‘คนรักมวลเมฆ’ ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ - Urban Creature

ขอชวนคุณผู้อ่านทุกท่านพักความเหนื่อยล้าจากการทำงานเพียงสักนิด และลองมองออกไปนอกหน้าต่างชมท้องฟ้าใกล้ตัวกันสักหน่อย เพราะวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า ‘ก้อนเมฆ’ และ ‘ท้องฟ้า’ กัน

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

ถ้าตอนนี้สภาพท้องฟ้าปลอดโปร่งสดใส คาดว่าจะได้เจอน้องหมั่นโถว เมฆสีขาวลอยตัวเป็นก้อนเดี่ยวๆ ลักษณะคล้ายกับขนมหมั่นโถวรูปทรงกลม จริงๆ มีชื่อทางการคือ คิวมูลัส (Cumulus) หากเจอน้องโผล่มาทักทายเมื่อไหร่ ก็เป็นสัญญาณบอกได้เลยว่า ตอนนี้อากาศกำลังดี แต่ถ้าเมฆหมั่นโถวก้อนนี้เริ่มมีขนาดสูงขึ้นจนมากกว่าความกว้างของเมฆ และฐานเมฆเป็นสีเทาเข้ม ขอให้ทุกคนรีบหาร่มให้ไว เพราะน้องกำลังปล่อยฝนลงมาหาพวกเราแล้ว

ถ้าคุณดูท้องฟ้าตอนเย็นช่วงพระอาทิตย์ตกไปสักพักหนึ่ง ก็อาจจะเจอ ‘Twilight Arch’ สังเกตขอบท้องฟ้าเป็นสีเหลือง ส้ม แดง และม่วงโผล่ขึ้นมาประมาณ 5 นาที (สามารถเจอตอนพระอาทิตย์ขึ้นได้เช่นเดียวกัน) หรืออาจเจอ ‘Vanilla Sky’ ท้องฟ้าสีส้มอมชมพูคล้ายกับสีขนมหวานมาทักทายก่อนที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีดำมืดเข้าสู่ตอนกลางคืน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ดูท้องฟ้าแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน แถมยังชอบเหม่อมองก้อนเมฆทุกๆ วัน แสดงว่าตอนนี้คุณอาจจะตกหลุมรักก้อนเมฆเข้าให้แล้ว อาการแบบนี้มีชื่อเรียกว่า ‘Ouranophile’ เป็นคำมาจากภาษากรีกแปลว่า ‘ผู้หลงรักในท้องฟ้า’ ปัจจุบันมีคนไทยหลายแสนคนที่ชื่นชอบก้อนเมฆรวมตัวกันแบ่งปันภาพท้องฟ้าในแต่ละท้องที่ให้เชยชมกันใน ‘ชมรมคนรักมวลเมฆ’ กลุ่มคอมมูนิตี้ในเฟซบุ๊กที่จัดตั้งโดย ‘ชิว-ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ’ นักวิทยาศาสตร์และคอลัมนิสต์ผู้ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มากมาย ที่วันนี้เขาจะเล่าให้เราฟังว่าความสุขของการดูก้อนเมฆนั้นช่วยเยียวยาจิตใจคนได้อย่างไร และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเจ้าก้อนสีขาวนี้ไปพร้อมกัน

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

ก่อมวลเมฆ

ก่อนชิวจะพูดถึงที่มาของชมรม เขาชวนคุยเรื่องท้องฟ้าสนุกๆ ให้ฟังว่า ก้อนเมฆที่พวกเราเห็นบนผืนฟ้าเดียวกัน ลักษณะเมฆเหมือนกัน แต่คนมองต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น เวลาเห็นก้อนเมฆเรียงเป็นแถวยาวเต็มท้องฟ้า คนในแถบอีสานกลาง เช่น จังหวัดยโสธรหรือกาฬสินธุ์จะเรียกว่า ‘ฟ้าลายเห็ดบด’ เนื่องจากเห็ดบดเป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่กินได้ ชาวบ้านเชื่อว่าถ้ามีท้องฟ้าแบบนี้เกิดขึ้น ให้เข้าไปเก็บเห็ดได้เลย 

