PEOPLE

‘แคคตัสบำบัดซึมเศร้า’ ยาแห่งความสุขที่ทำให้ ‘แมว วีรณา’ อยากตื่นมาเจอเช้าวันใหม่

ค่ำวันศุกร์หลังเลิกงาน ช่วงเวลาของสายฝนซัดกระหน่ำโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย คงไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่ต้องรีบเดินฝ่าดงฝนไปขึ้นรถกลับบ้านในแถบชานเมืองเพื่อหลีกหนีจากสังคมอันแสนวุ่นวาย ระหว่างทางบนถนนวิภาวดีรังสิตอันแสนน่าเบื่อที่รถกำลังเคลื่อนตัวเป็นระยะ เรานั่งเอามือท้าวคางแล้วมองออกไปนอกกระจกรถซึ่งเต็มไปด้วยเม็ดฝนแต่ยังคงพอมองเห็นแสงสว่างสีส้มเลือนลางจากข้างทางสาดส่องเข้ามาบ้าง ณ ขณะหนึ่งเราเผลอพูดกับตัวเองออกมาเบาๆ ว่า “เหนื่อยเนอะ” เป็นเพราะเรากำลังก้าวเข้ามาในโลกของการทำงานจริง คงเหมือนที่ใครหลายคนเคยเล่าให้ฟังว่า “ภาระอันยิ่งใหญ่มักมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” มันเป็นแบบนี้นี่เอง

แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถชาร์จพลังชีวิตของเรากลับมาอีกครั้ง นั่นคือการได้กลับไปสำรวจตรวจตราบรรดาต้นไม้ที่เราได้บรรจงปลูกเอาไว้ริมรั้วในกระถางน้อยใหญ่ เฝ้ามองพวกเขาเจริญเติบโตแตกหน่อออกใบ แม้จะกลับถึงบ้านดึกดื่นแค่ไหนแต่เมื่อได้กลิ่นไอดินและสัมผัสของธรรมชาติเหล่านี้ ความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันล้วนหายเป็นปลิดทิ้ง

เช่นเดียวกับ แมว–วีรณา โอฬารรักษ์ธรรม อดีต Creative Director ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรายการทีวีมากมายทั้ง Chris Delivery สุริวิภาและเจาะใจ หลายปีที่ผ่านมาหลังจากเธอได้เบนเข็มไปทำสื่อมหาวิทยาลัยเพื่อคนทุกวัยอย่าง Mahidol Channel ตลอดการทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนกว่า 20 ปี ส่งผลให้เธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น ความกดดันเลยเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเธอจะสนุกกับงานที่ทำเป็นระยะ กลับกันปัญหาด้านสุขภาพจิตยิ่งทวีความย่ำแย่ ลึกลงไปใต้สภาวะจิตเธอได้ตกอยู่ในอาการ ‘สภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง’

แต่เมื่อเธอเลือกเผชิญหน้าและพร้อมสู้ ทำให้เธอได้ค้นพบยาวิเศษอย่าง ‘แคคตัส’ ซึ่งจ่ายโดยจิตแพทย์ที่ชื่อว่าธรรมชาติ จนนำไปสู่การเปิดช่องยูทูป ‘Cactus Journey’ อีกจุดหักเหสำคัญในชีวิตหลังเธอคุ้นเคยกับวิธีการธรรมชาติบำบัดมาอย่างยาวนาน

บ่ายวันหนึ่งใต้แสงแดดร้อนอบอ้าวในย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เรามีนัดกับพี่แมวในชุดสีดำอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ ‘Cactus Library Café’ สัมผัสแรกเมื่อได้พบกับเธอ ด้วยบุคลิก น้ำเสียงและลักษณะท่าทางใจดีเหมือนญาติผู้ใหญ่บวกกับรอยยิ้มกว้างๆ ทำให้เราอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า พี่แมวผู้เคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้านั้นเป็นอย่างไร ?

