ประจำจังหวัด

SHUND แบรนด์เมืองแพร่ที่เปลี่ยนภาพจำไม้สักผีสิงเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับบ้านทุกหลัง

รางวัลของดีประจำจังหวัดและดาวเด่นประจำกูเกิล (เมื่ออยากรู้ว่าไม้สักที่ไหนปังสุด) เพราะเสิร์ชว่า ‘ไม้สักเมือง…’ หรือ ‘ไม้สักจังหวัด…’ ก็ขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ ได้แก่

แทม แท แด แดม แทม แถ่ม แทม แทม แท้มมมมม

‘ไม้สักเมืองแพร่’ นั่นเอง! (ปรบมือ)

“มีผีไหมอะ”

“หมดยุคไปแล้วเปล่า”

เป็นปกติค่ะท่านผู้อ่าน มีคนรักก็ต้องมีคนชัง ถ้าย้อนไปหลายทศวรรษ ไม้สักแทบเป็นไอเท็มสร้างรายได้แก่ประเทศไทยมากที่สุด ยิ่งเป็น ‘แพร่’ จังหวัดศูนย์รวมช่างฝีมือไม้สักยิ่งไม่ต้องพูดถึง ได้ยินชื่อไม้สักต้องนึกถึงแพร่ไปโดยปริยาย แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแต่ไม้สักไม่เปลี่ยนตาม ยังคงลวดลายแกะสลักดอกไม้ ลายไทย ทาสีเข้มปรี๊ด และฝากความดึกดำบรรพ์ไว้ตามหนังผี หรือละครพีเรียด จนทำให้ไม้สักเป็นทางเลือกสุดท้ายของคนรุ่นใหม่ที่อยากซื้อเฟอร์นิเจอร์มาแต่งบ้าน

ฉะนั้น! ไม่เปลี่ยนภาพจำคร่ำครึตั้งแต่วันนี้ก็ไม่รู้จะวันไหน ‘เจตน์ สุขสกล’ ทายาทรุ่นสี่ลูกหลานช่างไม้สักเมืองแพร่ประจำโรงงานไม้อายุ 50 ปี จึง Rebrand, Remindset และ Redesign ไม้สักเดิมๆ ให้เป็น ‘SHUND’ (ชุนด์) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่แต่ละชิ้นมีชิ้นเดียวบนโลกเพราะลายไม้ไม่เหมือนกันสักชิ้น ดีไซน์ร่วมสมัยเห็นแล้วไม่กลัวผีโผล่ ใช้ฝีมือช่างไม้สักเมืองแพร่จาก 5 หมู่บ้านที่เก่งกาจงานคราฟต์จนต้องบอกลาเครื่องจักร และใช้กลยุทธ์ส่งฟรีตั้งแต่ภาคเหนือยันภาคกลาง (เจอ Copy ส่งฟรีแล้วต้องหวั่นไหว) แถมพ่วงบริการซ่อมให้ทันทีถึงหน้าบ้านหากชำรุด

โรงงานไม้ 50 ปี สู่ขวบแรกของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์

‘ชุนด์’ คือพลังต่อยอดของคนรุ่นหลาน ส่วน ‘เรือนชบาแก้ว’ คือพลังแรกเริ่มของคนรุ่นทวด 

เจตน์ เจ้าของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้สักวัย 24 พูดเต็มปากเต็มคำว่าภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกหลานช่างไม้สักเมืองแพร่ ตั้งแต่วัยเด็กเขาโตมากับโรงงานไม้สัก ‘เรือนชบาแก้ว’ ของทวดที่ขายทั้งไม้ ขายทั้งบ้าน และยืนหนึ่งเรื่องทำบานประตู พอมาถึงรุ่นแม่ก็เพิ่มการทำเฟอร์นิเจอร์หน้าตาเหมือนกันวางเรียงรายอยู่รอบโรงงาน เรียกได้ว่าเป็นมรดกทางธุรกิจที่สืบต่อกันมาหลายรุ่น

