโยชน์กับสังคม และ เพื่อลูกบ้านของโครงการ

ซึ่ง ณ เวลานั้น โรงพยาบาลเอกชนยังมีไม่มากและส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง เราอยากทำโรงพยาบาลดีๆ เพื่อรองรับ ชุมชนที่กำลังจะเติบโตใน ราคาที่เข้าถึงได้ พร้อม กับ คุณภาพ ก็เลยเข้าไปปรึกษากับสถาบันการเงิน แม้โดยส่วนตัวผมเป็นสถาปนิก และ นักพัฒนาที่ดิน แต่ เมื่อได้เล่า ความตั้งใจ และ มุมมอง ให้ฟัง ทาง สถาบันการเงิน ก็ได้ตัดสินใจให้การสนับสนุน ก็เลยเกิดเป็นโรงพยาบาลสินแพทย์ขึ้นมา 

ในเมื่อโรงพยาบาลเอกชนยังมีไม่มาก ไม่ได้การันตีความสำเร็จ ทำไมถึงกล้าลงทุน

การตัดสินใจครั้งนั้นก็มีความเสี่ยงสูง ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่น และ เชื่อถือ ในการเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือ โรงเรียนแพทย์ อีกทั้ง กำลังซื้อของกลุ่มคน ที่ตัดสินใจเลือกใช้ โรงพยาบาลเอกชน ยังมีน้อย หากสังเกต ในยุคนั้น โรงพยาบาลเอกชนในแถบชานเมืองจะมีน้อยมาก และส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เกิดการเปลี่ยนมือทางธุรกิจบ่อยครั้ง เพราะโรงพยาบาลไม่เหมือนธุรกิจทั่วไปที่จะใช้กลยุทธ์ทางการตลาด ดึงดูด โดย การ ลดแลกแจกแถม เพื่อให้มี คนสนใจ และ เข้ามาในพื้นที่ในเวลาอันรวดเร็ว หากแต่ ความน่าเชื่อถือ และ ความไว้วางใจ มีส่วนสำคัญมากในการตัดสินใจเข้ารับบริการ

สินแพทย์ ตั้งอยู่ในโซนรามอินทรา กม.8 ใกล้วงแหวน ซึ่ง ณ ขณะนั้น ชุมชนค่อยๆเติบโต และ เติบโตแบบรุดหน้า ชุมชนแถบนี้ เป็นครอบครัวใหม่ ที่ขยายออกมาจากตัวเมือง เป็นชุมชนของ คนรุ่นใหม่ ผมจึงเห็นโอกาสจากผู้อยู่อาศัยแถบนี้ ที่ต้องการโรงพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ ใกล้บ้าน ในราคาที่เข้าถึงได้ จึงตัดสินใจลงทุน โดยมีหลักในการดูแลคนไข้ ตั้งแต่วันแรก ว่า คนไข้ที่มารับการรักษา ต้องเกิดความประทับใจ ในการบริการ ความสะดวกสบายของอาคาร สถานที่ จึงเป็นที่มา ของ การเติบโตของ สินแพทย์ ที่ เติบโต ปรับตัว ไปพร้อมๆกับผู้คนในย่านนี้ 

ทำให้เรากลายเป็นผู้นำในพื้นที่นี้มาตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา

สำหรับโรงพยาบาลความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือเปล่า

มีส่วนประกอบเยอะนะ ตั้งแต่วันแรกที่เราเปิดให้บริการก็ใช้หมอเฉพาะทางทั้งหมด ซึ่งก็ต้องมีหลายแผนก บุคลากรก็เยอะตามไปด้วย เป็นต้นทุนในการบริหารจัดการ แต่ถามว่าเป็นประโยชน์ไหม ก็ต้องบอกว่าเป็นประโยชน์อย่างสูงกับคนไข้ 