โรคบ้างาน

“พี่เป็นคนจริงจัง” (พี่แมวหัวเราะออกมาเสียงดัง)

พี่แมวผู้มีงานอยู่บนยอดพีระมิดชีวิตมาเป็นอันดับหนึ่ง อันที่จริงเธอไม่เคยมีคำว่า Work Life Balance ในพจนานุกรม เพราะเธอมีคอนเซ็ปต์การทำงานที่ว่า ‘พร้อมยุ่ง 24 ชั่วโมงแล้วค่อยว่าง 24 ชั่วโมงใน 7 วัน’ พลังงานของเธอล้นเหลือตลอดเวลามาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น แม้ว่าต้องอดหลับอดนอนแค่ไหนก็ยอมได้เพื่องาน แต่แล้วเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายเริ่มฟ้องถึงผลเสียสะสมออกมาจนน่าตกใจ เพราะด้วยงานที่ทำทั้งหมดเป็นเหมือนความรับผิดชอบที่เธอบอกเองว่าพร้อมแบกเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

“พี่เป็นคนจริงจังกับงานแล้วพี่สามารถทำได้ทั้งเยอะและเร็ว งานสิบอย่างของพี่สามารถคำนวณได้ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ พี่เลยทำแต่งาน ทำแต่งาน ทำแต่งาน ชีวิตนี้วุ่นวายอยู่กับการดิ้นรนหาเงิน ในภาวะเครียดที่เกิดขึ้นตอนนั้น พี่ไม่เบรกชีวิต ไม่รักตัวเองเลย แล้วพี่ยังไปร้องแรกแหกกระเชออยู่ในวงเวียนแห่งความสำเร็จ รอบข้างเต็มไปด้วยคำชื่นชมยินดีว่าเป็นผู้อยู่บนตำแหน่งสูงสุดแต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ความรับผิดชอบทุกอย่างกลับตกอยู่กับพี่ พอมองกลับมา พี่มีแต่จะถอยหลังลงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมไปถึงประสิทธิภาพในการทำงานของพี่ก็ลดลงไปด้วย”

เมื่อ ‘งาน’ ที่เคยมองว่าสุขกลับทุกข์เมื่อได้คลุกคลี เพราะการทำงานที่ดีไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานตลอดเวลาแต่เป็นสภาพแวดล้อมมากกว่าที่ต้องเอื้ออำนวยเสริมส่งประสิทธิภาพการทำงานและต้องไม่กระทบต่อสุขภาพจิต ถึงแม้จะคิดได้แต่กลับสายเสียแล้วเพราะโลกทั้งใบของเธอกลับเปลี่ยนไปตลอดกาล ท้ายที่สุดพอเกิดความกดดันสะสม เธอเองกลับตกเป็นเหยื่อของความเครียดแล้วไม่สามารถหลุดพ้นจากบ่วงพันธนาการนั้นได้

โลกซึมเศร้า/ภาวะซึมเศร้า

“ในเส้นทางชีวิตของคนมันมีทั้งความสุขและความทุกข์ อยู่แล้วในโลกกลมๆ มันไม่ได้มีสีดำเพียงสีเดียว โลกของพี่ยังแฝงสีอื่นอยู่อีกมากมาย”

โลกซึมเศร้า

ในโลกหลากสีของเธอ หากมองแค่ผิวเผิน ‘งาน’ อาจไม่ใช่ปัญหาหนักหน่วงอะไร แต่ห้วงลึกภายในจิตใจนั่นเป็นเหมือนการเติมเชื้อไฟชั้นดีลงบนบาดแผลร้ายแรงในอดีต  ส่งผลให้เธอเริ่มมีอาการโฟเบียตามมาซึ่งพฤติกรรมการแสดงออกที่ผิดต่างไปจากเดิม

“พี่ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร ในตอนนั้นพี่มี ‘ภาวะขาดผึง’ จวนเกือบเสียสติ พี่ไม่รู้สึกตัว ทุกอย่างมันเกินขีดจำกัดไปแล้ว เลยตัดสินใจไปหาหมอ สิ่งที่หมอจ่ายให้เป็นยารักษาอาการซึมเศร้า

“พี่ค้นพบเลยว่าคนที่เป็นโรคนี้เมื่อรู้ตัวควรรักษาแต่เนิ่น การทานยาสำหรับพี่มันเป็นการปรับโครงสร้างของการหลั่งสารเคมีในสมองที่ร่างกายบ่มเพาะมาตลอดหลายปี พี่ใช้เวลาเยียวยาอยู่สองปีจนอาการเริ่มดีขึ้น”

ภาวะซึมเศร้า

แต่พอมาในครั้งที่สองเธอกล่าวว่ายิ่งไม่รู้ตัวใหญ่เลยว่าตนเองมีอาการป่วยเพราะใจฝักใฝ่แต่กับเรื่องงานจนเกิดความเครียดสะสมแต่ “แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องอกหักเพราะเรื่องนั้นเธอสามารถเยียวยาตนเองได้อย่างรวดเร็ว” (พี่แมวหัวเราะ)