“พอเราโตมาในโรงงานไม้ ทำให้ทุกวันเราคลุกคลีกับงานไม้ ช่างไม้ทุกคนจะปลูกฝังลูกหลานว่างานไม้สักจริงๆ มันมีเสน่ห์ ทั้งลวดลาย ความแข็งแรง และกระบวนการทำ จึงไม่แปลกที่แทบทุกบ้านในแพร่และตัวผมเอง จะชอบทำงานคราฟต์ที่พิถีพิถัน”

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไวยิ่งกว่าเดอะ แฟลช ทายาทรุ่นสี่คนนี้เห็นจุดบกพร่องของธุรกิจครอบครัวและวงการไม้สักเมืองแพร่ เมื่อทุกคนกดปุ่ม Ctrl+C, Ctrl+V ทำให้เฟอร์นิเจอร์ออกมาหน้าตาเหมือนกันไปซะหมด ไม่ปรับตัว คงดีไซน์เดิม ลดคุณภาพ และเข้าสนามแข่งขันด้วยวิธีขายตัดราคา

“คนสมัยก่อนชินกับการผลิตแบบ Mass Product เน้นผลิตเยอะ และให้ลูกค้าเลือกเฉพาะสิ่งที่มีในร้าน ซึ่งดีไซน์ลายใหญ่ๆ แกะสลักเยอะๆ ที่เคยนิยมเมื่อห้าสิบปีก่อน มันไม่ง่ายที่จะขายดีในตอนนี้ จึงกลายเป็นการแข่งขันด้วยราคาอย่างเดียว และลดคุณภาพ ลดต้นทุน บางช่างทาสีทึบเพื่อปกปิดคุณภาพไม้ที่ไม่ดี จนงานไม้สักเมืองแพร่ดูไม่มีราคา และถูกตราหน้า

“พอสร้างภาพจำลบๆ ต่อไม้สักมาเรื่อยๆ ทำให้ยุคนี้ขายไม่ได้ คนไม่อยากซื้อ และหันไปซื้อไม้เทียมจากโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น กลายเป็นช่างหลายคนที่เก่งงานคราฟต์ และรักในงานไม้จริงๆ ว่างงาน ทั้งๆ ที่ฝีมือขั้นเทพ ซึ่งมันทำให้ผมค้านในใจว่า เฮ้ย จังหวัดเรามันมีช่างดีๆ และไม้คุณภาพดีๆ มากมายที่ลายของมันพิเศษพอที่จะโชว์นะ เราไม่โอเคกับช่างบางคนที่ยอมลดคุณภาพงานไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองแพร่จนคนไม่ให้คุณค่างานคราฟต์กัน ก็เลยขอแม่รับช่วงต่อธุรกิจนี้เลย”

เจตน์คิดว่าทัศนคติไม่ได้เปลี่ยนง่ายเหมือนปอกกล้วย แรกเริ่มแม่ของเจตน์ค้านความตั้งใจของเขาว่าถ้าลายไม่อลังการแบบเมื่อก่อนลูกค้าจะชอบเหรอ ดีไซน์มินิมัลแบบนี้มันง่ายไปไหม จนต้องค่อยๆ คุยกับแม่อยู่บ่อยๆ เริ่มให้แม่เสพสื่อสมัยใหม่ เล่นโซเชียลมากขึ้น พยายามให้เห็นว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปมาก อีกทั้งยังต้องชวนเพื่อนมาที่บ้าน เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังที่ช่วยปรับมุมมองให้กล้าปรับตัว จนในที่สุดแม่ก็อนุมัติ!