การสร้างความเชื่อมั่นหรือการทำโรงพยาบาลที่ดีจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนมาก เราเน้นในเรื่องของคุณภาพและการให้บริการ จุดแข็งของธุรกิจโรงพยาบาลก็คือคุณภาพ เรื่องนี้สำคัญที่สุดและที่จริงมีรายละเอียดเยอะมาก เพราะฉะนั้น การพัฒนาภายในองค์กร ทั้งฝ่ายด่านหน้า ในการให้บริการ ที่เข้าถึงการดูแลคนไข้ รวมทั้ง ระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบที่ช่วยในการดูแลคนไข้ เครื่องมือ ที่จะช่วยแพทย์ วินิจฉัย ให้ความแม่นยำในการรักษา คุณภาพในการทำงาน หลังบ้าน ที่เป็นเรื่องบริหาร จัดการ ล้วนเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้อง พัฒนาคุณภาพ และ ศักยภาพไปพร้อมกัน เป็นเหมือนเฟืองที่จะขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้น คุณภาพ ที่คนไข้ จะได้รับ จะไม่มีประสิทธิภาพ เมื่อ การบริการ และ การดูแลรักษาของเรามีคุณภาพ เราจึงได้ความเชื่อมั่น จาก ผู้รับบริการ และ มีฐานคนไข้ที่มั่นคง 

ตัวผมเองเชื่อในเรื่องของการบอกต่อเพราะสิ่งที่คนไข้พูดถึงโรงพยาบาลมีคุณค่ากว่าการทำโฆษณามาก

ปรัชญาของสินแพทย์คืออะไร 

ปรัชญาที่เราใช้มาตลอด 30 ปี คือ Customer Centric คิดนโยบายและการให้บริการผ่านการมองคนไข้เป็นศูนย์กลาง เราแบ่งการบริหารแยกระหว่าง Med กับ Non-Med บุคลากรทางการแพทย์เราจะทำอย่างไรให้การรักษาดีที่สุด มีการใช้ระบบมาจับ เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยจัดการ เรื่อง ความรวดเร็ว ความแม่นยำ เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และนอกเหนือจากการแพทย์เราจะบริการอย่างไรให้คนไข้พึงพอใจ สูงสุด พวกเราพยายาม นึกถึงความต้องการของคนไข้ และ ครอบครัวเป็นหลัก ว่ายังมีสิ่งไหน ที่ขาดไป เราพยามเติมให้ เพื่ออำนวยความสะดวก สบายในขณะอยู่ใน โรงพยาบาล

เราถึงมี สโลแกน “เบื้องหลังทุกการรักษาคือความใส่ใจ”หมอ พยาบาล พนักงาน ที่สินแพทย์ มักจะดูแลคนไข้โดยใช้ ใจ 

จัดพื้นที่ได้ดีเพราะเป็นวิชาที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยทำอสังหาริมทรัพย์ด้วยหรือเปล่า

ใช่ๆ โดยพื้นฐานตัวผมเองเป็นสถาปนิก เพราะฉะนั้นเราคำนึงถึงผู้ใช้งานและผู้ใช้บริการ ผมเห็นเสน่ห์ของโรงพยาบาลสินแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ของอาคาร การตกแต่งภายใน หรือ Facility ก็คำนึงถึงผู้ใช้งานตลอด ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งพัก การอยู่ในห้องพักหลายวัน สิ่งสำคัญคือจะต้องไม่เครียดไปกว่าเดิม อย่างที่นี่ 30 ปีแล้ว แต่เรา พยายาม ปรับปรุง อาคารทั้งภายใน ภายนอก อยู่ตลอด หรือแม้กระทั่งอาคารที่สร้างใหม่ ปรับไปตามยุคสมัย แต่สิ่งสำคัญ คือ เอาความสะดวกสบาย ของ ผู้มารับบริการ และ ความสะดวกของ ผู้ใช้งานเป็นที่ตั้ง แต่แน่นอน เรื่องความสวยงาม เราไม่ละทิ้ง ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยนะแต่เรา คิดไปถึงญาติเลย ต้องลงรายละเอียดไปถึงที่พักคอย ห้องพัก ว่าต้องเป็นอย่างไร มีปลั๊กเพียงพอหรือเปล่า ไฟสว่างเกินไปไหม จอดรถขึ้นรถกอล์ฟ จะเปียกฝนหรือป่าว เวลาคุณหมอมาตรวจมีความเป็นส่วนตัวไหม เจาะลึกไปถึงการดีไซน์ด้วย อาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็เป็นสิ่งที่สินแพทย์ตั้งใจทำมาโดยตลอด