“ในตอนนั้นอยู่ๆ ก็เกิดอาการกลัวตาย เป็นบ้าเป็นบอขึ้นมา” ในก่อนนอนทุกคืน เธอมักจะคิดเรื่องตายเสมอ ส่งผลให้นอนไม่หลับ กว่าจะหลับได้ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงในบางครั้งถึงเช้าก็มี เลยไปหาหมอแล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรักษาอีกครั้ง หมดเงินทีครั้งละหลายพัน ยาที่กินเข้าไปก็อยู่ในปริมาณมากกว่าเดิมแถมเริ่มไม่ได้ผล

“ถ้าหากจะพูดในแง่ของวิทยาศาสตร์ ในครั้งแรกนั่นแหละคือโรคซึมเศร้า แต่ในครั้งที่สองพี่เรียกมันว่าภาวะซึมเศร้ามากกว่า

“พี่เกลียดการกินยามาก เพราะการเพิ่มโดสของยามีผลต่อการใช้ชีวิต คนเป็นโรคซึมเศร้าย่อมรู้ดี สมมุติว่าถ้าเรานอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง พี่จะมึนไปเลยทั้งวัน มันทำให้ต้องเทคยานอนหลับเข้าไปอีก มันเวิร์คเหรอถ้าชีวิตเป็นอย่างนี้ พี่พยายามใช้ยาให้น้อยลงแต่ก็ไม่ได้เลิกไปในทันที เพราะในตอนนั้นหมอบอกพี่ว่า คอร์ติซอล (ฮอร์โมนแห่งความทุกข์) ในสมองพี่มีอยู่มาก เขาเลยต้องการให้พี่มีสารเคมีที่ดีบ้างเลยจำเป็นต้องจ่ายยาให้”

โลกอีกใบใกล้ใจ-ใกล้แคคตัส

“ตอนพี่หันมาปลูกแคคตัสในความทรงจำของพี่มันไม่มีเรื่องยาแล้ว ความสุขไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล ไม่ใช่การไปหาหมออีกต่อไป แล้วมันก็เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวอีกเช่นกัน พี่ไปที่ร้านต้นไม้แถวบ้าน ปกติพี่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้อยู่แล้วเนอะ การได้เลือกซื้อต้นไม้บางทีมันคือความฟินสำหรับพี่ อย่างวันเสาร์-อาทิตย์พี่ออกไปซื้อต้นไม้ดีกว่าเพื่อให้รู้ว่าพวกเธอเป็นของฉันแล้วนะ” (พี่แมวยิ้มพร้อมหัวเราะ)

“วันนั้นพี่เห็นแคคตัสยิมโนสีเขียวธรรมดานี่แหละ เขากำลังติดดอกแล้วดอกกำลังตูมใกล้บาน สีดอกออกชมพูขาว เป็นครั้งแรกที่พี่รู้ว่าแคคตัสมีดอก นี่เธอช่างมีหนามแหลมคมแต่ดอกกลับบานสวยอ่อนโยนราวดอกบัวอะไรขนาดนี้ มันทำให้พี่คิดว่าแล้วเราจะมานั่งคิดถึงความตายทำไม

“ในเมื่อแคคตัสต้นเล็กยังพยายามต่อสู้อดทนฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อให้มีชีวิตรอด พี่เองก็ต้องผ่านมรสุมชีวิตครั้งนี้ไปให้ได้เช่นกัน

“จากปกติเธอไม่ใช่คนตื่นเช้า เพราะไม่เคยมีความสุขเมื่อต้องลืมตาตื่นขึ้นมา แต่แล้วตารางชีวิตของเธอก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมี ‘แคคตัส’ เข้ามาทักทาย เธอลุกขึ้นมาตั้งแต่รุ่งสางเพื่อสัมผัสไออุ่นของแสงแดดยามเช้าเคล้าเสียงนกเจื้อยแจ้วคล้ายเสียงเพลงลอยละล่องมาตามบรรยากาศเย็นๆ สายลมอ่อนๆ ถ้านี่คือการรักษาคงเปรียบได้กับขั้นตอนแห่งกระบวนการบำบัดโดยใช้ธรรมชาติอย่างแท้จริง เพราะเธอได้ลงมือทำแล้วมีสมาธิจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตนเองรักผ่านการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า มือทั้งสองได้สัมผัสกับผิวของไม้อวบน้ำ แม้ว่าจะมีหนามแหลมคมทิ่มแทงมืออยู่บ้างแต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่งดงาม จมูกได้กลิ่นดินและน้ำค้างบนยอดหญ้า สายตามองเห็นสีเขียวสลับกันไป นั่นคือรสชาติแห่งความสุขของชีวิต