ถ้าเป็นความเชื่อของคนภาคใต้ก็จะตั้งชื่อว่า ‘เมฆเกล็ดปลา’ หมายถึงหนุ่มสาวที่หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามไปด้วยกัน เนื่องจากพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายไม่สนับสนุน หากให้พูดถึงเรื่องก้อนเมฆ มันไม่ได้มีแค่เรื่องวิทยาศาสตร์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ยังเชื่อมโยงกับความเชื่อ วัฒนธรรม และอารมณ์ของผู้คนที่หลากหลายเข้าไปอีกด้วย

การตั้งชมรมคนรักมวลเมฆเองก็ทำให้เห็นความคิดของคนหลากหลายกลุ่ม มันเหมือนเป็นคอมมูนิตี้ที่ไว้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับท้องฟ้าของแต่ละคนที่แชร์ความรู้ไปด้วยกัน 

เดิมทีการตั้งชมรมคนรักมวลเมฆมาจากการทำเว็บไซต์ให้ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับฝน ฟ้า อากาศเป็นส่วนใหญ่ ตอนนั้นเขารู้สึกว่าคนอาจจะเข้าไม่ถึง เลยลองใส่รูปภาพเมฆสวยๆ จนทำให้คนเริ่มสนใจมากยิ่งขึ้น

“ตอนแรกเขียนให้ความรู้เกี่ยวกับเมฆ ฝนฟ้าอากาศต่างๆ พอทำไปสักพักคิดว่ามันดูวิชาการเกินไป เราก็เลยเอาภาพเมฆสวยๆ เอาภาพรุ้งกินน้ำไปลง เนื้อหาก็เลยไม่ได้หนักไปทางวิทยาศาสตร์มาก ปรากฏว่าคนชอบมาก เพราะพวกเขารู้สึกว่ามันเข้าถึงง่ายดี แค่ถ่ายรูปแชะเดียว คนก็เลยเข้ามามีส่วนร่วมได้และมันก็เติบโตมาเรื่อยๆ จนกระทั่งคิดเล่นๆ ว่าตั้งเป็นชมรมเลยดีไหม ลองมารวมกลุ่มกันดีกว่า ขอแค่ภาพเดียวแล้วบรรยายว่าถ่ายที่ไหน คือเราต้องการจะเล่นกับพวกเขามากกว่า แต่เป็นการเล่นที่มีความรู้อยู่นะ ระหว่างนั้นก็ให้ข้อมูลเรื่องท้องฟ้าตามไปด้วย แม้ว่าในแง่วิชาการมันจะจางลงไปนิดหนึ่ง แต่ก็ทำให้คนสนใจเรื่องท้องฟ้าเข้ามามากขึ้น”

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

เมฆาเยียวยาใจ

จากชมรมเล็กๆ ก่อตัวเป็นมิตรภาพมวลเมฆก้อนใหญ่ ที่รวบรวมคนชอบท้องฟ้ากว่าสามแสนคนในกลุ่มทุกวันนี้ แล้วส่วนมากคนในชมรมเขาชอบเมฆอะไรกัน? 

“เมื่อเราไม่ได้เน้นว่าทุกอย่างต้องเป็นความรู้ ทุกคนก็โพสต์ภาพกัน ส่วนใหญ่คนชอบจินตนาการบนก้อนเมฆ วาดก้อนเมฆเหมือนหมาเหมือนแมวบ้าง กระต่ายหรือมังกรก็มี เชื่อไหมว่า ภาพเมฆกระต่ายเคยได้ยอดไลก์เป็นหมื่นเลยนะ เขาวาดเพิ่มใส่สองหูบนก้อนเมฆที่ไปเจอมา บางคนก็วาดภาพเป็นเรื่องราวอารมณ์ศิลปินเลย หรือแต่งกลอนบทกวีกับท้องฟ้าในกลุ่ม”