ปีหน้าเราจะเปิดสาขาใหม่ที่นครปฐม เรามีสวนให้คนในพื้นที่เข้ามาพักผ่อนเข้ามาทำกิจกรรมได้ ไม่ปิดกั้น เราพยายามจะเสริมเติมแต่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เข้าไป พยายามดูแลจิตใจด้วยไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่คิดไปถึง ชุมชนใกล้เคียง ในระดับของการรักษา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล ก็จะมีวิธีในการพูดคุยเพื่อให้ความเครียดที่ต้องเจอกับความเจ็บป่วยไม่ว่าของตัวเองหรือของญาติลดน้อยลง

ในฐานะที่เป็นโรงพยาบาลชานเมืองที่ไกลออกมา ทำไมถึงกล้าที่จะลงทุนในด้านต่างๆ มากขนาดนั้น

อย่างที่บอกว่าเราโตตามชุมชน จะเห็นว่าถนนบริเวณนี้เมื่อขยายจากถนนเส้นเล็กๆ เป็นถนนใหญ่ จากหลักสี่มาถึงมีนบุรี ล้วนมีความเติบโตเหมือนกันหมด ราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้น หมู่บ้านจัดสรร และศูนย์การค้าก็เกิดขึ้น สังเกตง่ายๆ ว่าศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด หรือโชว์รูมรถยนต์มาเปิดก็แปลว่าชุมชนนี้มีกำลังซื้อ

เราก็เห็นโอกาสและเราก็เติบโตไปพร้อมกับชุมชน โรงพยาบาล เราเติบโตทุกปี ก็เป็นเพราะได้รับความไว้วางใจจากชุมชน (ยิ้ม) 

เพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นโอกาส และ ชุมชน ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เราก็วางแผนล่วงหน้าที่จะขยายงาน เรามีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน อย่างในโซนแถบกรุงเทพฯ ตะวันออก ซึ่งมีโรงพยาบาลเอกชนมากกว่า 6 แห่ง แต่ ในเครือสินแพทย์เรา โซนนี้ก็มี 2 โรงพยาบาลที่ ถือว่า มี Market Share สูงที่สุดของบริเวณนี้ 

เห็นโอกาสอะไรในรามอินทราอีกหรือเปล่า 

ถนนรามอินทรากำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งจะตัดกับสายสีส้ม และอนาคตก็จะมีสีเทาด้วย 30 ปีที่ผ่านมา ชุมชนแถบนี้ ผู้คนใช้รถยนต์เป็นหลักในการคมนาคม แต่เร็วๆนี้กำลังจะเปลี่ยนไป และที่สำคัญ จะมีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ข้างหน้า โรงพยาบาล สินแพทย์ รามอินทราด้วย ทีนี้เรามีที่ดินผืนใหญ่ ปัจจุบัน เป็นพื้นที่จอดรถ ที่สามารถสร้างอาคารขนาดประมาณ 60,000 ตารางเมตร ก็เลยเกิดแนวคิดที่จะสร้าง Medical Complex ที่เชื่อมต่อกับตัวสถานีโดยตรง ที่นี่จะเป็น ศูนย์เฉพาะทางครบวงจร ที่รวมเอา ความรู้ความเชี่ยวชาญ ตลอด 30 ปีของสินแพทย์ไว้ในอาคารนี้ 

ตัวอาคารขนาดใหญ่จะทำให้คลินิกเฉพาะทางต่างๆ เข้ามารวมอยู่ในที่เดียวกันได้ความสะดวกสบายในการมาโรงพยาบาลก็จะมากขึ้น 

