นักร้องสาวเสียงสวย Mandy Harvey ผู้สูญเสียการได้ยิน และการหวนกลับสู่การร้องเพลงอีกครั้ง

คุณเคยจินตนาการมั้ย ว่าถ้าวันหนึ่งคุณไม่ได้ยินเสียงอะไรบนโลกใบนี้เลย คุณจะรู้สึกอย่างไร หรือจะต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร แน่นอนว่า มันต้องเป็นเรื่องที่ยากมากแน่ๆสำหรับการต่อสู้เพื่อความฝัน และสักวันคุณอาจจะยอมแพ้ก็ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับเธอคนนี้ การละทิ้งความพยายามไม่ใช่ตัวเลือกของเธอ เพราะเธอไม่มีทางยอมแพ้ต่อความฝันของเธออย่างแน่นอน


…..
แมนดี้ ฮาร์วี หญิงสาวเสียงสวยและหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศรัทธา ผู้ปรากฏโฉม บนเวที America’s Got Talent 2017 วันนั้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือผู้หญิงเสื้อสีแดง สวมแว่นตา ไม่สวมรองเท้า ยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับอูคูเลเล่ข้างกาย เธอยิ้มแย้มและทักทายผู้คนตรงหน้าอย่างมีความสุข ในวินาทีแรกที่ทุกคนเห็นเธอ เธอไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากคนทั่วไปเลย แต่พอมองมาที่ฝั่งตรงข้าม เธอมีล่ามภาษามือของเธอคอยสื่อสารช่วยเธออยู่ ใครจะเชื่อว่า ผู้หญิงที่กำลังขึ้นมาร้องเพลงอยู่ตอนนี้ สูญเสียการได้ยินไปตั้งแต่อายุ 18 ขวบ ด้วยอาการป่วย ที่เรียกว่า Connective Tissue Disorder ทำให้เธอสูญเสียประสาทการรับฟังทั้งหมด เธอพูดและร้องเพลงได้ แต่ไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรเลย

…..เธอขึ้นมาร้องเพลง “Try” ซึ่งเป็นเพลงที่เธอแต่งเอง ต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก นาทีนั้นทำเอาทุกคนที่ได้ชม ถึงกับน้ำตาคลอ เธอมอบเสียงเพลงอันไพเราะและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขให้กับผู้คนมากมาย สิ่งที่เธอได้รับกลับมาในวันนั้น ไม่ใช่เสียงปรบมือที่ดังสนั่น เพราะเธอไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้น แต่กลับเป็นเสียงข้างในใจของเธอเอง ว่าเธอกำลังต่อสู้เพื่อความฝัน และมันสำเร็จแล้ว เธอผ่านเข้ารอบแรกพร้อมกับการกด Golden Buzzer จาก Simon Cowell และเป็นข้อพิสูจน์ว่า การต่อสู้ของเธอที่ผ่านมา มีความหมายมากมายแค่ไหน และจากวันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเธอก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

…..แมนดี้เล่าว่า ตั้งแต่ยังเล็ก เธอเป็นเด็กที่ค่อนข้างขี้อายและเก็บตัว การร้องเพลงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอกล้าแสดงออก และเป็นวิธีการแสดงออกทางความรู้สึกของเธอ เธอเชื่อมั่นว่าการร้องเพลงสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย และการแต่งเพลงเพลงหนึ่ง เป็นเหมือนการสร้างภาพวาดขึ้นมา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เราต้องการจะสื่อสารกับคนอื่นๆอีกมากมาย การเป็นนักแต่งเพลง จึงเป็นอีกความฝันหนึ่งของเธอ แต่ชีวิตกลับไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น เส้นทางแห่งความฝันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เธอวาดฝันไว้
…..วันที่เธอสูญเสียการได้ยิน เหมือนเธอมองตัวเองตายลงไป เธอกำลังจะไม่ได้ยินเสียงของทุกสิ่งทุกอย่างรอบกาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงที่เธอรัก หรือแม้กระทั่งเสียงของครอบครัว ที่บอกว่า พวกเขารักเธอแค่ไหน การสูญเสียการได้ยินในครั้งนี้ กลายเป็นความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของเธอ เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองกลับมาได้ยิน ปรบมือข้างๆหู ให้ดังที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ

“After I lost my hearing I gave up, But I want to do more with my life than just give up.”

…..ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอหันหลังและยอมแพ้ให้กับทุกสิ่ง ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปมาก แต่ด้วยความที่เธอ รักการร้องเพลง รักดนตรี และเริ่มสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เธออายุ 4 ขวบ ด้วยพลังปาฏิหาริย์จากความศรัทธาในตัวของเธอเอง และความรักจากครอบครัว ทำให้เธอกลับมา ตามหาเสียงดนตรีอีกครั้ง ผ่านประสาทสัมผัสในรูปแบบอื่น เมื่อเธอไม่ยอมแพ้ ทำให้เธอต้องลุกขึ้นสู้อย่างสุดกำลัง เธอต้องเริ่มทุกอย่างใหม่หมด เธอต้องเขียนโน๊ตทุกวัน ต้องอ่านโน๊ต ฝึกประสาทสัมผัสของมือด้วยการกำลูกบอล และการสลัดรองเท้าทั้งสองข้างออกไป เพื่อสัมผัสจังหวะการเคลื่อนไหวของดนตรีผ่านประสาทสัมผัสทางเท้า เธอทำงานอย่างหนักเพื่อความฝัน ฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่น ทุกๆวัน วันแล้ววันเล่า เธอไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ
…..เราอาจไม่รู้ว่ามันยากแค่ไหน แต่เธอคือคนที่เข้าใจมันดีที่สุด ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง หลายคนอาจมองว่าแมนดี้ทำไปเพื่ออะไร เธอล้มแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ แล้วเธอก็ล้มอีก แล้วก็ลุกขึ้นใหม่ แบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลย ที่เธอจะยอมแพ้ เพราะความศรัทธาอันแรงกล้าของเธอ การต่อสู้เพื่อความฝันนั้นช่างยิ่งใหญ่ และเธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่และต่อสู้เพียงลำพัง ยังมีคนที่คอยอยู่ข้างๆและให้กำลังใจเธอเสมอ

“Singing without sound, music doesn’t need sound.”

…..บางสิ่งที่เธอเคยสัมผัสมันผ่านวิธีธรรมดา กลายเป็นสิ่งที่มีค่า ด้วยการสัมผัสในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ดนตรีกลับไพเราะมากขึ้น เมื่อเธอได้สัมผัสมันทั้งร่างกาย ไม่ใช่แค่การฟัง เธอสัมผัสมันผ่านทุกๆส่วนในร่างกายของเธอ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่วิเศษมากๆ

“Look at me as a musician and not just as that broken person. Everything is very different from my childhood picture of who I was going to become, and I’m really glad that it’s different.”

…..เธอพิเศษ และมีพรสวรรค์ ของขวัญที่เธอได้รับจากพระเจ้ามันช่างยิ่งใหญ่ เธอเปรียบเสมือนนักวาดภาพที่มองไม่เห็น แต่สามารถวาดภาพออกมาได้สวยงามไม่แพ้คนธรรมดาทั่วไปเลย
…..จนถึงวันนี้ ที่เธอทำทุกอย่างสำเร็จ เธอสามารถกลับมาร้องเพลงได้ เธอไม่ได้อยากให้ใครมองเธอว่าเธอเป็นหญิงสาวพิการผู้น่าสงสาร หรือเรื่องราวของเธอช่างเศร้าเหลือเกิน แต่เธออยากให้เรื่องราวของเธอ เป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายที่เคยตกอยู่ในห้วงความเศร้าอย่างเธอ และอยากให้ทุกคนมองเธอเป็นนักร้องและนักดนตรีคนหนึ่ง อยากให้มองเธอเหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป เพราะเธอ ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีข้อบกพร่องอะไร “เธอแค่ได้รับของขวัญจากพระเจ้า” เท่านั้นเอง
…..เธอเคยเจ็บปวด และสวดภาวนาขอให้เสียงกลับมา แต่ตอนนี้เธอไม่ขอให้เธอหายจากโรคนี้ ถ้าเธอจะขอพรสักข้อ เธอจะขอพรให้กับความสามารถและความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับเรื่องที่จะเกิดขึ้นนับต่อจากวันนี้ไป เธอไม่ต้องการให้ใครมาเปลี่ยนเธอ เพราะสิ่งที่เธอมีอยู่ตอนนี้ มันมีค่ามากๆ แมนดี้ยังบอกอีกว่า ถ้าอาการเหล่านี้มันจะหายไป สักวันมันคงจะหายไปเอง แต่ถ้าไม่หาย เธอก็ไม่เป็นไร เธอรับมือกับมันได้ เราต้องอยู่กับความกลัวให้ได้ และเราต้องหัดเรียนรู้ที่จะผิดพลาด เพราะความผิดพลาดจะสอนให้เราก้าวต่อไป และสอนให้เราโตขึ้น

“Anything is possible.”

…..หยดน้ำตาค่อยๆก่อร่าง สร้างเป็นพลัง ให้เราได้ก้าวไป แล้วสู้ต่อ ตราบใดที่เรายังคงมีลมหายใจ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แมนดี้ ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นและเชื่อมั่นว่า การยอมแพ้ไม่ได้ช่วยอะไร แต่ความศรัทธาในตัวเองและสิ่งที่รักต่างหาก ที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

 


Reference:
https://www.facebook.com/mandyharveym usic/
https://www.youtube.com/watch?v=-QLi6j X72jY
http://www.etonline.com/americas-got-talent-deaf-singer-mandy-harvey-praised-miracle-worker-following-emotional-performance
https://www.youtube.com/watch?v=Lc3LVdxd1 A4
https://youtu.be/sDdNEwsk- PQ

Writer