เวลาโพสต์ภาพก้อนเมฆ คนในกลุ่มจะชอบมากเพราะได้ดูก้อนเมฆสวยๆ และทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจ จนชิวเกิดคำศัพท์ใหม่ว่า ‘เมฆาบำบัด’ แปลว่า การเยียวยาจิตใจด้วยก้อนเมฆ “เมฆาบำบัดเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเอง เกิดมาจากเพื่อนในกลุ่มอย่างน้อยสิบกว่าคนเล่าตรงกันด้วยบริบทต่างๆ กันว่า เมฆและท้องฟ้ามันช่วยเยียวยาเขาได้ 

“บางเคสช่วยเยียวยาลึกมากจนน่าแปลกใจ พูดถึงขนาดที่ว่ามีเพียงแค่ท้องฟ้าที่เข้าใจเขา เคยดูหนังเรื่องโพคาฮอนทัสไหม มันมีฉากหนึ่งที่โพคาฮอนทัสกำลังสับสนแล้วไปคุยกับต้นไม้ใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็คุยกับตัวเองนั่นแหละ เพียงแต่ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของเพื่อนที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ก้อนเมฆก็เช่นกัน เขาอาจจะรู้สึกดีที่ได้สื่อสารกับท้องฟ้าแล้วรู้สึกสบายใจหรือได้ระบายความทุกข์ออกมา”

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

ยกตัวอย่างสมาชิกท่านหนึ่งในชมรม เขาเล่าว่าตนเองเป็นคนไม่มีเพื่อนและไม่ค่อยรู้จักใครมากนัก มีแค่ก้อนเมฆน้อยที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก บางวันก็เจอเมฆกระต่ายน้อย เมฆหมา หรือบางทีก็เจอเมฆเต่าวิ่งแข่งขันกับเมฆกระต่าย แม้ว่ามันจะเป็นจินตนาการของเด็กคนหนึ่ง แต่เรื่องพวกนี้ก็ทำให้เขาคลายเศร้า จนกระทั่งเติบโตขึ้นได้ไปทำงานต่างประเทศ อยู่ตัวคนเดียว เวลามีปัญหาไม่สบายใจไม่รู้จะระบายกับใคร เขาก็จะมองท้องฟ้าให้หายเครียด

“ตลอดเวลาที่รู้สึกเหงาและเดียวดาย แม้ว่าบางครั้งจะเจอกับแดดร้อน ความหนาวเหน็บ หรือฝนตกหนัก ทุกๆ ครั้งจะมีก้อนเมฆน้อยใหญ่ลอยมาให้กำลังใจ รวมทั้งยังมีท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ และพระจันทร์ทำให้ผมสบายใจอยู่เสมอ” ความรู้สึกของสมาชิกท่านหนึ่งในชมรมที่มีก้อนเมฆเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ธรรมชาติบำบัดทุกข์

หลังจากฟังเรื่องราวต่างๆ เราสัมผัสได้ว่าท้องฟ้าไม่ใช่แค่ทัศนียภาพสวยงาม แต่มันยังส่งพลังบวกให้กับคนมอง ทั้งสร้างกำลังใจ ความสบายใจ หรือการผ่อนคลายจากความเครียด ด้วยบรรยากาศท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และสีสันสบายตาที่ทำให้คนมองได้รับการเยียวยาจิตใจไปพร้อมกัน

“เวลามนุษย์เรามีความทุกข์มักจะคิดว่า ทำไมต้องเกิดขึ้นกับฉันหรือทำไมต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำด้วย เราจะเห็นว่าปัญหาทั้งหลายมันอยู่รอบตัวเอง แน่นอนว่าในขณะนั้นเราจะรู้สึกว่าปัญหามันใหญ่มากสำหรับเรา แต่เวลาเรามองไปที่ท้องฟ้ากว้างๆ เฮ้ย จริงๆ แล้วตัวเราเหลือเล็กนิดเดียวเอง อันนี้ฟังหลายคนบอกมานะ ยิ่งสภาพท้องฟ้าสวยมันก็จะดึงเราออกจากความทุกข์ 