ที่สำคัญคือที่นี่จะไม่ได้เป็น แค่อาคาร โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วย แต่จะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคน สามารถมาใช้เวลาในวันหยุด หรือ ช่วงเวลาหลักเลิกงานได้ด้วย เราตั้งใจออกแบบให้ มีสวนขนาดใหญ่ ให้พ่อแม่จูงมือลูกมาวิ่งเล่นมาพักผ่อนได้ ผู้สูงอายุ มาเดิน เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี มี พื้นที่ ร้านค้าสำหรับจับจ่ายใช้สอย เรียกว่า ป่วย ไม่ป่วย ก็มาได้

ถ้าคุณสนใจเรื่องสุขภาพ ก็ต้องบอกว่ามาที่นี่แล้วจบ เพราะมีครบทั้ง การป้องกัน การรักษา เสริมสร้าง พัฒนา หรือ เรื่องของ Wellness องค์รวม เรามีครบ เตรียมตัวสำหรับการที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นมาเป็น Medical Hub ของเอเชียในอนาคตด้วย 

สินแพทย์มองอนาคตของ Wellness ไว้อย่างไรบ้าง 

ศาสตร์นี้เริ่มเป็นที่ยอมรับมาจากต่างประเทศก่อน ในประเทศไทยก็เริ่มมีองค์ความรู้แขนงนี้เข้ามามากขึ้น สินแพทย์เองก็ได้ส่งอาจารย์แพทย์ไป ต่อยอดความรู้ ที่สหรัฐอเมริกา และกำลังพยายามทำให้คนไข้เข้าใจว่า Wellness จะช่วยเป็นส่วนเพิ่มเติมในการรักษาหรือในการป้องกันได้อย่างไร 

ปัจจุบันคนกำลังสนใจเรื่องของสุขภาพ การออกกำลังกาย และการทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายมากขึ้น ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเทรนด์อยู่แล้วแต่จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต แต่ถ้าถามความคิดเห็นก็มองว่าอย่างไรก็ควรมีคนดูแล บางอย่างเราอ่านหนังสืออย่างเดียวแล้วไปทำเลยไม่ได้ เวลาเข้าฟิตเนสยังต้องมีเทรนเนอร์เลย เพราะไม่อยากออกกำลังไม่ถูกต้องจนกล้ามเนื้อฉีก คุณหมอใน ศูนย์ Wellness Center ก็จะเป็นโค้ชเป็นเทรนเนอร์ให้กับคุณได้ 

บางคนมองว่า Wellness เป็นเรื่องของการทานอาหารเสริมหรือยาบำรุงซึ่งไม่ใช่นโยบายหลักของเรา เราไม่อยากให้คนไข้ใช้จ่ายกับเรื่องนี้มากเกินไป เน้นไปที่เรื่องของการใช้ชีวิตโดยรวมมากกว่า บำรุงเพิ่มเติม ก็อยู่ในความดูแลของแพทย์ 

Wellness ก็สัมพันธ์กับ Aging Society ด้วยหรือเปล่า 

ใช่ และสังคมสูงอายุไม่ได้มีแค่ในไทยแต่เกิดขึ้นทั่วโลก เทคโนโลยีทางการแพทย์จะทำให้คนอายุยืนยาวมากขึ้น และวัยของการทำงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย การดูแลเรื่อง Aging จะต้องโฟกัสทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจด้วย 

โรงพยาบาลมองว่าวันหนึ่งนอกจากจะดูแลเรื่องสุขภาพแล้วเราก็อยากจะสร้างสังคมผู้สูงอายุให้เกิดขึ้นจริงในรูปแบบของชุมชนที่มีคนดูแล เรามีการเตรียมพื้นที่ไว้เมื่อวันนั้นมาถึงจะได้รองรับได้ทันที 