ภารกิจกู้ชื่อเสียงไม้สักเมืองแพร่ให้ผงาดอีกครั้งของเจตน์จึงเริ่มต้นขึ้น ไล่ตั้งแต่การคัดเลือกไม้สักคุณภาพดีอายุยืน โชว์ลายไม้โดยไม่ต้องปกปิดความงาม ไม่แช่แข็งดีไซน์ยุคทวด เรียบง่ายเข้ากับทุกการตกแต่งบ้าน จริงใจกับลูกค้า เปิดโอกาสให้ออกแบบเองได้ มั่นใจว่าไม่เหมือนเฟอร์นิเจอร์ตามห้างฯ และทำงานกับช่างฝีมือที่รักไม้จนไม่อยากหักหลังมัน ทั้งหมดนี้จึงเกิดขึ้นในแบรนด์ ‘ชุนด์’ มาแล้ว 1 ปีเต็ม


โชว์ลายไม้สักผีไม่โผล่อายุยืนให้คนรู้ว่าเก๋า

ชุนด์ ภาษาจีนคือ 春 แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากไม้ใบเก่าสู่ฤดูใหม่ของไม้สักที่พร้อมผลิดอกออกใบตามยุคสมัย

และชุนด์ ย่อมาจากสายพันธุ์ดัชชุน สุนัขที่ครอบครัวเจตน์เลี้ยงผลัดเปลี่ยนมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย ซึ่งตอนนี้น้องหมาย่อส่วนกลายเป็นโลโก้ร้านแล้วด้วย

แผนธุรกิจการรีแบรนด์ให้คนเปิดใจต่อไม้สัก จากที่มองว่าแก่และน่ากลัวให้กลายเป็นเรียบง่ายเข้ายุคสมัยแบบ Modern Handcraft ใช้พื้นที่น้อย และเข้ากับทุกการตกแต่งบ้าน เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินความตั้งใจของเจตน์

คู่รักลูกหลานช่างไม้สักเมืองแพร่ (เจตน์และแฟน) จับมือกันสานต่อธุรกิจของที่บ้านช่วงโควิด-19 รุนแรง ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนงานในโรงงานเรือนชบาแก้วไม่สามารถไปสร้างบ้านตามสถานที่ต่างๆ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อไม้ลดฮวบ ประจวบเหมาะกับเวลาไถไอจีแล้วเห็นคนเริ่มจัดบ้านกันใหม่ วิญญาณนักการตลาด (ที่เจตน์เคยเป็น) ทำนายได้ว่าพฤติกรรมคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มซื้อของแต่งบ้านเยอะขึ้นเป็นแน่ จึงใช้โอกาสนี้มุ่งเป้าทำเฟอร์นิเจอร์พร้อมกับธงในการเปลี่ยนทัศนคติผู้คนให้รักไม้สักอีกครั้ง

“ช่วงแรกที่ทำแบรนด์มีคนถามผมว่าไม้สักนี่มีผีหรือเปล่าคะ (หัวเราะ) มันจะส้มเหมือนที่วางโซฟาคุณยายแถวบ้านหรือเปล่า โห ผมเห็นชัดเลยว่าภาพจำนี้มันติดตาคนจริงๆ เราเลยวางกลุ่มลูกค้าหลักๆ เป็นคนรุ่นใหม่และร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสว่าง สบายตา และใช้งานไม้ที่เห็นแล้วผ่อนคลาย ไม่แข็งกระด้างเหมือนงานอุตสาหกรรมที่ทุกอย่างเหมือนกันเด๊ะ

“สิ่งที่ต้องแก้มากที่สุดคือต้องหยุดวงจร Mass Product ที่มีของ Instock ทิ้งไว้แล้วให้ลูกค้ามาเลือกซึ่งทำให้เราเน้นปริมาณแต่ไม่เน้นคุณภาพ เปลี่ยนเป็นรับออเดอร์แบบที่ให้ลูกค้าเลือกได้ตามใจชอบเลยว่าอยากได้เฟอร์นิเจอร์แบบไหน