“ความเข้าใจของพี่คิดว่า การดูท้องฟ้ามันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติบำบัดด้วยหรือเปล่า เพราะธรรมชาติมันมีความยิ่งใหญ่เลยทำให้เรารู้สึกตัวตนเล็กลงไป แต่ต้องบอกก่อนว่า มันใช้ไม่ได้กับทุกคนนะ แต่มันใช้ได้กับส่วนมาก จากที่ได้เห็นประสบการณ์และความคิดเห็นของคนในกลุ่ม

“บางคนเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่ เพิ่งมีความรักและอกหักเป็นครั้งแรก มันรู้สึกเจ็บมาก เขาก็นั่งจมจ่อมมองเมฆลอยผ่านมาและผ่านไปทุกๆ วัน มันก็มีทั้งช่วงที่ฟ้ามืดมิดและมีแสงส่องสว่างขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ จู่ๆ เขาก็บรรลุขึ้นมาว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน เดี๋ยวมันก็ผ่านมาและผ่านไป มันก็เหมือนความรักที่จบไปนั่นแหละ อาจมีดีไม่ดีบ้าง แต่สุดท้ายมันก็จะผ่านไป”

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

นอกจากตัวก้อนเมฆจะช่วยปลอบประโลมจิตใจให้สงบลง เรื่องสีสันของท้องฟ้าและบรรยากาศต่างๆ ก็ส่งผลต่อจิตใจเราไม่ใช่น้อยทีเดียว “สีท้องฟ้าก็มีส่วนเยียวยาจิตใจได้ ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบเลย เวลาท้องฟ้าหม่นๆ สีเทาๆ บางคนก็จิตใจหดหู่ มันก็จะรู้สึกน่าเบื่อ แต่ถ้าเป็นท้องฟ้าสดใส มีสีฟ้า สีส้ม ให้เราดูแล้วรู้สึกสดชื่น

“สังเกตไหมทำไมคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูกระดึง เพราะว่าสีมันสวยไง มันมีชื่อเรียกด้วยนะ เช่น Twilight Arch ช่วงก่อนหรือหลังพระอาทิตย์ตก จะมีขอบฟ้าแถบสีส้มเหลือง หรือเรียกว่าแถบโค้งสนธยา บางครั้งอาจจะเห็นสีม่วงอ่อนๆ เรียกว่า Purple Light หรือแสงสีม่วง ถ้ามองฝั่งตรงข้ามดวงอาทิตย์จะพบแถบสีเข้มๆ ไล่ขึ้นไปกับแถบสีชมพูจางๆ เรียกว่า Belt of Venus หรือสายคาดเอวของวีนัส

“ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงก้อนเมฆหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็น เช่น หมวกเมฆสีรุ้ง คือด้านบนเมฆมันจะมีรุ้งเป็นแผ่นเมฆบางๆ นานๆ จะเจอที รวมถึงปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้า เช่น รุ้งกินน้ำ อย่างมีช่วงหนึ่งฝนตกบ่อยๆ ก็จะพบรุ้งกินน้ำ ด้วยสีสันและบรรยากาศสวยงามมันส่งผลต่อความรู้สึกมนุษย์อยู่แล้วละ”

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว
ที่มา : บัญชา ธนบุญสมบัติ

มิตรภาพมวลเมฆ

อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนมีความสุขเวลาดูท้องฟ้า นั่นคือการพูดคุยกันในชมรมคนรักมวลเมฆ มันเปรียบเสมือนแหล่งสังสรรค์ของคนที่มีความชอบเหมือนกัน แลกเปลี่ยนก้อนเมฆที่ไปเจอมา เลยยิ่งรู้สึกสนุกในการดูก้อนเมฆมากขึ้นไปกว่าเดิม 