ต้องบอกว่าบริการแบบนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศมาเกินกว่าสามสิบปีแล้ว ส่วนในประเทศไทยยังต้องพัฒนาและปรับตัวกัน เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อในสังคม แต่มีข้อพิสูจน์แล้วว่าผู้สูงอายุจะมีความสุขมากกว่าถ้าได้ไปอยู่ในสังคมที่มีคนวัยเดียวกัน เหมือนตอนเด็กเราไปอนุบาลก็มีความสุขสนุกกับเพื่อนใช่ไหม หรือตอนมหา’ลัยเราก็อยากอยู่กับเพื่อนไม่ได้อยากอยู่กับเด็ก ม.ต้นหรือผู้ใหญ่ ผมมองว่ามันไม่ใช่การทิ้งพ่อแม่หรือการไม่มีความกตัญญูนะ เป็นคนละเรื่องกันเลย 

ต้องบอกว่าไทยเหมาะกับการเป็น Aging Home มีศักยภาพในการเป็นบ้านหลังที่สองของผู้สูงอายุในเอเชียหรืออาจจะของโลกได้ด้วยซ้ำ เพราะบ้านเราอากาศดี อาหารดี บุคลากรให้บริการดี Hospitality ก็ดี และที่สำคัญราคาไม่แพง ผมคิดว่าเป็นธุรกิจที่มีอนาคตมากเพียงแต่ต้องใช้เวลา 

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วตอนสถานการณ์โควิดระบาดใหม่ สินแพทย์คือโรงพยาบาลที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็วมาก มีวิธีการจัดการในเรื่องนี้อย่างไร

ช่วงแรกทุกคนตื่นเต้นเพราะเป็นโรคที่ไม่มีใครรู้จัก แต่เราเคยผ่านไข้หวัดใหญ่ ผ่านโรคซาร์ส ผ่านหลายการระบาดมาแล้ว 

พอเรารู้ว่าโควิดเข้ามาในประเทศและมีการติดต่อกันได้ง่ายเราก็เริ่มแยกคลินิกออกจากกัน

สร้างมาตรฐาน มาตรการในการคัดกรอง เตรียมพื้นที่ และ บุคลากร เราเป็นห่วง คนไข้ แต่ก็ต้องรักษาบุคลากรด่านหน้าของเราด้วย เบื้องต้น เราแยก พื้นที่ก่อน คนไข้ที่มีประวัติเดินทาง มีอาการ เราแยกใช้อีกอาคาร เพื่อไม่ให้ปะปน กับ กลุ่มที่มารับการรักษาอย่างอื่น อย่างโรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ เราแยกอาคาร ระหว่าง เด็กดี และ เด็กป่วย โดยสิ้นเชิง หรือ ในอาคารโรงพยาบาลเอง เราลดการสัมผัส ระหว่าง บุคลากร และ คนไข้ มีอุปกรณ์ ป้องกันความเสี่ยง อุปกรณ์การฆ่าเชื้อ ทุกอย่างเราเตรียมไว้หมด เพื่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด 

ในส่วนของการดูแลคนไข้ เราก็มีโรงพยาบาลในเครือข่ายพอสมควร จนสามารถที่จะแยกการดูแลคนไข้โควิดนอกโรงพยาบาล ในช่วงแรกได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ที่มาใช้บริการทั่วไปมีความไว้เนื้อเชื่อใจตามไปด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่คนไข้ แต่คุณหมอ พยาบาล และพนักงานทุกคนมีความมั่นใจในการอยากให้บริการด้วย 

สินแพทย์ดำเนินการอย่างไรถึงปรับตัวได้เร็วขนาดนั้น 

เราอยู่ในเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำที่เป็นพันธมิตรกันเพราะฉะนั้นเรามีความเข้าใจ และ เตรียมพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงของปัญหาเสมอ ต้องยอมรับว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก โชคดีที่เรามีการเตรียมการและเตรียมพร้อมมาตั้งแต่เนิ่นๆ ผู้บริหาร ทีมแพทย์ คุย และ วางแผน กัน บ่อยมาก เรียกว่า ทุกวัน ข้อมูล update กัน ทำให้ทันข่าวสารและพร้อมปฏิบัติทันที อีกอย่างหนึ่งคือโครงสร้างของเราค่อนข้าง Flat เมื่อพร้อมก็สามารถลงมือทำได้เลย ไม่ได้เป็นองค์กรที่ต้องมีพิธีรีตอง ต้องทำไฟล์ไปนำเสนอ ต้องผ่านการตัดสินใจมากมาย ที่กว่าจะอนุมัติบางทีก็ช้าเกินไป 