“เริ่มจากหาแบบที่สนใจมาให้เราเช็กว่าทำได้ไหม ต่อมาเลือกเกรดไม้ แน่นอนร้านเราจะใช้ไม้สักอายุห้าสิบถึงหกสิบปีเท่านั้น เพราะยิ่งใช้ไม้อายุมากจะยิ่งได้คุณภาพสูง ลายไม้สวยและแข็งแรงเพื่อลดรอยต่อของแผ่นไม้ให้น้อยที่สุด ไม่มีสีขาวติดเหมือนร้านทั่วไป และโอกาสจะเจอกระพี้ไม้น้อยมาก แต่ก็คิดเผื่อไปอีกว่าถ้าลูกค้าคนไหนอยากได้เฟอร์นิเจอร์ดีๆ แต่ทุนทรัพย์มีจำกัด จะทำยังไง เลยมีอีกทางเลือกคือ ‘ไม้คละ’ คือไม้เกรดเดียวกัน แข็งแรงเหมือนกัน แต่อาจมีติดขาวและติดตามาบ้างเล็กน้อย เพื่อให้ลูกค้าได้เฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี ราคาดี และลดขยะจากโรงงานได้ด้วย”

เมื่อลายไม้ดีงามมาตั้งแต่ต้น เขาจึงเปลี่ยนเทคนิคเก่าๆ ของช่างไม้สักสมัยก่อน ที่เน้นทับสีประเภทฝุ่นและแป้ง เพราะอยากกลบทุกอย่างให้มิด มาเป็นการทาสีย้อมโปร่งแสงเบาๆ ให้เห็นลายไม้สุดละเมียด ซึ่งเปรียบเหมือนของขวัญจากธรรมชาติแทน


ก๊วนช่างไม้สักเมืองแพร่ประจำชุนด์

เก้าอี้ไม้สักโค้งเว้าสไตล์ยุโรป วินเทจ ผนักพิงเป็นซี่ๆ แบบเชโกสโลวาเกีย หรือการเปลี่ยนเตียงไม้สักโบราณที่เห็นแล้วหลอนให้ดูโมเดิร์นด้วยการบุหวายธรรมชาตินำเข้าจากประเทศบาหลีที่คุณภาพดียืดหยุ่นสูง เพื่อสอดแทรกเข้ากับงานไม้สักแท้ให้ดูละมุนละม่อมยิ่งขึ้น ทั้งหมดล้วนเป็นการรังสรรค์ด้วยมือของช่างไม้สักเมืองแพร่ถึง 5 หมู่บ้าน ได้แก่ วังวน เวียงทอง ดอนมูล บ้านโป่ง และหัวฝาย

“ผมตั้งใจให้ทุกกระบวนการของชุนด์คราฟต์จากแรงมือ แรงใจคนแพร่ด้วยกัน เพราะแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ที่สั่งสมและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลลัพธ์จะแตกต่างกับการออกมาจากโรงงานที่ใช้เครื่องจักร ป้อนข้อมูลแล้วสั่ง 3D Printer ออกมา ทำให้ทุกอย่างเป๊ะจนขาดเสน่ห์ เราจึงตั้งใจให้แม้ออเดอร์ที่หัวบิลเหมือนกันว่าเก้าอี้ทรงนี้นะ แต่งานที่ออกมาจะไม่เหมือนกันแน่นอน เพราะการทำมือด้วยเราเตอร์ เลื่อยแบบดั้งเดิม ผสมกับการแต่งไม้แต่ละชิ้นด้วยฝีมือช่าง มันทำให้แตกต่างจริงๆ”

ถ้ากาแฟมี Single Origin ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ งานไม้สักของที่ชุนด์คงเหมือน Single Print ที่แต่ละตัวมีความดีงามต่างกันโดยไม่ปรุงแต่งอะไรมาก ที่เหล่าช่างแต่ละหมู่บ้าน คอยส่งไม้ต่อไปทีละขั้นตอน หมู่บ้านแรกคัดไม้เสร็จ ส่งต่อให้หมู่บ้านสองแต่งไม้ หมู่บ้านสามและสี่ทาสี และมีไม้สุดท้าย หมู่บ้านห้าขนส่งให้ฟรีถึงที่ตั้งแต่คนเหนือยันคนกรุง

