วิ่งคืออะไร ? เหมือนเป็นคำถามกวนๆ ใช่ไหมครับ ใครๆ ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ว่าวิ่งก็คือวิ่งไง คือการเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าเดิน คือการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยขาของเรา คือ… ผมว่าทุกคนตอบได้หมดในคำถามนี้ และทุกคนก็วิ่งได้ ถ้าวิ่งในระยะสั้นๆ แต่ถ้าวิ่งในระยะทางยาวๆ ล่ะ ถ้าต้องวิ่งในเวลานานๆ ล่ะ เช่นถ้าต้องวิ่ง 10, 21, 42 หรือ 100 กิโลเมตรล่ะ

ใช่แล้วครับในที่นี้ผมกำลังหมายถึง การออกกำลังกายโดยการวิ่ง และการแข่งวิ่งระยะยาว สองอย่างนี้จะมีรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน คือจะเหนื่อย ฮ่าๆ เพราะเราต้องวิ่งนานและไกล อะไรที่ขึ้นชื่อว่าเป็นการออกกำลังหรือการแข่งขันมันเหนื่อยทั้งนั้นแหละครับ แต่ขอพูดตรงนี้เลยนะครับว่าอย่าไปกลัวมันไอ้ความเหนื่อยเนี่ย อดทนกับมันให้ได้ เพราะมันจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น

เอาล่ะ กลับมาเรื่องวิ่งกันต่อ ขอแบ่งเป็น 2 ประเภทนะครับ ประเภทแรกคือการวิ่งเพื่อสุขภาพ และอีกแบบคือวิ่งเพื่อการแข่งขัน

วิ่งเพื่อสุขภาพหรือสายสุขภาพ เป้าหมายหลักส่วนใหญ่คืออยากแข็งแรงขึ้น และอยากลดน้ำหนัก หรืออยากผอมนั่นเอง แต่สายสุขภาพก็อาจจะพัฒนาตัวเองไปเป็นสายแข่งขันได้ด้วยนะ มีหลายคนเริ่มจากวิ่งเพราะอยากผอม แต่แล้วยิ่งวิ่งยิ่งมัน ยิ่งอยากเร็วขึ้นอีก ก็ตั้งหน้าตั้งตาซ้อมจนวิ่งได้ดี ก็ไปลงแข่งได้เช่นกันนะครับ รายละเอียดของการวิ่งเพื่อสุขภาพ และวิ่งเพื่อลดความอ้วน ไว้เราจะมาคุยกันในครั้งต่อไปนะฮะ

ต่อไปวิ่งเพื่อการแข่งขัน หรือสายแข่ง หรือขาแรง เป้าหมายของสายนี้น่าจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มได้ดังนี้นะฮะ
1. แข่งขันเพื่อความสนุก มีความสุขที่ได้ออกงานวิ่ง อยากวิ่งให้จบเข้าเส้นชัยไม่ซีเรียสกับเวลาหรือสถิติมาก

2. แข่งขันเพื่อความสนุก และต้องการเวลาที่ดีเพื่อจะแข่งกับตัวเอง อยากได้สถิติที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แข่งกับตัวเองเป็นหลัก แต่ก็แอบมีเป้าหมายในใจว่าจะต้องวิ่งให้ได้เวลาที่ต่ำแบบที่ตัวเองตั้งไว้ หรือในอนาคตฉันต้องเร็วกว่าคนนี้ให้ได้

3.แข่งขันเพื่อให้ได้ถ้วยให้ได้ขึ้นโพเดี้ยม หรือให้ได้เงินรางวัล กลุ่มนี้เรียกได้ว่าระดับแนวหน้าของวงการวิ่งก็ว่าได้ มีสถิติที่เป็นมาตฐานอยู่แล้ว คาดเดาเวลาของตัวเองได้เลยว่าจะวิ่งได้กี่นาที บางทีถึงขั้นว่าก่อนแข่งก็รู้แล้วว่าตัวเองจะได้อันดับที่เท่าไหร่ เพราะแนวหน้าที่เก่งๆ เนี่ยเขาคุ้นหน้าค้นตารู้จักกันหมดฮะ
การซ้อมก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ความคาดหวังนั่นแหละครับ หวังสูงสุดก็ต้องซ้อมหนักสุดเป็นเรื่องธรรมดา หวังว่าแค่วิ่งจบก็ซ้อมชิลๆได้ หวังอยากเร็วกว่าครั้งก่อนที่ลงแข่งก็ซ้อมให้จริงจังขึ้นอีก อะไรประมาณนี้ แต่ผลพลอยได้ที่ทั้ง 3 กลุ่มนี้จะได้ก็คือสุขภาพที่แข็งแรงและได้ทำในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายตนเอง ได้เจอเพื่อนใหม่ เจอสังคมคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน ได้เสียเงินซื้อชุดวิ่ง รองเท้าวิ่งสวยๆ ได้ไปแข่งก็เหมือนได้ไปเที่ยว ได้คลายเครียด ได้ผ่อนคลายหลังเลิกงาน ได้อะไรอีกหลายอย่าง อ้อบางคนได้แฟนก็มีนะฮะ

ถึงตรงนี้ถ้ามีคนถามผมว่า อยากเริ่มวิ่งต้องทำไง ต้องเริ่มยังไง ผมจะบอกกับเพื่อนและคนที่มาถามผมตลอดว่า ให้ออกไปลองวิ่งเลย แต่ให้เริ่มจากวิ่งช้าๆ ช้าจนเกือบจะเดิน หรือเดินเร็วก็ยังได้ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย ลองทำดูสัก 20-30 นาที หรือถ้าคิดเป็นระยะทางก็ 3-5 กม. หรือ 1-2 รอบสวนลุม แล้วลองถามตัวเองดูว่ารู้สึกยังไง เหนื่อยมากแค่ไหน ทรมานไหม สนุกไหม หรือไม่เอาอีกแล้วไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า นี่มันไม่เหมาะกับฉันเลย ถ้าชอบถ้าสนุกก็ทำต่อไปคุณมาถูกทางแล้วฮะ แต่ถ้าอยากเลิกไม่ทำแล้ว ผมแนะนำว่าลองทำมันดูอีกลองตัดความคิดว่ามันทรมานมันไม่สนุกออกไป แค่ตั้งเป้าว่าฉันต้องวิ่งให้ได้วันนี้ 30 นาที ตั้งเป้าว่าฉันต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ร่างกายของเรามันต้องฟังเรานะฮะ ควบคุมมันให้ได้ ผมรับรองว่าครั้งแรกที่คุณเริ่มวิ่ง กับครั้งที่ 5 ที่คุณวิ่งมันจะแตกต่างกันแน่นอน คุณจะพัฒนาขึ้นคุณจะแข็งแรงขึ้น

Photo Credit
https://greatist.com/move/running-tips-for-beginners-mistakes-to-avoid
https://greatist.com/fitness/walking-good-workout-running
https://lifeasahuman.com/files/2011/01/marathon-feet-10_18_2009-1
https://www.iagua.es/sites/default/files/images/medium/f2
http://www.reebok.com/us/running

Facebook Comments