“พอเกิดชมรมขึ้นมา มันทำให้คนที่เฉยๆ กับท้องฟ้าเกิดความมัน อยากตามล่าหาก้อนเมฆที่เจอจากเพื่อนในชมรม ก่อนเข้าชมรมเขาก็มองท้องฟ้าว่ามันธรรมดา เห็นอยู่ทุกวันไม่เห็นจะแปลกเลย พอเห็นเพื่อนโพสต์ เขาก็เลยอยากโพสต์บ้าง ทีนี้ก็มีคนเริ่มหาก้อนเมฆมาโพสต์กัน ยิ่งใครไปเจอสวยๆ ดูแปลกๆ หน่อยจะยิ่งสนุกกันใหญ่ พอยิ่งพูดคุยก็ยิ่งมีการเชื่อมต่อสื่อสารกันมากขึ้น

“ตอนทำกลุ่มเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายมากและไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าทำเพื่อให้ความรู้และความบันเทิงแค่นี้พอ ความเป็นจริงมันได้มิตรภาพด้วย ชมรมเรามีเพลงประจำกลุ่มด้วยนะ ชื่อเพลงว่า ‘คนรักมวลเมฆ’ คนในกลุ่มแต่งกันเอง ร้องกันเอง และทุกๆ ปีเราจะมานัดทำกิจกรรมด้วยกัน ก็จะมีคุยเรื่องเมฆ ให้ความรู้ และประกวดภาพถ่ายก้อนเมฆกัน

“หลังเจอกันก็มีนัดแบ่งกลุ่มย่อยด้วยนะ เช่น กลุ่มคนรักมวลเมฆปากเกร็ด พอสนิทกันก็นัดกินข้าวเป็นประจำ และทางเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และลำพูนก็จะมีนัดรวมตัวกันเหนียวแน่นมากๆ และตั้งชื่อกันเองว่า ชมรมคนรักมวลเมฆวิทยาเขตล้านนา เขาทำเสื้อม่อฮ่อมชมรมใส่จริงจังเลย พวกเราทำกันเองเนี่ยแหละ ทำด้วยความรักกันจริงๆ เหมือนเวลาเราชอบอะไรสักอย่าง ก็จะทำมันด้วยความรักและตั้งใจ ไม่ต้องมีใครมากระตุ้นหรอก”

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

เมฆก่อเมฆ

ปัจจุบันชมรมคนรักมวลเมฆอยู่มานานถึง 12 ปีแล้ว จากความตั้งใจแรกของชิวที่ต้องการให้ความรู้เรื่องฝนฟ้าอากาศ แต่ปัจจุบันชมรมนี้ยังให้กำลังใจและก่อเกิดมิตรภาพสุดแน่นแฟ้นในชมรมอีกด้วย 

“ตอนแรกอยากจะให้ความรู้อย่างเดียว ตอนนี้ได้มิตรภาพของคนในกลุ่มย่อยเต็มไปหมด แล้วเราก็สร้างคอมมูนิตี้ที่ทำให้คนรู้สึกสบายใจ ได้มาปลดปล่อย เมื่อก่อนเจอเมฆสวยๆ ไม่รู้จะปล่อยไหนดี ตอนนี้ก็มีที่ลงแล้ว

“แต่ก่อนบางคนก็จะหาว่าเพี้ยนหรือเปล่าถ่ายแต่ก้อนเมฆ ทำให้ไม่กล้าบอกคนอื่นได้อย่างภาคภูมิใจเหมือนคนชอบดูดาว ชอบดูศิลปะ หรือชอบดูดอกไม้ พอเกิดชมรมนี้ขึ้นมา ยิ่งตอนนั้นเรามีสมาชิกไม่กี่หมื่น เขาก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ฉันมีเพื่อนเป็นหมื่นคนเลยนะ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ฉันมีเพื่อนเป็นแสนคนแล้วนะ”