“ตั้งใจสร้างเครือข่ายที่ระดมช่างไม้หลายหมู่บ้านในแพร่มาเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์เรา เพราะมีไอดอลเป็นคุณแม่ที่ตอนทำโรงงานไม้ จะไปเลือกคนแต่ละหมู่บ้านมาทำงานด้วย ทำให้ผมรู้ว่าคนในพื้นที่เขาเก่งกันคนละด้าน

“โควิดบวกกับงานไม้สักที่คนดูถูกว่ามันโบราณโคตรๆ จนนายช่างขาดรายได้ ธรรมชาติของช่างฝีมือในแพร่คือไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ส่วนใหญ่จะเปิดโรงงานเล็กๆ กันเองที่บ้าน วิกฤตนี้ทำให้เขาเริ่มวางมือจากการเป็นช่าง มองหาอาชีพอื่นกัน ไอ้เราก็รู้สึกว่า โห เขาเก่งอะ จะทิ้งเขาไปได้ไง ก็เลยเข้าไปติดต่อแต่ละหมู่บ้านดู และให้เป็นผู้ร่วมผลิตไม่ใช่ลูกจ้าง ให้ทำงานที่โรงงานของตัวเองเพื่อลดความตึงเครียด อย่างที่บอกนายช่างไม่ชอบสถานะลูกน้องที่มีเจ้านายคอยเฝ้าตลอดเวลา พอให้อิสระเขาก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

‘เวียงทอง’ เก๋าเกมเรื่องหาไม้คุณภาพสูง เจตน์บอกว่าถ้าไปหาซื้อไม้จากหมู่บ้านอื่นๆ จะได้ไม้สักที่ 10 – 20 ปีก็ล้ม แต่เวียงทองให้ได้มากถึงอายุ 60 ปี! ด้วยการปลูกในพื้นที่เฉพาะแบบถูกกฎหมาย มีความแข็งแรงสูง วงปีใหญ่ พี้ขาวน้อย และลายไม้สวยสม่ำเสมอตลอดแผ่น

‘ดอนมูล’ แกะสลักเก่งเป็นพื้นฐานโดยใช้เลื่อยและเครื่องกลึงในการแต่งลาย ยิ่งประยุกต์ความสามารถให้แต่งไม้เป็นดีไซน์ที่ไม่มีขายมาก่อนที่แพร่ เช่น ขาโต๊ะทรงกลมๆ ขาเก้าอี้ทรงโคนไอศกรีม จะเรียบๆ แบบญี่ปุ่นหรือนอร์ดิกก็ย่อมได้

‘วังวน’ ยืนหนึ่งเรื่องการทำสี แม้หมู่บ้านอื่นจะยังติดกับดักการทำสีโดยใช้แป้งและฝุ่นที่สีฉูดฉาดจนทำให้ลายไม้ถูกบดบัง แต่วังวนกลับมีเอกลักษณ์ด้วยการเคลือบสีโปร่งแสงบางๆ และทับด้วยแลกเกอร์กันสิ่งสกปรกและคราบน้ำไม่ว่าคุณจะสั่งสีเข้มหรือสีอ่อน จะยังเห็นลายไม้สวยงามอย่างแน่นอน

“แง่หนึ่งผมต้องการโชว์ความจริงใจให้ลูกค้าเห็นไปเลยว่ามันใสขนาดนี้ ถ้าไม้คุณภาพไม่ดี ผมไม่มีทางขายแน่นอน ก็ฟ้องคุณภาพด้วยลายไม้ไปเลยละกัน”

แอบบอกว่าที่นี่มีสีให้เลือกถึง 11 สีด้วยกัน ได้แก่ Natural Teak, Light Brown, Dark Brown, Red Oak, Natural Cream, Red Wood, Black Noir, Icy Wood, Black Oak และ Homey Cream โดยเจตน์นำศัพท์เฉพาะของคนในพื้นที่ที่ใช้เรียกไม้มาปรับให้คนรุ่นใหม่นึกภาพออกตามได้ง่าย เช่น สีน้ำตาลเสี้ยนเข้ม ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Dark Brown หรือ สีเสี้ยนขาว เปลี่ยนเป็น Homey Cream เป็นต้น

‘หัวฝาย’ ผู้ทำสีที่ 11 หรือ Special Color ให้ลูกค้าส่งโค้ดสีที่ชอบมาได้เลย ช่างคู่บุญจากโรงงานเก่าของแม่เจตน์ที่ยังเหนียวแน่นในวงการไม้สักและไม่เปลี่ยนใจที่จะทำงานกับครอบครัวนี้ จะผสมสีใหม่ให้ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการได้!