นี่เป็นวิธีการทำงานตลอด 30 ปี ของสินแพทย์ อะไรที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์กับคนไข้ก็ลงมือทำก่อนอยู่แล้ว ไม่ได้มองว่าจะลงทุนแล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่มองว่าต้องสร้างความเชื่อมั่น สร้างความอุ่นใจมากกว่า เราเป็นโรงพยาบาลแรกๆ ที่ใช้เครื่องกรองไวรัสในพื้นที่ส่วนกลางและห้องคนไข้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราไม่ได้โฆษณาหรอกแต่เราทำเลย 

หลังจากประสบความสำเร็จกับรามอินทรา ก็มีการขยายไปอีกหลายสาขา มองเห็นศักยภาพของแต่ละพื้นที่ได้อย่างไร 

เราเติบโตมาจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผมก็เป็น นักพัฒนาที่ดิน มองเห็นโอกาสและศักยภาพในการเติบโต ทำให้เรามีการสะสมที่ดินมากว่าสิบปีแล้ว เพราะถ้าเรามีโลเคชันดีก็ต้องบอกว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ตามหลัก 4P (Product Price Place และ Promotion) P ที่สำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือ Place ที่เหลือเป็น หน้าที่ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการบริหารจัดการซึ่งเราสั่งสมมาพอสมควร

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในทำเลที่มีศักยภาพจะมี Land Bank ของเราอยู่ แต่โอกาสในการที่เราจะขยายหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ จากเดิมที่เราเติบโตด้านฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ตอนนี้เรากำลังมุ่งสู่ฝั่งตะวันตก และเริ่มมองปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ๆ ที่ต่างจังหวัดด้วย 

เป้าหมายต่อไปของสินแพทย์คืออะไร

เราจะก้าวขึ้นมาเป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพลำดับต้นๆ ของประเทศ และเราจะก้าวขึ้นไปสู่ระดับอาเซียนให้ได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะขยายสาขาไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่เราจะทำให้คนต่างชาติบิน และ เลือกที่จะเข้ามารักษาที่ สินแพทย์ ที่จริงแล้วก็มีคนชวนไปบริหารโรงพยาบาลที่ต่างประเทศ (ยิ้ม) แต่เราคิดว่า ตอนนี้เราอยากผลักในประเทศไปให้สุดก่อน และ ดูแลคนไข้ของสินแพทย์ในทุกๆสาขาให้ดีที่สุด

อีก 30 ปี ข้างหน้าสินแพทย์จะเปลี่ยนไปแค่ไหน

ผมคิดว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมาก ปัจจุบันสินแพทย์ได้ลงทุนทางด้านเทคโนโลยีทั้งในเรื่อง ซัพพอร์ตระบบหน้าบ้าน และ หลังบ้าน อีกหน่อยคงไม่ได้ใช้กระดาษเลย และเรื่องของ เทคโนโลยีทางการแพทย์ต่างๆ ที่เรามีการลงทุน update เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นการลงทุนที่มาก แต่ก็คุ้มค่าสำหรับคนไข้ ในอีก 30 ปี ผมมองว่า การรักษาในแบบ telemedicine จะมีการใช้อย่างทั่วถึง ประหยัดเวลา ประหยัดทรัพยากร ไปได้มาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องของเทคโนโลยีจะรีบมากไม่ได้ต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยที่สุดเราคิดว่าเทคโนโลยีจะทำให้การรักษามีความแม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้นแน่นอน ซึ่งความรวดเร็วและความแม่นยำเป็นความต้องการของคนไข้ และเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลเอกชนอยู่แล้ว 

Photographer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.