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

สิ่งที่ภูมิใจสำหรับชิวในการทำชมรมคนรักมวลเมฆคือการได้เห็นคนในชมรมสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ ฝน ฟ้า อากาศ และก้อนเมฆมากกว่าเดิม ยิ่งเห็นตอนพวกเขาอธิบายเรื่องก้อนเมฆต่างๆ ให้คนอื่น หรืออินกับก้อนเมฆก็ยิ่งทำให้ชิวมีกำลังใจทำชมรมต่อไป

“มีอยู่ครั้งหนึ่งได้รู้จักน้องคนหนึ่งที่ไม่เคยเรียนวิทยาศาสตร์เลย เขามาเล่าให้ผมฟังว่า ตอนนี้มีท้องฟ้าอันดูเลตัส (Undulatus) ด้วยล่ะ ก้อนเมฆที่มีลักษณะเรียงตัวเป็นลอนคลื่น พี่ดีใจมากที่มีคนพูดชื่อก้อนเมฆได้ เขาอินกับเรามากจนพูดชื่อเต็มภาษาละตินของเมฆได้ มันเป็นความบังเอิญและความมันในชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เขากับเราสนุกไปกับก้อนเมฆด้วยกัน

“ตอนที่คนเข้ามาชมรมใหม่ๆ บางทีก็มีคนมาถามว่า เมฆแบบนี้ชื่ออะไรนะ พี่ก็บรรยายไปละเอียดและให้ความรู้ไปเรื่อยๆ บางคนก็มีแซวนะ ชื่อเมฆยาวยังกับคอไดโนเสาร์แหนะ แต่คนคนเดียวกันเนี่ยแหละ พอหลังจากเขาได้เจอก้อนเมฆด้วยตนเอง ก็จะจำได้ว่าอาจารย์เคยสอนแล้วนี่หว่า พอลองไปค้นหาจนเข้าใจ เขาก็เป็นคนที่สอนคนอื่นต่ออีกทีว่าก้อนเมฆลักษณะนี้เรียกแบบนี้นะ สำหรับพี่มีหน้าที่ให้ความรู้และสร้างกลุ่มทำให้คนมีความสุข รู้สึกบันเทิงเฮฮากันไป ถือว่าสนุกละ”

'คนรักมวลเมฆ' ชมรมคนชอบมองท้องฟ้าเยียวยาจิตใจ และสอนดูฝน ฟ้า อากาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

แม้บางคนอาจจะมองว่า เรื่องฝนฟ้าอากาศเป็นเรื่องไร้สาระ ตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า มันเป็นสิ่งสำคัญต่อทั้งการใช้ชีวิตและจิตใจผู้คนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะก้อนเมฆที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าช่วยสร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้กับผู้คนมากมาย เพิ่มเติมยังเป็นตัวเชื่อมมิตรภาพผู้ที่มีความสนใจแบบเดียวกันได้มารู้จักกันอีกด้วย เหมือนดั่งท่อนหนึ่งในเพลงชมรมคนรักมวลเมฆที่กล่าวว่า

“ชมรมคนรักมวลเมฆได้สรรเสกให้เรามาพบกัน

เกิดเป็นสายสัมพันธ์ร่วมแบ่งปันความสวยงาม

รื่นรมย์ดูเมฆเมฆาที่บนนภามีให้ชมจุใจ

ไม่ว่าฟ้าจะเป็นแบบไหน คอมเมนต์กันไปก็ยิ้มได้ทั้งวัน”

ที่มา : เพลง คนรักมวลเมฆ
เนื้อร้อง/ทำนอง โดย : คุณนงนุช บุณโยทัย และ คุณนรินทร์พัชร บุณโยทัย
เรียบเรียง/ดนตรี โดย คุณวีรพันธ์ ศรีบุญช่วย


Writer

SEND YOUR STORY

REQUEST INTERVIEW

ติดตามอ่าน “Urban Creature”
นิตยสารออนไลน์ที่จะทำให้คุณรักเมืองที่คุณอยู่ รักตัวเองมากขึ้นด้วยการเปิดมุมมองและนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต
Better Life. Better Living.

Max. file size: 256 MB.