และ ‘บ้านโป่ง’ หมู่บ้านที่ปลูกฝังด้านการขนส่งไม้มากว่า 50 ปี ที่เจตน์เลือกใช้บริการแทนบริษัทขนส่งใหญ่ๆ เพราะไม่เพียงแต่มีสกิลด้านการขนส่งเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะ พวกเขายังสามารถแต่งสีและซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ให้ลูกค้าได้เลยถึงหน้าบ้าน จะรอยถลอก เสียดสี ชิ้นส่วนหัก ก็ไว้วางใจ เพราะน้องๆ ทุกชิ้นมีประกันอุบัติเหตุพ่วงมาด้วย และส่งฟรีตั้งแต่ภาคเหนือยันภาคกลาง ที่ทำมาเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนภาคกลางกล้าซื้อเฟอร์นิเจอร์จากภาคเหนือโดยไม่ลังเลว่าค่าส่งจะแพงหูฉีก


ได้ยินชื่อ ‘แพร่’ ต้องคิดถึงไม้สัก

“หลายๆ คนพอได้ยินชื่อจังหวัดแพร่ เขาคิดไม่ออกนะว่าแพร่มีที่เที่ยวอะไร ไม่เหมือนเชียงใหม่ที่คิดแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าจะไปไหน

“ในเมื่อแพร่ดึงดูดคนมาด้วยสถานที่ท่องเที่ยวไม่ได้ ก็ดึงให้คนมาสนใจแพร่ด้วยงานคราฟต์แล้วกัน เพราะอย่างน้อยๆ ‘ไม้สัก’ ก็เป็นแวบแรกที่ขึ้นมาในหัวเวลาผู้คนได้ยินชื่อแพร่”

จังหวัดแพร่ที่ก่อนหน้านี้คนไม่รู้ว่าจะไปทำไม วันนี้เจตน์พยายามอย่างหนักเพื่อลบคำถามในใจลูกค้า แล้วเพิ่มหมุดหมายใหม่ต่อผู้คนว่า “ไปแพร่ ก็ไปดูไม้สักสิ” เพื่อให้คนอยากรู้จักแพร่มากขึ้นและต่อชีวิตงานไม้สักให้ไม่สูญพันธุ์ไปในท้ายที่สุด

ตอนนี้สตูดิโอของ ‘ชุนด์ เฟอร์นิเจอร์’ ที่เป็นโชว์รูมหน้าโรงงานไม้เก่าจากรุ่นแม่ ณ ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เพราะมีคนแวะเวียนมาดูตัวอย่างสี ลายไม้จริง และตัดสินใจสั่งออเดอร์ไว้แม้ต้องรอออเดอร์นาน 2 เดือน เพื่อให้ช่างไม้ได้พิถีพิถันอย่างตั้งใจ ซึ่งนี่แหละคือเสน่ห์ของงานคราฟต์

มากกว่ารายได้ที่เข้ามา คือการทำให้ลูกหลานช่างไม้สักเมืองแพร่มีรอยยิ้มเป็นเงินโบนัส และต่อยอดไม้สักเป็นกำไรหลักให้ยืนหนึ่งเป็นของดีประจำจังหวัดต่อไป

Contributor

พัชญ์สิตา ไพบูลย์ศิริ

Writer

ติ่งเกาหลีเป็นงานหลัก เจนจัดเรื่องกินเผ็ด เสพเพลง K-Indie ทุกเช้า ส่วนงานหลัก (กว่า) เป็นนักร้อยเรียงที่พยายามเชื่อมเรื่องราวดีๆ ลงในใจคนอ่านอย่างเนียนๆ