“การเฝ้ามองแคคตัสต้นน้อยเจริญเติบโต หมั่นรดน้ำเปลี่ยนดินโรยหินแล้วคอยหยอดปุ๋ยมันแฝงไปด้วยคุณค่าภายใน ค่าของการกลับมารักและเห็นคุณค่าในตนเอง

“แต่ในบางครั้งธรรมชาติก็กำลังสอนเธออยู่กลายๆ แม้ว่าบ้างต้นจะล้มหายตายจากไปนั่นก็ถือว่าเป็น ‘ครู’ มันคือการเปลี่ยนแปลงไปตามชีวิต แตกหน่อ ออกผลและร่วงโรย โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะดูแลประคบประหงมให้ตายท้ายสุดเราก็ต้องจากกัน เช่นเดียวกับ ‘การเปลี่ยนแปลง’ นั่นเป็นพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ที่ทุกคนล้วนต้องพบเจอ”

( แคคตัสตระกูล Gymnocalycium หนึ่งในสายพันธุ์ที่พี่แมวชื่นชอบ)

อีกทั้งจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์นั้นเป็นของกันและกันกับธรรมชาติเสมอ เมื่อเธอได้ดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกของจิตใจ การบำบัดด้วยธรรมชาติจึงเหมือนการนำพาเธอเข้าสู่โลกอีกใบที่มีแค่เธอกับแคคตัส เมื่อภาวะซึมเศร้าได้ถูกบรรเทาลง ฮอร์โมนแห่งความสุขคล้ายสารเอ็นดอร์ฟินที่เธอเองเรียกมันว่า “แคคตัส” ได้เข้ามาแทนที่สารแห่งความทุกข์ในสมอง ความเครียดและความวิตกกังวลจึงหายไป ความสงบในใจจึงกลับเข้ามาอีกครั้ง

“พี่ว่าในภาวะที่พี่ได้อยู่กับจิตใจของตนเองแล้วจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันทำให้พี่เริ่มคิดได้ในหลายเรื่องและพร้อมเผชิญหน้ากับความรู้สึกในด้านลบ แคคตัสนั้นเป็นความงามตามธรรมชาติแล้วมันสามารถเยียยวยาจิตใจของพี่โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่แคคตัสไม่ได้มาบอกว่าทางออกของปัญหานี้คือตรงไหน ความสงบ สติและสมาธิที่เกิดขึ้นนั้นทำให้พี่เกิดปัญญาและสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนั้นได้เอง”

“พี่ขอบคุณแคคตัสทุกต้น ที่ทำให้พี่มีชีวิตใหม่อีกครั้ง”

‘Cactus Journey’ ผจญภัยในโลกแคคตัส

หลายปีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรายการสาระความรู้มากมายรวมทั้งยังมีใจรักในแคคตัสอย่างล้นเหลือ ด้วยความที่เธอเป็นคนหลงไหลในการสัมภาษณ์ ชอบพูดจาทักทายคนแปลกหน้ารวมไปถึงยังชอบการผจญภัยแถมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกเดินทาง จึงคิดทำช่องของตนเองเพื่อส่งต่อเคล็ดลับแล้วเรียนรู้ไปพร้อมกับผู้สนใจในแคคตัสเสียเลย

หลังจากถูกยุยงส่งเสริมมาเนิ่นนานก็ถึงเวลาแล้วสำหรับช่อง ‘Cactus Journey’ ในบ่ายวันหนึ่งซึ่งอาจเป็นช่วงปกติเหมือนทุกวัน เธอถูกเลื่อนนัดออกไปอย่างกระทันหันเป็นเหตุให้ต้องกลับบ้านเร็ว เมื่อถึงบ้านคู่ชีวิตของเธอเดินเข้ามาบอกอย่างไม่ทันตั้งตัวว่า “ถ่ายเลย เดี๋ยวจะจัดแสงแล้วนะ อุปกรณ์กล้องพร้อม” ด้วยความที่ทั้งสองเป็นคนเบื้องหลังในวงการโทรทัศน์อยู่แล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจะง่ายแต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปสำหรับเธอ

“พี่ไม่ได้วางตัวเป็นผู้รู้เพราะไม่ใช่ แล้วจะเอาความรู้ที่ไหนไปพูด” แต่หลังจากที่เธอใช้เวลาพิจารณาไม่นานก็สามารถคิดได้อย่างทันควันว่าควรเริ่มต้นถ่ายจากสิ่งที่ชอบ ด้วยสัญชาติญาณของคนสายครีเอทีฟเธอจึงสามารถทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายได้อย่างเหลือเชื่อ”

มากกว่านั้นช่องของเธอยังเป็นสื่อกลางในการนำพาผู้ชมเปิดประตูสู่สวนแคคตัสน้อยใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะออกมาในรูปแบบนี้

“พี่เป็นผู้อยากรู้และอยากส่งเสริมให้คนรักและเข้าใจธรรมชาติของแคคตัสมากขึ้น ในช่วงแรกพี่ก็เขินนะเพราะอยู่กับรายการทีวีเรตติ้งเป็นล้านมาตลอด พอได้ลองทำช่องของตัวเอง ช่วงแรกมีผู้ติดตามเพียง 200 คนแล้วมากกว่าครึ่งเป็นเพื่อนเรา แต่พี่ก็ดีใจที่หลายคนบอกว่าช่องของพี่เป็นพื้นที่การเรียนรู้สำหรับมือใหม่แล้วมีส่วนช่วยขยับขยายให้วงการแคคตัสคึกคักมากขึ้น” (พี่แมวยิ้มออกมาด้วยสายตาเปี่ยมความสุข)

แคคตัสคือความไม่รู้จบ

แม้วันนี้ ‘แมว วีรณา’ ได้ค้นพบความสุขในเส้นทางใหม่ที่เธอแวะสำรวจในระหว่างการรักษาภาวะซึมเศร้า แต่เธอได้ยอมรับอย่างเต็มปากว่าเธอเองยังไม่รู้สู้เท่าแคคตัสเหล่านั้น

“พี่ยังไม่สู้เหมือนแคคตัส เขาต่างหากที่สอนพี่ให้รู้จักปล่อยวางและเห็นสัจจะธรรมของชีวิต สู้สิ ! แล้วเธอจะรอด แล้วเมื่อวันที่พี่รอคอยมาถึง การผลิดอกออกผลของความสำเร็จมันช่างคุ้มค่าแก่การรอคอย เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว หลายอย่างต้องใช้เวลาเพื่อรอวันที่สวยงาม รักตัวเองแล้วดื่มด่ำกับความสุขระหว่างทาง นั่นคือส่วนหนึ่งที่แคคตัสสอนพี่”

ความหวังในการมีชีวิตอยู่ของผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งในโลกแห่งภาวะซึมเศร้า หลายคนหาทางออกจากโลกอันแสนมืดหม่นนี้ไม่ได้ แต่เธอกลับได้พิสูจน์แล้วว่า ‘เธอทำได้’ แม้อสูรกายร้ายจะหลบซ่อนอยู่ใต้เตียงในทุกค่ำคืนแต่เธอก็เลือกที่จะต่อสู้และไล่มันออกไปด้วยแคคตัส เพื่อเฝ้ารอวันที่เธอเข้มแข็งมากพอ

ทุกอย่างต้องใช้เวลาแล้วคุณจะมีชีวิตที่งดงามเอง”

ขอบคุณสถานที่ | Cactus Library

Contributor

เอกบุรุษ ศรีอัชรานนท์

มนุษย์ Introvert ที่ระหว่างทางมักหลงอยู่ในภวังค์แห่งบทสนทนา โอบกอดความเจ็บปวดเรียนรู้จากมัน และก้าวต่อบนถนนทอดยาวเพื่อค้นหา ‘ความหมายของการมีชีวิตอยู่’

พูนสวัสดิ์ สุดตะมา

Photographer

"เกิดมาเป็นตลกอุปกรณ์ ตอนเด็กแบกบ้านไปเรียน ตอนโตแบกบ้านไปถ่าย"

อิชยา นิธิพงศธร

Graphic Designer

ชอบประวัติศาสตร์ หลงใหลในวัฒนธรรมอินเดีย งานอดิเรกคือการท่องเที่ยว ความฝันสูงสุดคือการเห็นหิมาลัย บั้นปลายชีวิตอยากศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง