ตั้งแต่อยู่ลอนดอนมาปีกว่าๆ เราได้ยินข่าวผู้ก่อการร้ายและเหตุการณ์รุนแรงในลอนดอนมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งระเบิด รถชน และเหตุการณ์ประหลาดอื่นๆ อีกมากมาย จนล่าสุดอังกฤษได้เพิ่มระดับเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายให้อยู่ในขั้นสูงสุด! ไปไหนมาไหนเราจะเห็นตำรวจใส่ชุดสีเขียวสะท้อนแสงจนชินตา เป็นปกติของบ้านเมืองนี้ไปแล้ว

แต่ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเรา(เกือบ)จะได้เจอเหตุการณ์สุดระทึกต้องวิ่งหนีตายกลางกรุงลอนดอน… เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อวัน Black Friday ที่ผ่านมาเรากับเพื่อนก็ตั้งตารอออกไปช้อปของเซลล์ที่ Oxford Street ถนนละลายทรัพย์ที่ไปทีไรก็ต้องเสียตังค์ทุกที ยิ่งเป็น Black Friday ด้วยแล้ว แต่และร้านก็งัดโปรเด็ด ลดแลกแจกแถมเต็มที่ ทำให้ถนนเส้นนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ ยิ่งใกล้จะคริสต์มาสแล้วด้วย ใครๆ ก็อยากมาช้อปของเซลล์พร้อมดูไฟสวยๆ ซึมซับบรรยากาศกัน

วันนั้นคนเยอะมาก แล้วเราก็เห็นตำรวจเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร หลังจากช้อปเสร็จเพื่อนเราขอแยกกลับไปเรียนก่อน ส่วนเราก็เดินเล่นฆ่าเวลาจนถึงสี่โมงครึ่งกว่าๆ ก็จะกลับไปทำธุระ เราจะไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่ Oxford Circus แต่พอไปถึงก็เห็นว่ารถไฟใต้ดินปิด มีตำรวจอยู่ข้างหน้าประตูแล้วก็มีคนยืนออกันแถวนั้น แล้วตอนนั้นเองเราก็ได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนขึ้นมาว่าดังมากๆ ว่า “MOVE MOVE MOVE!!!” หันไปคือเห็นตำรวจแบบหน่วย SWAT แต่งตัวเต็มยศถือปืนยาววิ่งไปทาง Oxford Street หันมาอีกทีทุกคนที่อยู่แถวนั้นก็วิ่งกันแบบไม่คิดชีวิต เราก็วิ่งหนีมาทาง Regent Street แต่วิ่งได้ 5 วิ คนจากฝั่ง Regent Street ก็วิ่งสวนมาชนกันไปหมด ทำให้ไปไหนไม่ได้ ทุกคนต้องกรูกันเข้าไปหลบในช็อปแถวนั้น เราเป็นคนแรกๆ ที่เข้าไปหลบในร้านเครื่องสำอาง คนอื่นก็กรูกันเข้ามาเรื่อยๆ เราติดอยู่หลังร้านใต้เคาน์เตอร์ติดผนัง ผู้หญิงที่ตามมาข้างหลังแพนิคจนร้องไห้ไปแล้ว ตอนนั้นทั้งร้านคือไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนในร้านบางคนเริ่มโทรศัพท์บอกที่บ้าน บางคนถ่ายวีดิโอ แต่โทรศัพท์เราสิ No Service! ติดต่อใครไม่ได้เลย ทุกคนนั่งหมอบอยู่ในนั้นเป็นสิบกว่านาที ได้ยินเสียงหวอรถตำรวจวิ่งผ่านไม่รู้กี่คัน

หลังจากนั้นก็มีเสียงผู้ชายที่น่าจะเป็นตำรวจตะโกนขึ้นมาบอกว่า “พวกเธอไม่ต้องกลัวนะ ตอนนี้อยากให้ทุกคนย้ายไปลงไปหลบที่ชั้นใต้ดิน” ทุกคนในร้านยืนขึ้นมองหน้ากันและพยายามจะไม่แพนิค พนักงานของร้านก็นำทางให้ทุกคนค่อยๆ ลงไปหลบชั้นใต้ดิน ตอนนั้นเรายืม Wi-fi คนข้างๆ ติดต่อครอบครัวและเพื่อนเราที่นั่น และได้ข่าวว่ามีคนยิงกันแถวๆ Oxford Street (ซึ่งเป็นแค่ข่าวลือ) เรากำลังจะเดินตามลงไปชั้นใต้ดิน ปรากฏว่าคนข้างหน้าตะโกนมาอีกว่า “ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ทุกคนออกมาข้างนอกได้แล้ว” ได้ยินอย่างนั้นก็โล่งอก ทุกคนคนก็ทยอยออกมากัน พอออกมาได้เราก็รีบเดินไปตาม Regent Street จะไปขึ้นรถไปใต้ดินที่ Piccadilly Circus ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน และจะหนีจาก Oxford Street ให้เร็วที่สุด ตอนนั้นเหตุการณ์ดูคลี่คลายแล้ว รถบัสที่อยู่แถวนั้นว่างเปล่า เพราะคงย้ายคนให้ไปหลบในอาคารหมดแล้ว จะมีก็แต่รถตำรวจเต็มไปหมด

เราเดินไปเรื่อยๆ ใกล้จะถึง Piccadilly Circus อยู่แล้ว แล้วก็เห็นคนวิ่งหนีตายมาจากทางนั้นอีก! เอ้า ทำไงหล่ะ! เรากับคนแถวนั้นก็ใช้มุกเดิม วิ่งไปหลบในร้านที่อยู่ใกล้ที่สุด วิ่งไปแบบไม่คิดชีวิต คนในร้านก็พยายามช่วยเต็มที่เปิดประตูให้เข้าไปข้างในแล้วให้ไปออกหลังร้าน เราเองอยากจะอยู่ห่างถนนเส้นหลักให้มากที่สุด เลยวิ่งตามคนอื่นไปหลบในผับด้านหลัง ผู้หญิงที่วิ่งมากับเราแพนิคมาก ตัวสั่นไปหมด แต่ที่รู้ตอนนั้นคือทุกคนช่วยกันเต็มที่มาก เจ้าของผับเปิดประตูให้เราเข้าไปหลบอย่างเต็มใจ

อยู่ในนั้นกันสักพักเจ้าของผับก็ประกาศว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรคอนเฟิร์มจากทางตำรวจ ไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น อยากให้ทุกคนขึ้นไปหลบชั้นสอง แล้วจะปิดไฟชั้นล่าง” ผู้หญิงที่แพนิคคนนั้นก็ร้องไห้ บอกว่า “ฉันไม่ไหวแล้ว ชั้นขอไปหลบข้างบนตอนนี้เลย” เราก็หลบข้างบนนั้นกัน กว่าทุกอย่างจะคลี่คลายคือเกือบหกโมงเย็นแล้ว

พอออกมาได้เราก็เช็คทวิตเตอร์เป็นอย่างแรก ปรากฏว่าไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นจริงเลย ไม่ได้มีคนยิงกัน ไม่ได้มีรถบรรทุกชนคนหรืออะไรทั้งนั้น น่าจะมีคนปล่อยข่าวหรือเข้าใจผิดว่าได้ยินเสียงปืน ถือซะว่าอย่างน้อยก็โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากวันนี้คือสติสำคัญที่สุด ในสถานการณ์จริงทุกอย่างน่ากลัวมาก ไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ทำได้คือต้องควบคุมสติให้ดีและวิ่งให้เร็ว นั่นแหละเราก็ได้รอยฟกช้ำและความระทึกมานิดหน่อย

แต่ต้องขอชื่นชมตำรวจที่นี่มากๆ เพราะควบคุมสถานการณ์กันได้รวดเร็วมาก ปิดถนนทั้งเส้นตั้งแต่ห้าง Selfridge’s ยาวไปทั้ง Oxford Street และ Piccadilly Circus เรียกได้ว่ายกกันมาทั้งกองเลย เราเคยได้ยินชื่อเสียงเรื่องความเป็นมืออาชีพและความเร็วของตำรวจที่นี่มานานแล้ว ไม่คิดว่าจะได้เจอกับตัวเอง

ส่วนตอนนี้เข้าใจแล้วแหละว่าอยู่นี่ทำไมถึงต้อง KEEP CALM AND CARRY ON ใครยังอยู่นี่ก็คงต้องสู้ชีวิตกันต่อไป แต่อยากบอกว่าสถานการณ์ตอนนั้นก็น่ากลัวจริงๆ นะ ยกให้เป็นเหตุการณ์ที่ระทึกสุดตั้งแต่มาอยู่ลอนดอนเลยเอ้า!

Facebook Comments
Natcha
นักเขียนที่คิดถึงเรื่องไลฟ์สไตล์ทุกลมหายใจ ตั้งแต่เรื่อง อาหาร ศิลปะ แฟชั่น และยังมีแพชชั่นกับการเดินทางท่องเที่ยวไปสถานที่ใหม่ๆ เพื่อถ่ายภาพบันทึกวิถีชีวิตของผู้คนและสิ่งรอบตัว เพราะเชื่อว่าภาพถ่ายเป็นสื่อที่สามารถเก็บความประทับใจและความทรงจำได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง